Indorama Ventures Public Co. Ltd.

Indorama Ventures Public Co. Ltd.

26.75
THB
-0.25
(-0.93%)
-0.23EPS
123.52BMarket Cap
Nov 17Next Earn

Q4 FY2025 · Earnings Call TranscriptFebruary 27, 2026

Sermsak Winichayakul

สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมงาน Opportunity Day ในวันนี้ กระผม เสริมศักดิ์ วินิจฉัยกุล มีความยินดีที่จะนำเสนอสรุปผลการดำเนินงาน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ในปี 2568 โดยมีผู้บริหารระดับสูงจะเข้ามาร่วมตอบคำถามในช่วงท้ายของวันนี้ครับ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าการนำเสนอนี้มีการบันทึก และท่านสามารถรับชมย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ของบริษัท โดยมีบางส่วนที่เป็นสมมติฐานและการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลและการวิเคราะห์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สำหรับปี 2568 บริษัทได้ปรับกรอบการรายงานทางการเงินครั้งสำคัญ จากเดิมที่ใช้ตัวชี้วัดปรับปรุงแล้วในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มาเป็นรายงานผลตามงบการเงินที่รายงานจริงในสกุลเงินบาท เพื่อให้สอดคล้องกับงบการเงินและมาตรฐานมากยิ่งขึ้น การรายงานในสกุลบาทช่วยให้เห็นผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ชัดเจนขึ้น และสนับสนุนการบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การใช้ตัวเลขที่รายงานจริงแทน Adjusted EBITDA ช่วยเสริมความโปร่งใส และความรับผิดชอบด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงสะท้อนผลกระทบจากสินค้าคงคลังอย่างครบถ้วน ในปี 2568 นี้ ถือเป็นปีแห่งการปรับฐานของอินโดรามา เวนเจอร์ส ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่ท้าทาย จากภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินระดับโลก การลดสต็อกช่วงปลายปี ความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากต้นทุนพลังงานที่สูง และต้นทุนคาร์บอนในยุโรป ขณะที่ภูมิภาคอเมริกาและเอเชีย ได้รับผลกระทบจากภาวะวัฏจักรของตลาด โดยเฉพาะแรงกดดันจากกำลังการผลิตส่วนเกินของประเทศจีน ปริมาณการขายและอัตรากำไรยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 32,000 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุทั้งการลดปริมาณการผลิตและอัตรากำไร และมีการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผน และการหยุดดำเนินการที่ไม่ได้วางแผนไว้ ส่งผลกระทบต่อ EBITDA เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน แม้ว่า EBITDA จะเผชิญกับความท้าทาย แต่บริษัทสามารถสร้างผลดำเนินงานด้านกระแสเงินสด โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 48,000 ล้านบาท อัตราการแปลง EBITDA เป็นเงินสดอยู่ที่ 150% สะท้อนถึงวินัยทางการเงิน ทุนหมุนเวียนที่เข้มงวด การควบคุมต้นทุนอย่างใกล้ชิด หนี้สินสุทธิยังคงอยู่ในระดับที่ไม่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทต้องเผชิญกับผลกระทบจากการที่มีการปรับปรุงซ่อมบำรุงอย่างเข้มข้น รวมถึงการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของสินทรัพย์หลักหลายแห่ง และการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ในหุ้นของ SSL Propack หรือ EPL บริษัท ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการปรับประสิทธิภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนเชิงโครงสร้างเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 โดยต้นทุนคงที่ในปี 2568 ลดลงจากปี 2566 ประมาณ 8,248 ล้านบาท เมื่อประสานกับการสร้างกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นของฐานะการเงินของบริษัท ในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับฐาน และเสริมเสถียรภาพองค์กรอย่างรอบด้าน ทั้งด้านโครงสร้าง ประสิทธิภาพต้นทุน และความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เพื่อสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตเชิงคุณภาพในปี 2569 จนถึง 2571 ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินสุทธิอยู่ที่ 236,000 ล้านบาท ลดลง 7,800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการใช้จ่ายเงินทุนเพื่อการซ่อมบำรุงและจัดสรรเงินทุนเชิงกลยุทธ์ สะท้อนถึงประสิทธิผลของการจัดสรรทุนอย่างมีวินัย และการให้ความสำคัญกับกระแสเงินสด ที่ผ่านมา บริษัทสร้างกระแสเงินสดในการดำเนินงาน ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น รวมถึงกระแสเงินสดพิเศษจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในหุ้นของ EPL สะท้อนความสามารถของบริษัทในการจัดหาเงินทุนจากภายใน เพื่อรองรับแผนการดำเนินงาน และรักษาเสถียรภาพของงบดุล และคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นทางการเงินตลอดวัฏจักรของธุรกิจ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนสูง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอน บริษัทขอนำเสนอทิศทางการดำเนินงานและแผนฟื้นตัวสู่ปี 2569 ภายใต้กรอบแนวคิด radical clarity, operational excellence และ capital discipline อย่างชัดเจนและโปร่งใส จุดแข็งของธุรกิจเราคือคน และความเป็นผู้นำที่ผลักดันผลลัพธ์ของเรา ในด้านโครงสร้างองค์กร บริษัทได้ปรับสู่รูปแบบที่กระชับและกระจายอำนาจมากขึ้น โดยโครงสร้างที่กระชับและมีความร่วมมือมากขึ้น ข้อมูลที่ไหลเวียนอย่างอิสระ การตัดสินใจถูกย้ายไปใกล้กับฐานปฏิบัติการมากขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้บริษัทเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุนมากขึ้น และสอดคล้องดีกับการดำเนินงานตามเป้าหมายกลยุทธ์ โดยให้อำนาจหน่วยธุรกิจตัดสินใจใกล้ชิดกับการดำเนินงาน ขณะที่ส่วนกลางทำหน้าที่กำกับการจัดสรรเงินทุน การประสานงานข้ามหน่วย และบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างมีวินัย นับตั้งแต่ปี 2563 อินโดรามา เวนเจอร์ส ดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการปรับกลยุทธ์ภายใน ปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย โดยในปีดังกล่าว บริษัทได้ปรับทิศทางธุรกิจ ขยายกลุ่ม IOD ภายใต้แบรนด์ Indovinya และธุรกิจ MTBE เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในห่วงโซ่มูลค่า C2 to PT ของกลุ่ม แม้จะเผชิญแรงกระทบจากโควิดในระยะแรก แต่ด้วยการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น และฐานการผลิตแบบ local-to-local บริษัทสามารถปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและค่าระวางเรือที่สูง ยังคงกดดันต่อเนื่อง การปรับตัวดีขึ้นในช่วงปี 2564 ถึง 2565 ก่อนจะอ่อนตัวลงใน ปี 2566 จากการปรับฐานค่าขนส่งและการลดสต็อกในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในยูเครน การปรับนโยบายทางการเงิน และต้นทุนพลังงานที่สูงในยุโรป รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางการผลิตปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรม เพื่อตอบโจทย์บริบทดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวโครงการ IVL 2.0 ในปี 2566 โดยมุ่งปรับพอร์ตธุรกิจให้เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ make-or-buy และใช้จุดแข็งของกลุ่ม Indovinya และ Packaging เป็นกลไกในการสร้างความยืดหยุ่น คณะผู้บริหาร Indorama Management Council หรือ IMC มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ผ่านการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การย้ายงานเชิงธุรกรรมไปยัง Global Service Center หรือ GCC ที่อินเดีย เพื่อลดต้นทุน การพัฒนาแพลตฟอร์มด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อเสริมความต่อเนื่องของผู้นำ สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 ถึง 2571 บริษัทใช้ปี 2568 เป็น baseline โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบปริมาณการขายและความเสถียรในการดำเนินงาน พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ Packaging & Recycling เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะถัดไป วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็น Southwest แห่งอุตสาหกรรมเคมี โดยยึดมาตรฐานประสิทธิภาพระดับโลก ลดต้นทุนส่วนเกิน และโครงสร้างองค์กรที่คล่องตัว ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความสามารถการแข่งขันได้ทุกวัฏจักร ไม่เพียงรอการฟื้นตัวของตลาด แต่เป็นการเติบโตจากความแข็งแกร่งภายใน นอกจากนี้ บริษัทยังคงจัดทำข้อมูลจูงใจระยะยาวที่เชื่อมกับราคาหุ้น เพื่อให้ผู้บริหารมุ่งเน้นสร้างผลประโยชน์การดำเนินงานที่ยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ IVL 2.0 บริษัทได้กำหนดกรอบบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างชัดเจนตามแนวคิด 90-95% เพื่อสร้างความชัดเจนเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร ประมาณ 95% ของพอร์ตธุรกิจถูกจัดเป็นธุรกิจหลัก ซึ่งมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และความได้เปรียบการแข่งขันที่ชัดเจน ขณะที่ในกลุ่มราว 90% ถือเป็นธุรกิจที่ยังต้องยกระดับผลประกอบการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตในระยะยาวต่อเนื่อง กรอบดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงสุด พร้อมทั้งแยก 5 ถึง 10% ของพอร์ตที่เหลือ ออกมาเพื่อพิจารณาการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์เฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ การฟื้นฟู การพิจารณาทางเลือกด้าน portfolio เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ท้าทายระหว่างสอง— ใน 3 ปีที่ผ่านมา กับคู่แข่งใกล้เคียง บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง สะท้อนว่า แผนการดำเนินงานสู่ปี 2569 ถึงปี 2571 ไม่ได้ตั้งอยู่บนสมมติฐานเชิงคาดหวัง แต่ต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่ปรับตัวแม้มีสภาพแวดล้อมที่ผันผวน เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2571 กลยุทธ์ของบริษัทขับเคลื่อนผลดำเนินงานผ่านปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ โดยไม่ตั้งสมมติฐานพึ่งพาการขยายตัวของอัตรากำไรเป็นหลัก ประเด็นแรก คือการยกระดับการบริหารสินค้าคงคลัง ผ่านการปรับปรุงบริหารการขายในเชิงปฏิบัติการ SO&E หรือ sales and operation execution แบบรายวัน รายสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนในสินค้าคงคลังได้เพิ่มประมาณ $400 million ดอลลาร์สหรัฐ ประเด็นที่สอง คือการขับเคลื่อนดิจิทัล โดยการปรับมาตรฐานในระบบ SAP ให้เป็นหนึ่งเดียว ทำงานร่วมกับบุคลากรระดับปฏิบัติการ เพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูล และลดความซ้ำซ้อนของรายการ และมุ่งเน้นการลงทุนดิจิทัลที่สนับสนุนการบริหารเปลี่ยนแปลงและ [governance?] ของข้อมูล ประเด็นที่สาม คือการยกระดับการรายงานผลประกอบการ ด้วยการใช้ตัวเลขที่รายงานจริง และคำจำกัดความที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เปรียบเทียบผลดำเนินงานได้อย่างชัดเจนขึ้น พร้อมพัฒนาเครื่องมือในการติดตามผลประกอบการจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มบทบาทของ Global Service Center ในการรวบรวมต้นทุนบางส่วนเข้าสู่ศูนย์กลาง เพื่อเสริมความร่วมมือและประสิทธิภาพทั่วองค์กร สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ถึงปี 2571 บริษัทใช้ปี 2568 เป็นฐานใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบปริมาณการขายและความเสถียรในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับ CROMA ควบคู่กับการดำเนินงานปรับโครงสร้างสินทรัพย์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงแผนนี้ โดยมุ่งลดพอร์ตอ่อนแอเชิงโครงสร้าง และขยายธุรกิจที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญและศักยภาพของงบดุล เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป จุดแข็งสำคัญของอินโดรามา เวนเจอร์ส คือการมีฐานการผลิตและการขายในกว่า 31 ปร— 31 ประเทศทั่วโลก รูปแบบการผลิตแบบ local-to-local ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างและแตกต่างอย่างชัดเจน ลูกค้าแบรนด์ FMCG ระดับโลก สามารถพึ่งพาบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเดียวในทุกภูมิภาค โดยอาศัยเครือข่ายการผลิตปลายทาง ลดความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ และเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา วิกฤตยูเครนและความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเฉพาะในยุโรป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบอะโรเมติกส์ปรับตัวสูงขึ้นในระดับที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต ฝ่ายบริหารจึงดำเนินงานมาตรฐานอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความใกล้ชิดกับลูกค้าในแต่ละภูมิภาค ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างต้นทุนและพอร์ตธุรกิจให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น สาระสำคัญของสไลด์นี้คือ บริษัทมีความมั่นใจว่า สินทรัพย์ที่ลงทุนในแต่ละภูมิภาคสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระได้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ วินัยทางการเงิน และความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้บริบทการตลาดที่ท้าทาย เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงคลังกับคู่แข่งหลักในช่วงปี 2566 ถึง 2568 บริษัทมี inventory turnover อยู่ประมาณ 4.5 เท่า โดยตั้งเป้าหมายยกระดับเป็น 7 เท่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนหมุนเวียนและเสริมความสามารถในการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม กลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายคือการปรับสู่ระบบ SO&E และ S&OE ซึ่งวางแผนล่วงหน้า 12 สัปดาห์ ควบคู่กับติดตามปริมาณและมูลค่าแบบรายวันและรายสัปดาห์ ช่วยให้บริหารสินค้าคงคลังอย่างมีความแม่นยำและรอบคอบมากยิ่งขึ้น ไม่สนับสนุนการปลดล็อกมูลค่าในงบดุล ยังช่วยยกระดับ CROMA และความสามารถในการทำกำไรโดยรวม แม้จะมีความเสี่ยงจากเหตุหยุดเดินเครื่องนอกแผน ระบบ S&OE ยังช่วยให้บริษัทสามารถประเมินสถานการณ์และปรับแผนได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เครือข่ายการผลิตแต่ละภูมิภาค ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้า และคงมูลค่าทางธุรกิจ โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดเงินทุนหมุนเวียน ในการลงทุนในสินค้าคงคลังได้ประมาณ $400 million สหรัฐ นอกเหนือจากแผนธุรกิจในแต่ละหน่วยงานที่เสนอไว้แล้ว การยกระดับบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้น จาก เสริมสร้างวินัยในการบริหารใกล้เคียงเวลาจริง หรือ real time การปรับห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และบูรณาการการวางแผนทั้งองค์กร การนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้อย่างเป็นระบบ ตลอดจนการทบทวนและการบริหารสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้า และระดับสต็อกสำรองอย่างเข้มงวด หน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการฐานะทางการเงินของบริษัทในแต่ละปีอย่างชัดเจน โดยนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสามารถเปรียบเทียบได้โดยตรง จะเห็นว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ net debt to equity ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนและวินัยการบริหารงบดุลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA หรือ net debt to EBITDA ก็ปรับตัวดีขึ้นต่อปีเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับภาระหนี้ของบริษัท โดยภาพรวม แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการบริหารเงินทุนอย่างรอบคอบ และควบคุมการลงทุนอย่างมีวินัย และมุ่งมั่นที่จะลดความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว ท่านสามารถเข้าชมและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของบริษัท www.indoramaventures.com หรือติดต่อแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ ขณะนี้เราเปิดให้เข้าสู่ช่วง ถาม-ตอบ นะครับ ขอบคุณครับ ก็ เดี๋ยวจะมีผู้บริหารมาร่วมตอบคำถามด้วยนะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอเริ่มคำถามแรกก่อนเลยแล้วกัน ก็คำถามแรก ส่งเข้ามาว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซมี ผลกระทบอย่างไรต่อบริษัทนะครับ ก็ข้อนี้ขอตอบว่า ตอนเนี้ยทางบริษัทกำลัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอะนะครับ แล้วก็ อย่างไรก็ตาม เนี่ย คือ โรงงานของบริษัทก็ยังดำเนินการได้อย่างปกติ ตลอดจนตอนนี้เรามีสินค้าคงคลังที่เพียงพอต่อการ บริการให้กับลูกค้าของทางบริษัทนะครับ แล้วก็ในส่วนของตัว ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น เนี่ย ทางบริษัทก็จะ ขายราคาตามราคาตลาด ณ ปัจจุบันครับ คำถามถัดมานะครับ ในส่วนของเรื่อง ราคา PTA ที่เพิ่มสูงขึ้น จากสถานการณ์ปัจจุบัน เนี่ย มีผลอย่างไรต่อบริษัทครับ ก็ข้อนี้ เนี่ย ก็ ในส่วนของตัวสินค้า เนี่ย ก็ราคาขายเราก็มีการ ขายแบบที่เป็น ตัว cost plus อะนะครับ ก็คือตัว feedstock ก็จะ จะเป็นรายการของ pass-on ไปให้กับทางลูกค้า นะครับ แล้วก็ เราก็ ปรับราคาขายตามราคาตลาดครับ

Vikash

Sermsak, what is the questions? Can you repeat?

I can answer, yeah.

Sermsak Winichayakul

Mr. Vikash, the first question was, does the closure of the Strait of Hormuz impact the company?

We already answered that question. Second question was, does the higher PTA price after the Iran conflict have a positive or negative impact on the company?

I already answered that. We have a question: What factors should investors focus on when tracking the company's progress towards profitability?

Vikash

Thank you. In 2026, this year, you know that we expect better operating rate after we had major turnarounds in 2025 last year.

The first thing is volumes and operating rate. That we expect to improve because all the turnarounds are normalized and we expect better operating rates.

That's number one. Number two, we are working on reducing our fixed cost and reduce it by management action.

Also we are closing down some site, right? Rationalizing TPT, we announced.

We are also selling our lifestyle fiber in Brazil. These are some of the action we are taking to reduce the cost.

Also we have our Global Capability Centre in India. We are shifting some of the work in India for the back office and also some of the activities.

All this thing will help reduce the cost. That's number two.

Number three would be you might know in our capital market day, we have taken the margins which are in last year, we not take any upside. We just take September January to September, 9 months margin 2025.

We take the same assumption. If there is any changes in the market situation, then it might help or in that direction.

The fourth factor is the feedstock prices or the energy prices they are going up because of the Middle East crisis. Now we are also talking to our customers so that we can also increase prices of our end product because we don't want to absorb the increase in cost and we are talking to our customers to increase the prices.

These are few factors which are important for our performance in 2026.

Sermsak Winichayakul

Thank you, Mr. Vikash.

Let me translate that into Thai language. ก็ ในส่วนของคำถามนะครับ ก็ที่บอกว่า ทางนักลงทุนจะติดตามในส่วนของตัว factor ไหนอะนะครับ ก็ในอันดับแรก เนี่ย ก็จะบอกว่า เมื่อปีที่แล้ว เนี่ย เรามีการปิดซ่อมบำรุงของตัว POT MTBE ไป เพราะฉะนั้น เนี่ย ในปีนี้ เนี่ย เราก็คาดหวังว่าตัวปริมาณ แล้วก็ในส่วนของตัว operating rate ในการผลิต เนี่ย จะกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งก็จะดียิ่งขึ้นอะนะครับ ในปัจจัยที่ 2 เนี่ย ก็คือเรามุ่งเน้นในการลดค่าใช้จ่าย แล้วก็โดยเรามีการ ตั้งตัว GCC ก็คือตัว Global Capability Center เนี่ย ที่ตอนนี้ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประเทศอินเดีย ก็จะช่วยให้เรา ดูแลในส่วนของเรื่อง cost ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น แล้วก็ สามารถที่จะลดค่า operating cost ของเรานะครับ แล้วในส่วนที่ 3 เนี่ย ก็เราได้มีการ มอนิเตอร์หรือติดตามราคาขายในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ เนี่ย ก็ราคาสินค้าก็ได้เพิ่มขึ้น เราก็พยายามที่จะขายตามราคาที่สูงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ตัว spread margin ของเรา เนี่ย มีเพิ่มมากยิ่งขึ้นครับ ก็ก่อนอื่นขอแนะนำท่านผู้บริหารอีกท่านนึงนะครับ ก็คือ Mr.

Kumar Ladha เป็น Chief Strategy Officer ของบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ครับ Mr. Kumar, can you hear us?

You're on mute.

Vikash

Khun Sermsak, is there any other question?

Sermsak Winichayakul

No, no. No further question at this moment.

Vikash

We wait 1 minute and then if no more question, we can...

Kumar Ladha

Can you hear me now?

Vikash

Yeah.

Sermsak Winichayakul

Yes, please. Mr.

Kumar, there is no further question at this moment. Would you like to introduce yourself and say the closing?

Kumar Ladha

Sure. Sawasdee krub.

My name is Kumar Ladha. I've been with Indorama Ventures for more than 20 years now in different roles.

My previous role was heading the CPET segment along with my co-leader Muthu. Recently, I have taken over the role of the Chief Strategy Officer, which is a newly created position within IVL.

One of my roles will be, of course, external stakeholder relations and managing investor relations, and I'm looking forward to getting to know all of you. Well...

Sermsak Winichayakul

Thank you, Mr. Kumar.

ก็ ขอแปลในเบื้องต้นอะนะครับ ก็คือ Mr. Kumar Ladha เนี่ย ก็ ทำงานกับบริษัท IVL มากว่า 20 ปีแล้ว แล้วก็ เดิม เนี่ย ท่านเป็น co-leader ของตัว CPET business นะครับ แล้วก็อยู่ในธุรกิจนี้แล้วก็มีความเชี่ยวชาญในด้านของตัว business segment มาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้ เนี่ย ทางคุณ Kumar ก็ได้ ย้ายมาเป็น Chief Strategy Officer นะครับ แล้วก็รวมถึงจะเป็นผู้กำกับดูแลในส่วนของ investor relation ด้วยครับ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้มีคำถามอะไรเพิ่มเติมนะครับ งั้นถ้าอย่างนั้น ทางบริษัทขอขอบคุณ ท่านผู้มีเกียรติ ท่านนักลงทุน และผู้ที่สนใจทุกท่านที่เข้าร่วมรับฟังในวันนี้ นะครับ สวัสดีครับ The call concludes at this point; there is no further speech on the recording to transcribe.