Energy Absolute Public Co. Ltd. NVDR

Energy Absolute Public Co. Ltd. NVDR

2.48
THB
-0.04
(-1.59%)
-0.83EPS
21.54BMarket Cap
Nov 06Next Earn

Q4 FY2025 · Earnings Call TranscriptMarch 20, 2026

สวัสดีครับ ท่านผู้ถือหุ้นครับ ก็สำหรับวันนี้นะครับเป็น Opportunity Day ของทางบริษัท พลังงานบริสุทธิ์จำกัด (มหาชน) นะครับ สำหรับการรายงานผลงานการในปี 2025 ที่ผ่านมานะครับ รวมถึงผลการดำเนินงานต่าง ๆ ของทางบริษัทด้วยนะครับ สำหรับวันนี้นะครับทางบริษัทก็จะมีทั้งหมดอยู่ 6 ข้อด้วยกันนะครับ ซึ่งเดี๋ยวจะไล่เรียงตามลำดับในส่วนของ Key Highlight นะครับ Financial Security แล้วก็ Turnaround โครงการของทางบริษัทนะครับ Financial Performance นะครับ Business Overview and Strategy นะครับ รวมถึงสุดท้ายก็จะเป็นในส่วนของ Strategy Long-Term Vision นะครับ ก่อนที่จะเข้าในส่วนของตัว Q&A นะครับ ที่ให้ท่านผู้ถือหุ้น หรือทางนักวิเคราะห์ได้ซักถามบริษัทเข้ามานะครับ สำหรับในส่วนของ Key Highlight แรกนะครับ ก็ต้องเรียนว่าในช่วงเวลาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานะครับ ทางบริษัทก็ประสบความท้าทายที่เกิดขึ้นนะครับ ในช่วงตั้งแต่กลางปี 2024 ที่ผ่านมานะครับ ตั้งแต่เรื่องของการโดนกล่าวโทษนะครับ โดยทาง ป.ป.ช. ต่อผู้บริหาร ซึ่งรวมถึงการโดน downgrade ของทาง Tris Rating ซึ่งก็ทำให้ impact กับตัวราคาหุ้นของบริษัท ณ เวลานั้นนะครับ รวมถึงในขณะเองบริษัทก็มีประสบความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องของสภาพคล่องประมาณ 10,000 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2024 นะครับ ซึ่งบริษัทก็สามารถจัดการได้ในช่วงที่ผ่านมานะครับ รวมถึงในปี 2025 เองเนี่ย ก็จะเป็นในช่วงของปีของการ Financial Reset ของบริษัทนะครับ เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่บริษัทมีการได้รับความไว้วางใจจากทางท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เพิ่มทุนมาทางบริษัทผ่านตัว Capital Increase Rights Offering จำนวนประมาณ 7.4 พันล้านบาท ในช่วงต้นปีนะครับ รวมถึงการทำ Bond Restructuring ในช่วงกลางปีนะครับ แล้วก็การลงนามสัญญาเงินกู้ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งเดี๋ยวจะไล่เรียงในรายละเอียดในลำดับถัดไปนะครับ สำหรับตัวรายละเอียดนะครับ ก็อย่างที่ท่านผู้ถือหุ้นอาจจะทราบนะครับ ในเรื่องของการมีการขอขยายระยะเวลาการชำระของเงินกู้จำนวนทั้งหมด 12 ซีรีส์จาก 14 ซีรีส์เรียบร้อยแล้วในช่วงปีที่ผ่านมานะครับ บริษัทมีการลงนามเซ็นสัญญาสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินจำนวนเงินทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาทนะครับ รวมถึงตัวธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ก็กลับมา on track นะครับ รวมถึงตัว waste management ตัวเกาะอันเองก็มีการเซลส์ดีไปเรียบร้อยแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมานะครับ ตัว PPPA ที่บริษัทได้รับ award 2 โครงการก็อยู่ระหว่างการลงนามหนึ่งโครงการ ซึ่งก็คิดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้นะครับ นอกจากนี้เองเนี่ยเรื่องตัว ESG ตัว GSI เองบริษัทก็มีความแข็งแกร่งได้มากประมาณ 5 ปีติดต่อกันนะครับ MSCI Rating เนี่ยก็อยู่ที่ AA นะครับ รวมถึงอีกตัว TWERF ตัว award Carbon Reduction เนี่ย บริษัทก็มีการได้รับมาเช่นเดียวกันนะครับ ในรายละเอียดนะครับ ของการเรื่องเงินกู้ในปีที่ผ่านมานะครับ อย่างที่เรียนว่าเราได้รับความไว้วางใจจากทางผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 12 รุ่น จาก 14 รุ่นในการขอขยายตัว amortizing ตัว bond ออกไปอีก 5 ปีในรูปแบบของการ amortizing แล้วก็มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้ท่านผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่านที่อนุมัติทั้ง 12 รุ่นจาก 14 รุ่น 0.5% นะครับ ก็จะเห็นว่าทางบริษัทมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นตั้งแต่ช่วงเดือนจูนที่ผ่านมาปีที่แล้วนะครับ แล้วก็สุดท้ายในช่วง December 2025 นะครับ ก่อนที่บริษัทจะมีการลงนามสินเชื่อกับสถาบันการเงิน 20,000 ล้านบาทที่เรียนนะครับ ซึ่งในรายละเอียดตัววงเงิน 20,000 ล้านบาทที่ทางบริษัทได้ลงนามกับทางสถาบันการเงินเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานะครับ แบ่งย่อยให้เห็นภาพง่าย ๆ จะมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันนะครับ กลุ่มแรกในส่วนของ 10,000-14,000 ล้านบาทจะเป็นในส่วนของการ rebalance ตัวเงินกู้ยืมของบริษัท ซึ่งเดิมทีจะครบกำหนดส่วนใหญ่ในปี 2030 นะครับ ให้มีระยะเวลาที่ขยายไปเพื่อเพิ่มตัว excess cash ของบริษัท ให้มีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้นนะครับ ในส่วนอีก 6 พันล้านที่เหลือจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกันนะครับ กลุ่มแรกจะอยู่ในส่วนของตัว liquidity reserve ประมาณ 3,000 ล้านบาทนะครับ ในส่วนนี้เองหลัก ๆ จะเพื่อมาสupport หากมี shortfall เกิดขึ้นกับบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 ปีนะครับ หรือปี 2026 นี้เองนะครับ บริษัทก็จะมีเงินสำรองสำหรับการชำระค่าจ่าย หรือภาระเงินต้นดอกเบี้ยเงินกู้ รวมถึงเงินต้นกับสถาบันการเงิน ภายใต้วงเงิน 3,000 ล้านบาทตรงนี้นะครับ อีกส่วนหนึ่งเนี่ย ส่วนสุดท้ายจะเป็นตัววงเงิน 3,000 ล้านบาทที่เรามีการสำรองไว้สำหรับใช้สิทธิ prepayment ให้กับท่านผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 12 รุ่น ที่มีการอนุมัติการขยายเวลาออกไป เพื่อใช้วงเงินตรงนี้นะครับ ก็อันนี้จะเป็นในส่วนของตัววงเงิน ซึ่งเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท รวมถึงลดความเสี่ยงในงานของการ default ของบริษัทภายในช่วงเวลา 1 ปีหรือในปีถัดไปนะครับ ลำดับถัดไปอยากจะเรียนท่านผู้ถือหุ้นกู้ให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ สำหรับตัวรายละเอียด repayment profile ในช่วง 3 ปีที่ถึงนี้นะครับ อย่างที่ท่านเห็นในตารางฝั่งด้านซ้ายจะเห็นว่าก่อนมีการทำ restructuring ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวหุ้นกู้เอง หรือตัวเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่เราพึ่งลงนามไป บริษัทจะมีภาระในการชำระเงินต้นในช่วง 3 ปีที่ถึงนี้นะครับ โดยเฉพาะปีนี้เองคือปี 2026 มากถึงประมาณ 14,000 ล้านบาทนะครับ รวม 3 ปีประมาณ 27,730 ล้านบาทนะครับ ซึ่งภายหลังเรามีการทำ restructuring ตัวหุ้นกู้ และก็สถาบันการเงินแล้วเนี่ย จะเห็นได้ว่าตัว repayment profile ลดลงอย่างชัดเจนนะครับ จากประมาณ 27,000 บาทเหลือเพียง 15,000 ล้านบาทนะครับ หรือลดลงไปประมาณ 40% นะครับ โดยเฉพาะปีนี้เองจะเห็นว่าลดลงไปกว่า 7,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้เองที่จะช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่อง แล้วก็ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเพื่อ turnaround ตัวบริษัทได้อย่างมั่นคงในช่วง 3 ปีที่ถึงนี้นะครับ ลำดับถัดไปนะครับ ก็คงเป็นผลประกอบการของทางบริษัทในช่วงปี 2025 นะครับ ในรายได้ในส่วนของรายได้เอง ปี 2025 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 13,600 ล้านบาทนะครับ ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 26% ซึ่งหลัก ๆ จะมาจาก 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็เป็นเรื่องของตัว adder ของโครงการโซลระลำปา ซึ่งหมดไปเมื่อกุมภาพันธ์ปี 2025 อีกส่วนหนึ่งก็คงมาจากตัว EV แล้วก็ธุรกิจตัว biodiesel ที่มีรายได้ลดลง นอกจากนี้จากตัวรายได้ เข้าใจว่ท่านผู้ถือหุ้นอาจจะเห็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในงบของ EA ที่เป็น non-cash item ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงทางบัญชีเท่านั้นนะครับ ไม่ได้กระทบกับกระแสเงินสดใด ๆ ของบริษัท ซึ่งเดี๋ยวจะนำเสนอในหน้าถัดไป ซึ่งตัว non-cash item ในปีที่ผ่านมานี้เรามีอยู่ประมาณ 7,200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัว asset ประมาณ 3,800 ล้านบาท แล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมูลค่า ซึ่งรวมถึงตัว restructuring หุ้นกู้ในปีที่ผ่านมาด้วยประมาณ 3,300 ล้านบาทนะครับ ซึ่งจากตัว non-cash item ที่ significant non-cash item เมื่อสักครู่นะครับ อยากให้ดูภาพตัว EBITDA และ net profit ทางตารางทางด้านขวา จะเห็นได้ว่าบริษัทตัว EBITDA ซึ่งหักตัวรายการที่เป็น non-cash item ไปแล้วในปี 2025 เองเนี่ย บริษัทยังมีความสามารถในการทำกำไร ไม่ว่าจะเป็นตัว EBITDA เองอยู่ที่ระดับประมาณ 7,000 ล้านบาทเช่นเดียวกับตัว net profit ของบริษัทเองอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาทนะครับ ซึ่งหากไปดูในรายละเอียดของตัว cash flow operation นะครับ อย่างที่เรียนตอนข้างต้นนะครับ ว่าผลกระทบทางบัญชีที่เกิดขึ้นใน profit and loss statement เนี่ย เป็นเพียงผลกระทบทางบัญชีเท่านั้นนะครับ หากเราดูในแง่ของตัวความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทเนี่ย จะเห็นได้ว่าในปี 2025 นะครับ ตัว CFO ในบริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ถึง 8,500 ล้านบาทนะครับ ซึ่งมากกว่าปี 2024 นะครับ ที่ทำได้อยู่ที่ 7,800 ล้านบาท มากถึง 7% นะครับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงนะครับ ในโครงการของบริษัทนะครับ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพลังงานหมุนเวียนนะครับ ของบริษัทเอง ซึ่งเป็น core business นะครับ ที่ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างมั่นคงนะครับ จากตรงนี้เองนะครับ ที่จะเห็นได้ว่าความสามารถในแง่ของการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทเองยังมีความแข็งแกร่งนะครับ แล้วก็หากไปดูในแง่ของตัวเลข ratio นะครับ ที่เกี่ยวกับหนี้สินของบริษัทนะครับ จะเห็นได้ว่าทางตารางด้านซ้ายเนี่ย IBD to equity นะครับ บริษัทเนี่ยมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัดนะครับ เมื่อเทียบกับปี 2024 นะครับ ซึ่งอยู่ที่ 1.

89 นะครับ ลดลงมาเหลือที่ 1.38 นะครับ ในขณะเดียวกันถ้าหากดูที่จำนวน debt pure ๆ นะครับ ก็จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานะครับ ตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปี 2025 นะครับ บริษัทมีการชำระหนี้นะครับ ในปี 2023 เนี่ย ที่มีหนี้อยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านนะครับ จนถึง ณ สิ้นปี 2025 เนี่ย ที่ประมาณ 47 พันล้านนะครับ หรือหมายความว่าเรามีการชำระหนี้ไปมากกว่า 10,000-10 พันล้านในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานะครับ ลำดับถัดไปนะครับ ก็คงเป็นในแง่ของตัวธุรกิจนะครับ หากลงรายละเอียดในแต่ละธุรกิจเพิ่มขึ้นนะครับ อย่างที่เรียนว่าวันนี้ตัวกระแสเงินสดต่าง ๆ นะครับ รวมถึงผลประกอบการหลักของบริษัทเองเนี่ย ก็จะมาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนนะครับ อย่างที่เห็นว่าตัวรายได้นะครับ มีสัดส่วนที่มาจากพลังงานหมุนเวียนนี่มากถึง 68% นะครับ ซึ่งขออนุญาตเรียนอีกครั้งนะครับ ว่าในแง่ของตัวธุรกิจที่เป็น renewable ของบริษัทนะครับ เป็นสัญญาภายใต้สัญญาแบบ Perpetual นะครับ 5 ปีต่อ 5 ปีนะครับ นอกจากนี้เนี่ย ในแง่ของตัวรายได้เองนะครับ หากท่านมองดูที่กราฟตรงกลางนะครับ จะเห็นว่าตัวราคาที่เป็น base price นะครับ ของธุรกิจโซลาร์นะครับอยู่ที่ 3.7 บาทนะครับ ซึ่งมากกว่า new PPA นะครับ ซึ่งเพิ่งมีการ award ไปนะครับ ที่ 2.1 บาทเนี่ย มากกว่าถึง 76% นะครับ ในขณะเช่นเดียวกันกับตัวโครงการที่เป็น wind นะครับ ก็ยังมีราคา saving price เนี่ย สูงกว่า new PPA เช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งหากดูในแง่ของตัว EBITDA แล้วก็ EBITDA margin ทางตารางด้านขวาเนี่ย จะเห็นได้ว่าบริษัทสามารถรักษาระดับ EBITDA margin ที่สูงกว่า 92% ได้ในทุก ๆ ปีนะครับ ซึ่งอันนี้เองสะท้อนถึงความสามารถ แล้วก็ความ stable ของ cash flow ของธุรกิจ RE ของบริษัทได้เป็นอย่างดีนะครับ ก็อันนี้จะเป็นในส่วนของตัวโครงการนะครับ ที่อยู่ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า Smart Waste Management นะครับ หรือเป็นโครงการรับบริหารกำจัดขยะนะครับ ที่ตัวเกาะล้านนะครับ พัทยานะครับ ซึ่งเรียนว่ามีการ COD ไปแล้วนะครับ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 นะครับ หรือเดือนที่แล้วนะครับ สำหรับโครงการนี้ก็จะเป็นโครงการกำจัดขยะที่พื้นที่เกาะล้านนะครับ ซึ่งมีความสามารถในการรับกำจัดขยะที่เกาะล้านได้มากสุดอยู่ที่ประมาณ 100 ตันต่อวันนะครับ ก็จะเป็นโครงการเริ่มต้นของบริษัท ภายใต้ธุรกิจที่เกี่ยวกับ waste-to-energy นะครับ ลำดับถัดไปนะครับ ก็จะเป็นในแง่ของตัว project นะครับ ของบริษัทนะครับ อย่างที่เรียนว่าวันนี้เรามีโครงการที่ได้รับ award ภายใต้ wind project อยู่ 2 โครงการนะครับ โครงการแรกอยู่ที่จังหวัดราชคามนะครับ ซึ่งคิดว่าน่าจะ COD ในปี 2028 นะครับ โครงการนี้อยู่ระหว่างลงนาม PPA นะครับ ซึ่งเรียนก็คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้นะครับ ส่วนอีกโครงการอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นนะครับ ก็คาดว่าจะ COD ในปี 2029 นะครับ ก็อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงนาม PPA เช่นเดียวกันนะครับ ทั้งสองโครงการเนี่ยมี capacity อยู่ที่ 90 เมกวัตต์นะครับ ก็ทั้งสองโครงการเนี่ยรวมเป็น 80 เมกวัตต์ สำหรับโครงการ wind นะครับ ในอีกส่วนหนึ่งที่เป็นในส่วนของโครงการ waste management แล้วก็ waste-to-energy project นะครับ ก็มีโครงการเกาะล้านที่เรียนไปเมื่อครู่นะครับ แล้วก็โครงการ waste management ภูเก็ตนะครับ ซึ่งโครงการนี้จะมีความต่างจากโครงการเกาะล้านนะครับตรงที่เรามีการขายไฟให้กับทาง PEA ที่ 8 เมกวัตต์นะครับ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน construction อยู่ที่ 37% นะครับ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะสามารถ COD ได้ภายในสิ้นปีนี้นะครับ สำหรับอีกโครงการหนึ่งนะครับ อยู่ที่จังหวัดปทุมนะครับ ก็จะเป็นลักษณะเช่นเดียวกันกับตัวภูเก็ตนะครับ มีการขายไฟที่ 8 เมกวัตต์เช่นเดียวกันนะครับ ก็อยู่ระหว่างตัว PPA นะครับ อีกโครงการหนึ่งนะครับ ซึ่งเป็นโครงการที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในแง่ของตัว EV ecosystem ให้กับบริษัทนะครับ ก็คือบริษัทได้มีการลงนามนะครับ เป็นสัญญาศึกษานะครับ รถบริษัทไฟฟ้านะครับ ให้กับทางกลุ่ม NCA นะครับ ซึ่งเป็นผู้ได้รับชนะนะครับ ในการคัดเลือกโครงการให้เช่ารถโดยสารกับทาง ขสมกร จํานวน 1,520 คันนะครับ อันนี้บริษัทได้มีการลงนามสัญญากับทางผู้ซื้อ หรือ NCA ไปแล้วนะครับ ก็คิดว่าคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถได้ภายใน 1 ปีนะครับ สำหรับรถทั้ง 1,520 คันตรงนี้นะครับ ซึ่งจะเป็นตัวช่วย ramp up การผลิตของตัวโรงงานของทางบริษัท A สำหรับ order อื่น ๆ ที่จะทยอยเข้ามาในอนาคตสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EV นอกเหนือจากรถโดยสารนะครับ นอกจากนี้เองนะครับ ในแง่ของตัว ESG rating นะครับ หรือตัวที่เกี่ยวกับเรื่อง award ต่าง ๆ นะครับ ก็เรียนว่าบริษัทก็ได้รับ retain ตัวดาวโจนส์ ESGI เป็นปีที่ 5 สติกต่อกันนะครับ นอกจากนี้เองในแง่ของคะแนน ESG score เราก็มีการ improve เพิ่มขึ้นจาก 80 คะแนนในปี 2024 เป็น 83 คะแนนในปี 2025 นะครับ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญนะครับ ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงนะครับ แล้วก็ในแง่ของ ESG ที่บริษัทให้ความสำคัญค่อนข้างมากนะครับ ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นในส่วนของ MSCI นะครับ ก็อันนี้เรายัง maintain อยู่ที่ double A เช่นเดิมนะครับ นอกจากจากตัวเรียน ESG เรื่องของคาร์บอนต่าง ๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวโครงการที่เกี่ยวกับตัวรถโดยสารไฟฟ้านะครับ ที่มีการขาย carbon credit ให้กับทางรัฐบาลสวิสนะครับ โครงการนี้ก็ยังดำเนินการอยู่นะครับ ภายใต้ TVER program ซึ่งเราก็ได้รับรางวัลมาทั้งหมด 4 โครงการนะครับ ภายใต้โครงการทั้งหมดที่บริษัทดำเนินการอยู่นะครับ สุดท้ายนี้ต้องเรียนว่าในช่วงที่บริษัทได้มีการกลับข้างต้นนะครับ ในภาพของการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับ crisis management แล้วก็ financial reset เนี่ย ถ้าวันนี้มันคงแล้วเสร็จไปเกือบครบถ้วนแล้วนะครับ วันนี้เองมันคงเป็นอยู่ในสเตตที่บริษัทจะกลับมาดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เพื่อ turnaround ตัว business หลังจากที่มัน stuck ไปในช่วงปีที่ผ่านมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ wind จะเป็นจุดคิกสตาร์ตให้กับทางบริษัทนะครับในการดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะยาวนะครับ สุดท้ายนะครับ ก็น่าคงเป็นภาพ long-term vision ของบริษัทนะครับ ในแง่ของการลงทุนโครงการใหม่ ๆ นะครับ วันนี้ต้องเรียนว่าวันนี้ในแง่ของการลงทุนโครงการต่าง ๆ ของบริษัทนะครับ เราก็คงมีการพิจารณาให้มันมีความระมัดระวังนะครับ เราก็พิจารณาลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนที่เหมาะสมนะครับ แล้วก็ความเสี่ยงที่เหมาะสมเช่นเดียวกันนะครับ รวมถึงการดำเนินการเรื่องของ cost efficiency นะครับ OPEX optimization นะครับ อันนี้บริษัทก็มีการดำเนินการมาตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมานะครับ ในบาง BU ที่อาจจะไม่ได้ perform มากนักนะครับ รวมถึงใน BU ที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจในปีนี้เองเช่นเดียวกันนะครับ ก็สำหรับรายงานของทางบริษัทนะครับ ก็จะมีเท่านี้นะครับ หากทางท่านผู้ถือหุ้นท่านใดนะครับมีคำถาม ก็สามารถส่งเข้ามาทางช่องทางออนไลน์ได้เลยนะครับ เดี๋ยวก็คำถามแรกนะครับ จะเป็นเรื่องของตัวยอด order EV นะครับ ซึ่งปัจจุบันมีตัว binding contract เท่าไรนะครับ แล้วก็ timeline การส่งมอบในปี 69 เป็นอย่างไร จริง ๆ ต้องบอกว่าทางคุณธนรัตน์ก็ได้กล่าวไปแล้วนะครับ ตัวยอดที่จะใหญ่ที่สุดที่เป็น binding contract เนี่ยก็คงเป็นเรื่องของตัว NCA group นะครับ ซึ่งเขาจะนำรถบริษัทโดยสารไปขายให้กับทาง อสมมงอ นี่คงเป็นยอดที่เป็น major ที่สุดนะครับ นอกจากยอดนี้เอง จริง ๆ เราก็จะมีพวกรถโดยสารที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวนะครับ ไม่เป็นภูเก็ตเอง เชียงใหม่เอง หรือว่ารถโดยสารที่ออกไปวิ่งในส่วนภูมิเอง ยอดพวกนี้ก็ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ แต่มันก็จะไม่ได้เยอะเท่ากับยอดตัวที่เป็นของ อสมมงอเองที่ให้ทาง NCA award ไปนะครับ คำถามถัดไปก็จะเป็นเรื่องของตัวรายได้จาก EV จะมีการ transition จากตัว project base ไปเป็น recurring อย่างไรในอนาคต ผมว่าภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันของโลกนะครับ ที่ราคาน้ำมันขึ้นสูงขึ้นค่อนข้างมากนะครับ ภาค logistics ของประเทศเนี่ย ผมคิดว่าต้องมีการปรับตัวจากแต่ก่อนหน้านี้ที่อาจจะยังรอและก็ wait see ว่าจะมีการเปลี่ยนรถไปเป็น EV หรือไม่นะครับ ตอนนี้ก็หลังจากเกิด crisis ในเรื่องของสงครามเกิดขึ้นเนี่ย ก็จะเห็นว่ายอด order เริ่มเข้ามามากขึ้นนะครับ เรื่องที่สองเองเนี่ยก็ต้องบอกว่าวันนี้ technology ค่อนข้าง shift นะครับ ยอดขายรถ commercial EV ที่ประเทศจีนเองเนี่ยนะครับ กินเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรถจดทะเบียนใหม่ที่เป็น commercial EV ลานในปัจจุบัน การที่ market ที่เป็น market ใหญ่ที่สุดเนี่ยคือที่จีนเนี่ยเปลี่ยนนะครับ ก็จะส่งผลทำให้ costing ของรถที่เรามาขายในประเทศไทยถูกลงด้วย เพราะ costing มันขายที่ถูกลงเนี่ย ก็ส่งลงมาให้ราคาวันนี้ ตัวรถ EV เอง EV commercial เองมีราคาที่ใกล้เคียงกับรถดีเซลมากขึ้นนะครับ จากตรงนี้เองเนี่ย เราเชื่อว่าปีนี้เองน่าจะเป็นปีที่มีการ turnaround ในหลายเรื่อง แล้วก็จาก project base เองเนี่ยก็จะขยายสู่ consumer ที่เป็น logistics มากขึ้นนะครับ โดยจุดหลักของเรายังทำเหมือนเดิมนะครับ ก็คือว่าเราจะขายเป็น logistics solution คือเราไปทั้งองค์กรพยพนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวรถเอง แล้วก็ระบบ charging เอง แล้วก็สุดท้ายเราจะมีระบบ monitoring ของรถ ให้กับลูกค้าสามารถ monitoring รถพวกนี้ได้ด้วย อันนี้ก็คือเป็น solution base นะครับ เข้าไป แล้วก็จะเข้าไปสู่ตัวลูกค้าได้ง่ายขึ้นนะครับ ถัดมาคงเป็นเรื่องของโมเดลรถเองนะครับ ก็จะเห็นว่าตั้งแต่ปลาย ๆ ปีที่แล้วเนี่ยที่เราเอารถ commercial van หรือว่ารถแวนปูทึบ เริ่มเข้ามานะครับ ปีนี้ก็น่าจะมี product เข้ามาเติมมากขึ้นนะครับ ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นผลที่สมจากการที่เรามีผู้บริหารที่ next ใหม่นะครับ ก็เป็น co-CEO ซึ่งเขาอยู่ในธุรกิจ EV อยู่แล้วนะครับ เราอยู่ระหว่างที่จะเข้าซื้อตัวบริษัท ตัวไทย EV เข้ามานะครับ ตรงนี้เองเนี่ยก็จะทำให้เราสามารถ penetrate market ได้ง่ายขึ้น แล้วก็สามารถมีรถที่เป็น product ใหม่ ๆ ที่เป็น commercial base เข้ามาใน pipeline มากขึ้นครับผม ครับ ก็สำหรับเป็นเรื่องของการ ramp cash flow นะครับ แล้วก็ภาระดอกเบี้ยอย่างไรในช่วงที่ธุรกิจใหม่ยังไม่ full land นะครับ จริง ๆ เมื่อกี้คุณธนรัตน์ก็ได้พูดเรื่องของตัว repayment profile ไปแล้วเนาะ ก็จะเห็นว่าการที่เรา repayment profile อย่างที่เห็นนะครับ บริษัทก็มี cash flow management ที่แข็งแกร่ง สามารถชำระภาระดอกเบี้ย แล้วก็ภาระหนี้ได้แน่นอนนะครับ แล้วบริษัทก็ยังมีวงเงินสำรองที่เราได้จากธนาคารไทกสิกรนะครับ เข้ามาช่วย ซึ่งในปีนี้นะครับ ต้องบอกว่าใน mid-term 3 ปีเนี่ย เรายังไม่เห็นว่าเราจะมีปัญหาด้านสภาพคล่องนะครับ ในช่วงที่ธุรกิจยังอยู่ในการ ramp up นะครับ ซึ่งเรามองว่าธุรกิจเราน่าจะเริ่ม ramp ได้ในปีนี้นะครับ Under projection เราในปัจจุบันเนี่ย เรามองว่าบริษัทจะไม่มีปัญหาในการที่จะชำระคืนเงินกู้ทั้งหมด เราคืนกู้ทั้งหมดแน่นอนนะครับ จริง ๆ คำถามที่คุณปสุอาจจะมีตอบไปแล้วนะครับ ในเรื่องของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางนะครับ ก็อย่างที่เรียนเมื่อสักครู่ว่า ก็อาจจะส่งผลกระทบในแง่ของการใช้รถ EV มากขึ้น ๆ นะครับ ก็จะเป็นขออนุญาตเป็นคำถามถัดไปครับนะครับ จริง ๆ ถ้าจะเสริมตรงเมื่อกี้คุณธนรัตน์อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็จะบอกว่า จริง ๆ ถ้าพูดไปก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ คือจริง ๆ เราบอกว่าบริษัทเราเป็นบริษัทขายไฟฟ้านะครับ การที่มี demand ไฟฟ้ามากขึ้นนะครับ จากรถ EV เองเนี่ยก็จะส่งผลในเชิงบวกกับบริษัทนะครับ แล้วก็สัญญา PPA ที่บริษัทมีนะครับ ก็เป็นสัญญาที่ผูกกับ FT ซึ่งถ้าเกิดราคาน้ำมันสูงขึ้น ราคาแก๊สธรรมชาติสูงขึ้น ส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทสูงขึ้นด้วยนะครับ ก็ประมาณนี้ครับ คำถามถัดไปนะครับ ก็จะเป็นผู้ผ่านมงเดลเนมนะครับ ผลประกอบการ Q1 69 เทียบกับ Q-on-Q ก็เหนียวอย่างไรนะครับ โดยเฉพาะสัดส่วนการ contribute ที่มาจากธุรกิจที่มาจากพวก EV ผมว่า Q1 เนี่ย จริง ๆ เราใช้เวลาในการไป deal กับเรื่องของ NCA ค่อนข้างเยอะสำหรับเรื่องของ EV เองนะครับ ตัวยอดขายเองมันอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างจากปีที่แล้วอย่างมีความสำคัญเท่าไรสำหรับ Q1 แล้วก็ประกอบกับเราเพิ่งรับ co-CEO เข้ามาใหม่นะครับ ซึ่งเขาเพิ่งเริ่มงานได้ประมาณเดือนกว่าเท่านั้นเองนะครับ ไม่ถึงสองเดือนนะครับ ตรงนี้เองเนี่ยผมคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาให้เขานิดหนึ่งนะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการควบรวมตัวไทย EV เข้ามาที่ Next 5 เองนะครับ ตัวนี้เองเนี่ยก็อาจจะ slow down ไปนิดหน่อย ทำให้หลาย ๆ เรื่องเองเนี่ยอาจจะต้องรอถึง Q2 หรือ Q3 เนี่ยแล้วจะกระทบยอดตรงนี้ได้นะครับ ส่วนไฟฟ้านี่ คุณธนรัตน์มัน adder มันจีนไม่หมดนะครับ ก็จะมีโครงการหนึ่งที่หมดในปีนี้นะครับ แต่ว่าจะหมดในช่วงเดือนเมษานะครับ ก็อาจจะยังไม่ได้กระทบอะไร ครับ ในอนาคตของรถแท็กซี่ EV เซเว่น อันนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเราสักทีเดียว อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ EA ตรง ๆ นะครับ ก็ตัวแท็กซี่ EV จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าช่วงนี้เราก็เริ่มมีการขายแท็กซี่ EV ไปบ้างแล้วนะ บอกว่าเป็น Competitive Advantage ของเรา ก็คือว่าเรามีบริษัทร่วมทุนกับ KOT นะครับ ที่ทำสถานีชาร์จ เพราะฉะนั้นในสนามบินเนี่ยนะครับ ก็จะใช้ Charging Infrastructure ของเรา รวมถึง Charging Hub ที่ใช้ชาร์จแท็กซี่ EV ที่จะไปรับคนในอ airport ด้วยนะครับ ก็จะเป็น Charging Hub ของ EAT เช่นกันนะครับ ที่ร่วมทุนกับทาง KOT ครับ ครับ ก็เดี๋ยวอาจจะรอสักครู่นะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมจากทางท่านผู้ถือหุ้นนะครับ จริง ๆ ถ้าจะกล่าวสั้น ๆ นะครับ ก็เราผ่าน crisis ที่ผมคิดว่าเป็น crisis ที่หนักที่สุดนะครับ ที่บริษัทหนึ่งในตลาดจะประสบได้นะครับ crisis นั้นมันได้ผ่านไปแล้วนะครับ และเราก็จะ make sure ว่าจริง ๆ มันจะไม่มี crisis แบบนี้ซ้ำสอง วันนี้เราอยู่จุดที่ต้องบอกว่ามันเป็น turning point ของบริษัทที่จะก้าวกลับไปในอนาคตนะครับ โดยที่เราจะใช้ Commercial EV เป็น key driver เพื่อที่จะพาเราไปนะครับ ผมคิดว่าตัว EA เองเราคงไม่มีปัญหาเรื่อง liquidity ต่อไปในอนาคตแล้วนะครับ แล้วก็อาจจะต้องตัวเรื่องการธุรกิจเองเนี่ย ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ทุกคนจะได้เห็นว่าเรามีอะไรใหม่ ๆ นะครับ แล้วก็มาให้ตลาดได้เห็นครับ ครับ ก็ถ้าอย่างนั้น ถ้าไม่มีคำถามเพิ่มเติมนะครับ ก็ทางบริษัทขอขอบคุณทางผู้ถือหุ้นทุกท่านนะครับ แล้วก็ขออนุญาตจบการรายงาน Opportunity Day ของบริษัทพลังงานบริสุทธิ์จำกัดมหาชน ณ เวลานี้ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ