สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนักลงทุนนักวิเคราะห์และผู้ถือหุ้นทุกท่านนะคะ เข้าสู่การแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2026 ของบริษัทอาวิโกไฮเทคจำกัดมหาชนนะคะ วันนี้ดิฉันพลอารี บุศราเทพกุลนะคะ มาพร้อมกับคุณยิบ สุชวนนะคะ President and CEO ของเรานะคะ โดยสำหรับอเจนดาในวันนี้นะคะ เราจะเริ่มจากข้อมูลทั่วไปของทางบริษัทนะคะ ตามด้วยผลประกอบการประจำไตรมาส กลยุทธ์และทิศทางของบริษัท ยานยนต์ไฟฟ้า และช่วงสุดท้ายจะเป็น Q&A นะคะ โดยสำหรับบริษัทของเรานะคะ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 และเราได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2002 ปัจจุบันกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักของเราคือกลุ่มของคุณยิบ สุชวนนะคะ ซึ่งเป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทของเรานะคะ โดยปัจจุบันถือหุ้นอยู่ที่ 39.21% โดยเรามีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจำนวน 52 บริษัททั่วโลกนะคะ โดยแบ่งเป็น 32 บริษัทในประเทศไทย และ 20 บริษัทในต่างประเทศ สำหรับในส่วนของธุรกิจหลักของเรานะคะ เรามีธุรกิจหลัก 3 ส่วนด้วยกันนะคะ ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 72% ของรายได้ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการคิดเป็นประมาณ 28% ของรายได้ และในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและ IoT นะคะ ปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ค่อนข้างน้อยนะคะ โดยอยู่ที่น้อยกว่า 1% โดยบริษัทของเราได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งนะคะ จาก Tris ที่ A- และเราได้รับการประเมิน CG Score ที่ระดับ 4 ดาว รวมถึงได้รับการคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ ให้เข้าอยู่ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ในปี 2025 นะคะ และเราได้รับการรับรองจาก CAC และปัจจุบันเรามีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ประมาณ 4,900 ล้านบาทนะคะ ในส่วนของฐานการดำเนินงานนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าเรามีฐานการดำเนินงานในหลากหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย มาเลเซีย จีน โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกานะคะ รวมถึงเรามีออฟฟิศที่สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และประเทศสิงคโปร์ สำหรับสัดส่วนรายได้ตามภูมิประเทศสำหรับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้นะคะ ก็จะเห็นได้ว่ารายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากประเทศไทย โดยอยู่ที่ 52% โดยในส่วนของธุรกิจออโตพาร์ตนะคะ อยู่ที่ 43% และธุรกิจดีลเลอร์ชิปอยู่ที่ประมาณ 9% และสำหรับประเทศมาเลเซียนะคะ อยู่ที่ 22% ซึ่งสำหรับประเทศมาเลเซียเองเราก็มี 2 ธุรกิจด้วยกันนะคะ สำหรับธุรกิจออโตพาร์ตเนี่ย ก็จะมีอยู่ที่ 3% และธุรกิจดีลเลอร์ชิปก็จะอยู่ที่ 19% สำหรับประเทศโปรตุเกสและประเทศจีนนะคะ ธุรกิจที่เราทำก็จะเป็นธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นะคะ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 21% ก็ 5% ตามลำดับ สำหรับไตรมาส 1 ที่ผ่านมานะคะ ก็จะเห็นได้ว่ารายได้รวมของกลุ่มของเราเนี่ย ลดลงอยู่ที่ประมาณ 6% นะคะ ในขณะที่ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 5% ซึ่งหากเราพิจารณายอดขายตามแต่ละประเทศนะคะ ก็จะเห็นได้ว่ายอดขายจากประเทศไทยเนี่ยลดลงอยู่ที่ 11.5% โดยหลักๆ ก็จะมาจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นะคะ ที่มียอดขายลดลง สำหรับประเทศมาเลเซียลดลงที่ 5.8% นะคะ โดยสาเหตุหลักเนี่ยจะมาจากยอดขายของรถยนต์แบรนด์ฮอนด้านะคะ ที่ลดลง ในขณะที่ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศมาเลเซียเนี่ย ก็ยังคงเติบโตได้ดีนะคะ สำหรับประเทศจีนมียอดขายลดลงอยู่ที่ 12.3% นะคะ โดยเหตุผลหลักเนี่ยก็มาจากการแข่งขันด้านราคาที่สูงนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเนี่ย การลดลงของยอดขายทั้งในประเทศไทย จีน แล้วก็มาเลเซียเนี่ย ได้รับการชดเชยบางส่วนจากยอดขายของฐานการดำเนินงานในประเทศโปรตุเกสของเราเนี่ย ที่เติบโตขึ้นอยู่ที่ 11.7% ค่ะ สำหรับธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นะคะ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าเราเนี่ยมีโรงงานของบริษัทและบริษัทย่อยทั้งในประเทศไทย ประเทศจีน ประเทศโปรตุเกส และประเทศมาเลเซียนะคะ ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราเนี่ยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Metal Forming, Plastic Parts, Casting, Forging and Machining แล้วก็ Tooling นะคะ ซึ่งก็จะเห็นว่าในส่วนของ Joint Venture ของเราเนี่ย เราก็มีพันธมิตรทางธุรกิจมากมายนะคะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Sano นะคะ, Sumitomo, Echa, Sodexo แล้วก็ Poubrême โดยในส่วนของลูกค้าของเรานะคะ ก็จะเห็นได้ว่าเราผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เกือบทุกรายนะคะ ซึ่งในไตรมาสที่ 1 เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่ารายได้จาก Isuzu เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 21% ตามด้วย DENA นะคะที่ 7% และในส่วนของ Omovio นะคะ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Continental นะคะ แล้วก็ AAT มีสัดส่วนรายได้ที่ 6% และในส่วนของ Ford, Dow, แล้วก็ Linamar นะคะ มีสัดส่วนต่อรายได้เท่ากันที่ 4% นะคะ และในส่วนของ Proton และตลาดนะคะ อยู่ที่ 3% ค่ะ ในส่วนของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการของเรานะคะ ก็จะเห็นได้ว่าสำหรับไตรมาสที่ 1 เนี่ย เรามีโชว์รูมแล้วก็ศูนย์บริการเนี่ยรวม 17 แห่งด้วยกันนะคะ โดยเราแบ่งเป็น 10 แห่งในประเทศไทย แล้วก็ 7 แห่งในประเทศมาเลเซีย โดยสำหรับประเทศไทยเนี่ยเราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อยู่ด้วยกัน 2 แบรนด์นะคะ ก็คือแบรนด์ Mitsubishi แล้วก็ MG ในขณะที่สำหรับในประเทศไทยเนี่ย เราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Honda แล้วก็ Proton นะคะ สำหรับสัดส่วนรายได้ตามแบรนด์นะคะ ก็จะเห็นได้ว่า Proton เนี่ยอยู่ที่ 35% Honda ที่ 32% Mitsubishi ที่ 22% นะคะ แล้วก็ MG อยู่ที่ 17% ค่ะ สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและ IoT นะคะ ก็จะเห็นได้ว่าเรามีการแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มหลัก ๆ ด้วยกันนะคะ ได้แก่ Power AI, Power Tracking, Power Smart, Power Mapping นะคะ Power Fleet แล้วก็ Power Business ซึ่งจะเห็นได้ว่าสำหรับรายได้ในไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็จะมาจากกลุ่ม Power Smart นะคะที่ 43% Power Fleet อยู่ที่ประมาณ 35% ค่ะ แล้วก็ Power Mapping ที่ 22% ซึ่งลูกค้าของเราเนี่ย ก็จะได้แก่ ซิโนไทยนะคะ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ Grab, ASM, Wings 8 แล้วก็ Honda รวมถึงไปรษณีย์ไทยด้วยนะคะ ในส่วนของผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็จะเห็นได้ว่ารายได้รวมของเราเนี่ยลดลงที่ประมาณ 6% นะคะ โดยจะเห็นได้ว่ารายได้จากการขายสินค้าและบริการเนี่ยลดลงอยู่ที่ 61% โดยสาเหตุหลักนะคะ ก็จะมาจากการลดลงของรายได้ในส่วนของธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ลดลง 5. 7% แล้วก็ในส่วนของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลดลงอยู่ที่ 7 จำนวน 14.9 ล้านบาทนะคะ และ 73.1 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้นะคะ ซึ่งรายได้ทางการเงินส่วนใหญ่ของเราเนี่ยก็จะประกอบด้วยรายได้ดอกเบี้ยรับที่เราได้รับจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SACL นะคะ หรือฐานการดำเนินงานในประเทศอินเดีย ซึ่งเราฝากไว้เป็นสกุลดอลลาร์นะคะ ตั้งแต่ไปปลายปี 2023 นะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนะคะ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับต้นทุนทางการเงินของเรานะคะ ที่ลดลงเช่นกันจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนะคะ ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าอยู่ที่จำนวน 314.4 ล้านบาทนะคะ ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้นะคะ เทียบกับกำไรสุทธิที่จำนวน 360.2 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วนะคะ ก็จะเห็นได้ว่ากำไรอัตรากำไรสุทธิของเรามีการเพิ่มขึ้นจาก 4.5% มาอยู่ที่ 4.
9% นะคะ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมาจากตัว gross profit margin ในภาพรวมที่ปรับตัวดีขึ้นนะคะ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ดีขึ้นนะคะ ตลอดจนการลดลงของต้นทุนทางการเงินสุทธิ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางภาษีนะคะ สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มในภาพรวมนะคะ ก็จะเห็นได้ว่ารายได้สำหรับไตรมาส 1 ของปีนี้เนี่ยลดลงอยู่ที่ประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนของกำไรขั้นต้นนะคะก็ปรับตัวดีขึ้นนะคะ จาก 9.9% มาอยู่ที่ 10.4% นะคะ และในส่วนของ EBIT และ EBITDA margin นะคะ อยู่ที่ระดับ 6.2% และ 10.9% นะคะ และในส่วนของ net profit margin นะคะ อยู่ที่ 4.9% ค่ะ สำหรับธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นะคะ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเรานะคะ ก็จะเห็นได้ว่าในส่วนของรายได้เนี่ย ไตรมาสนี้มีการปรับตัวลดลงอยู่ที่ประมาณ 5. 7% นะคะ โดยสาเหตุหลักนะคะก็มาจากยอดขายที่ลดลงจากการดำเนินงานในประเทศไทยและก็ประเทศจีนนะคะ โดยสำหรับรายได้จากประเทศไทยนะคะ มีการปรับตัวลดลงอยู่ที่ประมาณ 13% นะคะ โดยแม้ว่าปริมาณการผลิตเนี่ยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ด้วยราคาวัตถุดิบหลักของเราที่ลดลง ก็เลยส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยก็เลยปรับตัวลดลงตามไปด้วย รวมถึงเรามีการสิ้นสุดการผลิตรถรุ่นไฟฟ้าของมินฟาสนะคะ สำหรับรุ่นที่ทางบริษัทได้รับคำสั่งซื้อ ในขณะที่รายได้จากประเทศจีนนะคะ ลดลงอยู่ที่ประมาณ 12.3% นะคะ สาเหตุก็จะมาจากแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคานะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังตลาดสำคัญ ๆ เช่นออสเตรเลีย แอฟริกา ยุโรป แล้วก็ประเทศอื่น ๆ นะคะ ก็ยังคงเติบโตได้นะคะ ในส่วนของยอดขายรถยนต์ภายในประเทศประจำไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็จะเห็นได้ว่าสำหรับประเทศไทยเนี่ย มียอดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 18.9% ก็จะเห็นได้ว่าในไตรมาสที่ 1 ของปีที่แล้วเนี่ย รถกระบะแบบเครื่องยนต์สันดาปมียอดขายสูงสุด แต่ว่าสำหรับปีนี้นะคะ BEV ก็เข้ามาแผนที่ด้วยยอดขายที่สูงสุดอยู่ที่ 50,000 คันนะคะ หรือว่าเป็นการเติบโตที่ประมาณ 120% ตามมาด้วย HEV อยู่ที่ 40,000 คันนะคะ ก็คิดเป็นการเติบโตที่ประมาณ 20.7% นะคะ ส่วนรถที่ยอดขายลดลงหลัก ๆ เนี่ยก็จะเป็นประเภทเครื่องยนต์ที่เป็นสันดาปนะคะ สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศมาเลเซียนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าปรับตัวลดลงเล็กน้อยนะคะ ที่ 3.4% ซึ่งก็จะอยู่ที่ระดับ 108,213 คันนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าภาพรวมของประเทศมาเลเซียนะคะในปี 2026 นี้เนี่ย MAA ได้คาดการณ์ว่าจะลดลงอยู่ที่ 3-4% นะคะ มาอยู่ที่จำนวนประมาณ 790,000 คันนะคะ เนื่องมาจากว่าทางประเทศมาเลเซียเองเนี่ย ได้มีการทำสถิติสูงสุดมาเกิน 800,000 คันมาหลายปีแล้วนะคะ ก็จะเป็นการปรับเข้าสู่ภาวะปกตินะคะ สำหรับในส่วนของกลยุทธ์ของบริษัทนะคะ เรามีเป้าหมายในการขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าเรามีฐานการดำเนินงานทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย ประเทศจีน โปรตุเกส แล้วก็สหรัฐอเมริกานะคะ ซึ่งเราก็ยังคงมองหาโอกาสในการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนะคะ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานลูกค้าหลักของทางบริษัทนะคะ สำหรับโอกาสในตลาดโลกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าจากข้อมูลยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าประเทศจีน สหรัฐอเมริกา แล้วก็ญี่ปุ่นเนี่ย ก็ยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่นะคะ ในขณะที่ประเทศไทยเนี่ยก็ยังยอดอยู่ไม่มากนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ด้วย หาโอกาสในการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานลูกค้าหลักของทางบริษัทค่ะ สำหรับโอกาสในตลาดโลกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าจากข้อมูลยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าประเทศจีน สหรัฐอเมริกา แล้วก็ญี่ปุ่นเนี่ย ก็ยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่นะคะ ในขณะที่ประเทศไทยเนี่ยก็ยังยอดอยู่ไม่มากนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ด้วยยอดที่ยังน้อยอยู่นะคะ ก็จะเห็นได้ว่าถ้าเทียบกับยอดผลิตในตลาดโลก ซึ่งคิดเป็นประมาณ 100 ล้านคันในปี 2023 เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าเรามีโอกาสอีกมากมายในตลาดโลกนะคะ ในส่วนของลูกค้าของทางบริษัทนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าเราผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตเกือบทุกรายนะคะ ก็ในช่วงอายุของรถยนต์หนึ่งรุ่นเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าในส่วนของถ้าเป็นรถยนต์ที่เป็นรถยนต์นั่งนะคะ อายุก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี ในขณะที่ถ้าเป็นรถกระบะนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 10-12 ปี ซึ่งโดยปกติแล้วเนี่ย ชิ้นส่วนแต่ละประเทศเนี่ย ก็จะมีผู้ผลิตหลักเพียงรายเดียวนะคะ ก็จะเป็นการรับประกันได้ว่าเราเนี่ยจะได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดอายุของรถยนต์รุ่นนั้นๆ นะคะ สำหรับในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้านะคะ สำหรับผลกระทบจากยานยนต์ไฟฟ้านะคะ ก็จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อทางบริษัทนะคะ เนื่องจากชิ้นส่วนประมาณ 95% เนี่ย ก็สามารถนำไปใช้ในรถ EV ได้นะคะ จากรูปที่เราแสดงนะคะ ก็จะเห็นว่าจะเป็นโครงของรถกระบะ ซึ่งก็ยังมีอยู่นะคะ แม้จะเปลี่ยนเป็น EV ในส่วนของ Axle ก็เช่นกันนะคะ ก็ยังมีอยู่นะคะ ไม่ได้หายไป โดยสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในโลกนี้นะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 93 ล้านคัน ซึ่งสำหรับการคาดการณ์นะคะ ก็คาดการณ์ว่าในปี 2032 เนี่ย สัดส่วนการผลิตของ ICE, HEV แล้วก็ BEV เนี่ย ก็จะอยู่ที่ประมาณ 33%, 29% แล้วก็ 38% ตามลำดับ สำหรับภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นชิ้นส่วนที่เราผลิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แล้วก็รถไฮบริดนะคะ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่าทางบริษัทนะคะ ทั้งในประเทศไทยเองแล้วก็ในประเทศโปรตุเกสเนี่ย มีการผลิตชิ้นส่วนสำหรับ EV แล้วก็ HEV นะคะ ให้กับผู้ผลิตชั้นนำมากมายนะคะ อย่างในประเทศไทยเนี่ย เราก็มีการผลิตให้กับ BYD, Changan นะคะ รวมถึงอีซูซุ ส่วนในประเทศโปรตุเกสนะคะ ก็จะมีทั้ง BMW, Volkswagen, Nissan, Mercedes-Benz นะคะ แล้วก็ฟอร์ด แล้วก็ Stellantis นะคะ โดยสรุปแล้วนะคะ ก็จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานของเราเนี่ย ในไตรมาสที่ 1 เนี่ย แม้ว่ารายได้ของบริษัทเนี่ยจะมีการปรับตัวลดลงอยู่ที่ประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเนี่ย ด้วยความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นนะคะ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่เพิ่มสูงขึ้นนะคะ ก็ส่งผลทำให้ตัว Core Margin ของเราเพิ่มขึ้นจาก 4.5% มาอยู่ที่ 4.
8% นะคะ และในส่วนของธุรกิจ EV ของเรานะคะ ปัจจุบันเนี่ยก็มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่มากกว่า 5% นะคะ ของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอย่างที่ได้เรียนไป ก็คือชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของ Apico นะคะ ก็จะสามารถนำไปใช้กับรถไฟฟ้าได้นะคะ แล้วก็ขณะเดียวกันเนี่ยจะเห็นได้ว่าบริษัทของเราเนี่ยมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยเรามีเงินสดเนี่ยกว่า 2,373 ล้านบาทนะคะ แล้วก็มี Interest-bearing debt to equity เพียง 0.5 เท่านะคะ ซึ่งก็จะทำให้เราเนี่ยมีความยืดหยุ่นทางการเงินนะคะ ในการรองรับโอกาสในการลงทุนในอนาคตนะคะ สำหรับแนวโน้มนะคะ สำหรับปีนี้เนี่ย เราคาดการณ์ว่ารายได้ของเราเนี่ยก็จะเติบโตสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมนะคะ แล้วก็ด้วยงานในมือของเราเนี่ยที่มีความมั่นคงนะคะ เราก็มีความเชื่อมั่นในการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาวนะคะ รวมถึงการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายนะคะ และสำหรับ Core net profit margin ของเรานะคะ เราก็คิดว่าคาดว่าจะดีกว่าในปี 2025 ที่ผ่านมานะคะ และสำหรับการเติบโตในเชิงกลยุทธ์นะคะ บริษัทของเราเนี่ยก็มีการขยายการดำเนินงานไปในหลายประเทศทั่วโลกนะคะ ก็ดังจะเห็นได้จากซอยเวนเจอร์ใหม่ของเราในประเทศสหรัฐอเมริกานะคะ รวมถึงเรายังได้มีการมุ่งเน้นในการขับเคลื่อนการเติบโตของเราผ่านการผลิตชิ้นส่วน EV หรือว่าคำสั่งซื้อใหม่นะคะ รวมถึงพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นะคะ แล้วก็แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แล้วก็ความไม่แน่นอนในสถานการณ์ในโลกนะคะ แต่ว่าทางบริษัทเองเนี่ยก็ได้มีการติดตาม แล้วก็ยังคงระมัดระวังต่อความไม่แน่นอนเหล่านั้นนะคะ แล้วก็เราเนี่ยก็ยังคงรักษาความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ แล้วก็ยังคงเดินหน้าในการสร้างโอกาสในการเติบโต แล้วก็มุ่งเน้นการเติบโตของบริษัทที่เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนนะคะ โดยในลำดับถัดไปนะคะ ก็จะเป็นส่วนของ Q&A นะคะ ค่ะ สำหรับคำถามแรกนะคะ อยากทราบว่าในกรณีของประเทศโปรตุเกสที่มีการเปลี่ยนผู้บริหาร อันนี้ปัจจุบันสถานการณ์เป็นอย่างไร? I think we change the COO.
Not change the COO. The CEO retire.
We have a younger CEO, yeah, and the CFO, yeah, we change the CFO. That is, I think, the major change.
Plus we adjust some new managers, yeah, younger managers, and improve the operations. หลัก ๆ ก็คือ CEO คนเดิมก็ retire เราก็เลยมี CEO ท่านใหม่นะคะ ซึ่งอาจจะอายุน้อยกว่า แล้วก็รวมถึง CFO เราก็มีการเปลี่ยนนะคะ รวมถึงอาจจะมีการเปลี่ยนในตำแหน่งของผู้จัดการบางส่วน แล้วก็ทำให้ผลประกอบการของเขาดีขึ้นนะคะ ในส่วนของรายได้จากพาร์ตที่เป็น EV ที่ประมาณ 5% อันนี้ทำไม เขาสอบถามว่าทำไมตัวเลขเนี่ยถึงอาจจะดูเหมือนไม่เพิ่มขึ้นอะไรเงี้ยคะ?
Basically the EV, I think a lot is imported, and the localization is still not so much, yeah. I think it will get more and more in the future.
ค่ะ ก็ในส่วนของชิ้นส่วน EV ตอนนี้ก็อาจจะยังไม่ได้ผลิตในประเทศไทยเยอะมาก ก็คือยังมีการ import เข้ามาอยู่นะคะ แต่ว่าเราก็เชื่อว่าชิ้นส่วนที่เราได้เนี่ย ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ But in any event, most of Apico components, over 90% body parts, can be used on ICE and EV cars, just for information. ค่ะ ซึ่งชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของเรานะคะ อย่างเช่นพวก body parts ที่เราผลิตเป็นหลักนะคะ ก็สามารถใช้ได้กับทั้ง ICE แล้วก็ EV ค่ะ บริษัทมี Capital expenditure ค่อนข้างที่จะสูงเมื่อเทียบกับ peers ในประเทศไทย อยากทราบว่า capital expenditure ที่ลงส่วนใหญ่เป็นสำหรับ operation ในประเทศไทยหรือว่าต่างประเทศ หลัก ๆ ถ้าเป็นของปีนี้นะคะ เราจะมีการลงใน operation ที่เป็นต่างประเทศมาก ซึ่งสำหรับในปีนี้เอง แล้วก็ปีถัด ๆ ไป เราก็ได้ออเดอร์เยอะขึ้นค่อนข้างมากนะคะ แล้วก็อย่างที่ได้เรียนไปว่า ด้วยความที่ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นนะคะ ก็เลยมีการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นค่ะ บริษัทได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดจากการที่ช่องแคบฮอร์มูชโดนปิด?
Presently, really, there’s not so much impact because our steel components are central purchase. When the price is up, we increase the price.
When the price is down, we reduce the price. The impact is not so much.
For plastic components, yes, there is some impact. The components for plastic is still a small quantity compared to steel.
ก็หลัก ๆ Material ของเรานะคะ ก็จะเป็นเหล็ก ซึ่งสามารถปรับราคาขายได้ ถ้ากรณีที่ราคาต้นทุนที่เป็นเหล็กเพิ่มขึ้นหรือลดลงนะคะ เราก็จะมีการปรับตาม แต่ว่ายังไงก็ตามในส่วนของชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกนะคะ ก็จะมี impact อยู่บ้าง แต่ว่าก็คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากนะคะ เพราะว่าอาจจะไม่ใช่ต้นทุนหลักของเรานะคะ But we still negotiate when the material price up, but it’s of course more difficult. ค่ะ ซึ่งเราก็ได้มีการต่อรองกับลูกค้านะคะ แต่ว่าก็จะมีความยากกว่า อันนี้เฉพาะชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกนะคะ ขอทราบความคืบหน้าในการทำ joint venture กับค่ายรถยนต์จีนค่ะ Yeah, I think now that there are many Chinese OEM in Thailand, we are also looking at joint ventures or technical agreement with Chinese auto parts suppliers.
This is for the future plan of our growth. เราก็มีการมองหาโอกาสอยู่นะคะ ซึ่งโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นก็อาจจะเป็นในส่วนของ ไม่ว่าจะเป็นการทำ joint venture กับ supplier ที่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศจีน เนื่องจากว่าก็จะเห็นได้ว่ามีแบรนด์ค่ายรถยนต์จีนนะคะก็มาเปิดโรงงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมากนะคะ สำหรับโรงงานที่สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการผลิตเมื่อไหร่คะ จะเริ่มช่วงปลายปี 2028 นะคะ บริษัทมีรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนให้เกรทวอลมอเตอร์ประมาณเท่าไร?
We have some components for Great Wall. I think volume of Great Wall is still not so big.
บริษัทมีแผนที่จะไปตั้งโรงงานที่ประเทศอินเดียหรือไม่? I think as usual, we are looking for opportunity, but nothing is clear at this moment.
ค่ะ บริษัทมีรายได้จากการผลิตชิ้นให้ค่ายรถยนต์ช่างอันอยู่ที่ประมาณเท่าไร? I think the volume, as I said, is still not much.
As I say, the overall new business for EV is about 5 percent. Chang’an is still within that 5 percent range.
ขอทราบความคืบหน้าสำหรับบริษัทที่ชื่ออปิโกกิก้าค่ะ Yeah, we are still looking at die casting, whether big machine or small machine, because EV require to be lighter. Aluminum is a future product for the car industry.
สำหรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่ประเทศโปรตุเกสค่ะ ทางบริษัทมีได้รับเงินจากบริษัทประกันหรือไม่? The insurance company do not consider the electricity failure as claimable, but we are still working.
ค่ะ อันนี้เราก็ยังคง work อยู่นะคะ แต่ว่าในส่วนของไฟฟ้าดับอะค่ะ ก็ยังไม่ได้แน่ใจว่าจะสามารถ claim ได้ แต่ว่าเรายังคง work อยู่ค่ะ ขอทราบถึงสาเหตุที่มีการตั้งสำรองการด้วยค่าของเงินลงทุนในไตรมาสที่ 4 นะคะ อันนี้จะเป็นการ implement เงินลงทุนในบริษัทไต้หวัน เป็น เรา find that the business is no good, and then we give up. That is in line with our thinking, stop when it’s not a good business.
ขอทราบประมาณการรายได้ในไตรมาสที่ 2 ที่ แล้ว ในส่วนของรายได้นะคะ ก็อยู่ในระดับใกล้เคียง แต่ว่าจะ soft ลงนิดหน่อย แต่ว่าในส่วนของตัว net profit margin นะคะ เราก็คิดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วนะคะ เรามีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่โปรตุเกส ก็เลยทำให้กลุ่มการของโปรตุเกสในปีที่แล้วในไตรมาสที่ 2 ก็เลยไม่ดีนะคะ But in general Q1 is always a good quarter, and Q2 is a weak quarter. ใช่ค่ะ ในไตรมาสที่ 2 เนี่ย ปกติจะเป็น weak quarter ของอุตสาหกรรมของเรานะคะ เนื่องมาจากว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 เนี่ย ก็จะมีพวกวันหยุดสงกรานต์อย่างเงี้ยค่ะ ไตรมาสที่ 2 ก็จะเป็นช่วง weak quarter ที่สุดของปี แล้วก็ในไตรมาสที่ 1 อย่างที่คุณเดียบได้เรียนไปว่าจะเป็นช่วงที่รายได้ผลประกอบการพีกสุดของปี เพราะว่าสำหรับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นนะคะ ก็จะมีการปิดงวดพวกการเงินในช่วง 31 มีนาคมของทุกปีนะคะ ค่ะ คำถามถัดไปนะคะ อยากให้ช่วยแชร์แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์นะคะ แล้วก็ demand การปล่อยอุ๊ที่ยังไม่เพิ่มขึ้น แล้วก็ในเรื่องของข่าวของรถยนต์ EV จากการที่รัฐสนับสนุน EV ที่มีการนำเข้ามาทั้งคันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ขอสรุปข้อนี้แบบนี้แล้วกันค่ะ ก็คือว่า จากการที่ค่ายรถยนต์จีนนะคะ อาจจะยังไม่ได้มีการใช้ local parts มากนัก คือกรณีนี้เนี่ย เราจะได้ประโยชน์ไหมลักษณะนี้คะ อันนี้เขาอยากให้ช่วยแชร์ว่าเรามอง มุมมองของเราเป็นอย่างไรอะคะ ก็คือค่ายรถยนต์จีนนะคะ อาจจะไม่ได้ใช้ local parts ก็คือ localize มาที่ประเทศไทยมากอย่างเงี้ยค่ะ เขาก็เลยถามว่าอย่างเงี้ย เรายังจะได้รับประโยชน์จากการมาของค่ายรถยนต์จีนหรือเปล่า?
No, no. I think the Thai government is also creating a new regulation to higher localization for Chinese cars.
I think maybe in the next few months you can see regulation to force the Chinese manufacturers to localize more. This is happening.
ค่ะ แล้วก็มีการสอบถามเรื่องของ parts EV จีน ของค่ายจีนค่ะ ว่าเรามีการได้ parts เพิ่มมากขึ้นหรือไม่? I think in future sure there will be more.
Because of the localization requirement by government, stronger requirements, yeah. แล้วก็การส่งออกจากประเทศไทยเนี่ยสามารถสู้ EV จีนที่ส่งออกไปต่างประเทศได้หรือไม่ แล้วก็ลูกค้าที่เป็นญี่ปุ่นที่เรามีอยู่ตอนนี้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้าง?
I think first point, the Chinese brand coming to Thailand is to make the right-hand drive for export. That is the lucky point for Thailand.
The assembly plants here must produce at least 100,000 to be successful. If there are five assembly plants, they have to assemble at least 500,000 units.
Some are for Thailand, but I think the bulk of it will be for export. It's good for the industry.
What's the second point? They asked about the Japanese customer.
Okay. I think, of course, with the strong sort of competition from China, the Japanese brand is impacted because they don't have the good EV vehicles.
I think they will lose some market share to the Chinese. It's visible now.
It's happening. It's good for us in Thailand because now we have two brands, the Japanese brands and the Chinese brands.
I think it is a good policy of the government to bring the Chinese to Thailand, but it gets more competitive. I think competition is there all the time.
ค่ะ สำหรับคำถามถัดไปนะคะ ปัจจัยหลักที่ทำให้ core net profit margin สำหรับปีนี้สูงกว่าปีที่แล้วมาจากอะไรบ้างค่ะ อย่างที่ได้เรียนไปนะคะ ว่าปีนี้เนี่ยทาง operation ของเราที่โปรตุเกสนะคะ ในส่วนของการดำเนินงานหลักนะคะ ก็คือมีผลประกอบการที่ดีขึ้นนะคะ จากปีที่แล้วค่ะ ซึ่งเราก็เริ่มเห็นตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว แล้วก็ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ก็เห็นชัดขึ้นนะคะ แล้วก็มีในส่วนของ profit sharing นะคะ จากบริษัทร่วมค้าของเรานะคะ ก็มีการเติบโตขึ้นค่ะ บริษัทมองความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกหรือสงครามกลางค่า ว่าจะกระทบยอดคำสั่งซื้อของเราอย่างไรบ้างคะ And I think the war impact will be more on the plastic material. For our plastic components, if they can't get the price increase, then some impact on profitability.
The plastic components is not a major part of our business. If the war continues, I think it's really difficult to forecast at this moment.
Let's hope the war ends. I think that's the main point, and back to normalcy.
ค่ะ แล้วก็มีในส่วนของเป้าหมายรายได้ของปีนี้นะคะ ว่าจะเติบโตที่เท่าไหร่ สำหรับรายได้สำหรับปีนี้นะคะ เราคาดว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอุตสาหกรรมนะคะ แต่ว่าสำหรับปีนี้เนี่ยในส่วนของ core net profit margin เนี่ย เราก็คิดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปีที่แล้วนะคะ สำหรับงานในมือปัจจุบันมีมูลค่าเท่าไหร่ แล้วก็มีโอกาสของออเดอร์ใหม่อย่างไรบ้าง? Maybe I'd like to explain about our car business.
If we produce, for example, like the chassis for a customer, then if we do a good job, every model we get the same chassis, then we don't call that a new order. It's like a carryover, year after year, model after model.
New order is when we get the business, when we never make before. That means we compete for a customer that is weak in the quality or delivery, then we pitch for it.
If we win that component, we call it a new order. I think most of our business will be carried over and some new order.
Of course, we win new orders this year or last year. When we get a new order, it also takes two to three years to get ready for the component.
Like this year, we build a new factory in Chonburi. That is for new order.
We are producing axles for a new customer. That is a new order.
In the past, we never produced axle for this customer. Maybe the next new model, this axle is carried over.
We cannot call it a new order. คำถามถัดไปนะคะ ในส่วนของพลาสติกที่เราบอกว่ามีผลกระทบที่ค่อนข้างน้อยนะคะ อันนี้คิดว่ามันจะมีผลต่อ profit margin ไหมคะ?
Based on forecast, I think we have just explained to you, yeah, and I think overall the performance should be better than last year. How much better, I think let's wait and see.
ค่ะ สำหรับ dividend payout ratio มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60% หรือไม่คะ? This is a difficult question, because I think Apico has plenty of investments.
Okay? I think you can see that our capital expenditure, I think next year maybe we will even invest more because of the new opportunities.
Because we always believe there's a challenge, there's opportunity. I think there's a lot of challenge this year.
Our dividend policy is 35%, right? 30%.
Minimum of 30%. I think we have been paying about 4-5% dividend, yeah, 4-5% yield is 4-5% or 6% or 7%.
Therefore I think it will remain probably about the same level. It depends on my board.
I cannot decide on this. We have to propose to the board and the board decides.
ค่ะ สำหรับข้อถัดไปนะคะ การไปลงทุนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้มีทิศทางแตกต่างจากตอนการลงทุนในกลุ่มสักติอย่างไร? I think we are very careful with this new investment.
Normally when we make a factory, normally we perform well. I think this investment in America is in line with our strategy.
Our strategy is to be a chassis producer, and this is our first chassis overseas. We are doing chassis for the Isuzu model.
I think this is really a good result in line with our strategy of this product. This is our main strategy and we are following our strategy.
ค่ะ หลัก ๆ คำถามก็ได้ตอบไปหมดแล้วนะคะ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างคล้ายกันนะคะ So if there's no other question, I'd like to summarize, yeah? A lot of challenges this year, a lot of opportunities, yeah, and we are looking at all the opportunities, and I think we hope that this year will be as we have forecast.
Hopefully there's no sudden changes or surprises, yeah. Thank you.
ค่ะ ในนามของบริษัทอพิโก ไฮเทคจำกัดมหาชนนะคะ ก็ขอบคุณทุกท่านนะคะ พบกันไตรมาสหน้านะคะ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ Thank you. ขอบคุณมากครับ ขอบคุณค่ะ
Already premium?