Global Power Synergy Public Company Ltd

Global Power Synergy Public Company Ltd

51.00
THB
+0.75
(+1.49%)
124.07BMarket Cap
Nov 11Next Earn

Q1 FY2026 · Earnings Call TranscriptMay 7, 2026

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัท Global Power Synergy จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 ผม นายธนพล พัฒนศิริพงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ครับ ก่อนอื่นบริษัทต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัทในครั้งนี้ บริษัทมีความยินดีที่จะนำเสนอข้อมูลให้กับทุกท่านในวันนี้ครับ โดยก่อนเข้าสู่ช่วงการนำเสนอผมขอความกรุณาทุกท่านปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ 1. โปรดปิดกล้องและไมโครโฟนระหว่างการบรรยายเพื่อความราบรื่นของการประชุม 2.

ในช่วงถามตอบ บริษัทขอเริ่มจากช่องทางถามสดก่อน โดยขอความกรุณาท่านที่ต้องการสอบถามกดปุ่มยกมือ พร้อมแจ้งชื่อและชื่อบริษัทของท่านก่อนถามคำถาม และในการนี้เพื่อให้การสื่อสารระหว่างบริษัทกับนักวิเคราะห์เป็นการสื่อสารแบบสองทางมากขึ้น บริษัทขอความร่วมมือจากนักวิเคราะห์ที่ต้องการถามคำถามเปิดกล้องของท่านก่อนถามคำถามครับ 3. สำหรับนักลงทุนต่างชาติขอความกรุณาส่งข้อความคำถามของท่านผ่านทางแชทบ็อกซ์ 4.

นักวิเคราะห์สามารถพิมพ์คำถามล่วงหน้าในกล่องข้อความของระบบออนไลน์ ซึ่งทางพิธีกรจะรวบรวมเป็นประเด็นเดียวเพื่อนำเสนอแก่ผู้บริหาร และ 5. เอกสารการประกอบการนำเสนอสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ www.

gpscgroup.com สำหรับกำหนดการระหว่างประชุมในวันนี้ครับ จะเป็นการนำเสนอข้อมูลจากผู้บริหารประมาณ 45 นาที และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงถามตอบ และในโอกาสนี้ผมขออนุญาตแนะนำคณะผู้บริหารที่ให้เกียรติเข้าร่วมบรรยายในวันนี้ มีทั้งสิ้น 4 ท่าน 1. คุณศิริเมศ ลีพากร ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ โดยคุณศิริเมศจะนำเสนอในส่วนของภาพรวมผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของ GPSC 2.

คุณพนพร สาสนะนาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน คุณพนพรจะอัปเดตความคืบหน้าการลงทุนของบริษัทในต่างประเทศและรายงานผลการดำเนินงาน 3. คุณนรงชัย วิสุทธ์ชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การพาณิชย์ คุณนรงชัยจะเล่าในส่วนของสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติและอัปเดตในส่วนของภาพรวมของลูกค้าอุตสาหกรรม และ 4.

คุณมนัชชัย คงรักกวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและ decarbonization โดยคุณมนัชชัยจะนำเสนอในส่วนของภาพรวมธุรกิจพลังงานหมุนเวียน รวมถึงทิศทางการเจริญเติบโตของบริษัท และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาครับ ผมขอเรียนเชิญคุณศิริเมศ ลีพากร เริ่มการนำเสนอในส่วนที่ 1 ได้เลย ขอบคุณครับ ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีนะครับท่านนักวิเคราะห์ทุกท่านนะครับ วันนี้ทางส่วนของ GPSC นะครับผมก็ได้รับมอบหมายจากทาง CEO วรวัตนะครับ เนื่องจากว่าติดภารกิจสำคัญนะฮะ ให้มานำเสนอในส่วนของพาร์ตที่ 1 ก่อนนะครับ ในส่วนของ Business Highlight ในไตรมาสที่ 1 2026 นะครับ ดังที่บางท่านอาจจะได้รับทราบนะครับว่าทาง GPSC เองเนี่ยนะครับได้มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ไปเมื่อวานนี้นะครับ ก็ดูจากภาพของ EBITDA ก่อนนะครับว่า EBITDA เองเนี่ยเราในไตรมาสที่ 1 ก็ได้ที่ 4,427 ล้านบาทนะครับ Q on Q เนี่ยก็เห็นว่ามีการเติบโตขึ้น 6% นะครับ โดยหลักแล้วเนี่ยนะครับก็จะมาจากในส่วนของความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนนะฮะ คือการบริหารพลังงานเชื้อเพลิงแล้วก็บรรดาค่าใช้จ่ายในส่วนของ SG&A นะครับ รวมถึงของ fixed cost ที่มีการบริหารจัดการนะครับ ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนะครับ แล้วก็ถัดมาถ้าเราเปรียบเทียบนะครับ year on year เนี่ย ก็จะเห็นว่าจะลดลงสัก 8% นะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยก็เป็นผลจากแรงกดดันในส่วนของตัว FT นะครับที่มีการปรับลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อไตรมาสที่ 1 ของปีที่แล้วนะครับ แล้วก็ในเดียวกันเนี่ยในไตรมาส 1 ของปีนี้นะครับ เรามีแผนการซ่อมลงอินประจำปีนะครับ ของโรงไฟฟ้าเก็กโกวัน แล้วก็ในส่วนของโรงไฟฟ้า CFB3 นะครับ ซึ่งปัจจุบันก็ดำเนินการแล้วเสร็จกลับขึ้นมาเดินได้ตามปกติแล้วนะครับ แต่นี้ในไฮไลต์นะครับในส่วนของ challenge แล้วก็ไฮไลต์ที่เรามีอยู่เนี่ย แม้ว่าเราจะได้ยินข่าวนะครับว่ามีการประกาศฟอร์ซมาเจอร์ของลูกค้าบางรายนะครับ แต่ว่าต้องเรียนว่าไม่ได้มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญนะฮะ เนื่องจากว่าอันแรกเลยเนี่ย ลูกค้าส่วนใหญ่เราก็มี MTP ทั้งหมดอยู่แล้วนะครับ ส่วนที่สองเนี่ยก็คือว่า แม้ว่าลูกค้าบางรายที่ประกาศฟอร์ซมาเจอร์เองเนี่ยนะครับ เราก็พบว่าลูกค้าไม่ได้หยุดการใช้นะครับ ประมาณ 60% ยังใช้อยู่เป็นอย่างต่ำนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย impact ตรงนี้ก็จะไม่เยอะ ขณะเดียวกันเนี่ยมีเรื่องที่ย้อนแย้งกันอยู่ระดับหนึ่งก็คือว่าเราพบว่าลูกค้าบางรายนะครับมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าและน้ำเพิ่มเติมขึ้นมาทำให้ภาพรวมนะครับต้องบอกว่าในไตรมาสที่ 1 เนี่ยนะครับ ก็จะเป็น maximum หรือว่า hit record นะครับในเชิงของ demand ของลูกค้า GPSC ในรอบ 3 ปีที่เดียวนะครับ นอกจากนี้นะครับ ภายใต้การบริหารพอร์ตฟอลิโอที่ดีเนี่ยนะครับ ก็มีผลทำให้นะครับ ถ้าเรามองอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของตัวกำไรสุทธิของบริษัทนะครับ ในไตรมาสที่ 1 เนี่ยกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,719 ล้านบาทนะครับ ก็จะเห็นว่ามีการเติบโตที่ดีมากนะครับ เพิ่มขึ้น ถ้าเราเทียบ Q on Q นะครับ ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 15% นะครับ แต่ถ้าเทียบ year on year เนี่ยก็อยู่ที่ 51% นะครับ ทั้งนี้เนี่ยเนื่องจากว่าในภาพรวมเนี่ยนะครับ เราก็มีการบริหารพอร์ตฟอลิโอที่ดีด้วยนะครับ พอร์ตฟอลิโอในส่วนของ GPSC นอกจากเราพยายามจะไม่ rely on ตัว fossil fuel แล้วเนี่ยนะครับ มันทำให้ประสิทธิภาพในเรื่องของการมีลดบริหารความเสี่ยงนะครับ ในส่วนของการขึ้นกับราคาพลังงานเนี่ยก็ลดลงไปด้วยนะครับ ในไตรมาสที่ 1 เนี่ยนะครับ เรารับผลดีจากปริมาณน้ำที่ค่อนข้างเยอะนะครับ ทำให้เขื่อนศรียะบุรีนะครับ ห้วยหอน แล้วก็น้ำริก 1 เนี่ยนะครับ ก็สามารถสร้างกำไรได้ดีกว่าแผนนะครับ รวมถึงเรื่องของความสำเร็จนะครับในการเพิ่ม COD ของทั้งในอินเดียและในไทยนะครับ มีการ COD เพิ่มขึ้นนะครับ จะเป็นภาพของ Abada เนี่ยก็คือถ้าภาพเต็ม ๆ ประมาณสัก 1,000 เมกะวัตต์นะครับ ในขณะที่ถ้านับเป็นสัดส่วนของ megawattivity เราคงได้ประมาณสัก 400 กว่าเมกะวัตต์ อันนี้ก็ทำให้เรามี COD จำนวนเมกะวัตต์เพิ่มขึ้นนะครับ และแม้ว่าตัว FT ก็จะเป็น challenge ที่เข้ามาก็คือมีการปรับลดลงนะครับ 9. 72 สตางค์ต่อกิโลวัตต์อาวร์ อันนี้ก็คือเมื่อเทียบกับเมื่อไตรมาส 1 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 นะครับ ในขณะที่ Pool Gas เน นะครับ แล้วก็ยังมีโปรเจกต์อยู่ในไพพ์ไลน์นะครับ ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จนะครับ เดี๋ยวผมมีเล่ารายละเอียดในหน้าของ EBITDA Uplift ถัดไปนะครับ ถัดไปนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของสิ่งที่เราได้ประโยชน์ในส่วนของ share profit ขึ้นมา 391 ล้านบาทนะครับ หลัก ๆ แล้วก็อย่างที่เรียนไปนะครับ ก็คือลงไฟฟ้าเขื่อนเนี่ย น้ำค่อนข้างดีในปีนี้นะครับ ประกอบกับไม่ว่าจะเป็นสระบุรีนะครับ ซึ่งมีการใช้โอกาสจากที่ดอกเบี้ยมีการปรับลดลงเนี่ยนะครับ ทำการปรับในส่วนของตัวเงินกู้นะครับ ก็ทำให้มีประโยชน์จากการลดลงของตัวดอกเบี้ยลงไปได้ค่อนข้างเยอะเลยนะครับ ก็มี impact ที่ค่อนข้างดีนะครับ เดี๋ยวทาง CFO คงได้ช่วยให้รายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ ส่วนโครงการทางด้านชังฟังสีดาวนะครับ ก็พบว่าเราเองเนี่ยครับ ในเชิงของตัว capacity utilization ก็มีการปรับปรุงขึ้นมาอย่างดีตามลำดับนะครับ รวมถึงเรื่องการสามารถที่จะเจรจา ทำให้การรับ LD claim นะครับ จากเดิมที่เป็น yearly basis ตอนนี้ก็ได้จ่ายเป็น monthly basis นะครับ ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันนะครับ ในพาร์ตของการเงินนะครับ ก็เป็นสิ่งที่เราทำได้ค่อนข้างดีนะครับ ก็ผ่านกระบวนการที่ทำเรื่อง repayment แล้วก็ prepayment นะครับ ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดการเงินก็ทำให้เราได้เก็นอีกประมาณสัก 70 ล้านบาทนะครับ ผลการดำเนินงานในภาพรวมของ GPSC เองนะ ก็ยังมุ่งมั่นนะครับ ดำเนินการตาม guideline ของด้าน Dow Jones Sustainability Index นะครับ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยทาง GPSC เองนะครับ ก็ยัง continue ที่จะเป็นอยู่ใน Dow Jones Sustainability Index อยู่นะครับ เป็นปีที่ 4 ติดต่อเนื่องนะครับ หน้าถัดไปเนี่ยนะครับผมก็จะ recap ให้เห็นภาพนะครับว่าเป้าหมายของ EBITDA Uplift เมื่อปี 2025 ก็ 500 นะครับ แล้วก็ปีนี้ต้องเป็น 700 นะ ในปี 2020 จะเป็น 900 นะครับ ในไตรมาสที่ 1นะครับ ก็ 132 ล้านบาทที่เรารับ realization EBITDA เข้ามานะครับ ส่วนที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้อีก 107 โครงการนะครับ แล้วก็มี 45 โครงการที่เป็น new project เข้ามาใน pipeline นะครับ อันนี้เองเนี่ย เราคิดว่าเราพยายามจะ extend นะครับ ให้ภายในสิ้นปีนะครับ EBITDA Uplift น่าจะ realization ให้ได้สัก 900 ล้านบาทในความตั้งใจของพวกเราที่ดำเนินการในกระบวนการตรงนี้นะครับ ก็จะเห็นนะครับว่า EBITDA Uplift เนี่ยเป็นสิ่งที่ GPSC มุ่งมั่นแล้วก็ผลักดันให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรนะครับ ในการที่จะทำให้ GPSC เองนะครับ ก็มีมุ่งมั่นที่จะสู่ความเป็นเลิศในทุกมิตินะครับ หน้าถัดไปนะครับผมก็คงจะเล่าให้ถึงตัว Strengthen the Core ในยุคยิ่งเรื่องสำคัญที่เรามุ่งเน้นก็คือเรื่อง Reliability นะครับ ก็ผลในเรื่องของ unit tip average ก็ยังอยู่ในค่าควบคุมที่ดีนะครับ รวมถึง Cyfee ก็ยังอยู่ในค่าควบคุมในเกณฑ์ที่ดีนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เรื่องหลักที่เรายังคง maintain อยู่ก็คือระบบการทำงานที่เรียกว่า Operation Excellence Management System นะครับ ซึ่งต้องเรียนว่าเมื่อวานนี้เอง เมื่อสองวันที่ผ่านมานี้เองนะครับ ทาง GPSC ในกลุ่มของปตท.

เรามีการจัดงานให้อวอร์ดในส่วนของ Operation Excellence Award ประจำปี 2026 ครับ รางวัลที่ GPSC ได้รับเป็นรางวัลสูงสุดนะครับ ในเรื่องของตัวทางด้าน Excellence Award ประจำปี 2026 นะครับ อันเนื่องมาจากความสามารถในการดำเนินการในส่วนของทั้ง safety reliability แล้วก็ในส่วนของการทำเรื่อง Return on Investment Capital นะครับ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่ยืนยันนะครับว่าผลการเงินของ GPSC ที่ผ่านมาเนี่ย ก็สามารถสำฤทธิผลนะครับ มีผลลัพธ์ที่โดดเด่นอยู่นะครับ นอกจากนี้นะครับ การนำ AI แล้วก็ Machine Learning เข้ามา integrate ในการทำงานนะครับ ขณะนี้เองเนี่ย 2-3 ปีที่ผ่านมา เราคงมีการดำเนินการต่อเนื่องในส่วนของการนำ Machine Learning ใส่เข้าไปในระบบ ก็คือ Predictive Maintenance ครับ ซึ่งปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่จะเดินครบ ก็ทำให้เรามีระบบที่จะเป็นเรียกว่า Early Warning นะครับ ทำให้เราสามารถที่จะมีความว่องไหวในการที่รู้สถานการณ์ของปัญหาของอุปกรณ์ใด ๆ นะครับ ประโยชน์ก็คือว่าเราก็สามารถที่จะวางแผนในการซ่อมบำรุงโดยที่ไม่เกิดปัญหาเรื่องของ interruption โดย suddenly นะครับ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ reliability ของระบบดีขึ้น การบริหารจัดการเรื่องต้นทุนในงานซ่อมบำรุงก็ดีขึ้นด้วยนะครับ แล้วรับลดผลกระทบจากการเกิดปัญหาเรื่อง shutdown ที่ unplanned นะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเสาหลักที่เราต้องการจะมุ่งเน้นก็คือเรื่องของตัว customer cooperation นะครับ ซึ่งหลายเรื่องทีเดียวนะครับ ที่เราเข้าไปช่วยสนับสนุนลูกค้าในเชิงของเทคนิคนะครับ และมีการจัด KM กับลูกค้าในงานซ่อมบำรุงระบบ high voltage นะครับ อันนี้สำคัญก็คือว่า เมื่อลูกค้าดูแลระบบดีแล้วเนี่ย การ link กับ grid ของ GPSC เนี่ย ก็จะมีความเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ปัญหาภายในก็จะลดลงนะครับ แล้วนอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของการจัดเก็บเรื่อง spare parts management ให้ optimize แล้วก็มี parts ที่สำคัญ ๆ เนี่ยพร้อมที่จะรองรับทุกสถานการณ์นะครับ ทำให้เรามีความมั่นใจในความมั่นคงของตัวเครื่องจักรของเรานะครับ ตัว Gecko1 เองนะครับ ต้องเรียนว่า เดิมเนี่ย Gecko1 ก็มีแผนจะซ่อมบำรุงเสร็จภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แล้วก็กลับขึ้นมาเดินภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับ แต่เนื่องจากว่าตอนที่กลับขึ้นมาดำเนินเนี่ย เราพบปัญหาทางด้านของเทคนิคบางอย่าง ทำให้มีการต้องหยุดลงไป แล้วก็ทำการปรับปรุงนะครับ แล้วก็แล้วเสร็จกลับขึ้นมาเดินอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ก็เดินขึ้นวันที่ 29 มีนาคม ก็หลังจากเดินมาก็สามารถเดินได้อย่าง 100% นะครับ แล้วปัจจุบันเนี่ย เราก็มีการ enhance ตัวการขายด้วยนะครับ อาจจะขึ้นไปถึง 102% ตามสัญญาที่มีโอกาส อันนี้ก็จะใช้โอกาสตรงนั้นด้วยนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เราใช้โอกาสในการที่เรา extend การซ่อมบำรุงเนี่ย มีการปรับปรุงเพิ่มเติมนะครับที่จะทำให้ตัวทั้ง Gecko1 เองนะครับ มีตัว heat rate ที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในรวมดีขึ้นนะครับ ก็จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของระยะยาว ทั้งในส่วนของการที่เราจะมีประสิทธิภาพ แล้วก็มีต้นทุนที่ถูกลงนะครับ Gecko1 ในภาพรวมนะครับ ตามสักตาข้างล่างเนี่ย มันมีความสูญเสียเกิดขึ้นระดับหนึ่ง คือชื่อเสสงโอกาสนะครับ เป็นหลัก ก็คือ AP จะ loss ไป แต่ว่าเรามองทั้งปีตอนนี้เราทำการดูภาพรวมทั้งหมด แล้วก็ปรับปรุงประสิทธิภาพในจุดที่เราทำได้เนี่ย เราพบว่าเรามีโอกาสที่จะ recover ในส่วนที่เราขาดหายไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นผ่านการ lift catch up ก็คือว่า AP ในช่วงปลายปีเนี่ย มันจะดีกว่า AP ในช่วงต้นปีนะครับ อันนี้เราจะ compensate ได้นะครับ แล้วพาร์ตที่สองก็คือ heat rate นะครับ ที่มีการ improve ขึ้น จากการที่เราปรับปรุงในส่วนของทั้ง heat exchanger นะครับ ตัว panel ภายในของเตานะครับ หนึ่งในสามของตัว Gecko1 เนี่ยเราเปลี่ยนใหม่นะครับ มีการ clean ตัว burner ไอ้ตัวหัว burner นะครับ ทำให้ประสิทธิภาพในการ burn หรือการเผา unburn carbon เนี่ยลดลงไปเยอะเลยนะครับ heat rate ของเราดีขึ้นประมาณ 1-2% นะครับ แล้วก็มี OPEX saving ผมอยากให้เห็นภาพการเติบโตของ GPSC ตามทิศทางทางกลยุทธ์ของเรานะครับ ก็ต้องบอกว่าในผลจากการที่เรามี COD เพิ่มเติมขึ้นนะฮะ ก็ทำให้ในปี 2026 ไตรมาสที่ 1 นะครับ ภาพรวมจะเห็นเลยครับว่าเรามี renew เพิ่มขึ้นนะ สีเขียวนี้นะครับ ก็เรียกว่ามากกว่า 50% แล้วนะครับ ตามเป้าใกล้เคียง 50% ตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ในภาพวิสัยทัศน์บริษัทนะครับ แล้วก็เราก็มองเห็นนะครับว่ามีโอกาสที่จะเติบโตต่อตาม pipeline จนถึงปี 2030 ภาพรวมของเมกะวัตต์ installation เราจะเข้าถึง 13,660 เมกะวัตต์นะครับ เราจะเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วนะครับ ของ renewable ที่เข้ามานะครับ จะกลายเป็น 70% ของ pipeline นะครับ ส่วนด้านขวาเนี่ยนะครับ ก็จะเรียนให้เห็นถึงเรื่องของ upcoming capacity COD ที่ไตรมาสที่ 1 เนี่ย เรามีการ COD เพิ่มเติมในส่วนของเราวาดานะครับ ก็รับมาอีกประมาณในเชิงของ megawatt equity อยู่ที่ 478 เมกะวัตต์นะครับ เราจะเห็นว่าใน pipeline ด้านขวาเนี่ย ถ้าทั้งปีนะครับ เราคาดว่าที่อวาดาเองเนี่ย ก็จะทำให้เรามี equity เมกะวัตต์รวมกันประมาณสัก 1,000-1,400 เมกะวัตต์ในปีนี้นะครับ แต่ว่าในปีนี้พาร์ตของ renewable ในอินเดีย GPSC จะ take เมกะวัตต์นะครับ ในเชิงของ equity เข้ามาอยู่ในระดับประมาณ 1,000-1,400 เมกะวัตต์นะครับ ในอันที่ 2 นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของส่วนที่เราก็ไปถือหุ้นในโรงไฟฟ้านวนครนะครับ ซึ่งก็มีการ COD ในเฟสล่าสุดนะครับ อันนี้ก็ COD ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ไซซ์ของเขาก็คือ 30 เมกะวัตต์นะครับ แล้วก็ตัว megawatt equity ที่เรา take คือ 9 เมกะวัตต์นะครับ ในขณะที่เรามี private PPA นะครับ 6 เมกะวัตต์ เรา partial มาแล้ว 2 เมกะวัตต์ในไตรมาสที่ 1 นะครับ นอกจากนั้นนะครับ โครงการที่ ongoing อยู่ขณะนี้ก็คือที่ภายใต้ RE1 2 ที่ GPSC take มาได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นผ่านบริษัท Helios แล้วก็ทางด้าน IRPC Green Power ส่วนนี้เองเนี่ยนะครับ ก็ในเชิงของ equity megawatt อยู่ที่ประมาณ 150 เมกะวัตต์ ในภาพรวมที่เป็น equity นะครับ ก็โครงการเหล่านี้ก็ ongoing อยู่นะครับ ก็ยังเดินหน้าได้ตามทิศทางทางกลยุทธ์ที่เราวางเอาไว้ทุกประการนะครับ ถัดไปนะครับ ก็จะขอให้ทางรองนรงชัยนะครับ ซึ่งเป็นรองทางด้านพาณิชย์ ได้เสนอรายละเอียดของความคิดหน้าในการดำเนินการในฝั่งของพาณิชย์ครับ เชิญครับ ครับ สวัสดีครับท่านนักวิเคราะห์ทุกท่านนะครับ วันนี้จะขออนุญาตอัปเดตในเรื่อง 3 ประเด็นหลัก ๆ นะครับ ในเรื่องของสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ แล้วก็ในเรื่องของการบริหารพอร์ตฟอลิโอของ GPSC แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็น่าจะเป็นเรื่องของลูกค้า สถานการณ์ลูกค้าปัจจุบันของเรานะครับ เรื่องแรกนะครับ ก็ในเรื่องของตัวสถานการณ์ก๊าซธรรมชาตินะครับ แล้วก็ความตึงเครียดในภาคตะวันออกกลางนะครับ ซึ่งก็น่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่ตลาดให้ความสนใจมาก โดยเฉพาะในเรื่องของราคา แล้วก็ปริมาณของตัวก๊าซ LNG ที่ส่งผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซนะครับ ก็ในส่วนนี้นะครับ อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ว่าสำหรับมุมมองของประเทศไทยนะครับ ความเสี่ยงหลัก ๆ เนี่ย ในเรื่องของปริมาณเนี่ย คงไม่ใช่ประเด็นหลักที่เราคิดว่าจะขาดแคลนนะครับ เนื่องจากประเทศไทยเนี่ย ในส่วนของการนำเข้าก๊าซ LNG เนี่ยนะครับ จะประมาณสัก 27% นะครับ ในส่วนของเราเนี่ย มีรับจากทั้งออไทยแล้วก็ทางพม่านะครับ อยู่ 73% นะครับ อันนี้เป็นสถิติที่อยู่ในปี 2025 นะครับ ในส่วนของการนำเข้า LNG เนี่ยนะครับ ก็ถ้ามองว่าการที่นำสัดส่วนที่มาจากกาตาร์เนี่ย ถ้ามองภาพรวมของก๊าซที่นำเข้าที่ใช้ในประเทศไทยทั้งหมดนะครับ จะเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 6% นะครับ เพราะฉะนั้นก็เราก็ได้มีการหารือกับทาง PTT อย่างต่อเนื่องนะครับ ในเรื่องนี้แล้วก็ได้รับการยืนยันว่าประเด็นเรื่องปริมาณก๊าซธรรมชาติเนี่ย คงไม่ใช่ประเด็นปัญหานะครับ แล้วก็น่าจะมีเพียงพอสำหรับในการดำเนินการในทั้งปีนี้นะครับ ในส่วนของประเด็นที่เราน่าจะต้องมาดูนะครับ ในเรื่องของราคา จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ก็น่าจะมีผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลกนะครับ โดยเฉพาะ LNG ซึ่งราคาน้ำมันดิบเนี่ยพุ่งขึ้นไปสูงกว่า 100 ดอลลาร์นะครับของ Brent นะครับ ในขณะที่ราคา LNG ตัว JKM Asian spot เนี่ยนะครับ ก็จากเดิมเนี่ยราคาอยู่ที่ 9-11 เหรียญนะครับ US ดอลลาร์ต่อ MMBTU ก็วันนี้อยู่ที่ประมาณสัก 17 นิด ๆ นะครับ ก็เราก็คิดว่าก็จะมีผลกระทบต่อในเรื่องของราคาแก๊สธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เมื่อเราเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงของรัสเซีย-ยูเครน ในช่วงนั้นนะครับ ณ วันนั้นเนี่ย ราคาแก๊สธรรมชาติเนี่ยเพิ่มขึ้นไปถึงประมาณ 80 กว่าเหรียญนะครับ ในขณะที่ PTT จัดหาไม่ได้ราคา 40 กว่าเหรียญนะครับ ก็ยังน่าจะมีผลกระทบบ้าง เพียงแต่ว่าเราคิดว่าอาจจะไม่ได้กระทบมาก ในส่วนของต้นทุนพลังงานในเรื่องของที่สูงขึ้นมานะครับ ปรับสูงขึ้นมาก็น่าจะส่งผลในเรื่องของค่า FT ที่จะปรับทยอยปรับในระยะถัดไปนะครับ ซึ่งอันนี้เนี่ยเราก็มองว่าในภาพรวมเนี่ย ก็คงจะต้องมีการปรับ FT เพื่อจะสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริงตามกลไกนะครับ ถึงแม้มันอาจจะมี lag time นะครับ แต่ในที่สุดเนี่ย ตัวราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเนี่ย ก็จะไปสะท้อนอยู่ใน FT เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีผลกระทบนะครับ แล้วก็รัฐบาลก็คงหามาตรการที่จะปรับปรุงแล้วก็ช่วยเหลือ แล้วก็ชะลอผลกระทบ แต่ในที่สุดเนี่ย ราคาเมื่อปรับตัวมาอยู่ในสถานการณ์ที่ปกติเนี่ย ก็จะมีการ recovery กลับมานะครับ ภาพรวมนี้นะครับผมก็เลยอยากจะขอไปดูในเรื่องของพอร์ตฟอลิโอของ GPSC นะครับ ถ้าจะดูภาพจากภาพเนี่ยนะครับ จะเห็นว่า GPSC เนี่ยนะครับ เรามีโรงไฟฟ้าในกลุ่มที่เป็น IPP เนี่ย 1,871 เมกะวัตต์นะครับ ซึ่งในกลุ่ม IPP เนี่ยนี้ เรามีทั้งเชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซธรรมชาติ เชื้อเพลิงถ่านหิน แล้วก็ไฮโดรนะครับ ซึ่งในส่วนเหล่านี้นะครับ ในส่วนของที่เป็นก๊าซธรรมชาติเนี่ย ตามกลไกราคาของสัญญาเนี่ย เราจะ pass through ให้กับทางผู้ซื้อก็คือ กฟผ. ได้ทั้งหมดนะครับ ตามราคาเชื้อเพลิงที่เป็นไปอยู่ไปตามปัจจุบันนะครับ แต่ในส่วนของ VSPP นะครับ พอไปในภาพของ VSPP ซึ่งเรามีอยู่ประมาณ 9,500 เมกะวัตต์ อันนี้ก็จะเป็นพวก Renewable เป็นส่วนใหญ่นะครับ ทั้งนั้นในพอร์ตฟอลิโอนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเพลิง ทีนี้เรากลับมาดูในของกลุ่ม SPP นะครับ ซึ่งพอร์ตหลักของ SPP ก็อยู่ในประเทศไทยนะครับ โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมหลักของเรานะครับ ซึ่งเรามีการจำหน่ายทั้งไฟฟ้า ไอน้ำ แล้วก็น้ำอุตสาหกรรมนะครับ รวมทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้า ประมาณ 58% ซึ่งใน 58% นี้นะครับ ถ้าเรามาดูว่าเป็นที่ต้นทุนที่ส่งผ่านได้เนี่ย มีกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณสัก 70% นะครับ เราจะส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปให้กับลูกค้าผ่านกลไกตามสัญญาได้ทั้งหมดนะครับ ดังนั้นก็อยากจะเรียนให้ทั้งนักวิเคราะห์รับทราบนะครับ ว่าจริง ๆ เนี่ย เราผลกระทบจากความเสี่ยงจากก๊าซธรรมชาติเนี่ย โดยตรงเนี่ยก็จะไม่ได้เป็นไปทั้งหมดนะครับ แล้วก็ถ้าดูพอร์ตธุรกิจของเราเนี่ยค่อนข้างจะสมดุลนะครับ มีกลไกที่ส่งผ่านให้นะครับ แล้วก็มีสินทรัพย์ที่ค่อนข้างหลากหลาย กระจายไปในแต่ละพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศนะครับ โดยโครงสร้างนี้ก็จะทำให้ GPSC มีความยืดหยุ่นในการบริหารการจัดการผลประกอบการนะครับ แล้วก็รักษาสถิรภาพในช่วงที่ราคาพลังงานมีความผันผวนนะครับ แล้วนอกจากนี้เราก็ยังมีโอกาสที่จะสร้างความเติบโตจากความต้องการของลูกค้า กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมได้ในอนาคตนะครับ เมื่อโครงการเหล่านั้นทยอยรับรู้ผลตอบแทนนะครับ ในส่วนถัดไปนะครับ ขอพูดถึงในรายละเอียดของพื้นที่ที่เรามองว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ของกลุ่ม SVP ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่มาบตาพุดนะครับ ที่เป็นปิโตเคมีนะครับ ก็กลุ่มโรงไฟฟ้า SVP เนี่ยนะครับ ก็จะเป็นพอร์ตหลักในประเทศไทยนะครับ แล้วก็ฐานสำคัญที่เราบริการให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมก็อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกนะครับ ซึ่งเราจะมีการจำหน่ายทั้งไฟฟ้าให้กับทาง กฟผ.

จำหน่ายไอน้ำนะครับ แล้วก็น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มปิโตเคมี ในพอร์ตนี้นะครับ แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติก็จะเป็นปัจจัยที่เราต้องติดตามนะครับ แต่เราก็มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงนะครับ โดยเฉพาะการที่เรามีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งจะเป็นช่วยตัวแปรที่สำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการแผนการผลิต แล้วก็ปรับต้นทุนการผลิตให้ได้ดีขึ้นในช่วงที่ก๊าซธรรมชาติและ LNG โดยเฉพาะ LNG นะครับ มีความผันผวนนะครับ ในช่วงต้นเดือนมีนาที่ผ่านมาเนี่ย มีลูกค้าที่บางรายมีการแจ้งเหตุสุดวิสัยเข้ามานะครับ แต่ผลกระทบเนี่ย เราประเมินแล้วก็จากการที่เราติดตามผลกระทบในช่วงเดือนมีนา แล้วก็เมษาที่ผ่านมานี้นะครับ ผลกระทบเนี่ยค่อนข้างอยู่ในวงจำกัดนะครับ เนื่องจากว่ากลุ่มลูกค้าดังกล่าวเนี่ย เป็นผู้รับไฟ ไม่ใช่รายใหญ่ที่สุดนะครับ เป็นสัดส่วนค่อนข้างน้อยนะครับ แล้วก็เมื่อเทียบกับพอร์ตลูกค้าของเราทั้งหมดเนี่ยนะครับ ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนะครับ แล้วก็การที่ลูกค้าแจ้ง force majeure เข้ามาเนี่ยนะครับ จริง ๆ แล้วเนี่ย ลูกค้าก็ยังคงรับไฟฟ้าและไอน้ำเนี่ยอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าบางรายก็จะลดการรับไฟฟ้าไอน้ำลงมา บางรายลดไฟฟ้ามาถึง 30% นะครับ ที่ต่ำสุด แต่ว่าส่วนใหญ่ของลูกค้าที่แจ้งได้รับผลกระทบเนี่ย บางรายก็ยังรับอยู่ที่ 100% อยู่นะครับ ไม่ได้ลด ยังไม่ได้ปรับลดนะครับ ซึ่งจากการประเมินของผลกระทบของเราเนี่ยนะครับ เราคาดว่าผลกระทบโดยรวมของการปรับลดของไฟฟ้าเนี่ยนะครับ น่าจะไม่ต่ำลงมากนักนะครับ น่าจะอยู่ในช่วงของ 3-5% เท่านั้นนะครับ ที่เป็นผลกระทบ อย่างไรก็ตามนะครับ ในส่วนของที่คุณสุฤเมศได้เรียนไปนะครับ จริง ๆ แล้วเนี่ย มันกลับมีที่ลูกค้าบางรายมีการเร่งเดินกำลังเพิ่มกำลังการผลิตนะครับ แล้วก็เดินเต็มที่นะครับ ก็ประกอบกับอีกประเด็นหนึ่งก็คือมีลูกค้าที่ในปีที่ผ่านมานะครับ เพิ่งเริ่มเดินเครื่องนะครับ ใน quarter 4 ของปีที่แล้ว ปีนี้เขาเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต แล้วก็มีลูกค้าใหม่ที่เพิ่มเข้ามาด้วยนะครับ รวมทั้งมีลูกค้าบางรายที่ turnaround ในช่วงของไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา แล้วก็ตอนนี้กลับมาเดินเครื่องเป็นปกติแล้วนะครับ เริ่มเดินเครื่องไปแล้ว ก็ส่งผลให้ไตรมาสที่ 1 ของเราจริง ๆ แล้วเนี่ย จะเห็นว่าการรับไฟฟ้าไอน้ำของลูกค้าเนี่ยก็เข้าสู่ระดับสูงสุดนะครับ ในรอบ 3 ปี ก็ทำให้เราเห็นว่าผ่านลูกค้าของเราเนี่ยมีค่อนข้างที่จะบาลานซ์ แล้วก็มีการกระจายยังมีความแข็งแกร่งนะครับ และพอร์ตลูกค้าเนี่ยก็ที่ได้รับผลกระทบเนี่ย ก็มีผลกระทบที่ไม่มากนะครับ ในเชิงกลยุทธ์ของการส่งผ่านราคาก๊าซนะครับ ที่เราได้เคยนำเรียนกับท่านนักวิเคราะห์หลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมานะครับ เราก็คงยังดำเนินการปรับโครงสร้างสัญญาให้เป็น gas-linked อย่างต่อเนื่องนะครับ ในปีที่ผ่านมาจาก 60% นะครับ ในปีนี้เนี่ยเราคาดว่าจะเพิ่มไปเป็นที่ประมาณ 63% นะครับ ก็กำลังพูดคุยกันอยู่ แล้วก็ได้ว่าจะน่าจะทำได้ดำเนินการได้เป็น 63% นะครับ และเราก็ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 นะครับ ก็น่าจะปรับเพิ่มไปเป็น 70% นะครับ ซึ่งก็จะทำให้ความเสี่ยง แล้วก็คุณภาพของรายได้จะมีสถิรภาพมากขึ้นในระยะยาวนะครับ นอกจากนี้นะครับ ในเรื่องของความต้องการไฟฟ้าของลูกค้ารายใหม่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเนี่ยนะครับ ในปัจจุบันเนี่ยเราได้มีการเจรจา แล้วก็พูดคุยกับลูกค้า โดยมีความต้องการไฟฟ้าใหม่ในกลุ่มปิโตเคมีเนี่ยประมาณสัก 40-50 เมกะวัตต์ที่กำลังพูดคุยกันอยู่นะครับ แล้วก็ยังมีของกลุ่ม data center ซึ่งจะมีการพูดคุยกันอยู่ ก็อยู่ประมาณสัก 500 เมกะวัตต์ที่เข้ามาพูดคุยกันอยู่นะครับ ซึ่งในส่วนของ data center ก็คงคาดว่าจะน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเริ่มรับไฟในปี 2028 นะครับ ส่วนลูกค้าปิโตเคมีก็ทยอย ๆ ที่พูดคุยกันนะครับ คาดว่าก็น่าจะส่วนใหญ่ก็น่าจะตกลงสัญญากันได้ แล้วก็คิดว่าตอนนี้อยู่ในระหว่างการที่จะเจรจาตกลงสัญญาในรายละเอียดนะครับ แล้วก็เดี๋ยวคงจะมีโอกาสได้มานำเรียนในต่อไปนะครับ ในส่วนของ data center นะครับ ซึ่งก็เป็น demand ใหม่ที่มีศักยภาพสูง แล้วก็เป็นจุดแข็งที่ GPSC สามารถให้บริการในเรื่องของไฟฟ้าที่มีความมั่นคงของระบบไฟฟ้านะครับ แล้วก็พื้นที่บริการที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนะครับ ทำให้เราสามารถพัฒนา solution พลังงานให้กับลูกค้าได้นะครับ เดี๋ยวทางรองมานัตชัยคงจะได้มาเล่าให้ฟังถึงโอกาสทางธุรกิจที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตนะครับ ขอบคุณครับ ครับ ก็สวัสดีพี่ ๆ นักวิเคราะห์อีกครั้งนะครับ สำหรับการพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยนะครับ ก็ตามที่รองนนชัยได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ ตอนนี้ลูกค้าปัจจุบันนะครับ มองว่าจะเป็นกลุ่มปิโตเคมีนะครับ แล้วก็กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่นะครับ อย่าง data center นะครับ แล้วก็ supply chain ของ data center นะครับ อย่างเช่นกลุ่ม electronics นะครับ ก็มีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าจาก Grey หรือว่าไฟ Green ด้วยนะครับ ทาง GPSC เองร่วมกับ partner นะครับ อย่างเช่น นะครับ ครอบคลุมตัวซับพร้อมเชนทั้งหมดนะครับ สำหรับตัว PPA ที่เป็น RE Big Lot นะครับ GBSC ได้ดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุนนะครับ ไม่ว่าจะเป็น IRPC Clean Power นะครับ และก็ Helios นะครับ เราได้รับอวอร์ด 6 โครงการนะครับ ปัจจุบันเราลงนาม PPA ไปแล้ว 3 ฉบับนะครับ 3 โครงการนะครับ ก็ถ้าคิดเป็น equity ก็อยู่ที่ 12 เมกะวัตต์ equity นะครับ แล้วก็เป็นเมกะวัตต์ AC ที่เป็น connected ด้วยนะครับ ส่วนอีก 3 โครงการนะครับ ก็จะเป็น SPP Scale นะครับ ก็กำลังการผลิตที่เป็นตามสัญญานะครับ ประมาณ 210 เมกะวัตต์นะครับ ก็ถ้าเป็น equity ก็ประมาณ 105 เมกะวัตต์นะครับ เราคาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือนหน้านี้นะครับ ตัว PPA นี้นะครับ แล้วก็ COD น่าจะอยู่ในช่วง Q2 ถึง Q3 ในปี 2028 นะครับ แล้วแต่โครงการนะครับ สำหรับตัว Target Opportunities นะครับ เรามีความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมโครงการนะครับ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 2 กิกะวัตต์นะครับ ในปี 2030 นะครับ เพื่อรองรับตัว New PDP Bidding นะครับ แล้วก็คาดว่าในโซนนี้จะเป็น Direct PPA อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์นะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ก็อยู่ระหว่างหาเลือกกับทาง partner เราทั้ง 2 รายนะครับ ว่าจะมีการตอบเป้าหมายส่วนนี้หรือไหมนะครับ เนื่องจาก requirement ของลูกค้าทางด้าน green เพิ่มขึ้นแล้วนะครับ จาก data center นะครับ สำหรับกลยุทธ์ shift to customer นะครับ ก็อย่างที่ได้กล่าวตอนต้นนะครับ GBSC ก็มอบหมายให้บริษัท GES ของเรา ซึ่งเราถือหุ้น 95%นะครับ ก็ให้เป็น new engine ตัวใหม่ของทาง GBSC นะครับ เพื่อขยายธุรกิจตัว green energy Total Solution นะครับ ทั้ง Solar EPC นะครับ Solar บวก Battery EHS EPC นะครับ แล้วก็ PPA เราจะเป็น selective private PPA นะครับ แล้วก็ตัว Cooling as a Service นะครับ ซึ่งเราดำเนินการลงทุนผ่านบริษัท Q Connect นะครับ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างตัว GES เองนะครับ แล้วก็ตัว Caphel นะครับ ซึ่งตอนนี้นะครับ ทาง Q Connect เองนะครับ ก็ได้สัญญาเพิ่มเติมมาอีก 2 สัญญา ก็คือโครงการบุญถาวรนะครับ แล้วก็โครงการสยามาเดลนานะครับ กำลังการผลิตก็ 2,600 ตันนะครับ แล้วก็ยังมีสัญญาที่อยู่ใน backlog อีกนะครับ คาดว่าจะลงนามสัญญาเร็ว ๆ นี้อีก 3 สัญญา นะครับ ก็รวมประมาณมากกว่า 15,000 ตันความเย็นนะครับ ส่วนธุรกิจ EPC Solar EPC ปัจจุบันนะครับ ตอนนี้เราได้อวอร์ดจาก IRPC Clean Power มาแล้วนะครับ รวมประมาณ 98 เมกะวัตต์นะครับ แล้วก็จาก PTT เองนะครับ ก็ 0.3 เมกะวัตต์นะครับ โดย integrate กับตัว battery energy system นะครับ อีกประมาณ 0.4 เมกะวัตต์อาว์นะครับ แล้วก็อยู่ระหว่างรอ award another จากทางบริษัท Helios 1 แล้วก็บริษัท Helios 2 รวมกันแล้วประมาณ 148 เมกะวัตต์พีคนะครับ สำหรับตัวแผนธุรกิจของตัว GES นะครับ ถ้าในมุมของ revenue นะครับ ปีนี้ถ้าเกิดนับรวม backlog เราน่าจะมีรายได้อยู่ประมาณสัก 4,600 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ในปี 2030 นะครับ คาดว่าจะมีผลประกอบการนะครับ รายได้อย่างต่ำนะครับมา 13,000 ล้านบาทนะครับ ในส่วนของ Private PPA นะครับ ปัจจุบันก็มี 29 เมกะวัตต์นะครับ คาดว่าในปี 2030 ก็อยู่ที่ 45 เมกะวัตต์นะครับ ในส่วนของ Cooling as a Service นะครับ ปัจจุบันรวม backlog ก็อยู่ที่ประมาณ 24,400 ตันความเย็นนะครับ ในปี 2030 ก็คาดว่าจะถึง 100,000 ตันความเย็นนะครับ สำหรับด้านซ้ายมือนะคะ เอ้ย ด้านขวามือนะครับ ถ้าพี่ตามข่าวนะครับ ก็มีการรับฟังความคิดเห็นนะครับ ทั้งด้านการจัดทำตัว demand ของประเทศไทยนะครับ ก็อยู่คร่าว ๆนะครับ ประมาณ 70 กิกะวัตต์นะครับ จริง ๆ เกินกว่า 70 กิกด้วยนะครับ ขึ้นอยู่กับ low case หรือว่า high case นะครับ ถ้าคำนวณเร็ว ๆ นะครับ ถ้ามีตัวพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่ประมาณ 50% นะครับ ในเชิงของ capacity นะครับ ก็จะมีโอกาสอยู่ที่ประมาณ 35 กิกะวัตต์นะครับ ในส่วนนี้แหละทางGES มีความมั่นใจที่จะ capture ส่วนนี้มาเก็บ share นะครับ ไม่ต่ำกว่า 15% นะครับ ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ตรงนี้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาท top up ขึ้นมานะครับ สำหรับธุรกิจที่เป็น S-curve ของ GBSC ตอนนี้ GBSC ก็อยู่ระหว่างเจรจา data center อยู่ 3-4 โครงการนะครับ ทั้งในรูปแบบโมเดลที่ขายไฟแล้วก็น้ำเย็นนะครับ แล้วก็รูปแบบที่เข้าร่วมลงทุนด้วยนะครับ เราตั้งเป้าหมายในไทยที่จะลงทุนใน data center ประมาณ 300 เมกะวัตต์นะครับ ซึ่งเราจะเน้นไปที่กลุ่มที่เป็น hyperscaler นะครับ แล้วก็การพัฒนาเรื่องของสัญญากันให้บริการนะครับ แล้วก็สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเนี่ยจะต้องได้รับผลตอบแทนตามเกณฑ์การลงทุนของเราด้วยนะครับ แล้วก็ความเสี่ยงไม่ว่าจะเล่นเป็นการของ operation นะครับ แล้วความเสี่ยงของด้าน commercial เนี่ยต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้นะครับ สำหรับ data center ในอินเดียนะครับ ก็ปัจจุบันเรามีแผนที่จะลงทุนในรูปแบบของแพลตฟอร์มนะครับ โดยเริ่มจาก 50 เมกะวัตต์นะครับ แล้วก็จะเติบโตภายใต้แพลตฟอร์มนี้นะครับ โดยเราตั้งเป้าที่จะขยายไปที่ 300 เมกะวัตต์ ปัจจุบันนะครับ ก็อยู่ระหว่างประเมินแผนธุรกิจของบริษัท target อยู่นะครับ คาดว่า Q3 นะครับน่าจะมีความชัดเจนขึ้น แล้วก็จะสื่อสารกับทางตลาดสเปนระยะ ๆ นะครับ ค่ะ ก็คุณมานะชัยพูดถึงเรื่องโปรเจกต์ ก็เลยเดี๋ยวขออัปเดตตัวโครงการที่สำคัญนะคะ อย่างแรกก็คือเป็นโครงการของตัว APL นะคะ ก็ต้องเรียนว่า สไลด์ไม่ขึ้นนะคะ ค่ะ ก็โครงการการลงทุนใน APL นะคะ อันนี้คือเราลงทุนตั้งแต่ปี 2021 นะคะ อันนั้นเนี่ย ณ วันนั้นเนี่ย เราบอกว่า เขามีเมกะวัตต์อยู่แค่ 3. 7 เมกะวัตต์เองนะคะ ซึ่ง COD แล้วประมาณ 1.4 นะคะ ณ วันนั้นเราลงทุนไปครั้งเดียวนะคะ แต่ว่าที่ผ่านมาตลอดที่ผ่านมาวันนี้เนี่ย เขาเก็บเมกะวัตต์ได้ไปถึง 21 กิกะวัตต์แล้วนะคะ โทษทีเมื่อกี้เป็นหน่วยเป็นกิกะวัตต์นะคะ แล้วก็ในปีนี้นะคะ ก็ในไตรมาสแรกนะคะ ก็สามารถเพิ่มตัวกิกะวัตต์ได้ไปอีก เป็น COD อีก 1.1 กิกะวัตต์นะคะ ซึ่งอยู่ในรัฐกุจราต 760 เมกะวัตต์นะคะ แล้วก็มหาราชตาที่ 340 เมกะวัตต์นะคะ วันนี้เองเนี่ย APL เองสามารถมี pipeline หมายถึงว่ามีเมกะวัตต์ใน pipeline ประมาณสัก 21 กิกะวัตต์ดาวน์นะคะ เป็น COD ที่ประมาณ 7.1 กิกะวัตต์ค่ะ สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็ตอนนี้อยู่ระหว่าง ramp up ตัว COD ต่าง ๆ ที่เมื่อกี้เรียนไปประมาณสัก 1.1 กิกะวัตต์นะคะ ซึ่งต้องบอกว่าอันนี้เนี่ย เรายังไม่ได้ operate ทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นคือเดี๋ยวมันจะมาสะท้อนอยู่ที่ตัว CUF นะคะ อีกอันหนึ่งก็คือในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ มีแดดก็จริง แต่ว่าเผอิญมีฝน GPSEเองก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ค่ะ ต่อมาก็จะเป็นโครงการของ CFXD นะคะ ทางด้านซ้ายมือนะคะ ก็จะเห็นว่าในไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็เราเริ่มเห็นสัญญาที่มีการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วนะคะ จะเห็นว่าโครงการนี้มีความพร้อมของตัวกังหันลมนะคะ ก็ปรับตัวดีขึ้นนะคะ ดีขึ้นตั้งแต่มาตลอดนะคะ ไตรมาสที่ 1 ปีที่แล้วนะคะ ตัวที่เป็นค่าความพร้อมนะ อยู่ที่ประมาณสัก 60% และก็เพิ่มขึ้นมาประมาณสัก 70% นะคะ ประมาณในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วนะคะ ส่วนไตรมาสที่ 1 ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณสัก 75% นะคะ แล้วก็ล่าสุดในเดือน April นะคะ จะอยู่ที่ประมาณสัก 82% แล้วนะคะ ซึ่งตัวนี้ก็จะส่งผลต่อค่า CUF นะคะ ที่ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ จาก 40.8% ในไตรมาสที่ 1 ปีที่แล้วนะคะ มาอยู่ที่ 42.

7% ในไตรมาสนี้นะคะ ไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ อีกประเด็นหนึ่งก็คือเราได้มีการเจรจานะคะ ในการปรับรูปแบบของการรับค่าชดเชยนะคะ สำหรับ B2-2026 นะคะ เป็นรายปีนะคะ โทษที เป็นรายเดือนนะคะ ในขณะที่ปีที่แล้วรับเป็นรายปี แล้วก็รับครั้งเดียวในไตรมาสที่ 4 นะคะ แต่ว่าระดับในการที่จะรับการชดเชยเนี่ยจะอยู่ที่ระดับ 97% นะคะ เมื่อไหร่ที่ไม่ถึงก็คือเราจะได้รับค่าชดเชยนั้น ๆ นะคะ ซึ่งในไตรมาสที่ 1 นะคะ ที่เราเรียกว่า LD claim นะคะ ก็เรารับมาที่ 167 ล้านบาทนะคะ ในขณะที่ปีที่แล้วที่รับทั้งปีในไตรมาสที่ 4 นะคะ รับอยู่ที่ 371 ล้านบาทค่ะ ซึ่งตัว LD claim นี้นะคะ ตามที่มีการเจรจากันก็คือจะมีอายุจนถึงปี 2028 ค่ะ ต่อมาก็เป็นเรื่องของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวนะคะ ก็จะมี 2 ตัวนะคะ ก็คือที่สยามบุรีนะคะ แล้วก็ที่น้ำลิกนะคะ ที่สยามบุรีเนี่ย ในไตรมาสที่ 1 นะคะ ก็มีการผลประกอบการก็ค่อนข้างดีนะคะ ก็บวกประมาณมาสัก 200 ล้าน ในพาร์ตที่เป็นของ GPSE เองนะคะ แล้วก็อันนี้เป็นเนื่องจากว่าตัว energy output เพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ ในไตรมาสที่ 1 ปีที่แล้วนะคะ รวมไปถึงที่ที่คุณสเม็ดเรียนไป ก็คือว่าสยามบุรีเนี่ยมีการไปเจรจาเรื่องของการ refinance เงินกู้นะคะ ทั้งยืดระยะเวลาของเงินกู้ไปอีก แล้วก็รวมไปถึงการปรับลดเงินกู้ด้วยนะคะ ก็ได้ลดมาประมาณ 25 basis points นะคะ ซึ่งตัวนี้ benefit เรามีการบันทึกเป็นกำไรนะคะ จากการปรับมูลค่าหนี้นะคะ สำหรับในไตรมาสที่ 1 ของเฉพาะส่วน GPSE บวกประมาณมาสัก 200 ล้านนะคะ ส่วนตัวน้ำลิกนะคะ ก็ปริมาณน้ำก็ค่อนข้างดีนะคะ ก็ energy output เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว ไตรมาสที่ 1 ปีที่แล้วนะคะ แล้วก็ผลประกอบการก็ปรับตัวดีขึ้นด้วยค่ะ ก็ในพาร์ตต่อมานะคะ จะเป็นพาร์ตของ finance นะคะ เดี๋ยวขอ wrap up เร็ว ๆ ในเรื่องของตัว key driver นะคะ ก็อันแรกก็เป็นเรื่องของตัว FT นะคะ ก็อย่างที่ทราบกันไปนะคะ ว่า FT ในไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ 9.72 สตางค์นะคะ ซึ่งปรับลดลงมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะคะ ปีที่แล้วในช่วงมกราคมเมษานะคะ อยู่ที่ 36.72 นะคะ แล้วก็ช่วงกันยา ธันวานะคะ ก็ปรับลดลงมาอีกนะคะ อยู่ที่ประมาณ 15.72 ค่ะ สำหรับราคาแก๊สธรรมชาตินะคะ ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ ก็ราคาแก๊ส IPP SPP นะคะ อยู่ที่ 288 บาทนะคะ ก็ถ้าดูจากกราฟก็คือเส้นสีเทาก็ IPP นะคะ เส้นสีน้ำตาล สีส้มนะคะ ก็คือตัว SPP นะคะ ซึ่งก็ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะคะ ประมาณ 1% นะคะ แต่ถ้าสมมติว่าเราเทียบกับปีที่แล้วนะคะ อย่างราคาแก๊ส SPP นะคะ ก็ปรับตัวลดลงนะคะ ค่อนข้างเยอะนะคะ ประมาณ 13% นะคะ สำหรับ SPP นะคะ ก็ลดลงจาก 331 บาทนะคะ มาเป็น 288 บาทต่อ MMBTU นะคะ ส่วน blended gas นะคะ ในไตรมาสที่ 1 นะคะ อยู่ที่ 299 บาทต่อล้าน BTU นะคะ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากสำหรับ Q-on-Q นะคะ แต่ว่าลดลงค่อนข้างเยอะนะคะ 13% นะคะ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไตรมาส 1 ปีที่แล้วนะคะ ก็หลัก ๆ เป็นไปตามทิศทาง LNG ที่เมื่อกี้คุณนรงชัยเรียนไปค่ะ ต่อมาก็เป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก็ทราบกันอยู่แล้วนะคะ โดยหลักก็ส่วนใหญ่ก็ค่าเงินบาทแล้วก็ทางค่าเงินไต้หวันด้วยก็อ่อนค่าลงนะคะ ส่วนราคาทานหินนะคะ ตัวถ่านหิน IPP นะคะ เกกโกวันในไตรมาสที่ 1 นะคะ อยู่ที่ 169 ดอลลาร์ต่อตันนะคะ อันนี้ก็ปรับลดลงเมื่อเทียบกับ Q-on-Q นะคะ แล้วก็ year-on-year ด้วยนะคะ ใน year-on-year นี้ปรับลดลงเช่นกันนะคะ ลดลงค่อนข้างเยอะนะคะ ส่วนราคาถ่านหิน SPP นะคะ ก็กราฟสีฟ้านะคะ ก็จะเห็นว่าค่อนข้างใกล้เคียงกันกับไตรมาสที่แล้วนะคะ ก็ทรง ๆ ตัวนะคะค่ะ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องของตัว plan นะคะ ก็เริ่มต้นที่ตัวอัตราความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า IPP นะคะ ก็กราฟทางด้านซ้ายบนนะคะ ก็จะเห็นว่าในไตรมาสนี้นะคะ JIPP นะคะ ก็ได้มีความพร้อมอยู่ที่ประมาณ 77% นะคะ แต่เนื่องจากว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนอยู่ที่ 18 วันนะคะ แต่ถ้าสมมติเป็นกเกโกวันนะคะ ก็อย่างที่เมื่อกี้คุณเซเวียนเรียนไป ก็คือว่าเรามีการหยุดซ่อมบำรุงนะคะ ทั้งตามแผนแล้วก็เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้านะคะ รวมอยู่ที่ 88 วันค่ะ ในส่วนกราฟทางด้านขวาบนนะคะ ตัว SPP ราคา SPP ราคาขายไฟฟ้า SPP นะคะ ก็ในไตรมาสที่ 1 นะคะ อยู่ที่ 3.29 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงนะคะ ซึ่งก็ถ้า Q-on-Q ก็ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ เนื่องจากว่าในไตรมาสนี้เนี่ย เรามีการรับรู้ตัว minimum take-off pay ของลูกค้ารายหนึ่งนะคะ ต่อมาก็เป็นเรื่องของตัว sales volume นะคะ ปริมาณขายไฟฟ้านะคะ ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ อยู่ที่ 3602 กิกะวัตต์ชั่วโมงนะคะ ก็เมื่อเทียบ Q-on-Q จากไตรมาสที่แล้ว ไตรมาส 4 ปีที่แล้วนะคะ ก็ปรับลดลงนะคะ เนื่องจากว่าหลัก ๆ ก็คือตัวโรงไฟฟ้า IPP นะคะ ตัวเกกโกวันนะคะ ที่มีการหยุดซ่อมบำรุง แล้วก็ปรับปรุงประสิทธิภาพ 88 วันนะคะ แต่ในขณะที่ตัวโรงไฟฟ้า SPP นะคะ มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนะค ต้นทุนคงที่นะคะ ตัว fixed cost นะคะ แล้วก็ SG&A นะคะ ก็ปรับลดลงนะคะตามช่วงเวลา เนื่องจากว่าส่วนใหญ่จะไปเกิดในช่วงไตรมาส 4 นะคะ อื่น ๆ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนนะคะ ก็จะมีในเรื่องของตัวสยามบุรีนะคะ เมื่อกี้ที่เรียนไป เป็นเรื่องของการ refinance นะคะ แล้วก็มีของ CFD นะคะ ที่มีการขอเจรจารับรู้ค่าชดเชยตัวค่า LD claim นะคะ ก็จากรายปีเป็นรายเดือนค่ะ คราวนี้เรามาดูผลประกอบการบ้างนะคะ หน้านี้ขอพูดในเรื่องของตัว EBITDA นะคะ EBITDA Q-on-Q นะคะ ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ อยู่ที่ 4,427 ล้านบาทนะคะ ก็เพิ่มขึ้น 235 ล้านบาท หรือ 5% นะคะ หลัก ๆ เนื่องจากตัวธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP นะคะ เนื่องจากว่ามีปริมาณไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมนะคะ เพิ่มขึ้น ก็อันนี้บวกมาประมาณสัก 200 กว่าล้านนะคะ แล้วก็มีมาร์จิ้นที่ดีขึ้นนะคะ ประมาณ 175 ล้านนะคะ ในขณะที่ก็ต้องบอกว่าเป็น offset นะคะ กับตัวธุรกิจ IPP หรือ VSPP นะคะ จากการที่เกกโกวันหยุดซ่อมบำรุงนะคะ แล้วก็จริง ๆ ตัวกลุ่ม IPP ก็มีหยุดซ่อมบำรุงเช่นกันนะคะ แต่ว่าในส่วนของ IPP เนี่ย ก็จะมีตัวบวกขึ้นมาก็คือตัวห้วยโหดนะคะ เนื่องจากว่ามีปริมาณขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นนะคะ ก็บวกมา แต่ยังไม่ offset นะคะในส่วนนี้ค่ะ อีกอันหนึ่งก็คือตัว OPEX ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ ก็ต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายปรับลดลงนะคะ ก็เป็นไปเรื่องของช่วงเวลาด้วย แล้วก็มีในเรื่องของการทำ OPEX saving EBITDA uplift ด้วยนะคะ ซึ่งทำให้ OPEX ในไตรมาส 1 ปีนี้นะคะ ต่ำกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้วค่ะ เดี๋ยวเรื่องกำไรจะไปนำเสนอในเป็น waterfall นะคะ โอเคค่ะ โอเคค่ะ ถ้างั้นไป waterfall ของตัว Q-on-Q เลยนะคะ ก็ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้นะคะ เรามีกำไรอยู่ที่ 1,719 นะคะ เพิ่มขึ้น 221 ล้านบาทนะคะ หรือ 15% นะคะ จากไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วนะคะ ก็อย่างที่เมื่อกี้ที่เรียนไปนะคะ เป็นมาจาก EBITDA นะคะ ที่เรียนไปว่าไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกำไรที่ได้มาจากตัว SPP นะคะ แล้วก็เป็น OPEX ที่เรา saving ไปนะคะ นอกจากนี้ก็จะมีตัวที่เป็น FX impact นะคะ อันนี้เป็นขาบวกนะคะ เนื่องจากว่าค่าเงินบาทอ่อนค่านะคะ ทำให้เรามีการรับรู้ตัวลูกหนี้เงินกู้ ตัวที่เป็น shareholder loan ให้กับตัว CFD นะคะ เป็นตัว unrealized FX นะคะ ส่วนรายการอื่น ๆ นะคะ ที่มีการปรับลดลงนะคะ อันนั้นปรับลดลงจากไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากว่าในไตรมาสที่แล้วเนี่ย มีการบันทึกเป็นรายได้จากการชนะคดีกับอีกแกตนะคะ 200 กว่าล้านนะคะ แล้วก็แต่ว่าในไตรมาสนี้เนี่ย เรามีต้นทุนทางการเงินที่ลดลงนะคะ แล้วก็ค่าเสื่อมราคาก็ลดลงด้วยนะคะ ก็เป็นขาบวกนะคะ ส่วนเงินปันผลนะคะ แล้วก็ส่วนแบ่งกำไรนะคะ ในไตรมาสนี้นะคะ อยู่ที่ 391 ล้านบาทนะคะ ก็ลดลง 843 ล้านบาทนะคะ หลัก ๆ นะคะ ก็มีสองรายการที่ปรับลดลงนะคะ อย่างแรกก็คือ CFD นะคะ เมื่อกี้ที่เรียนไปนะคะ เนื่องจากว่าในไตรมาสที่ 1 นะคะ มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนและนอกแผนนะคะ ทำให้ค่า COF ในไตรมาสที่ 1 เนี่ยปรับลดลงจาก 51% นะคะ อยู่ที่ 42% นะคะ แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มปรับดีขึ้นแล้วนะคะ ในช่วงเดือน April นะคะ อีกอันหนึ่งก็คือ LD claim นะคะ LD claim ในไตรมาสที่ 1 เรารับรู้แค่ร้อยกว่าล้านนะคะ ในขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วรับรู้ถึง 300 กว่าล้านนะคะ ก็ทำให้ดูปรับลดลงนะคะ ส่วน IPCL นะคะ ก็จะมี เมื่อไตรมาสที่แล้วมีการบันทึกรับรู้ทางบัญชีในการเข้าซื้อหุ้นส่วนเพิ่มนะคะ 515 ล้านนะคะ แล้วก็ไตรมาสนี้ไม่มีรายการนี้นะคะ แล้วก็ในไตรมาสที่ 1 เนี่ย มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนด้วยนะคะ 40 วันนะคะ ก็ทำให้ค่า AP ปรับลดลงด้วยค่ะ ส่วน Nuovo นะคะ อันนี้เป็นขาบวกนะคะ เนื่องจากว่าไตรมาสที่แล้วมีการบันทึกเป็น write off นะคะ ตัว inventory นะคะ แต่ในไตรมาสนี้ไม่มีนะคะ ก็ทำให้ net net แล้วในส่วนนี้ก็ทำให้ตัว share of profit นะคะ ก็ปรับลดลงนะคะ แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งคือ dividend ที่ลดลงเนี่ย เนื่องจากว่าเรามีการ reclassify ตัว RPCL นะคะ จากเดิมเนี่ยอยู่ใน share of profit นะคะ ตอนนี้ก็ เดิมไม่ได้อยู่ในนี้ เดิมอยู่ในนี้ ก็มาเดิมไม่ได้อยู่ในนี้ ก็ปรับมาเป็นถือเกิด 20% นะคะ ตอนนี้ก็คือบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของกำไรของการลงทุนด้วยเป็น share of profit ด้วยนะคะ โอเคค่ะ เดี๋ยวขอพูดนิดนึงในเรื่องของตัว share of profit นะคะ ก็เอาตัวหลัก ๆ นะคะ ก็ตัว AAPL นะคะ ส่วนแบ่งกำไรของตัว AAPL ในไตรมาสที่ 1 นะคะ อยู่ที่ 16 ล้านบาทนะคะ ก็เพิ่มขึ้น 28 ล้านบาทนะคะ อันนี้เป็นไปตามความเข้มของแสงนะคะ เนื่องจากว่าเป็นไปตามฤดูกาล คือส่วนใหญ่เนี่ยความเข้มของแสงจะค่อนข้างสูงในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 นะคะ ซึ่งในไตรมาสนี้ อย่างที่เมื่อกี้ที่เรียนไปคือมี COD เพิ่มขึ้น 1.1 กิกะวัตต์นะคะ แล้วก็ แต่ว่าการขึ้นเนี่ยเป็นแบบ ramp up นะคะ ในขณะที่ตัวต้นทุนทางการเงินนี้มีการเบิกเงินเต็มจำนวนตามวงเงินกู้นะคะ แล้วค่าเสื่อมราคาก็คิดตามส่วนที่ทยอย COD ไปนะคะ สยามบุรี เมื่อกี้ที่เรียนไปก็ส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสนี้อยู่ที่ 377 ล้านบาทนะคะ จริง ๆ ปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ เนื่องจากว่าปริมาณน้ำที่ลดลงตามฤดูกาลนะคะ แล้วก็ แต่ว่าในไตรมาสนี้มีการบันทึกรายการพิเศษ เมื่อกี้ที่เรียนไปก็คือตัว effective interest rate นะคะ 200 ล้านนะคะ อันนั้นก็เป็นรายการพิเศษค่ะ ตัว CFDD นะคะ ก็เมื่อกี้เรียนไปแล้วนะคะ ไตรมาสนี้เนี่ยปรับลดลง 200 กว่าล้านนะคะ ให้ผลอย่างเมื่อกี้ที่เรียนไปแล้วนะคะ นำเด็กก็เป็นไปตามเมื่อกี้ที่เรียนไปเหมือนกันนะคะ คราวนี้เรามาดูในส่วนที่เป็น cash flow นะคะ ในไตรมาสที่ 1 นะคะ เรามีเงินสดอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านบาทนะคะ ก็ปรับเพิ่มขึ้นประมาณสัก 120 ล้านบาทนะคะ ก็การเพิ่มขึ้นของเงินสดนะคะ มาจากกิจกรรมดำเนินการนะคะ แล้วก็มีส่วนที่เป็นในเรื่องของเราได้รับคืนเงินกู้มาจากตัวสยามบุรีด้วยนะคะ net กับตัวเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรด้วยนะคะ net แล้วก็บวกมาประมาณเกือบ 200 ล้านนะคะ แต่ว่าในไตรมาสนี้เนี่ย เรามีการคืนเงินกู้ไปด้วยนะ ทั้งหมดเนี่ยค่ะ มันเป็นนี้ที่เป็นตัว float นะ อยู่ที่ประมาณสัก 40% นะคะ ส่วน credit rating นะคะ ก็เหมือนเดิมค่ะ คราวนี้เรามาดูในส่วนของ outlook บ้างนะคะ ในเรื่องของตัวเลขนะคะ ก็ค่า FT นะคะ ในไตรมาสที่สองอันนี้เราเฉลี่ยให้แล้วนะคะ ในไตรมาสที่สองเนี่ย ค่า FT จะอยู่ที่ประมาณ 14. 95 สตางค์นะคะ ซึ่งอย่างที่เมื่อกี้เรียนไป ก็คือว่าทางภาครัฐเองมีการประกาศตัว FT ในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงสิงหาคมนะ อยู่ที่ 16.23 นะคะ ซึ่งเราก็คาดการณ์ว่าทั้งปีก็คงจะอยู่ที่ระดับนี้นะคะ ซึ่งพอเราเฉลี่ยทั้งปีแล้วเนี่ย เราคาดว่า FT เนี่ยจะอยู่ที่ประมาณสัก 14.06 สตางค์ค่ะ สำหรับราคาแก๊สนะคะ ก็ราคาเฉลี่ย Pool Gas นะคะ ในไตรมาสที่สองนะคะ จะอยู่ที่ range ประมาณสัก 345-350 บาทนะคะ แต่ว่าอันนี้ ถ้าเกิดว่าเรามี impact จากที่มีการประกาศ cap Pool Gas ขึ้นมานะคะ ก็จะทำให้ในไตรมาสที่สองนะคะ ราคาเฉลี่ยแก๊สจะปรับลดลงอยู่ range อยู่ประมาณสัก 335-340 บาทค่ะ เดี๋ยวให้ตัวเลขนิดนึงแล้วกันนะคะ ว่าในไตรมาสที่สามนะคะ range ของราคา Pool Gas นะคะ จะอยู่ที่ประมาณ จะปรับขึ้นไปนะคะ อยู่ที่ประมาณสัก 360-365 นะคะ แต่ถ้าสมมติเรามีเรื่องของการปรับตัว cap Pool Gas นะคะ ราคาก็จะปรับลดลงนะคะ ประมาณเกือบ 20 บาทนะคะ มาอยู่ที่ประมาณสัก 340-345 บาทนะคะ ไตรมาสที่สี่นะคะ ถ้ายังไม่รวมที่ปรับ cap Pool Gas นะคะ ก็ โทษทีค่ะ Pool Gas ที่ cap เนี่ยจะ cap อยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นในไตรมาสที่สี่ก็ยังไม่ได้มีผลกระทบนะคะ ซึ่งราคาเฉลี่ยของราคา Pool Gas อยู่ที่ประมาณไตรมาสที่สี่นะคะ ปีนี้นะคะ อยู่ range ปรับลงมานะ อยู่ที่ประมาณสัก 325-330 นะคะ ทำให้ในภาพรวมนะคะ ถ้าเกิดว่ายังไม่รวมตัว cap นะคะ ราคาเฉลี่ยของ Pool Gas เนี่ยจะอยู่ที่ 327 บาทนะคะ ประมาณนี้นะคะ Range ก็อยู่ประมาณ 325-330 นะคะ แต่ถ้าสมมติว่าปรับตัว ปรับด้วยตัว Pool Gas ที่ cap ตอนช่วง 4 เดือนนะคะ ราคาทั้งปีจะปรับลงมาอยู่ที่ range ประมาณสัก 320-325 บาทค่ะ ต่อไปก็เป็นเรื่องของราคาถ่านนะคะ อันนี้เป็น Newcastle นะคะ ก็ในไตรมาสที่ 2 นะคะ เราคิดว่าจะอยู่ที่ประมาณสัก 140-145 นะคะ เนื่องจากว่าอันนี้เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่า Indonesia เอง ซึ่งเป็นผู้ส่งออกนะคะ รายใหญ่ของโลกประมาณสัก 30-35% ของ market share ของโลกในการส่งออกถ่านนะคะ ก็มีการปรับโควตาในการกำลังการผลิตนะคะ จากเดิมเนี่ย 790 ล้านตันมาอยู่ที่ 600 ล้านตันนะ ก็เลยทำให้ราคาถ่านนี้ปรับเพิ่มขึ้นนะคะ ซึ่งราคาถ่านในไตรมาสที่ 3 นะคะ ก็น่าจะอยู่ใน range ใกล้ ๆ กับไตรมาสที่ 2 ก็คือ 140-145 นะคะ แต่ว่าในไตรมาสที่ 4 นะคะ คิดว่าดีมานด์น่าจะปรับเพิ่มขึ้นนะคะ ทำให้คิดว่าในไตรมาสที่ 4 เนี่ย ราคาของตัวถ่านน่าจะปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณสัก 145-150 นะคะ On average ทั้งปีนะคะ ก็ราคาถ่านน่าจะอยู่ที่ประมาณสัก 135-140 ค่ะ ส่วน SPP demand นะคะ ในไตรมาสที่ 2 นะคะ เราคาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 3,160 กิกะวัตต์ชั่วโมงนะคะ ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 40 กิกะวัตต์ชั่วโมงนะคะ ในขณะที่ไอน้ำนะคะ ก็ส่งทรงตัวนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ประมาณ 3.61 ล้านตันนะคะ ส่วนภาพทั้งปีนะคะ ก็ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,800 กิกะวัตต์ชั่วโมงนะคะ ปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนะคะ เนื่องจากว่าเรามีโรงไฟฟ้าพลังงานที่หมดสัญญากับ EGAT ไปนะคะ แต่ว่าปริมาณความต้องการใช้ไอน้ำเนี่ยยังอยู่ในระดับสูงอยู่นะคะ ก็อยู่ที่ประมาณสัก 14.34 ล้านตันนะคะ อันนี้ก็เพิ่มขึ้นมาประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วค่ะ โอเคค่ะ ประมาณนี้ ขอบคุณค่ะ ครับ ขอบคุณครับ ก็มาในพาร์ตของ business outlook นะครับ คิดว่านาทีแรกที่เราอยากจะคุยกันก็คือเป็นอัพเดตนะฮะ เรื่องของนโยบายของรัฐบาลนะครับ ก็โดยรัฐมนตรีพลังงานนะครับ ก็จะเห็นนะครับว่าทิศทางของการสนับสนุนหรือการซับซิดีในส่วนของราคาไฟฟ้าเนี่ย รัฐบาลก็เริ่มที่จะแยกภาคครัวเรือนหรือกลุ่มเปราะบางออกจากภาคอุตสาหกรรม ก็จะเห็นความชัดเจนขึ้น จากที่เรามีขั้นบันไดของราคาที่ 200 ก็จะถูกหน่อยนะครับ 200 หน่วยนะครับ 200 ถึง 400 ก็จะอีกระดับหนึ่ง แล้วก็มากกว่า 400 ก็จะเป็นคนที่ได้รับซับซิดีในส่วนของราคาพลังงานโดยภาพรวมนะครับ อันนี้ทิศทางนี้ก็จะทำให้เราลดความกังวลนะครับ ในส่วนของ impact ที่จะมาต่อทั้งด้านของธุรกิจของ GPSC นะครับ เพราะว่าเม็ดเงินที่ต้องใช้เพื่อการสนับสนุนก็จะลดลงไปด้วยนะครับ นี่ถัดไปนะครับ ก็แน่นอนฮะ เราอยู่ใน tension ของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก อิหร่านนะครับ ซึ่งก็ยังคงมีผลกระทบอย่างต่อเนื่องนะครับ ก็เราเห็นนะครับว่าในไตรมาสที่ 1 เนี่ย ตัวเฉลี่ยแล้วราคาของ LNG นำเข้าจะอยู่ที่ประมาณสัก ตัวเฉลี่ยของตัว Pool Gas อยู่ที่ ตัว LNG นำเข้าอยู่ที่ 14 เหรียญต่อล้าน BTU นะครับ ในขณะที่พอไตรมาส 2 นี่วิ่งอยู่ประมาณสัก 15-20 นะครับ เทียบกับก่อนสงครามเนี่ย ที่อยู่ประมาณสัก 10-11 เหรียญต่อล้าน BTU ก็จะเห็นว่ามันอยู่ในช่วงที่ยังคงสูงอยู่นะครับ แล้วก็ถ้าผลกระทบที่ส่งต่อ Pool Gas เนี่ย ก็จะปรับเพิ่มนะครับ จาก 271 ไปอยู่ประมาณสัก 329 นะครับ แต่ขณะเดียวกันเนี่ย ก็จะมีเรื่องของ กกพ.

ประกาศในเรื่องของให้ ปตท. cap ราคาแก๊สสูงสุดไว้ที่ 347 นะครับ แล้วก็ค่อยมาเรียกเก็บส่วนต่างกัน ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2570 นะครับ ทีนี้พอเราดู FT อะครับ ก็มีการประกาศเพิ่มขึ้นมาจาก 9.72 สตางค์ต่อหน่วย มาเป็น 16.23 นะคะ ก็ทำให้ภาพรวมของราคาขยับจาก 3.88 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงมาเป็น 3.95 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้มีข้อสังเกตนะครับว่า การตึง FT เนี่ยก็ยังไม่ได้ให้สะท้อนกับราคาต้นทุนพลังงานที่แท้จริงทั้งหมดนะครับ ยังมีส่วนของนำเอา clawback กลับเข้ามาดึงเข้ามาใน FT ด้วยนะครับ 9,472 ล้านบาทนะครับ ซึ่งเราก็มองภาพนะครับว่า ในระยะยาวยังไงก็แล้วแต่ ภายใต้นโยบายที่มีการเพิ่มในส่วนของ renewable ในประเทศไทยนะครับ การปรับปรุงระบบ transmission ทั้งหลายเนี่ย ก็จำเป็นจะต้องมีเม็ดเงินจำนวนมากทีเดียวนะครับ ที่จะต้องลงทุนในการที่จะปรับปรุง และ ผมต้องพยายามทำให้ธุรกิจเราเป็น low risk low return นะครับ แต่ว่าตัว interest hedging นะครับ อันนี้ก็จะเป็นการที่เราทำ deleveraging อย่างที่ทาง CFO ได้กล่าวไปนะครับ แล้วก็ปัจจุบันนี้เราก็ monitor กันทุก situation นะครับ ที่จะหาโอกาสในการที่จะ selling ในส่วนนี้นะครับ เรื่อง affiliate performance ครับ ก็มีการ monitor อย่างใกล้ชิดนะครับ เราคิดว่าการที่เรามีพอร์ตที่ไม่ขึ้นอยู่กับ fossil fuel มาก ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนี่ยนะครับ มันจะทำให้เราลดความเสี่ยงในประเด็นเรื่องความผันผวนของราคาพลังงานนะครับ เรามี ongoing asset monetization ที่อยู่ในแผนงานนะครับ ที่จะปรับปรุง แล้วก็อาจจะมี diversify บ้าง มีการซื้อเพิ่มบ้างนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยจะทำให้ return on investment ของเรานะครับ เป็นไปตามเป้าหมายทากิตที่เราตั้งเป้าไว้นะครับ GPSE เองเนี่ย focus ในระยะกลางถึงยาวนะครับ เราก็เห็นโอกาสนะครับว่าเรื่องสำคัญก็คือเรื่องการซื้ออัพ green energy in Thailand นะครับ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสอันดีนะครับที่ภาครัฐเองให้ความสำคัญนะครับ แล้วก็มองเห็นถึงการที่เราจะพยายามลดการพึ่งพาการนำเข้า fossil fuel มาใช้ในประเทศนะครับ ก็อันนี้เองเนี่ย GPSE ก็มีความพร้อมนะครับ ร่วมกับทาง partner ซึ่งก็เรามีพื้นที่ที่เป็น land plot ในประเทศไทยมากพอสมควรนะครับ ที่จะพร้อมพัฒนาขึ้นมาเป็นตัวโซลาร์หรือว่าวินฟาร์มนะครับ Data center business นะครับ ก็เป็นสิ่งที่เราเองก็มีความพร้อมในการสมดุลสำหรับการขึ้นโครงการนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ตัวโครงการที่เราจะรับก็ต้องเป็นโครงการที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทนะครับ ส่วนอันสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของ chip to customer-centric solution นะครับ อันนี้ก็เราก็จะพยายามขยายการตอบสนองต่อลูกค้าที่เรามองภาพว่าจะมีการเติบโตมากขึ้นในภาคของระดับที่พยายามจะ integrate ในส่วนของ conventional power กับ renewable power และรวมถึงระบบของ cooling district ด้วยนะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็จะทำให้การใช้ประสิทธิภาพของลูกค้าก็มีประสิทธิภาพด้วยนะครับ เรามีบริษัท GES นะครับที่มองโอกาสที่จะไปสนับสนุนการเติบโตของ renewable ทั้งในภาคของอุตสาหกรรมและก็ภาคของการเปิดเกิด PDP ของประเทศนะครับ ถัดไปนะครับ ก็จะเป็นภาพที่ทางด้านของ สอนพอนะครับ เริ่มเปิดเผยผลของการจัดทำข้อมูลนะครับ ในส่วนของระดับนี้สำเร็จแค่ในส่วนของ demand ก่อนนะครับ เราก็จะเห็นนะครับว่า ถ้าเทียบระหว่างปี 2026 แล้วก็ไปถึง 2030 เนี่ย เราจะเริ่มเห็น step up ของ demand เข้ามานะครับ โดยมี driver ที่สำคัญก็คือในส่วนของ data center นะครับ เส้นสีที่ขีดนั้นก็คือไอ้ตัว spare capacity ในประเทศไทยนะครับ ซึ่งเราจะเห็นนะ ปกติมันต้องอยู่สูงนะ อย่างน้อยก็ 15-20% นะครับ เราจะเริ่มเห็นนะครับว่าในปี 2030 ถ้าไม่ทำอะไรเพิ่ม ไม่มี unit เพิ่มเนี่ย ที่จะเป็น spare capacity นะครับ มันก็จะเริ่มที่จะขาดแคลนแล้วนะครับ แล้วก็เติบโทถัดไปก็จะเห็นตั้งแต่ 2035 2050 เนี่ย ภาพมีความชัดเจนมาก ว่าปริมาณของไฟฟ้าที่ต้องสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาเนี่ย ค่อนข้างจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าเรามองในระยะสั้นนะครับ 2027 ข้างล่างนี้ครับ ถึง 2028-2037 นะครับ เราก็เห็นนะครับว่าสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ เราพบว่ายุคสถานการณ์ tension ของทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เนี่ยนะครับ ทำให้ แล้วก็บวกกับการเติบโตของ demand ของไฟฟ้า ของตัว data center ทั่วโลกเนี่ยนะครับ ทำให้ปัจจุบันนะครับมันเกิดการขาดแคลนในการตัวเครื่องจักรนะครับ คือ gas turbine gas turbine ในอดีตเนี่ยก็ราคาในปี 2019 คงใช้เงินประมาณสัก 600 เหรียญต่อกิโลวัตต์นะครับ แต่ปัจจุบันเนี่ยก็ 2019 จนถึงปัจจุบันนี้มีการเพิ่มขึ้นมาเป็น 600 เหรียญนะครับต่อกิโลวัตต์นะครับ แล้วก็ถ้าถามว่ามันขึ้นเท่าไหร่มันขึ้นประมาณหนึ่งเท่าตัวนะครับ ในเงินลงทุนที่ต้องใช้ในการที่จะก่อสร้างเท่ากันนะครับ ขณะเดียวกันเนี่ย ระยะเวลาในการส่งมอบเนี่ยขยายไปเป็น 3-7 ปีนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเกิดว่าจะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในปัจจุบันเนี่ย คงต้อง take time ไม่น้อยกว่า 5 ปีนะครับในหนึ่งโรง เพราะฉะนั้นเนี่ยก็เป็นโอกาสอันดีที่เรามองเห็นนะครับว่าไอ้ตัว existing PPA ที่ going to be expired ของทางด้านกลุ่ม GPSE เองเนี่ย ก็จะมีโอกาสนะครับในการเข้าสนอบบัญชูอยู่ในแผน extension PPA นะครับ เพื่อตอบสนองกับ demand ที่จะเติบโต ในขณะที่การก่อสร้างไม่สามารถดำเนินการได้นะครับ ระยะยาวถัดไปเนี่ย ตั้งแต่ปี 2030 onward เนี่ยนะครับ ก็คิดว่าทางด้านการเติบโตทั้ง RE แล้วก็ conventional ใหม่นะครับ ซึ่ง GPSE เองเนี่ยก็มีความพร้อมอย่างยิ่งนะครับที่จะร่วมในการบิด ทั้งในภาพของ renewable energy แล้วก็ในภาพของ conventional ที่จะสนับสนุนการเติบโตของประเทศนะครับ และหมายรวมถึงเรื่องอย่างที่ได้นำเรียนไปว่าเรา foresee นะครับว่าเราคงต้องมี round the clock นะฮะ หรือว่าการที่จะ blend ให้ตัว renewable นะครับสามารถที่จะสนับสนุนการผลิตให้ได้มากที่สุดนะ หรืออาจจะถึง 24 ชั่วโมงเนี่ย ก็ต้องอาศัยทั้ง technology ทั้ง battery ด้วยนะครับ แล้วก็การ combination กันระหว่างหลากหลายรูปแบบของ renewable ที่จะต้องจ่ายเข้ามาในระบบนะครับ รวมถึงอาจจะต้อง sync กับ conventional บ้างบางส่วนเนี่ย ก็ทางบริษัท GES นะครับ ก็จะเป็นตัวหัวหอกหลักนะครับที่จะผลักดันในเรื่องนี้ให้เกิดการเติบโตนะครับ ถัดไปเนี่ยก็อยากจะเรียนว่า GPSE เองเนี่ยก็ forecast นะครับว่าใน state ของการที่มี IPP ที่เป็น conventional ใหม่ในประเทศไทย ภายใต้ PDP 2026 ที่จะประกาศเนี่ยนะครับ เร foresee ว่าเรามีแผนที่จะ capture ประมาณสัก 3,500 เมกะวัตต์นะครับ ที่เป็น conventional ในไทยแลนด์นะครับ ถามว่าทำไม GPSE มีความพร้อมนะครับ ก็มีความเชื่อมั่นนะครับ เรื่องแรกเลยก็คือคิดว่าเรื่อง feedstock supply network เนี่ยนะครับ ก็เรามี PTT เป็นผู้ถือหุ้น เป็นบริษัทแม่ และรวมถึงเป็นตัว supplier หลักนะครับ ในเรื่องของ gas นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยการเข้าถึง gas การ scale เรื่อง feedstock ให้มี competitiveness ในการแข่งขันเนี่ย ทาง GPSE มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งนะครับ เรื่อง technical competency นะครับ เราก็จะเห็นนะครับว่า เรามีทั้งเรื่อง construction ที่เรามี track record นะครับ เรามี performance operation ที่เป็น excellent เป็น track record นะครับ แล้วก็เราสามารถที่จะ combine spare parts ต่าง ๆ นะครับ ทำให้เรามีต้นทุนในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ เนี่ย ก็มีประสิทธิภาพนะครับ ก็เป็นส่วนที่เราจะต่อยอด แล้วก็สามารถที่จะสร้าง competitiveness ในการแข่งขันนะครับ เรื่อง funding แล้วก็เรื่อง leverage capability ภายใต้กลุ่ม PTT เราเองเนี่ยก็มีความแข็งแกร่งทางด้านของทางการเงินนะครับ พร้อมสนับสนุนในการเติบโตจากบริษัททั้งบริษัทแม่และก็ทางตัวเราเอง ซึ่งเราก็จะมีตัว cash cow จากการดำเนินการในส่วนของ operating profit เนี่ย เข้ามาดำเนินการสนับสนุนนะครับ ที่สำคัญการสำเร็จได้เนี่ย เราคงต้องมีทั้งตัว strategic partner นะครับ ทางด้าน technology ต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่เราดำเนินการผ่านทางซิเมนส์บ้าง GE นะครับ มิตซูบิชิ หรือว่าดูซานเนี่ยกลุ่มนี้ก็จะเป็น key player ทางด้าน technology ที่สำคัญนะครับในการที่จะขึ้นโรงไฟฟ้าใหม่นะครับ ระยะที่เรา focus อยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็น IPP นะครับ IPP, SPP, IPS เกก็วันนี้ยังได้อีกประมาณ 12 ปีข้างหน้านะครับ แต่ว่าเราก็มีแผนมองต่อนะครับ ว่าหลังจากหมด PPA แล้วจะดำเนินการอย่างไรนะครับ ส่วนโกล IPP เนี่ยมีทั้งโอกาสในส่วนของการอยู่ในภาพของ PDP 2026 หรือว่าการเจรจากับทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์นะครับ RPCL ก็อยู่ใน area ที่เหมาะสมนะครับ สามารถที่จะเพิ่มเติมหรือว่าขยายตัว PPA หรือแม้กระทั่งขึ้นลงไฟฟ้าใหม่ได้นะครับ นี่ก็จะเป็นโอกาสที่ดีนะครับ สำหรับ potential ที่เราอาจจะไปกับพาร์ตเนอร์รายอื่นก็เป็นมุมที่เราเห็นนะครับว่าโอกาสที่อยู่นอกพื้นที่มักกะพุดนะครับ ก็ประมาณสัก 3,000 ถึง 4,000 เมกะวัตต์ที่น่าจะเป็นสเตกที่ GPSC และพาร์ตเนอร์ พันธมิตรพาร์ตเนอร์นะครับ จะสามารถแคปเจอร์ได้นะครับ ก็อยากจะให้ความมั่นใจนะครับว่า GPSC เองเนี่ยวันนี้มีความพร้อมในทุกมิตินะครับที่จะเข้าสู่กระบวนการบิดดิ้งในส่วนของการแข่งขันทางด้าน IPP ที่เป็น conventional เช่นกันนะครับ ก็ขอยัดสรุปหน้านี้เป็นหน้าสุดท้ายนะครับ ขอบคุณครับ