สวัสดีครับนักลงทุนและผู้สนใจเข้ารับฟังข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท Advanced Info Service ทุกท่านครับ วันนี้เราได้รับเกียรตินะครับจากทางผู้บริหารของ AIS คุณสมฤทัย ตันทากิติ Head of Investor Relations and Corporate Unit เขามาช่วยตอบคำถามในช่วงท้ายของ Opportunity Day ในวันนี้ด้วยครับ ส่วนผมนะครับ นายกนวีนะครับ นักลงทุนสัมพันธ์ครับ รับหน้าที่เล่าผลประกอบการนะครับ ภาพรวมธุรกิจ แล้วก็ความคืบหน้าต่าง ๆ ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมานะครับ ในส่วนแรกนะครับจะเป็นการอัปเดตเกี่ยวกับภาพของธุรกิจก่อนนะครับ โดยในไตรมาสที่ 1 ครับ ความต้องการการใช้บริการดิจิทัลยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการเติบโตของทั้งบริการสื่อสารและบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าในช่วงปลายไตรมาสความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะเริ่มอ่อนตัวลงจากแรงกดดันด้านราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทก็จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปนะครับ แต่ว่าภาพเศรษฐกิจในช่วงต้นไตรมาสเนี่ย เราจะเห็นภาพการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หลังผลการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนมากขึ้นครับ โดยแต่ละธุรกิจของ AIS ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโมบายหรือว่าธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เติบโตตามการเพิ่มขึ้นของการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ต ร่วมกับการส่งเสริมการขาย 5G ที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ หรือว่าตัวอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ยังเติบโตจากทั้งการเพิ่มขึ้นของฝั่งผู้ใช้บริการ แล้วก็ส่วนของอปู ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องนะครับ ร่วมกับกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยแพ็กเกจคุณภาพนะครับ ขณะที่ลูกค้าองค์กร การตัดสินใจลงทุนอาจจะชะลอลงไปจากความผันผวนทางเศรษฐกิจนะครับ อย่างไรก็ตามการเติบโตยังคงได้รับแรงสนับสนุนนะครับ จากความต้องการบริการโครงข่ายการเชื่อมต่อ หรือว่าตัว Enterprise Data Service หรือ EDS แล้วก็ตัวคลาวด์นะครับ และ Data Center ก็ยังมีความต้องการเข้ามานะครับ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งตัวนะครับเข้าสู่การทำงานแบบดิจิทัลขององค์กรครับ รวมถึงการใช้งาน 5G ในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น การพัฒนานวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เสริมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยตอบย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะพันธมิตรที่องค์กรไว้บังใจในการขับเคลื่อนสู่ยุคดิจิทัลครับ สำหรับยอดขายนะครับ สินค้าเองก็เติบโตขึ้นครับ จากทั้งกลยุทธ์ค้าปลีกครับ ให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านของสินค้า บริการ แล้วก็ประสบการณ์ภายในร้านครับ ร่วมกับดีมานด์ของลูกค้าที่เติบโตสูงขึ้นครับ ทำให้ในไตรมาส 1 AIS สามารถส่งมอบกำไรที่ยั่งยืนได้นะครับ จากการเติบโตของรายได้อย่างมีคุณภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัยครับ โดยไตรมาสที่ 1 นะครับยังเป็นไตรมาสที่สามารถเติบโตได้ดีกว่าคาดการนะครับ จากแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่ทำได้ดี ท่ามกลางความระมัดระวังต่อมุมมองที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและปัจจัยมหภาคในอนาคตครับ โดยรายได้จากการให้บริการหลักในไตรมาสนี้เติบโต 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไร EBITDA ครับเติบโต 9.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธินะครับเติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนครับ ขณะที่ยังสามารถรักษาระดับอัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ได้ในระดับที่น่าพึงพอใจนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกำไร EBITDA Margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 55.3% ซึ่งเป็นผลจากการมุ่งเน้นรายได้ที่สร้างกำไรและเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยการเติบโตของกำไรดังกล่าวครับส่งผลให้ ROIC หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 19% สะท้อนความคุ้มค่าในการลงทุน ขณะที่อัตราส่วน Net Debt to EBITDA หรืออัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไร EBITDA ลดลงอย่างต่อเนื่องที่ 1.5 เท่านะครับ จาก 2.2 เท่าเมื่อปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงนะครับ แล้วก็เป็นผลจากการชำระเงินกู้ยืมด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งนะครับ รวมถึงได้รับประโยชน์ของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงนะครับ และต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทที่ยังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องนะครับ อย่างไรก็ตามดีนะครับ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการบริหารโครงสร้างเงินทุนนะครับ เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐนะครับ มูลค่า 30,000 ล้านบาทครับ ทำให้ในช่วงต่อไปเราจะเริ่มเห็นต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นนะครับ ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมยังคงทำได้ดีนะครับ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เรากู้เข้ามาใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปัจจุบันครับผม สำหรับคาดการณ์นะครับหรือว่า Guidance ก็เป็นคำถามที่นักลงทุนติดตามนะครับ ว่าด้วยแนวโน้มต่อไปนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่านะครับ ก็ต้องบอกว่าตัวเลขเดิมของเราที่ได้ประกาศไปในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมานะครับ รอบผลประกอบการ 4 years นะครับ ก็เรามีการประเมินสถานการณ์ความไม่แน่นอนในอนาคตข้างหน้านะครับกับเข้ามาสู่ภาพปัจจุบันเนี่ย ทั้งปัจจัยจากภาวะสงครามที่กระทบกำลังซื้อนะครับ ค่าใช้จ่ายเรื่องของพลังงานนะครับ ที่กระทบกำลังจับจ่ายใช้สอยของผู้คนนะครับ ตัว Guidance เดิมนะครับก็ยังมีความครอบคลุมกับสถานการณ์ดังกล่าวนะครับ แม้ว่าตัวเลขในไตรมาสที่ 1 จะเห็นการเติบโตที่มากกว่าคาดการ แต่ด้วยปัจจัยดังกล่าวเนี่ย บริษัทก็ต้องขอติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับ ทำให้ผู้บริหารมีมุมมองว่าการประเมินดังกล่าวของ Guidance เดิมยังคงมีความเหมาะสม โดยคาดการรายได้จากการให้บริการหลักนะครับจะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3 ถึง 5 นะครับ โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลนะครับ และแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมอาจจะยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกนะครับ รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวนะครับ AIS ก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับตัวอย่างเหมาะสมนะครับ โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ลูกค้านะครับ สำหรับคาดการกำไร EBITDA ครับ เราคาดการเติบโตประมาณ 2 ถึง 4% ตามการเติบโตของรายได้นะครับ ขณะที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาวครับ โดยในปีนี้นะครับ เราก็คาดว่ากำไร EBITDA จะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้และกำไรนะครับ รวมทั้งวินัยในการบริหารต้นทุนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวนนะครับ แล้วก็ AIS ยังคงเดินหน้าลงทุนนะครับ เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล แล้วก็เพิ่มความสามารถในการขยายตัวของธุรกิจนะครับ สำหรับค่าเป็ดหรือว่างบลงทุนนะครับ เรายังคงตั้งเป้าระหว่าง 30,000 ถึง 35,000 ล้านบาทนะ เพิ่มขึ้นนะครับ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจนะครับ ก็มีทั้งค่าใช้จ่ายของพนักงานนะครับ แล้วก็ชดเชยกับค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่ลดลง หลังจากช่วงไฮซีซั่นในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมาครับ ทำให้กำไรสุทธิของเราปิดไตรมาสนี้อยู่ที่ 13,496 ล้านบาทนะครับ เพิ่มขึ้นหรือว่าเติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ต้นทุนโครงข่ายที่ลดลงนะครับ การลดลงของค่าเสื่อมนะครับ แล้วก็ต้นทุนการเงินที่ลดลงเช่นเดียวกัน ซึ่งต้นทุนการเงินนี้นะครับ ก็ลดลงมาจากการรีไฟแนนซ์นะครับ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ร่วมกับการชำระคืนเงินกู้นะครับ ก็ส่งผลให้ยอดหนี้เรามีการปรับตัวลงนะครับ โดยเฉลี่ยไตรมาสนี้ต้นทุนการเงินนะครับ อยู่ที่ 2.6% ครับ โดยประมาณ ขณะที่กำไรนะครับ อาจจะเห็นภาพการลดลงนะครับ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเล็กน้อยนะครับ อันนี้เป็นผลมาจากการที่ไตรมาสที่ 4 เรามีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนะครับ ก็คือตัวขาดทุนสะสมทางภาษีนะครับ แต่ว่าหากไม่รวมตัว tax loss carry forward ตรงนี้นะครับ กำไรสุทธิเราจะเติบโตขึ้นนะครับ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนครับ สำหรับสัดส่วนรายได้นะครับ ก็จะเห็นว่ารายได้จากการให้บริการหลักนะครับ ยังเป็นส่วนรายได้สำคัญของเรานะครับ ก็คืออยู่ที่ 79% ของรายได้รวมนะครับ ในขณะที่อีก 21% ก็จะมาจากรายได้ในการขายนะครับ สำหรับตัวรายได้จากการให้บริการหลักนะครับ ส่วนหลักก็ยังมาจากธุรกิจโมบาย หรือว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ 76% นะครับ ลดหลั่นลงมาที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 19% แล้วก็ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรที่ 4. 1% และอื่น ๆ เป็นธุรกิจดิจิทัลนะครับ ต่อไปขอเข้าสู่อัปเดตของภาคธุรกิจนะครับ เริ่มต้นที่ธุรกิจโมบายครับ ปิดไตรมาสไปนะครับ อยู่ที่ 34,500 ล้านบาทนะครับ เติบโต 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหลักก็มาจากการเติบโตของลูกค้ากลุ่มเติมเงิน หรือว่ากลุ่มพรีเพดนะครับ ที่ยังสามารถเติบโตได้ตามการใช้งานที่เพิ่มขึ้น แล้วก็การผลักดันแพ็กเกจ 5G รวมถึงการนำเสนอแพ็กเกจมูลค่าเสริมนะครับ ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้ปัจจุบันนี้รายได้จากกลุ่มลูกค้าเติมเงินก็เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 46% นะครับ โดยปัจจัยการเติบโตของฝั่งขาผู้ใช้งานนะครับ ก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน AIS มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งสิ้น 46.9 ล้านรายนะครับ เพิ่มขึ้นมาจากไตรมาสก่อน 170,000 รายครับ โดยเป็นผู้ใช้บริการระบบรายเดือนนะครับ เป็นหลักเลยในไตรมาสนี้ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ ก็เป็นผลจากความต้องการการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งนะครับ แล้วก็การรักษาฐานผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพครับ ขณะที่ผู้ใช้บริการระบบเติมเงินนะครับ ลดลงเล็กน้อยครับ สะท้อนจากการมุ่งเน้นคุณภาพผู้ใช้บริการ ควบคู่กับมาตรการยืนยันตัวตนในการลงทะเบียนซิมเปิดใหม่นะครับ ที่เข้มงวดมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐนะครับ อันนี้ก็จะเป็นจุดที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพนะครับ รวมถึงแรงกดดันจากภาวะการบริโภคที่อ่อนตัวลงในช่วงปลายไตรมาสครับ ขณะที่ปัจจัยที่สองนะครับ ก็คือตัวรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน หรือตัว ARPU นะครับ ยังสามารถเติบโตได้ครับ โดย ARPU เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนครับ ได้รับแรงหนุนจาก ARPU ของฝั่งระบบเติมเงินนะครับ หรือว่าฝั่งพรีเพด ที่ปรับตัวดีขึ้นตามการใช้งานข้อมูลนะครับ อย่างที่ได้เรียนไป ร่วมกับการขายแพ็กเกจมูลค่าเสริมและบริการเสริมคอนเทนต์ครับ อย่างไรก็ตามเราอาจจะเห็นการปรับตัวลดลงเล็กน้อยนะครับ จากไตรมาสก่อน ก็จะเป็นผลจากปัจจัยด้านฤดูกาลนะครับ แล้วก็ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงในช่วงปลายไตรมาสครับ สำหรับปริมาณการใช้งานข้อมูลเฉลี่ยต่อเดือนนะครับ หรือตัว VOU เรายังคงเติบโตเพิ่มขึ้นนะครับ ก็เป็นผลจากการที่ลูกค้า 5G เติบโตขึ้นด้วย แล้วก็การใช้งานแอปพลิเคชัน รวมถึงการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ของลูกค้าก็ยังเติบโตขึ้นครับ โดยล่าสุดนะครับ AIS มีการเปิดตัว AIS 5G Advanced นะครับ หรือว่า 5G Plus นะครับ อันนี้ก็จะเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยครับ หรือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของกลยุทธ์ Network Leadership นะครับ ของบริษัทที่มุ่งเน้นเป็นผู้นำในคุณภาพโครงข่าย โดยปกตินะครับ การใช้งาน 5G เนี่ย เราก็อาจจะมีการใช้งานที่แยกคลื่นความถี่กันนะครับ แต่ว่าด้วยเทคโนโลยีของ AIS นะครับ เราได้มีการรวมคลื่นเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น 2 คลื่นหรือ 3 คลื่นนะครับ ตามการใช้งานนะครับ อย่างถ้าเป็น 3 คลื่นนะครับ เราก็จะรวบรวมคลื่นความถี่ 700 2,100 แล้วก็ 2600 เมกะเฮิตซ์เข้าด้วยกันนะครับ ส่งผลให้ความเร็วดาวน์โหลดสามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุดนะครับ 1.5 เท่า แล้วก็เพิ่มความเร็วอัปโหลดได้สูงสุด 2 เท่าครับ นำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสในการอัปเซลล์และครอสเซลล์ต่อไปครับ ซึ่งโดยปัจจุบันนี้ 5G SA หรือว่า standalone นะครับ ที่เป็นการใช้โครงข่ายของ 5G เต็มประสิทธิภาพในฝั่งของดาวลิงก์นะครับ ก็มีการเปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ของย่านสาทรและก็บางรักนะครับ แล้วก็เราก็จะขยายในพื้นที่สำคัญต่อไปในโซนกรุงเทพและปริมณฑลภายในปีนี้ครับ สำหรับการใช้งานนะครับ ลูกค้าสามารถสังเกตสัญลักษณ์ 5G Plus บนมุมขวาบนของหน้าจอมือถือได้ อันนี้ก็จะขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์ที่รองรับ แล้วก็รุ่นโทรศัพท์ที่แสดงผลด้วยนะครับ โดยลูกค้าจะไม่ต้องสมัครแพ็กเกจอะไรเสริมเพิ่มเติม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะครับ ก็จะเป็นฝั่งของโครงข่ายที่เราพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นนะครับ ทั้งในแง่ของความเร็ว ความเสถียร แล้วก็ประสิทธิภาพก็จะดียิ่งขึ้นนะครับ สำหรับฝั่งต่อไปนะครับ ธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนะครับ ในไตรมาสที่ 1 เราสร้างรายได้อยู่ที่ 8,511 ล้านบาทนะครับ เติบโต 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันนี้ก็เป็นผลจากการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นมา 63,000 รายนะครับ หรือว่าครัวเรือน หรือประมาณ 4.
7% จากปีก่อนนะครับ ก็เป็นผลจากการที่เรามี Network Fiber ที่ครอบคลุม แล้วก็บริการคุณภาพนะครับ รวมถึง penetration ที่โอกาสของการขยายลูกค้าก็ยังมีมากอยู่ สอดคล้องกับความต้องการต่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ยังเติบโตครับ นอกจากนี้นะครับ กลยุทธ์การมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพนะครับ เราก็มีการนำเสนอคอนเทนต์ความบันเทิงยอดนิยม แล้วก็ยกระดับการใช้งานสู่แพ็กเกจพรีเมียมที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุค เริ่มเห็นสัญญาณที่ปรับตัวดีขึ้นนะครับ ความต้องการของลูกค้าองค์กรก็คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ โดย AIS ยังคงมุ่งเน้นนะครับการเติบโตที่มีคุณภาพ ผ่านบริการโครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูลดิจิทัลนะครับ บริการคลาวด์และ data center เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาวต่อไปครับ ธุรกิจต่อมานะครับจะเป็นฝั่งการขายอุปกรณ์และซิมนะครับที่ยอดขายยังเติบโตได้ร้อยละ 9.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนนะครับ ก็ขึ้นมาอยู่ที่ 12,282 ล้านบาทนะครับ โดยในปีนี้เนี่ย แม้ว่าเราจะไม่มีแคมเปญลดหย่อนภาษีจากภาครัฐเหมือนในปีก่อนนะครับ แต่ว่าด้วยความต้องการที่ได้รับผลตอบรับดีมาก ไม่ว่าจะเป็นตัว iPhone 17 Series ก็ยังดีต่อเนื่องนะครับ แล้วก็การเปิดตัว Samsung S26 Series ใหม่นี้ก็สร้างการเติบโตได้ดีครับ โดยส่วนหนึ่งเนี่ยก็เป็นผลมาจากกลยุทธ์คับอีกที่เราดำเนินการอย่างต่อเนื่องนะครับ โดยทางผู้บริหารก็ได้ต่อยอดความสำเร็จของทีมขาย AIS Pro ในกลุ่ม product Apple ที่เคยได้ทำมานะครับ ตอนนี้เราก็มีการขยายศักยภาพของทีมขายผู้มีความเชี่ยวชาญในแบรนด์ของ Samsung เพิ่มเติมนะครับ จึงจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การซื้อของของลูกค้าแล้วก็เพิ่มศักยภาพการขายของพนักงานครับ นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 1 นะครับ เรายังสามารถเติบโตอัตรากำไรนะครับจาก 4.3% ในไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนนะครับ ขึ้นมาเป็น 5.9% ในไตรมาสนี้ครับ ก็จะมีสัดส่วนสินค้ากำไรที่สูงขึ้นเพิ่มเติมนะครับ รวมถึง action ที่เราได้ลงมือทำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขายอุปกรณ์เสริม gadget accessory ที่เพิ่มขึ้น การขายพ่วง cross sale กับ product ประกันนะครับ ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ก็จะมีอัตรากำไรที่สูงกว่านะครับ รวมถึงการพัฒนาช่องทาง Omnichannel ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้ในไตรมาสนี้นะครับ AIS มียอดขายสุทธิอยู่ที่ 725 ล้านบาทนะครับ เพิ่มขึ้นมาจากไตรมาสก่อนนะครับ แล้วก็จากปีก่อนด้วยเช่นเดียวกัน ตามรายได้การขายที่เติบโตและอัตรากำไรที่สูงขึ้นครับ สำหรับธุรกิจ entertainment นะครับ AIS ยังคงต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ นะครับ จากฐานลูกค้า AIS กว่า 52 ล้านรายครับ ช่วยเพิ่มมูลค่าแก่แพ็กเกจของลูกค้าให้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของอาปูนะครับ แล้วก็เป็นการสร้าง ecosystem ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมานี้ก็รายได้จากบริการ entertainment ยังมีการเติบโตมากขึ้นนะครับ โดยล่าสุดนะครับ AIS ก็ยังเดินหน้านะครับ ยกระดับ AIS Pay เป็นศูนย์กลางความบันเทิงของวงจรนะครับ ด้วยการขยายตลาดซีรีส์แนวตั้งนะครับ การเป็นพันธมิตรกับ RealShot นะครับ โดยทำให้ปัจจุบันเนี่ย ลูกค้า AIS สามารถเข้าถึงซีรีส์แนวตั้งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มของ RealShot เองก็ดี หรือว่าตัวShotmax นะครับ ได้มากกว่า 4,000 เรื่องแล้ว ซึ่งในปีที่ผ่านมานะครับ เราก็เห็นข้อมูลว่าลูกค้ามีการใช้งานแอปซีรีส์แนวตั้งเติบโตขึ้นจริง ๆ นะครับ เพราะทำให้เรานำสินค้าบริการตัวนี้เข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นครับ นอกจากนี้นะครับ AIS ก็ยังคงความเป็นผู้นำด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์นะครับ ทั้งความบันเทิงแล้วก็กีฬา ทั้งในไทยแล้วก็ต่างประเทศนะครับ รวมถึงการแข่งขันกีฬาระดับโลกและแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งชั้นนำทั่วโลกครับผม ในด้านการลงทุนนะครับ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกับพาร์ตเนอร์นะครับและต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ นะครับ ก็จะประกอบด้วย 3 แกนหลัก ๆ นะครับ เริ่มต้นที่แกนของ data center นะครับ เราก็พยายามที่จะโอบรับ demand นะครับ แล้วก็โอกาสจาก hyperscaler แล้วก็กลุ่มลูกค้าองค์กรนะครับ ที่ต้องการการใช้งานของ data center ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกมาได้เป็น 2 กลุ่มย่อยนะครับ อันนี้ก็จะทำให้เห็นความชัดเจนของโครงสร้างการถือหุ้นมากขึ้นครับ โดยกลุ่มด้านบนนะครับ ก็จะเป็นกลุ่ม GSA data center ก็คือ Gulf, Singtel แล้วก็ AIS นะครับ โดยใน GSA 01 เนี่ยเราให้เปิดบริการไปแล้วในปีก่อนนะครับ ส่วน GSA 02 เนี่ย เรากำลังเริ่มก่อสร้างแล้วนะครับ แล้วก็คาดว่าจะให้บริการได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2027 นะครับ มี capacity หรือว่ากำลังการผลิตให้บริการอยู่ที่ 38.1 เมกะวัตต์ อีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า Gulf EDGE data center หรือ GEDC นะครับ ตอนนี้เรามี Phase 1 ก็คือตัว 01 เนี่ย คาดว่านะครับจะมี capacity อยู่ที่ 100 เมกะวัตต์นะครับ แล้วก็จะสามารถให้บริการได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้านะครับ 2027 เช่นเดียวกันครับ ในการที่ 2 นะครับ ธุรกิจคลาวด์นะครับ เราดำเนินการผ่านตัว GAS หรือ GASE นะครับ เราก็เป็นผู้ให้บริการคลาวด์และ AI solution นะครับ ร่วมกับทาง Gulf โดยมี product ที่หลากหลาย ซึ่งเป็น hyperscaler ระดับโลกนะครับ ก็ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรได้หลากหลายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัว AIS Cloud เองที่เราร่วมพันธมิตรกับทาง Oracle ในปีที่แล้วที่เริ่มให้บริการแล้วนะครับ แล้วก็ทาง Google นะครับ ที่เป็นแอร์แคป ก็จะมีความปลอดภัยของข้อมูลสูงนะครับ รวมถึงตัว Microsoft Azure เช่นเดียวกันครับ แล้วก็แกนสุดท้ายนะครับก็จะเป็นธุรกิจด้านการเงินดิจิทัลนะครับที่ AIS ได้ร่วมลงทุนนะครับในธนาคารหลายสาขา หรือตัว Virtual Bank นะครับ โดยมีการถือหุ้นนะครับในสัดส่วน 39% สำหรับทาง AIS นะครับ แล้วก็ KTB หรือว่ากรุงไทย 41% แล้วก็ ปตท. OR นะครับ PTTOR 20% ครับผม โดยเราก็จัดตั้งนะครับขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่อาจจะไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างเพียงพอ หรือว่าเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินนะครับ โดยปัจจุบันเนี่ยก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลนะครับ แล้วก็คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้ ส่วนความคืบหน้าแล้วก็ขั้นตอนต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ครับ โดยการลงทุนเชิงกลยุทธ์นะครับดังกล่าวนี้ก็จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งด้าน platform ของ AIS แล้วก็กระจายที่มาของรายได้ในอนาคตนะครับ ทำให้ AIS ก็มีคาดการในฝั่งของ Virtual Bank เนี่ยก็จะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ในปีที่ 4 เป็นต้นไปเช่นเดียวกันครับ ต่อไปเป็นรายงานความยั่งยืนนะครับที่มีอัปเดตเพิ่มในไตรมาสนี้นะครับ โดย AIS เองก็มุ่งเน้นกลยุทธ์หลัก 3 แกนนะครับ ได้แก่ แกนที่ 1 การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจนะครับ ผ่านการขยายโครงข่ายโทรคมนาคมครับ ก็จะเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัลแล้วก็ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถทำการ digital transformation ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นครับ ในการที่ 2 ก็จะเป็นการสร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้กับทุกคนในสังคมนะครับ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำแล้วก็ทำให้สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ได้ และการสุดท้ายเป็นเรื่องของ act on climate หรือการยืนยันเพื่อสิ่งแวดล้อมนะครับ ผ่านการจัดสรรการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและมุ่ง เสริมการใช้งานดิจิทัลอย่างปลอดภัยและก็มีคุณภาพครับ ตรงนี้เองเราก็มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ นะครับ ในการยกระดับการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ พร้อมกับรับมือความเสี่ยงทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นครับ ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นความคืบหน้าของผลประกอบการนะครับ แล้วก็การดำเนินงานในไตรมาสที่หนึ่งนะครับ ที่ AIS ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่องครับ ในส่วนต่อไปนะครับ ขอพาทุกท่านเข้าสู่ช่วงถามตอบนะครับ หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติมนะครับ นักลงทุนสามารถส่งคำถามเข้ามาทางระบบของตลาดหลักทรัพย์ได้เลยครับ ขอบคุณครับ เราเริ่มเห็นคำถามเข้ามาแล้วนะคะ เนื้อหาควอเตอร์นี้แน่นไปหน่อยนะคะ เราก็จะค่อนข้างสปีดอยู่พอสมควรเลยนะคะ คำถามข้อแรกนะคะ ทำไมจำนวนผู้ใช้บริการเติมเงินถึงตกลง แล้วก็ทำไมถึงสวนทางกับทางคู่แข่งที่จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นนะคะ ในที่นี้เราคงตอบแทนคู่แข่งของเราไม่ได้นะคะ แต่ว่าเราสามารถตอบได้ในเชิงทำไมจำนวนผู้ใช้บริการเติมเงินถึงตกลงในส่วนของเราเองนะคะ ก็คือในส่วนของ AIS เนี่ย เราจะมี seasonality ในเชิงตัวเลขอยู่พอสมควรเลย ก็คือเราจะมีกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในลักษณะเติมเงินที่เป็นพีคซีซันอยู่ที่ไตรมาสที่ 4 แล้วพอไตรมาสที่ 1 เนี่ยก็จะเชนออกไป ดังนั้นไตรมาสที่ 1 เนี่ย ส่วนใหญ่ถ้าดูเลขของ AIS มันก็จะเป็นเลขในเชิง seasonality ในทางกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ลดลงไป ทีนี้เรามองที่เชนแล้ว เชนออกไปจากกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มที่เป็น new customer เนี่ยก็มีการลดลง เนื่องจากเรามีการ implement ตัว personal identification ที่มีการเข้มข้นขึ้น สอดคล้องกับกฎระเบียบของทางรัฐนะคะ แล้วก็เราก็ยัง focus อยู่ที่ quality subscriber อย่างต่อเนื่องนะคะ ในส่วนที่ 2 เนี่ย ลูกค้าที่ระบบรายเดือนเนี่ยโตขึ้นจากอะไร แล้วก็ทำไม ARPU ถึงตกมาระดับที่ต่ำกว่า Q1 ปีที่แล้ว ลูกค้าระบบรายเดือนเนี่ย ถ้าดูกราฟใน 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือเกินไปมากกว่านั้นนะคะ จะเห็น trend ของการลดลงของกลุ่มลูกค้ารายเดือน เกิดจากหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน ก็คือเมื่อก่อนเราก็อาจจะมีการเลือกที่จะให้ handset subsidy ทีนี้ถ้าเกิด handset subsidy เนี่ย ส่วนที่เรา subsidize เนี่ย ก็จะเอามาหักจาก เป็นค่าใช้จ่าย หักจากรายได้ที่เราได้มาจากลูกค้ารายเดือนนะคะ ทีนี้ถามว่า AIS ทำ handset subsidy เยอะไหม เราทำอยู่ในสัดส่วนที่สมเหตุสมผลและพอประมาณ เพราะว่าเราก็อยากจะ encourage ให้ลูกค้ามาซื้อเครื่องที่เรา และในขณะเดียวกันเราก็สามารถอัป ARPU ไปพร้อม ๆ กัน หรือเราจะสามารถให้สิทธิในการซื้อเครื่องพร้อมส่วนลดกับลูกค้าที่อยู่กับเรามานาน ๆ เป็นลูกค้า high value ที่เราให้ความสำคัญนะคะ ตรงนี้ก็จะมีผลกระทบอันดับที่ 2 แล้วอันดับที่ 3 ก็คือลูกค้า postpaid เนี่ย มันจะมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่เป็น solution SIM ดังนั้นลูกค้ากลุ่ม solution SIM ไม่ว่าเราจะเอาซิมเนี่ยขายเป็น bundle ให้กับลูกค้า enterprise เพื่อใส่เข้าไปในเครื่องมือ IoT ต่าง ๆ หรือใส่เข้าไปในรถยนต์ รถยนต์ก็จะมีซิมนะคะ กลุ่มนี้จะมี ARPU ที่ต่ำกว่า postpaid on average พอสมควร ดังนั้น pressure จาก 3 ปัจจัยนี้ ก็จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ ARPU ของ postpaid เนี่ยเกิด slide landing ค่อย ๆ ไหลลงทีละนิดทีละนิด แต่ว่าถ้าเกิดว่าเราลองกรองปัจจัยเหล่านี้ออกแล้ว แล้วเราดูที่ลูกค้า consumer ที่เป็น postpaid ของเราเองเนี่ย มันยังพอพยุงได้นะคะ เราก็ยังมีความเติบโตขึ้นนิดหน่อยอยู่ในลูกค้ากลุ่มนี้นะคะ ข้อ 3 นะคะ เชนที่ลดลงเยอะหมายถึงการแข่งขันในตลาดน้อยลง หรือว่ามาจากการบริหารการจัดการที่ดีของบริษัทนะคะ อยากจะบอกว่าการแข่งขันยังเข้มข้น เข้มข้นมาก ๆ ด้วย แล้วก็ไม่ได้ลดลง หรือว่าเพิ่มขึ้นนะคะ เพราะว่าทั้ง 2 บริษัท หรือ 3 บริษัท เราก็จะเห็น NT เข้ามาแข่งขันในบางเซ็กเมนต์นะคะ ก็ยังมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น แต่การแข่งขันเนี่ย ภาพของการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากการแข่งขันในเชิงการลดราคาเยอะ ๆ เนี่ย มาเป็นการแข่งขันการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า แปลว่าอะไร แปลว่าสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มขึ้นเนี่ย จริง ๆ ลูกค้าจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมาก ๆ ถ้าจะดูเลขที่ทำให้เห็นได้ชัดนะคะ ก็อาจจะลองเอา ARPU เนี่ยมาหารกับ VOU หรือ average data gigabyte ที่หนึ่ง subscriber ใช้มา จะเห็นว่า average ARPU ต่อ VOU เนี่ย หรือรายได้ต่อ gigabyte เนี่ย ของเราเนี่ยไหลลง แปลว่าอะไร แปลว่าเราพยายามคงคุณภาพ มอบมูลค่าให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ แต่ว่ามันก็จะเกิดการ dilution ในเรื่องของรายได้ต่อ gigabyte ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เรายังต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอเหมือนกัน เพื่อให้เรามั่นใจว่าเนี่ย ในการที่เรา serve ลูกค้าเนี่ย มันต้องมีความ efficiency มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ผลตอบแทน หรือ bottom line ของเราเนี่ย ยังมี margin ที่สมเหตุสมผลในการประกอบธุรกิจนะคะ ดังนั้นก็คือการแข่งขันยังเข้มข้นเหมือนเดิม แค่ไม่ได้เป็นในเชิงราคา จะเห็นว่าเราก็พยายามจะอัปเกรดลูกค้าอย่างที่คุณไกรรวีอธิบายไปเนี่ย เราก็จะมี value-added service ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น retail entertainment หรือ element ต่าง ๆ หรือการเข้าไปสู่ใน virtual bank เพื่อที่จะประกอบภาพ ecosystem แล้วก็เราสามารถให้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้นะคะ ถัดมามีเรื่องของรายได้จากการให้บริการหลักเติบโตประมาณ 3-5% ปีนี้นะคะ ยังเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่นะคะ แล้วก็กำไร 2-4 ก็คือ guidance นี้จะเป็น guidance ที่เราได้ให้ไว้ และเราก็ยังคง guidance เหมือนเดิม เพราะอะไร เพราะว่าปีที่แล้วที่เราทำ guidance ขึ้นมาเนี่ย เราได้พิจารณาถึงสภาวะเศรษฐกิจที่มันอาจจะมีปัจจัยลบ แล้วก็ปัจจัยบวกไว้แล้ว แต่ทีนี้หลังจากที่เราเปิดไตรมาสที่ 1 ขึ้นมาเนี่ย เดือนที่ 1 เดือนที่ 2 เนี่ยมันก็มีปัจจัยบวก ก็คือมันก็เลยดีขึ้นมานะคะ แต่ว่าเดือนที่ 3 เนี่ย จากสภาวะการสงคราม หรือว่าน้ำมันแพง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ consumer หรือว่าลูกค้าของเราเนี่ย มันก็เลยทำให้สภาวะการแนวแกนลบเนี่ย มันกลับเข้ามาอยู่ใน assumption ของเรา ซึ่งเรายังคาดว่าเราสามารถคง guidance ของเรา ทั้งในด้านรายได้จากการให้บริการหลัก แล้วก็กำไร EBITDA ได้เหมือนเดิมนะคะ แม้ว่าคิว 1 เนี่ยมันจะ over ไปพอสมควร แต่ว่าภาพของคิวต่อ ๆ ไปเนี่ย เราจะเห็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เราจะเริ่มเห็นผลกระทบจากการเริ่มให้บริการในส่วนของ virtual bank ก็จะมี share of loss เข้ามาในช่วงปีแรก ๆ นะคะ แล้วก็จะมีส่วนของค่าใช้จ่ายเนี่ยมันเพิ่มขึ้น เพิ่มจากอะไร ไม่ได้แปลว่าเราอยากจะใช้เงินโดยที่บนสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่ว่าอยากจะให้ ถ้ายังจำได้ ก็คือภาพ strategy ของเราเนี่ยในปีนี้คือการเราอยากจะเป็น digital infrastructure ให้กับประเทศไทย เราอยู่ในธุรกิจที่เราส่งมอบบริการบนโครงสร้างของ connectivity หรือการ AIS เรา operate มา 35 ปี บนระบบ IT เดิม ๆ มาแล้ว มันก็จะมีระบบที่ obsolete ไปบ้าง ดังนั้นเราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เราต้องมีการลงทุนใน capability ลงทุนในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือ AI ลองเข้ามาใช้งาน เพื่อที่จะพัฒนาระบบ IT Foundation ของเรา แล้วก็เชื่อมต่อ platform หลาย ๆ platform เช่น platform ในการให้บริการลูกค้า platform ในการให้ลูกค้าจ่ายเงิน หรือ platform ในการ analyze ความต้องการของลูกค้า สามารถเชื่อมโยงกัน และลูกค้าจะได้มีประสบการณ์ที่ดีเหมือน ๆ กันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือหน้าช็อปของเรา ก็อยากจะเน้นย้ำว่าค่าใช้จ่ายทุกค่าใช้จ่าย เรามีการพิจารณาอย่างเหมาะสม แล้วก็มีการพิจารณาบนความยืดหยุ่นอยู่พอสมควร เพราะอะไร เพราะว่าถ้าเกิดเรามองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ผลกระทบอิหร่าน กระทบเราแล้ว รายได้เราไม่มา ทีนี้จะทำยังไงล่ะ เราก็ต้องกลับมาดูว่ามันมีค่าใช้จ่ายอะไรที่อาจจะยังไม่จำเป็นในปีนี้นะ เราอาจจะเลื่อนไปปีหน้าได้ไหม แต่ว่าถ้าเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความสำคัญกับกลยุทธ์และการพัฒนาการบริการของเราเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเนี่ย มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ยังต้องลงทุนอยู่นะคะ แต่ทั้งหมดนี้เราประมวลมาแล้ว guidance ของเรายังคงไว้ที่ตามเดิมนะคะ ทีนี้คำถามถัดมาเรื่องของงบประมาณการลงทุนไม่รวมขึ้นความถี่นะคะ ปีนี้ผ่านมาใช้ไปเท่าไหร่แล้ว แล้วก็ช่วงปีที่เหลือจะใช้ไปเท่าไหร่ เรา guide 30,000 ถึง 35,000 เนี่ยเป็น range ที่กว้างกว่าปีอื่น ๆ พอสมควรเลย เพราะว่าเราดูตามความต้องการการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก แล้วก็ percentage ส่วนใหญ่ของงบประมาณการลงทุนเนี่ย มันคืออยู่ที่ mobile เนาะ อย่างที่เราเห็น Q4 เนี่ย Q4 การใช้งาน data ของลูกค้าโตขึ้น 15% year on year นะคะ แล้วก็ quarter ที่ผ่านมาเนี่ยโต 17% year on year จะเห็นได้ชัดเจนมากว่าการใช้งานของลูกค้าเนี่ยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นการที่เราไม่เพิ่มงบลงทุนอย่างเพียงพอเนี่ย มันจะทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าลดลงไป แล้วเราก็ไม่อยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นนะคะ ดังนั้นเราก็จะ monitor การใช้งานของลูกค้าอย่างใกล้ชิด แล้วก็สามารถ adjust งบประมาณการลงทุนไปตามสภาวะการเศรษฐกิจ แล้วก็อย่างเหมาะสม เพราะสุดท้ายแล้วเนี่ย AIS ก็เป็นบริษัทที่ focus ในการทำกำไรนะคะ ดังนั้นการลงทุนกับรายได้เนี่ย มันจะต้องสอดคล้องกันนะคะ ถามว่าลงทุนไปแล้วเท่าไหร่ ในช่วง quarter 1 ลง cash CAPEX ไปแล้วประมาณ 6.
8 พันล้านนะคะ ก็ยังจะเหลือ CAPEX ที่ต้อง ramp up อีกในช่วง quarter ถัดไป ประเมินสถานการณ์ในช่วงที่เหลือของปีมองว่ายังไง มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง แล้วก็ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้นมีส่งผลต่อบริษัทไหม ตอนนี้ถ้าเราดูบรรทัด network OPEX กับ NT partnership นะคะ ตรงนี้จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายบรรทัดนี้ลดลงเยอะมาก หลัก ๆ year on year นะคะ หลัก ๆ ก็คือตัวประโยชน์ที่เราได้มาจากการจากคลื่น 2100 นะคะ มันก็คือการบันทึกบัญชีที่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้ที่มันหายไป in line กับ revenue ที่มันหายไปนะคะ แต่หลัก ๆ แล้วค่าไฟในบรรทัดนี้จะอยู่ประมาณ 50% นะคะ แล้วก็ FT rate ในเดือน 5 เนี่ยมีการปรับขึ้นไปนิดหน่อยนะคะ ก็คิดว่าค่าใช้จ่ายในค่าไฟเนี่ยก็คงจะกระทบไปในทิศทางเดียวกันนะคะ ในส่วนถัดมา virtual bank ของกลุ่ม AIS ที่ร่วมมือกับกรุงไทยนะคะ แล้วก็อีก partner หนึ่งคือ PTTOR นะคะ จะมีบทบาทหน้าที่ชัดเจนอย่างไร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน จุดนี้เราก็มีการ communicate มาอย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะว่ามันคือ partner ของ AIS AIS มีความแข็งแกร่งในเรื่องของ customer base เรามี alternative data รู้การใช้งานของลูกค้า สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าลูกค้าอาจจะมี propensity อย่างไรบ้าง ทีนี้เราก็สามารถนำมาเป็นโมเดลทางเลือกในการวิเคราะห์เครดิต profile เพื่อที่จะสามารถ tap กลุ่มลูกค้าที่อาจจะไม่เคยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ นะคะ กรุงไทยเนี่ยก็เป็นธนาคารเนาะที่อยู่กับเรามานาน เขาก็จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ หรือการเป็นธนาคารเนี่ยมันมีลักษณะอย่างไร แล้วก็กรุงไทยก็จะมีจุดแข็งอีกจุดหนึ่งก็คือเขาแอปกระเป๋าตังค์เนี่ยค่ะ ก็คือเขาสามารถเข้าถึง แล้วก็มีความแข็งแกร่ง track record ว่าเขาสามารถทำได้ แล้วก็ให้บริการทางการเงินกับกลุ่มลูกค้าเล็ก ๆ หรือกลุ่มลูกค้าในรอบนอกที่อาจจะยังไม่มีบัญชีธนาคาร หรือการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงินอย่างเข้มข้นนะคะ แล้วก็ PTTOR เนี่ยก็เป็นกลุ่ม retail นะคะ เราเชื่อว่า PTT เนี่ยเป็นปั๊มที่มีสาขาทั่วประเทศ ก็อาจจะเป็น use case ให้เกิดการใช้จ่าย หรือเกิดการเอาผลิตภัณฑ์ของธนาคารของเราเนี่ยไปใช้จ่ายนะคะ อีกอันหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือ AIS เนี่ย เราก็มีการขายเครื่องมือถือเนาะ การขายเครื่องมือถือเนี่ยมันก็จะมี financing ที่อาจจะมาผูกกับผลิตภัณฑ์ของ virtual bank ได้ อันนี้ก็จะเป็นหลังจากที่เราเริ่มให้การบริการเนี่ยค่ะ เราก็คงจะเข้ามาพูดจาในเรื่องของ strategy ของ virtual bank มากขึ้นนะคะ virtual bank ระยะแรกเนี่ยเราก็คาดว่า break-even น่าจะ 3-4 ปีนะคะ เราก็อาจจะมี negative impact จาก share of loss เนี่ยเข้ามา แต่ทีนี้ share of loss ของ AIS เนี่ยเรา guide ไปแล้วนะคะ อยู่ในบรรทัดก่อน EBITDA ดังนั้น EBITDA guidance ของเรา 2-4% growth เนี่ย รวม impact ของกลุ่มการลงทุนหลาย ๆ อย่างไปแล้วนะคะ ไม่ว่าจะเป็น data center หรือ virtual bank หรือตัว GAIS หรือตัวอื่น ๆ ที่เรามีการลงทุนไปนะคะ ก็จะรวมอยู่ในการ guidance ของ EBITDA แล้วนะคะ ทีนี้สัดส่วนรายได้ธุรกิจใหม่ non mobile business เช่น enterprise แล้วก็ digital service มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์นะคะ เบื้องต้นเนี่ย non mobile เนี่ยเรามองการเติบโตอยู่ที่ double digit เนาะ แต่ว่าปีนี้เห็นอย่างชัดเจนมาก ลูกค้าองค์กรเนี่ยมีความ sensitive กับสภาวะการเศรษฐกิจทันที เราก็จะเห็นการลดลงของทั้ง backlog หรือลูกค้าองค์กรเนี่ยก็จะมีความเข้มข้นในการทำ cost optimization ในองค์กรของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการเติบโตของปีนี้มันก็เลยย่อลง แต่เราก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าเราอยู่ในจุดที่ถูกต้องนะคะ เราอยู่ในจุดที่มันมี demand อย่างแท้จริง เพราะว่ามันมีทั้ง connectivity demand อันนี้ของจริง data center demand แล้วก็การ migrate สู่คลาวด์ในการใช้ use case AI ต่าง ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น use case ขององค์กรโดยตรง หรือว่าจะเป็นของลูกค้าขององค์กรอีกทีโดยตรงนะคะ ดังนั้นเราอยู่ในธุรกิจที่ถูกต้อง แต่เมื่อเศรษฐกิจหรือสภาวะการทางตลาดเนี่ยมีความแน่นอนมากขึ้นเนี่ย เราก็คาดว่าจุดนี้จะกลับมาโตขึ้นอีกทีนะคะ แต่ว่าสัดส่วนรายได้ตอนนี้มันเล็กประมาณ 5% เนาะ โตขึ้นลักษณะที่ 10% เมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้ใหญ่ ๆ ของเรา อย่างเช่น mobile หรือ broadband เนี่ย เขาโต single digit แต่ quantity เนี่ยมันก็จะทำให้สัดส่วนหรือ revenue mix เนี่ยมันไม่ได้เปลี่ยนไปมากกว่าที่เราจะเป็นอยู่ประมาณนี้นะคะ เป้าหมาย 5G ปีนี้ก็ยังเติบโตได้ใกล้เคียงเดิมนะคะ เรายังมีความมุ่งเน้นในการ convert ลูกค้ามาที่ 5G อยู่ เพราะว่าตอนนี้ penetration อยู่ที่ 40% เนาะ แต่ว่า penetration ของ network ของเรามันมากกว่า 95% แล้ว เราก็ยังคิดว่าตรงนี้มันจะยังทำให้เราสามารถ upsell ลูกค้าแล้วก็เพิ่มมูลค่าให้กับอปูมากขึ้นนะคะ ในส่วนของ prepaid เนี่ยเป็น 5G มากขึ้นอยู่แล้ว ด้วยความที่เราขายแพ็กเกจ 5G เป็นหลัก แล้วก็มีการกระตุ้นตามช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้า subscribe to 5G มากขึ้นนะคะ อปูก็จะเติบโตบนการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อย่างที่บอกไปก็คือเราเติบโตเห็น data usage เติบโตเป็น double digit เนาะ แล้วก็เราก็ยังพยายาม migrate ลูกค้ามา 5G สองจุดนี้ก็จะเป็นจุดหลักในการทำให้ลูกค้าเติบโตนะคะ AIS มีแผนขยายลูกค้าเน็ตบ้านผ่านฐานลูกค้าเดิมของ 3BB อย่างไรบ้าง ตอนนี้ 3BB กับ AIS เนี่ยเราใช้ sales node เดียวกันนะคะ ดังนั้นก็คือไม่ว่าคุณจะใช้ 3BB หรือคุณใช้ AIS คุณเป็นลูกค้าของเรานะคะ ธุรกิจ data center และ cloud service เป็นอย่างไรบ้างนะคะ เป็นธุรกิจที่กำลังมา อย่างที่บอกก็คือตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจอาจจะไม่ดี ก็อาจจะมีการชะลอการลงทุนจากลูกค้า corporate บ้าง แต่หลังจากนั้นเนี่ยเราคิดว่า demand อาจจะกลับมานะคะ Capex data center เนี่ยเราไม่ได้ guide เป็น Capex นะคะ เรา guide เป็นงบลงทุนอยู่ที่ 8-10 billion ในระยะเวลา 3 ปี อันนี้ก็จะรวมทั้ง data center แล้วก็รวมถึง virtual bank นะคะ ความไม่สงบตะวันออกกลางมีการเล่าไปแล้วนะคะ แล้วก็การจัดตั้ง IFF อ๋อ เรามี 3BBIF อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ตอนนี้เรามีสินทรัพย์ที่อยู่กับ AIS เอง แล้วเราเชื่อว่าเรามีความสามารถในการกู้หรือการ refinance เงินจากตลาดด้วยต้นทุนการเงินที่ถูกอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นเราน่าจะพิจารณาตามความเหมาะสม ตามสภาวะการของตลาดนะคะ คำถามสุดท้ายก็คือบริษัทมองแนวโน้มการแข่งขันด้านราคาในตลาดในส่วนที่เหลือของปีอย่างไร ตอนนี้เรามุ่งเน้นคุณภาพ เน้นในเรื่องของการทำกำไร ดังนั้นทุกอย่างที่ AIS offer เนี่ย เรา consider ถึงผู้ถือหุ้นแล้วก็ผู้มีส่วนได้เสียของเราทุกคนนะคะ เราก็เลยมองว่าสตราเทยีของเราที่มุ่งเน้นคุณภาพ เน้นการบริการที่มี innovation มีการพัฒนา service ต่าง ๆ เพื่อลูกค้าเนี่ยยังเป็นแกนหลักในการปฏิบัติงานของเรา ตัวเราเองเนี่ยไม่แข่งขันด้านราคา และเราก็มีความเชื่อมั่นว่าที่เรา observe ในช่วงเวลาที่ผ่านมาการแข่งขันด้านราคามันถูกผ่านมาเป็นการแข่งขันในการเพิ่มมูลค่า แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเราอย่างมีความสุข บนบริการที่เยอะขึ้น ดีขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ ก็ขอขอบคุณนะคะในไตรมาสนี้ แล้วก็ถ้ามีคำถามอะไรเนี่ย เราก็สามารถติดต่อมาได้ทางอีเมล หรือว่าไลน์ Official ได้เลยนะคะ ไตรมาสนี้ก็ขอขอบคุณมากค่ะ
Already premium?