Piriya
ครับ สวัสดีครับ ก็ขอต้อนรับเข้าสู่นะครับ Earning Call ของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นะครับ ก็ไตรมาสนี้จะเป็นตัวผลประกอบการนะครับ เป็น Q3 นะครับ FY2026 นะครับ เป็นตัวเลขเรื่องผลประกอบการในเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมานะครับ ก็พวกผมนะครับ คุณแมทธิว นะครับ CEO ของเรานะครับ แล้วก็ผม ปิยะ นะครับ ก็เป็นตัวแทนของบริษัทนะครับ มานำเสนอข้อมูลนะครับ สไลด์นะครับ Agenda วันนี้ นะครับ ก็เช่นเดิมนะครับ เตรียมไว้ 3 Agenda ก็คือ เรื่อง Background ของบริษัทนะครับ ตัวผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 เรา ก็คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ที่ผ่านมา นะครับ แล้วก็เข้าสู่ Agenda สุดท้าย Agenda ที่ 3 จะเป็นตัว Business Update ที่คุณแมทธิวจะมา Update ให้พวกเราฟังกันนะครับ ตัว Background บริษัทนะครับ บริษัทแม็คยีนส์ก็เข้าตลาดตั้งแต่ปี 2013 นะครับ แล้วก็ในเรื่องของภาคธุรกิจเอง ปีนี้เราก็เข้าสู่ปีที่ 50 นะครับ ตัวแม็คยีนส์เริ่มต้นจากสินค้าที่เป็น Denim นะครับ แล้วเราก็ได้มีการพัฒนาจนตอนนี้เองก็กลายมาเป็น Lifestyle Brand นะครับ ที่เรามีสินค้า Offer ตั้งแต่หัวจดเท้า นะครับ ซึ่งก็จะเห็นสัดส่วนเรื่องของสินค้าว่าปัจจุบันเอง ตัว Denim ก็อยู่ประมาณสัก 1 ใน 3 นะครับ แล้วเราก็โตในเรื่องของตัว Category อื่น ๆ ที่เป็น Non-Denim ซึ่งรวมไปถึง T-shirt, Outerwear แล้วก็พวกกระเป๋า รองเท้า หมวก เข็มขัด นะครับ แล้วก็จะมีตัว Category อื่น ๆ ที่เราจะเพิ่มเติมเข้ามานะครับ ในเรื่องของตัว Supply Chain ของบริษัทนะครับ แม็คเองเราจะมี Supply Chain ที่ครบถ้วน ตั้งแต่เรามี Design Center ของเราเอง เรามี Designer รวมไปถึงเรามีตัวโรงงานที่เราผลิตของเราเอง ในตัวที่เป็น Core Product ของเรา ก็คือตัว Denim แล้วก็ตัว T-shirt นะครับ ในขณะเดียวกันเราก็จะมีตัวความสัมพันธ์ที่ดีกับ Supplier ของเรา รวมไปถึงทางโรงงานผ้า แล้วเราก็มีการ Outsource สินค้าบางส่วนเพื่อนำมาจัดจำหน่ายนะครับ เรามีตัว Warehouse Management System เรามีตัวของ MFC ที่เราบริหารจัดการตัวเรื่องของ Inventory ต่าง ๆ อยู่ในจุดรวมศูนย์ อยู่จุดเดียวกันนะครับ เรามี In-house, Outsource Logistic Network เราสามารถที่จะส่งของทั้ง Offline ถึงในจุดขายของเราทั้งหมดจากจุดเดียว รวมถึงการขายทางช่องทางของ Online นะครับ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาในเรื่องของ Extra Link ต่าง ๆ เราทำได้ค่อนข้างดี บน Platform นะครับ เรามีจุดขายทั่วประเทศไว้ 600 กว่าจุดนะครับ และสุดท้ายเราก็มีเรื่องของ Active Customer Engagement ก็คือ เรื่องของ CRM จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม เรามี CRM Member เรา 1,800,000 กว่าคนนะครับ ซึ่งจากตัวของ Supply Chain ทั้งหมด ก็จะทำให้เราสามารถที่ยังคงเรื่องของ Gross Margin อยู่ในระดับที่สูง รวมถึงเราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วครับ ในเรื่องผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ที่ผ่านมา ก็มีเรื่องของความท้าทายหลายเรื่อง แต่เราก็ยังสามารถที่จะสร้างยอดขายเติบโตได้อยู่ประมาณ 3.3% นะครับ ไตรมาสนี้ยอดขายอยู่ที่ 1,102 ล้านบาท นะครับ รวม 9 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้วนะครับ จนถึงเดือนมีนาคม ยังโตได้ 7.7% นะครับ รายได้ที่ 3,499 ล้านบาท ในเรื่องของเงินสด ตอนนี้เราอยู่ที่ประมาณ 1,900 ล้านบาท นะครับ ยอดอยู่เกือบ ๆ ใกล้เคียงกับตอนปิด FY2025 ของเรา ก็คือตอนเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยที่เรามีการจ่ายเงินปันผลในตอนเดือนมีนาคม ที่เกิดจากผลประกอบการครึ่งปีของเราไปด้วยนะครับ ในเรื่องของยอดขาย ก็จะเห็นว่าการเติบโตของเรามาจากช่องทาง Online นะครับ Online เราโต 9 เดือนนี้เกือบ ๆ อยู่ที่ 74% นะครับ Offline ก็ยังติดลบอยู่ที่ประมาณ 5.3% นะครับ สัดส่วนเรื่องของรายได้ ณ ปัจจุบัน เรื่องของ Online เองก็เติบโตขึ้นมา สัดส่วนจากเปอร์เซ็นต์ตอนนั้นขึ้นมาที่ 26% ของยอดขายทั้งบริษัทนะครับ ในเรื่องของกำไร นะครับ ตัวของ Gross Margin นะครับ Gross Margin ไตรมาสนี้อยู่ที่ 64.1% นะครับ ก็ดีกว่าไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ที่อยู่ประมาณ 62.8% นะครับ แล้วก็ตัวกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 706 ล้านบาท โต 5.4% ก็ถือว่าโตเร็วกว่าตัวของยอดขายนะครับ ส่วนภาพรวม 9 เดือน ตัวของ Gross Margin อยู่ที่ 63.4% นะครับ โตอยู่ที่ 6.1% ในแง่ของกำไรขั้นต้น 2,216 ล้านบาท นะครับ โดยที่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราได้มีการจัดงานที่เป็นทั้ง Mc Fair แล้วก็ Mc Summer Sale นะครับ โดยในไตรมาส 3 เนี่ย เรามีการจัด Summer Sale ไปด้วยอีกครั้งหนึ่งนะครับ ภาคต้นทุนผ่านไปแล้วนะครับ ถัดมาเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายนะครับ SG&A ไตรมาสนี้ ที่ 488 ล้านบาท ก็จะเห็นว่าเติบโตเร็วกว่าตัวของ Gross นิดนึง อยู่ที่ 9.7% นะครับ สัดส่วนอยู่ที่ 44.3% ของยอดขายนะครับ ภาพ 9 เดือน เรื่องของค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,478 ล้านบาท SG&A to Sale อยู่ที่ 42.3% นะครับ ก็ยังเห็นว่าตัวเรื่องของค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่าเรื่องของกำไรขั้นต้นเล็กน้อยนะครับ ซึ่งจากเหตุตรงนี้นะครับ ก็ทำให้ตัวเรื่องของ EBIT ของเราในไตรมาส 3 ตอนนี้เราอยู่ที่ 250 ล้านบาท ก็ลดลงมา 3% นะครับ EBIT Margin อยู่ที่ 22.7% นะครับ ภาพ 9 เดือน อยู่ที่ 772 ล้านบาท ก็ลดลง 2% นะครับ แล้วก็ EBIT Margin ที่เกือบ ๆ 22% ครับ ถ้ากำไร 9 เดือน นะครับ มาดู 3 เดือน Q3 ก่อนนะครับ Q3 อยู่ที่ 176 ล้านบาท ลดลง 5% นะครับ แล้วก็ 9 เดือน อยู่ที่ 595 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5% นะครับ ตัวของ Net Margin ก็อยู่ที่ประมาณ 17% นะครับ ลดลงจากปีที่แล้วที่ประมาณ 19% ครับ อันนี้เรามาดูในเรื่องของตัวงบดุลเรานะครับ งบดุลเองอย่างที่เรียนไปแล้วนะครับ ว่าเงินสดตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1,900 ล้านบาท นะครับ ซึ่งอันนี้เองเราก็มีการจ่ายปันผลไปรอบแรกแล้ว ถ้าเทียบจากตอนปิด FY2025 ตอนนั้นอยู่ที่เกือบ ๆ 2,000 ล้านบาท ในส่วนรายละเอียดอื่นจะเห็นว่าตัวเรื่องของลูกหนี้เราควบคุมได้ค่อนข้างดีนะครับ รวมถึง Inventory นะครับ ก็ลดลงนะครับ เพราะผ่านช่วง High Season ในไตรมาส 2 ก็คือ ช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มาแล้ว ในเรื่องของตัวหนี้นะครับ เราก็ยังเป็น Zero Debt นะครับ ก็คือไม่มีหนี้กับธนาคารเช่นเดิม กราฟทางขวาบน ก็จะเห็นว่าในเรื่องของ Inventory แล้วก็ Cash Cycle เราก็บริหารจัดการมัน ได้ค่อนข้างดีมาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เองตัวเรื่องของ Inventory ลดลงอยู่ที่ 8.4 เดือน นะครับ ซึ่งลงจาก FY2025 ที่ 9.5 เดือน นะครับ แล้วก็ Cash Cycle เราก็ดีขึ้นมา อยู่ที่ 7.3 เดือน ส่วนกราฟทางขวาล่าง ก็จะเห็นว่าเรื่องอัตราผลตอบแทนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ROA, ROE เราก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงนะครับ ROA ก็อยู่ที่ 17% แล้วก็ ROE ที่ 20% นะครับ แล้วก็อันนี้เองก็จะเป็น History นะครับ ว่าตั้งแต่เราเข้าตลาดมา การปันผลของเราก็สูงกว่าตัว Policy นะครับ เราก็จะเห็นว่าจ่ายมาเกือบ ๆ 100% อย่างต่อเนื่องครับ ก็จะเป็นตัวผลประกอบการในไตรมาส 3 นะครับ แล้วก็ภาพ 9 เดือนที่ผ่านมานะครับ เดี๋ยวถัดไปก็จะเป็นตัว Business Update จากคุณแมทธิวครับ
Matthew
ครับ สวัสดีครับ สิ่งที่เราเน้นในรอบปีที่ผ่านมานะครับ เพื่อทำให้การแข่งขันเทียบกับตลาดได้นะครับ คือเราเน้นเรื่อง 4 หรือ 5 อย่างนะครับ เรื่องการประสิทธิภาพยอดขายต่อตารางเมตรในร้านค้าของ Offline นะครับ เรื่องการที่ปรับปรุงใน Outlet นะครับ ในการที่จะเตรียมพร้อมกับ Outlet ที่เราจะเปิดขึ้น นะครับ การขยายสาขาใน Network เรา เราเน้นที่ CRM โดยเฉพาะนะครับ กับ Online ซึ่งนี่เป็น Growth Engine ที่ช่วยเราในปีที่เศรษฐกิจอาจจะไม่ดีนะครับ ถ้าดูรายละเอียดนะครับ ของการที่ Drive ประสิทธิภาพ ยอดขายต่อตารางเมตร นะครับ เราเอา AI ไปใช้นะครับ แล้ว AI นี่ การใช้ AI เราใส่เข้าไปในกิจวัตร และ SOP ของการบริหารสาขา นะครับ เพื่อเราจะได้วัดได้จาก AI กล้อง AI ของเรา นะครับ ว่าคนที่เดินผ่าน เข้ามาในร้าน Interact กับพนักงานขายเรา มากน้อยขนาดไหน ถึงจุดที่ทำให้ Conversion Rate ของเราดีขึ้น ตั้งแต่กรกฎาคมต้นปีนะครับ ยกตัวอย่าง Conversion Rate เราคือ 12% วันนี้เป็น 29% ครับ มีเป้าที่เราจะตั้งไว้ 32% แล้วเราวัดด้วย Average Transaction Value หรือ ATV ด้วยนะครับ เหล่านี้มันก็ไม่ได้ตก แล้วก็ขึ้นนิดนึงนะครับ ก็เป็นการช่วยบริหารให้ยอดขายต่อตารางเมตร สูงตัว แล้วก็ดีขึ้นนะครับ อันที่ 2 นะครับ ก็เป็นการที่เราขยาย สาขาด้วยนะครับ หน้าต่อไปก็ได้ครับ หน้าต่อไปนี่ก็เป็นการที่ให้ดู ยกตัวอย่างนะครับ เราปรับ Façade ข้างหน้า นะครับ ไปถึง 78 สาขา นะครับ ถึงวันนี้ จากศูนย์ที่เริ่มต้น แล้วน่าจะมีเป้า 100 สาขา ภายในอีก 2 เดือนนะครับ การปรับนี้ช่วยให้คนที่เดินผ่านหน้าร้านเข้ามามากขึ้น เราจะเรียกว่า เราวัดที่ Capture Rate นะครับ เพื่อเป็น ดูว่า Return on Investment ที่เราปรับ Façade ของเรา ทำให้คนเข้าร้านมากขึ้น Capture Rate ดีขึ้น ข้างในร้านกระจาย การจัด ภาพจากหน้าร้านที่จะเปิดช่องดีขึ้น การจัดร้าน จะเปลี่ยน วิธีเปลี่ยนก็คือใช้ AI ช่วยคิดแบบ ใน Presentation ของเรานะครับ จะวางให้ถูกต้อง แล้วจัดราว ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น Face in Face out ทำให้ Capacity ต่อสแควร์เมตรเพิ่มขึ้น เพื่อ Support ยอดขาย ถ้าดูต่อไปเป็นรูปภาพที่เห็นนะครับ ว่าภาพของเราจะทันสมัยขึ้น ทำให้มีความโดดเด่น ต่อไป อันนี้เป็นของที่ Big C บุรีรัมย์ นะครับ ก็เป็นการปรับให้หน้าร้าน Key Visual ก็สำคัญ ที่เห็นภาพ Key Visual จะเป็น Lifestyle มากขึ้น นะครับ คงจะเห็นพวกนายแบบ อันนี้มาจากเกาหลีนะครับ บินขึ้นมา บินเจาะ อันนี้ที่ Central พระราม 2 ปรับหน้าร้าน ข้างในร้านเหมือนกัน ให้มีความโดดเด่น อันนี้ของห้างเอง ห้างก็ปรับเหมือนกัน อันนี้เรียกว่า Canopy นะครับ เป็นคนแรกที่ทำ ตอนนี้ห้างก็ชอบ ให้แบรนด์อื่นทำ แล้วอยากให้เราทำจุดเพิ่มขึ้น เลยทำให้ขอบเขต แล้วก็การเด่นของแบรนด์ ชัดเจนขึ้น เป็น Lifestyle Brand อันนี้ก็ที่เชียงรายนะครับ ของ CSR เอง ที่ Outlet ก็เป็นการปรับปรุง เราเห็นโอกาสใน Outlet เอง มันไม่ใช่ Outlet แบบ เคลียร์ของนะครับ เป็น Outlet ที่เรามีการปรับปรุง มีสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ตามวัตถุของร้าน อยู่ในห้างเอง เช่น ของศรีสมาน อยุธยา 2 ประชา ก็มีสินค้า Outlet ที่ผลิตเพื่อโดยเฉพาะ Outlet นะครับ แต่คุณภาพ หรือว่า Detail เล็กน้อย แล้วราคาก็เหมาะสม 2 เราก็ปรับข้างในร้านเหมือนกัน เป็นห้อง เพื่อให้เห็นว่า สินค้าข้างในนี้ เป็น New Arrival ของ Outlet ซึ่งเป็น Percent ที่ clean clear เพื่อเป็นการปรับปรุงและขยาย อันนี้น่าจะใหม่อยู่แล้วนะครับ ทำเพื่อสดใสขึ้น อันนี้ให้ดูนะครับ ว่าเวลาปรับ Zoning ใน Outlet เอง มันไม่ใช่เป็นที่ Clear ของแล้ว มันเป็นร้านธรรมดา ถือว่าอยู่ตาม ชลบท ครับ ซึ่งเราอยู่กับ ปตท. มาก เป็นเจ้าหลัก ของเราเลย ตอนนี้เราก็พยายามขยาย ไม่ใช่ว่า อยู่ที่ไซส์เดิม อันนี้เราขยาย Outlet ที่ใหญ่ขึ้น ไซส์ซึ่งจะใหญ่ขึ้น อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ ว่าข้างในร้านของเราเอง เป็นการปรับห้อง แล้วก็ Offer เอาสินค้าใหม่ๆ เข้าไป ที่เราผลิต เพื่อขายใน Outlet ที่ราคา เข้ากับตลาด และ target group ที่เราตั้งเป้า อันนี้ก็เป็นห้องนะครับ แต่ละห้องเห็นราวเราเปลี่ยนนะครับ แต่ look & feel นี่ก็ตามสไตล์ Outlet denim มี Face in Face out ขายใน Collection เสื้อเชิ้ตแขนสั้น เพื่อให้เห็นภาพว่า ไม่ใช่เป็น Outlet เคลียร์อย่างเดียว อันนี้ก็ Outlet ครับ ที่ ปตท.
นวนคร นี่ก็เป็นภาพใหม่ เราเห็น มี ปตท. งามวงศ์วาน ก็จะเปิด เมื่อก่อน เราทดสอบ การใช้จอ LED ตอนนี้ก็สร้างร้านขึ้นมาอย่างนี้เลยนะครับ รองรับยอดขายที่ดีขึ้น Productivity เมื่อกี้ก็บอกไปแล้ว ก็มีการใช้ AI ร้านค้า ตอนนี้เรา Roll out AI เข้าไปใน Outlet เพื่อจะได้จัด Zoning ภายในร้าน แล้วก็มี OTB ก็คือ Open to buy สินค้าโดยเฉพาะ ดีไซน์โดยเฉพาะ Outlet ที่เราจัด แล้วก็การหมุนเวียน สินค้า inventory เอาจากร้านใหญ่มา Outlet เอง เราพยายามจะให้มี Efficiency เพิ่มขึ้น โดยไม่มี Double handling การขยายนะครับ เป็น ท่อสร้าง ของเรานะครับ ปีนี้เราขยายเกิน 2,000 ตารางเมตร Net increase นะครับ มีการเปิดปิด แต่ Net Net เกิน 2,000 ตารางเมตรแล้ว นโยบายของเราก็ขยายเพิ่มขึ้น ในสาขาของ Outlet เอง หรือในสาขาของ shopping center เหมือนกัน เป้าของเรา เรามีเป้าอยู่แล้ว ปีนี้ก็เกินเป้า ที่เราตั้งไว้ เกิน 2,000 อันนี้ก็บอกนะครับ ว่าเรามีโจทย์อยากได้ 1,000 square meter ตอนนี้เราทำไปแล้ว 2,000 เกินเป้า ของปีนี้ ในการ ขยาย หรือว่าเปิดสาขาใหม่ ของ Freestanding ห้างเอง แล้วก็ Outlet ถ้าดู CRM นะครับ อันนี้เป็น Growth Driver อีกแล้ว เป็นข้อที่ 4 นะครับ CRM Program ช่วย อย่างยิ่ง 78% ของยอดขายใน Offline วันนี้ มาจาก CRM โดยเฉพาะ ถ้าดูว่าถอยหลังไปเกือบปีนึง เราเคยมี Member ที่ประมาณ 1,450,000 ในตาราง สร้าง ตอนนี้เราเกือบ 1,800,000-1,900,000 ภายในสิ้นปีน่าจะถึง 2,000,000 สำคัญที่สุดเราวัดผลได้ เรามีสิทธิ์ที่จะดึง คนที่ Lapse ไป เคยซื้อแล้วหายไปนาน หรือว่าจะ Drive เรื่อง Frequency ให้ซื้อบ่อยขึ้น หรือ Member ใหม่ เพิ่งซื้อ ก็เป็นการที่เราวัดผลของ CRM ได้ ถ้าดูภาพรวมนะครับ ภายในสิ้นปีนี้ เราจะขึ้น Member นะครับ จาก 1,450,000 ตอนต้นปี มาเกือบ 2,000,000 ภายในสิ้นปีนี้ ก็สิ้นปีก็อีก 2 เดือน วันนี้ 1.85 แล้ว 60% ยอดขาย ทั้งบริษัท มาจาก CRM เทียบกับปีที่แล้ว มี 40% เราเพิ่ม transaction ของ Member นั้น CRM มีผลมาก แล้วก็มีผลที่เรามี Data ของ ผู้บริโภคที่เรา Communicate ได้บ่อย แล้วไปดูสินค้าใหม่ ให้ซื้อบ่อยขึ้น รายการพิเศษกับเขา ถึงว่า 78% ของ Offline มาจาก CRM โดยเฉพาะ ถ้าดูของ Online Online เราเป็นผู้นำเลยครับ ในการทำ Live ขาย Live ซึ่ง ในกลุ่ม Fashion เอง โดยเฉพาะ TikTok เอง เราเป็นเบอร์ 1 นะครับ ไฟฟ้า ทางซ้าย เราเบอร์ 1 ถ้าทางขวา บนขวา ใน Segment Men's wear เราก็เบอร์ 1 แปลว่าเราเบอร์ 1 ใน Category ของ Fashion และเบอร์ 1 ใน Category ของ Men's wear คู่แข่งอยู่ ซ้าย ขวา นี่ตาม ที่แจ้งมา จาก Platform การเติบโตนะครับ เราจะเติบโตเร็วกว่า Platform Platform Live หรือว่า Marketplace โตเร็วกว่า เราเลยเป็น เบอร์ 1 ตลอดเวลา และก็ไล่ ๆ กันมาเรื่อย ๆ ถ้าดูว่าเราใหญ่ เบอร์ 1 เบอร์ 2 ต่างกันเยอะมาก จะมากกว่า เกือบ 5-10 เท่านะครับ นี่แค่ live อย่างเดียวนะครับ scale ใหญ่เยอะ อีกเรื่องนะครับ เราก็สร้าง Live Studio ตอนต้นปีมี 4-5 Studio ภายในสิ้นปีนี้ ในบริษัทเองมี 10 Studio ที่ทำ Live โดยเฉพาะ แล้วก็มีการขยายต่อเนื่อง เน้นความสำคัญของช่องทางนี้ การที่จะเป็นผู้นำ ก็ต้องเป็นผู้นำต่อไป เป็น Category Fashion Category Men's wear เป็น Segment ใน Fashion เอง ถ้าดูนะครับ เราก็มี สิ่งที่เราทำ เรื่องสินค้าใหม่ แล้วก็ Drive สินค้าใหม่มาด้วย เพื่ออะไรครับ ตอนนี้ 74% ของยอดขาย มาจาก Gen X กับ Gen Y โดยเฉพาะ Gen Y แต่ของพวกเราเอง การที่เราอยู่ในตลาดเกิน 50 กว่าปีแล้ว Mac Jean ก็จะมี คนแบบ ว่าเราต้องขยาย ให้ ต้อนรับ Gen ใหม่นะครับ เช่น วัยกำลังทำงาน ก็ต้องเป็น Gen Y Gen Z เราจึงจะออกสินค้าใหม่ ใน Category ใหม่ เช่น ตอนนี้ในหลายร้านค้า ก็จะเห็น Women's wear กระเป๋า ที่เข้าบัญชี ชุดใน รูปใหม่ Launch ไปแล้ว มีพวก Casual Sport มีน้ำหอม ที่เริ่มออกตลาดแล้ว ใน Brand MC JEANS แล้วก็ของ Gen Z และ Gen A ต่อไป มี Brand MC launch ไปแล้ว อยู่ Online อย่างเดียวนะครับ แล้วก็เป็น สินค้า ที่สร้างมา ดีไซน์เฉพาะ ของ Gen Z ก็เป็นการที่เรา จะขยาย Category เรา ให้ เจาะ Demand ของ Generation ใหม่ ในตราสินค้าที่ทันสมัยขึ้น MC JEANS จะเริ่มเห็น ที่ผมเคยพูดถึง จะเริ่มเห็นสินค้าเข้ามาใน เข้ามาในร้านค้าของเรา ก็เป็นการที่ Address ที่ผมบอกว่า จะเจาะกลุ่ม Y กับ Z มากขึ้น และ Mac เอง Gen X กับ Y พยายามจะดึงคนมาให้คนใช้ Category ใหม่ Under MC JEANS ก็มี Purpose กับ Vision ที่เราวาง ไว้ใส่แถบ จุดของ MC JEANS Brand ถ้าดูภาพ ถึงความแตกต่าง Between MC JEANS จะเป็น Look ที่อาจจะเรียกว่า Airport Look มากขึ้น Look มากขึ้น ตาม Lifestyle ของผู้บริโภคเอง ที่อยู่ในช่วงของ Gen Y กับ Gen Z ภาพของเราที่จะออกมา จะเป็น Mock-up ที่ผมจะให้ดูภาพนี้ จะอยู่ Pop-up ที่ออกนอกร้าน แล้วข้างในร้านเอง จะ Pop-up ขึ้นมาด้วย เพื่อเห็น ความแตกต่าง สินค้าที่อยู่ในร้าน กระเป๋าเป็นแนวนี้ นี่ออกแล้วในตลาด เป็น Icon Bag ที่เราทำไป ได้ตอบรับที่ดี แล้วก็จะรวมกลุ่มของสินค้าอื่น เช่น กางเกงใน ที่เป็นรุ่นใหม่ ทันสมัยขึ้น แทนที่จะเป็น Brief เป็น Hip Brief หรือว่า เป็น Trunk เป็น Hip Trunk ของผู้ชาย ผู้หญิง ทั้งสี แล้วก็ Material ที่ทันสมัยขึ้น ของ สินค้า อีก อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง ให้เห็น ภาพ Lifestyle ภาพสินค้าเรา เริ่มเปลี่ยน แล้วตอบสนอง ผู้บริโภค ที่เป็น Gen ใหม่ อันนี้ MC JEANS Underwear Fixture ข้างในร้าน Pop-up ข้างใน ก็เปลี่ยน การที่เราจะออกสินค้าใหม่ น้ำหอมเอง ก็เป็น Category ใหม่ ปกติเรามี 2 Variant ตอนนี้เรารีแบรนด์ใหม่หมดเลย แล้วก็เป็น Partner กับผู้ผลิตน้ำหอม เชื้อน้ำหอมจากฝรั่งเศส ที่มาช่วย อธิบาย พัฒนา ให้เรา เป็น Exclusive ให้ MC JEANS โดยเฉพาะ มี 4 Variant อันนี้รับรอง ที่ทดสอบแล้ว เป็นน้ำหอม ที่ ไม่เหมือน ถือว่าเป็น Premium เพราะว่า อยู่ใน Category ของ Eau de Parfum Lasting มันจะนานกว่า แต่เราตั้งราคา ขายจริง ขาย 695 บาท เอง อันนี้เริ่มออกไปตลาดแล้ว เห็นภาพ ของกล่อง ก็ไปกับชุด Lifestyle Product ไปกับสินค้า ที่เรา มียอดขาย นี่เป็น Stand อยู่ในตามร้านค้า ครับ อันนี้เป็น Update ล่าสุด ของไตรมาสที่ 3 สิ่งที่เราทำมา ตั้งแต่ 9 เดือนที่ผ่านมาครับ
Piriya
ครับ ก็เดี๋ยวขอเริ่มไล่เรื่องของตัวคำถามนะครับ ก็คำถามแรกนะครับ จากผลประกอบการ 9 เดือน กำไรสุทธิอยู่ที่ 595 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5% YoY นะครับ แล้วก็กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.75 บาท 0.75 สตางค์นะครับ อยากทราบว่าผู้บริหารยังมั่นใจแค่ไหน ว่าปีนี้ FY2026 จะรักษาระดับเงินปันผลต่อหุ้นได้ระดับปีก่อนที่ 0.95 บาท 0.95-0.95 บาทต่อหุ้นได้ และถ้ากำไรทั้งปีต่ำกว่าปีก่อน บริษัทจะยังใช้นโยบาย Payout ใกล้ 100% หรือจะปรับลด Payout เพื่อรักษากระแสเงินสดนะครับ ซึ่งถ้าดูจากตัวเรื่องของ Cash ที่เรามีนะครับ ก็จะเห็นว่าในเรื่องของการจ่ายปันผลเองเนี่ย ย้อนหลังมา 5 ปี นะครับ 5 ปีเนี่ย เราก็คิดว่ายังคงนโยบายในการจ่ายปันผล ต่อ เกือบ ๆ 100% นะครับ เนื่องจากว่างบของเรายังมีค่อนข้างเยอะนะครับ ซึ่งอันนี้เองก็แนวทางคงต้องรอเรื่องของ ทางกรรมการบริษัทอีกที ข้อ 2 นะครับ Q3 SG&A to Sale นะครับ มีการเพิ่มขึ้นเป็น 44.3% จาก 41.7% ในปีก่อนนะครับ แล้วก็เรื่องของ ค่าใช้จ่าย SG&A โต 9.7% รายได้โตแค่ 3.3% นะครับ อยากทราบว่า SG&A ตัวนี้ที่เพิ่มขึ้นจากอะไรเป็นหลัก เช่น เป็น Marketing Platform Fee นะครับ เรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ พนักงานอะไร หรือ Renovation นะครับ แล้วก็คิดว่าส่วนใหญ่เป็น Recurring Cost ที่จะอยู่ในปี 2027 ไหม ก็ค่าใช้จ่ายนะครับ ที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา ก็จะเป็นเรื่องที่ Support เกี่ยวกับธุรกิจ Online เติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ ซึ่งตรงนี้เองเนี่ยเราก็อยู่ในจุดที่ จัดสมดุลนะครับ ซึ่งตรงนี้เองเราก็น่าจะควบคุมได้นะครับ ณ ปัจจุบันเอง ค่าใช้จ่ายที่เป็นเรื่องของ ค่าใช้จ่าย Online ยังควบคุมได้ แล้วก็ EBIT นะครับ EBIT เองของ Online ก็ยังสูงกว่าตัวของ Offline อยู่ นะครับ ข้อถัดมา ข้อ 3 นะครับ Online Sale โตแรงและสัดส่วนขึ้นไปเป็น 26 26% ของยอดขายแล้วนะครับ อยากทราบว่าหัก Platform Fee, Promotion, Shipping, Affiliate, Live Commerce แล้ว Online มี Net Margin ต่ำหรือสูงกว่านะครับ ก็อย่างที่เรียนไปแล้วนะครับ อย่างความกลัวของช่องทาง Offline นะครับ รายการเติบโตของ Online เป็นยอดขายใหม่จริง หรือ Cannibalize นะครับ อันนี้เองเป็นยอดขายที่เติบโตจริงนะครับ ถ้าดูจากเรื่องของ การเติบโตของเราเทียบกับ การเติบโตของ Platform เราก็โตได้ดีกว่า
Matthew
อาจจะเสริมนะครับ Online อาจจะมีสินค้าที่เรา Develop สำหรับขาย Online Exclusive นะครับ เพื่อกันไม่ให้ Cannibalize กับ Offline ซึ่งงวดอันนี้ที่เราจะมี สินค้าหลากหลายเพิ่มขึ้นนะครับ เพราะการเติบโต Online จะซับซ้อนด้วยสินค้า ปกติแล้วจะเป็นพวก Accessory อุปกรณ์ พวก Bag กระเป๋า Crossbody แผ่นผ้า พวกนี้ครับ ที่ขาย Online Exclusive
Piriya
ข้อถัดมานะครับ ยอดขาย Freestanding Shop ยังลดลงประมาณ 5.9% นะครับ ห้าง Department Store -10.9% นะครับ อยากทราบว่าในสาขาที่ทำ AI Store Analytics นะครับ การปรับ Layout Renovation แล้ว นะครับ Same Store Sales Growth นะครับ Sales per Square Meter, Conversion Rate, ATV, UPT ดีขึ้นจริงกี่เปอร์เซ็นต์ แล้ว Payback Period เฉลี่ยกี่เดือน ครับ
Matthew
อันนี้ใน AI นะครับ ถึงแม้มันวัดหน้าร้าน ก็เป็นวิธีที่การทำ Façade เรา เพราะการทำ Façade เอง ก็ต้องวัดเรื่อง Capture Rate คนที่เดินผ่านแล้วเข้า ก็ดูว่า Capture Rate ขึ้นนะครับ มันก็คุ้มกับการทำ Façade อันนั้นอันแรกเลย อันนี้ใน 20-30 ที่ผ่าน Capture Rate เราขึ้น ก็จะ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แปลว่าคนเข้าร้านเพิ่มขึ้น AI อื่น ๆ ที่เข้าไปในร้านเองนะครับ เป็นการปรับ SOP ของเรา ผม Mention ไปแล้ว นะครับ Conversion Rate ตอนเดือนกรกฎาคม คือ 12% ตอนนี้เราเฉลี่ย 29% ที่มี AI ระบบ นะครับ แล้วก็เรามีเป้า 32% แล้ว AI ระบบ ตอนคุย ตั้งแต่ต้นปีมี 4 สาขานะครับ ตอนนี้เป็น 19 วันนี้เป็น 49 แล้วนะครับ ถึงสิ้นปีนี้น่าจะถึง 100 สาขาครับ ที่เป็น Key Key ก็จะช่วย Drive ยอดขาย
Piriya
ครับ แล้วก็ Payback เองก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้อง เปลืองเงินมากมาย เนื่องจากว่าที่เราใช้เป็น Subscription แบบรายคน [unclear]
Matthew
คือเรามีกล้องอยู่ในสาขาอยู่แล้วนะครับ ก็เป็นระบบที่จับกล้องเอง แล้วมาวิเคราะห์ แล้วมาช่วยเป็น AI Learning ไปแล้ว
Piriya
ไม่ต้องมี Initial Investment ก้อนใหญ่ครับ ถัดมานะครับ ไตรมาส 3 Gross Margin เพิ่มขึ้นเป็น 64.1% แต่ว่า 9 เดือนอยู่ที่ 63.4% นะครับ ต่ำกว่าปีก่อน อยากทราบว่า Q4 ใน FY2027 ทราบว่าจะรักษา Gross Profit Margin เกิน 64% ได้หรือไม่ น่าจะเกินอยู่แล้วนะครับ เกิน 64% ที่ผ่านมาช่วง 9 เดือน อย่างที่ผมเรียนไป ว่าปีนี้เป็นปีที่ กลับมาจัดเรื่องของ ทั้ง Mc Fair ใน Q2 แล้วก็ Mc Summer Sale นะครับ ต่อข้อ แผน Outlet Exclusive 80 ลวดลาย กับการระบาย Non-moving นะครับ 60,000 ชิ้น จะกดดัน Margin ใน Q4 มากน้อยแค่ไหน นะครับ คิดว่ามุมนี้เอง น่าจะไม่กระทบเยอะนะครับ แล้วก็ สินค้าที่เป็น Outlet Exclusive เข้าไป เป็นสินค้าที่ถูก หรือว่าเป็น Price Point ที่เหมาะสม นะครับ เราก็จะช่วยเรื่องของ ตัว Margin Blend ไปด้วย ในการที่เคลียร์พวก Non-moving ต่าง ๆ นะครับ ข้อถัดมา ปีนี้กำไรน่าจะต่ำกว่าเป้าหรือไม่นะครับ ถือว่าผิดพลาดจากอะไรบ้าง ครับ
Matthew
ปีนี้นะครับ เดี๋ยวต้องดูก่อนครับ เพราะยังไม่พูดถึงขนาดนั้น เพราะยังไม่เกิดนะครับ แต่บอกว่าเราลงทุน เข้าไปเพียงพอที่จะโตใน Online เองครับ ทั้งระบบที่เราไปช่วยใน Offline ด้วย อันนั้นต้องดูก่อนสิ้นปีนะครับ ว่าเราจะ Landing ยังไง แต่สำคัญที่สุดเรามอง Long-term ว่าเราต้องลงทุนเพื่อ แล้วลุยกับตลาด เพื่อสร้างประสิทธิภาพ การ เติบโต เป็นเบอร์ 1 ต่อเนื่องใน Online ครับ ก็ทำประสิทธิภาพยอดขายต่อตารางเมตรใน Offline
Piriya
คำถามถัดมานะครับ เวลา Platform Online เริ่มขึ้นค่าธรรมเนียมการขายมากขึ้น ผู้บริหารมองอย่างไร จะรับมืออย่างไรต่อไป ในการคงรักษารายได้ Net Profit Margin 20%
Matthew
จริงแล้วมีหลายประเด็นครับ มันไม่ใช่ Platform Fee อย่างเดียวครับ มันมีเรื่องการตลาดด้วย แต่พี่ คุณปิยะ ก็บอกว่า EBIT ของ Online Offline นะครับ ก็เป็นการที่เรา Monitor ตลอดครับ ในการ Balance การตลาดนะครับ แล้วก็เราก็มีของเราเองด้วยนะครับ McShop.com ที่เราจะ สร้าง 09 แล้วก็โตขึ้นด้วยครับ
Piriya
ก็คิดว่าก็น่าจะเห็น ตัวเป้าหมาย ที่เรา deliver ก็ ปัญหาได้อยู่ นะครับ ครับ ก็คำถามในไตรมาสนี้ก็ครบเรียบร้อยแล้วนะครับ
Matthew
ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
Piriya
ครับ แล้วก็พบเจอกันในตอนปิดปีนะครับ ปิดปีงบของเราก็จะเป็นช่วงประมาณสิงหาคมนะครับ สำหรับ FY2026 นะครับ ก็ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
Matthew
สวัสดีครับ [The call has ended. There is no further speech in the audio recording.]
Operator
Thank you. This concludes today's conference call.
You may now disconnect.
Already premium?