Global Power Synergy Public Company Ltd

Global Power Synergy Public Company Ltd

51.00
THB
+0.75
(+1.49%)
124.07BMarket Cap
Nov 11Next Earn

Q4 FY2025 · Earnings Call TranscriptFebruary 12, 2026

ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัท Global Power Synergy จำกัด มหาชน หรือ GPSC สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 และประจำปี 2568 ผม นายธนพล พัฒนสิริพงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการในวันนี้ครับ ในนามของ GPSC นะครับ เราขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาเข้าร่วมประชุมกับเรา และบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับและนำเสนอข้อมูลให้กับทุกท่านในวันนี้ครับ เอกสารการนำเสนอสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่เว็บไซต์ของบริษัท www. gpscgroup.

com ครับ และสำหรับกำหนดการการประชุมของเราในวันนี้นะครับ ช่วงแรกจะเป็นการนำเสนอข้อมูลจากผู้บริหารประมาณ 45 นาที และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงถามตอบ สำหรับช่วงถามตอบนะครับ หากท่านใดมีคำถามสามารถยกมือและกดไมโครโฟนที่อยู่หน้าที่นั่งของท่าน พร้อมแจ้งชื่อและบริษัทของท่านก่อนถามคำถามครับ และในโอกาสนี้ครับ ผมขออนุญาตแนะนำคณะผู้บริหารที่ให้เกียรติเข้าร่วมบรรยาย ในวันนี้มีทั้งหมด 5 ท่าน 1. คุณวรวัต พิทยาสิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยคุณวรวัตจะนำเสนอในส่วนของภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 พร้อมทั้ง Business Highlight และทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัท 2.

คุณสิริเมศ ลีภากร ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ โดยคุณสิริเมศจะนำเสนอในส่วนของ Operation 3. คุณพนพร สาสนะนาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน โดยคุณพนพรจะนำเสนอในส่วนของผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 4 และประจำปี 2568 รวมถึง Outlook สำหรับไตรมาส 1 และทั้งปีของปี 2569 4.

คุณสีโรบน บูลทาวร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กรและบริหารการลงทุน โดยคุณสีโรบนจะอัปเดตความคืบหน้าด้านการลงทุนและการบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัท 5. คุณมนัตชัย คงรักกวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและ Decarbonization โดยคุณมนัตชัยจะนำเสนอในส่วนของทิศทางการเติบโตและการดำเนินงานด้าน Decarbonization ของบริษัท และนอกจากนี้ครับ เรายังมีผู้บริหารเข้าร่วมตอบคำถามในช่วงถามตอบอีก 1 ท่าน คือคุณอรงชัย วิสุทธิชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การพาณิชย์ และทุกท่านครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขอเรียนเชิญคุณวรวัต พิทยาสิริ เริ่มการนำเสนอในส่วนที่ 1 ได้เลยครับ กรุณเรียนเชิญครับ ครับ ขอบคุณนะครับ สวัสดีนะครับท่านนักวิเคราะห์ทุกท่านนะครับ วันนี้ทราบมาว่ามีกลุ่มธนาคารมาด้วยนะครับ ก็สวัสดีธนาคารเจ้าหนี้ที่รักทุกท่านเหมือนกันนะครับ วันนี้ก็จะเป็นบรรยากาศแตกเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าทุกทีเราจะเจอกันบน webcast นะ วันนี้ก็จะเป็น On-site ได้เจอหน้าค่าตากันนะครับ แล้วก็เป็นครั้งแรกของปีนะครับ ก็ขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่นะครับ เป็นการประชุม Analyst Meeting ครั้งแรกของปี แล้วก็อีกสักอาทิตย์หนึ่งก็จะตรุษจีนก็สิ้นนี้โหดใช้ด้วยนะครับ ก็ขอให้ร่ำรวยกันทุกคนนะครับปีนี้ คราวนี้ Analyst Meeting รอบนี้วันนี้ก็จะมาพูดถึงผลดำเนินการของทาง GPSC นะครับ ซึ่งเมื่อวานได้มีโอกาสแจกต่อหลักทรัพย์บนตัวเลขที่ปรากฏนะครับ แล้วก็วันนี้คงได้มีโอกาสพูดกันในรายละเอียดนะครับ ภาพรวมของปีที่แล้วเนี่ยถ้าแยกออกมาเป็นมุมมองสำคัญ ๆ ในเชิง Perspective เนี่ย มันก็จะมีประมาณ 4 ด้านสำคัญนะครับ ในเชิงตัวเลขเดี๋ยวทาง CFO แล้วก็พี่ ๆ รองทั้งหลายเดี๋ยวอาจจะได้คุยในรายละเอียดกับพวกเรานะครับ มุมมองแรกเกี่ยวกับ Collaboration นะครับ ก็เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ การพูดคุยกันนะครับ อย่างกรณีแรกที่เรายกขึ้นมาคือ EBITDA Uplift เนี่ย มันมีการสื่อสารกันภายในถึงการดำเนินโครงการ EBITDA Uplift นะครับ EBITDA Uplift เนี่ยมันเป็นโครงการของกลุ่มปตท.

นะครับ ซึ่งถ้าหลายท่าน Cover หุ้นในกลุ่มปตท. ก็จะเห็นจะมีประเด็นนี้พูดคุยกันนะครับ ซึ่งเหตุที่เราเชื่อว่าในกระบวนการผลิตของกลุ่มปตท.

เนี่ยมันยังมีช่องว่างให้เรา Improve ได้อีก EBITDA Uplift ก็เกิดด้วยตักกะนั้นด้วยความตั้งใจตรงนั้นนะครับ EBITDA Uplift ไม่ใช่เป็น Cost Saving นะครับ EBITDA Uplift เป็น Cost Reduction นะครับ ความหมาย Cost Reduction หมายความว่าการปรับกระบวนการผลิตบางอย่างบางประการ เพื่อให้ได้มาซึ่งต้นทุนหรือโครงสร้างต้นทุนที่ถูกลงนะครับ ตรงนี้ที่เราหยิบยกมาเป็น Collaboration เพราะว่าเวลาเรา Implement เนี่ย ภาพการบริหารจัดการภายในเป็นประเด็นที่ต้องมีการพูดคุย สนับสนุนส่งเสริม ติดตาม ปรับปรุง ซึ่งปีที่แล้วเราทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว Collaboration ยังหมายถึงการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์นะครับ ภาพที่เห็นข้างล่างนี้ก็จะเป็นคณะผู้บริหารทาง Avada ที่เราถืออยู่ประมาณ 40% ที่อินเดีย ปีที่แล้วก็มีการทำที่เรียกว่า Strategic Thinking Session ก็จะมีทีมคณะผู้บริหารของทาง Avada มาทำ STS กับเราที่เชียงใหม่ คือที่พูดนี้มันหมายความว่าการเติบโตของเราที่อินเดียเนี่ยมันไม่ได้เติบโตแบบ Passive ก็คือนั่งคอยรับรู้ว่าเขาลงบัญชีเท่าไหร่ แล้วก็ Profit Sharing ตามสัดส่วน แต่หมายความว่าเรา Proactive ในการที่จะเติบโตร่วมกับ Local Partner ที่นั่น อีกด้านหนึ่งก็เราเรียกว่า Rebalancing นะครับ ก็คือการปรับสมดุลพอร์ต ซึ่งถ้า Analyst ทุกท่านที่ติดตามเราปีที่แล้วก็จะเห็นว่ามันมีซื้อไอ้นู่นขายไอ้นี่ โยกย้าย Asset ไปตรงโน้นตรงนั้นตรงนี้นะครับ หลักใหญ่ใจความในเรื่องนี้ก็คือประมาณว่า เรา Revisit เงินลงทุนของเราใน Portfolio ที่มีอยู่ อย่างต่อเนื่องนะครับ อะไรที่ถือแล้วดีก็ถือต่อไป ขายแล้วดีก็ถือก็ขาย ซื้อเพิ่มแล้วดีก็ซื้อเพิ่ม โยกย้าย Asset ก็รายละเอียดน่าจะติดตามกันได้ แต่ว่าเรากำลังจะบอกว่ากิจกรรมเหล่านั้นมาจากมุมมองที่เราคิดว่าการทำ Rebalancing Portfolio เนี่ยจะนำมาซึ่งมูลค่าเพิ่มนะครับ จะนำมาซึ่งผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่าเดิมนะครับ ปีที่แล้วเราก็ลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้กันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็มีรายละเอียดอย่างที่ท่าน Analyst ทุกท่านน่าจะได้เห็นจากข่าวคราวที่เราแจ้งตลาดเป็นระยะ ๆ นะครับ ในส่วนของ Growth กับ Resilience นะครับ เราก็คงยังเติบโตนะครับ อย่างต่อเนื่องนะครับ มันจะเป็นตัว District Cooling นะครับ ปีที่แล้วก็มีการเพิ่มเติม มีการโยกย้าย Asset จากที่เป็น District Cooling Unit ในตัว CHPP ย้ายเข้าไปที่ Cube Connect Cube Connect เนี่ยก็จะเป็นบริษัทร่วมทุน Keppel กับ GPSC นะครับ วางน้ำหนักบนการทำธุรกิจ District Cooling ในประเทศไทย การขับย้ายขับเคลื่อนสินทรัพย์ไปลงที่ Base at Unit ดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำ O&M ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเติบโตต่อไปในอนาคตของธุรกิจนี้นะครับ ภายใต้ JV ภายใต้บริษัทที่เราเรียกว่า Cube Connect นะครับ แล้วก็ยังรวมไปถึงตรง Asset Utilization นะครับ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำในปีที่แล้วนะครับ ในพาร์ตของตัว Commitment ที่เราใช้คำว่าความมุ่งมั่นเนี่ย เราก็ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องนะครับ ในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งพ ดาตาเซ็นเตอร์อันนี้ก็พวกเราคงได้ยินได้ฟังกันมามาก ซึ่งเดี๋ยวก็คงมีรายละเอียดมาพูดคุยกัน แต่เหล่านี้ก็ยังเป็นพาร์ตที่เราให้ความสำคัญ แล้วก็มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในปีที่แล้ว เพื่อเข้าถึง position ทางธุรกิจที่น่าจะเป็นคุณในระยะยาว แล้วก็ตัว SMR นะครับ CCS หรือแม้แต่ co-firing ammonia เหล่านี้ก็เป็นไปตามทิศทางของโลกที่มุ่งเน้นในเรื่อง sustainability ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการทำธุรกิจการใช้พลังงาน เหล่านี้ก็ยังเป็นพาร์ตที่ GPHC หรือรวมไปทั้งกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญ ซึ่ง analyst ทุกท่านก็คงได้ยินได้ฟังจากทิศทางของ ปตท.

ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ตกไปเลยครับ หน้าสองนี้ก็จะเป็นไฮไลต์นะครับ สำคัญ ๆ ทาง finance นะครับ ภาพรวมของ net profit ในปีที่ผ่านมาก็มีการเติบโต 58% ตัวเลขรายงานกำไรสุทธินะครับ อยู่ที่ 6399 6399 จริง ๆ 6400 มันระดับง่ายกว่า แต่ว่าพี่ปูเขาบอกว่าไม่ได้ 99 ก็คือ 99 ปัดขึ้นไม่ได้ ก็เป็นตัวเลขที่ผมคิดว่าในรายละเอียดเดี๋ยวคงได้คุยว่ามาได้ยังไงนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่น่าจะพิสูจน์ได้หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ เรื่อง ที่พูดอย่างนี้เพราะผมจำได้ว่าเราเคยคุยเรื่อง EBITDA uplift ครั้งแรก ๆ ปีที่แล้วเนี่ย ผมพูดกับ analyst หลายท่านว่าก็มันคือ productivity management นะครับ ท่านไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ท่านก็บวกเข้าไป 500 จาก model ที่ท่านมี ปีที่ผ่านมาเราทำได้ดี เราทำได้ดี เดี๋ยวทางรองศิริเมศน่าจะมีรายละเอียดมาคุยกับเรา ก็เป็นโครงการหนึ่งที่ปรับความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็อย่างที่ผมเรียนนะครับ คือเป็นเรื่องของ cost reduction ไม่ได้ cost saving cost saving ก็ยังมีโปรแกรมหลาย ๆ เรื่อง แล้วก็พยายามลดค่าใช้จ่าย แต่ cost reduction เนี่ยจะให้ความยั่งยืน เราทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวในปีที่แล้ว แล้วเราก็จะทำต่อในปีนี้ แล้วก็ภาพรวมก็คือมี net profit improve อยู่ประมาณเกือบ ๆ 60% จากปีที่ผ่านมานะครับ ผ่านเรื่องราวสำคัญ ๆ ขวามือบนก็จะเรื่องของ operational excellence EBITDA uplift program นอกเหนือจากโครงสร้างต้นทุนในการบริหารจัดการการผลิตที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนี่ย ถ้าไปดู reliability หรือความมั่นคงในการเดินโรงงาน ซึ่งเดี๋ยวทางคุณศิริเมศคงมีรายละเอียดมาคุยกับเราเนี่ย เพราะว่าดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ 4-5 ปีก่อนตอนผมก็ใหม่ ๆ ผมจำได้ พวกเราน่าจะจำได้ มันจะมีเรื่อง interruption ของโรงงานอยู่เยอะ 4-5 หายกันไม่ทีปีหลายเดือน เดี๋ยวโรงงาน trip โรงงาน shutdown ปัจจุบันนี้การบริหารจัดการภาคการผลิตเราทำได้ดีทีเดียว โรงงานค่อนข้างนิ่งมาก แล้วก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ earnings ในปีที่แล้ว stable และเวลาเราเสริมด้วย EBITDA uplift มันก็จะทำให้มีผลออกดอกออกผลอย่างที่เราเห็น มีเรื่อง affiliate performance นะครับ หลาย ๆ affiliate ที่เราลงทุนก็มีผลประกอบการที่ดี สายยุบลีเป็นตัวอย่าง แล้วก็ยังมีเรื่อง capital management อย่างตะกี้ที่เรียนกัน บริหารจัดการ portfolio แบบใหม่ ล่าสุดที่เราแจ้งตลาดไปเนี่ยก็คือนี่ครับ ซ้ายมือล่างก็จะเป็นเรื่องของ dividend เราก็เมื่อวานมีมติของคณะกรรมการเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นสมานนะครับ ปีที่ผ่านมาก็จะเป็นเสนอปันผล 1.45 นะครับ พร้อมกับตาราง schedule ตามที่เห็น XD ก็ 25 February นะครับ โดยมี payout ratio อยู่ประมาณ 64% ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งช่วงระยะเวลาที่มี payout ratio ที่ค่อนข้างสูง ตรงนี้ในรายละเอียดพี่ปูคงมาคุยให้ฟังว่า ratio ที่ค่อนข้างสูง เม็ดเงินที่ค่อนข้างเยอะ ยังคงมีความมั่นคงอย่างไรในการเติบโต มีความพอเพียงอย่างไรในการหาเม็ดเงินเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ ขวามือล่างก็พวกเราคงได้เห็นข่าวกันดีนะครับ ก็ยังเป็นที่ยอมรับในระบบนิเวศการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น credit rating agency หลายที่ก็ยังมองเรามี credit rating ที่มั่นคง stable CRISIL rating เรายังให้ rating เราที่เป็น double A plus ซึ่งเป็น rating ที่สูงสุดใน private power นั่นน่าจะแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางโครงสร้างทางการเงิน Fitch rating A plus แล้วก็ Triple B minus international ซึ่งระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงจาก rating agencies เหล่านี้ก็น่าจะเป็นหลักประกันอีกอันหนึ่งนะครับ ว่าควบคู่ไปกับความสามารถในการสร้างกำไรให้ธุรกิจเรา ยังคงมีโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงและก็แข็งแรงทีเดียวนะครับ ถัดไปเลยครับ อันนี้ก็อาจจะเป็นตัวอย่างสำคัญ ๆ ที่ตะกี้เราพูดถึงเรื่อง investment portfolio นะครับ ไล่เรียงมาก็อย่างเรื่องของการยกย้าย asset ในกลุ่มบริษัทโกลว์ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ตัว facilities ที่เรายกย้ายอยู่ในจุดที่สามารถเอาไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีearning power ที่สูงที่สุด เรื่องนี้ก็คือเป็นเรื่องที่เราได้ทำมาในปีที่แล้ว Transfer cooling asset ของนี้ก็อย่างที่ที่ว่ามีการยกย้าย asset จาก unit เดิมที่อยู่ในตัว CHPP แล้วย้ายไปที่ new business unit กับ Keppel และเราก็เชื่อว่าน่าจะเป็น new business unit ที่เติบโตได้อย่างดีในธุรกิจ disciplineing ควบคู่ไปกับการใช้องค์ความรู้ของทาง Keppel ที่เป็น partner ของเราที่สิงคโปร์ มีการเพิ่มทุนใน ราชบุรีพาวเวอร์ 9.375% เหล่านี้ก็เป็นการติดตามการลงทุนนะครับ โอกาสในการลงทุนเพิ่มเติม หรือแม้แต่โอกาสในการ divest ถ้ามูลค่าของเงินลงทุนดีกว่า ถ้าจะถือต่อไป เหล่านี้ใน GPHC จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะทำอย่างที่เราเห็นกันในปีที่แล้ว มีการขายหุ้นประมาณ 3.03% ในอินเดีย อันนี้ก็จะเป็นก่อนที่จะเข้า IPO ในลำดับถัดไป เราก็มีการปรับระดับการถือหุ้นในตัว AEPL มีการ divest ใน TSR มีการ divest ใน CCE เหล่านี้ก็เป็นรายละเอียดที่ท่านนักวิเคราะห์น่าจะเห็นในรายละเอียด แต่ว่ากำลังจะบอกว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนผลตอบแทนการลงทุน แล้วก็สะท้อนอยู่ในตัวเลขกำไรในปีที่ผ่านมาครับ ถัดไปครับ อันนี้แตะสักนิดนึงเกี่ยวกับการเติบโตนะครับ ซ้ายมือนี้เขาก็พยายามพูดถึงเรื่องการเติบโตของ demand การใช้ไฟฟ้า เวลาเราพูดถึง demand การใช้ไฟฟ้าเนี่ย หลายท่านที่ติดตามอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าในประเทศก็จะเห็นว่าหลาย ๆ สิบปีที่ผ่านมาภาคการใช้ไฟฟ้าผ่านภาคอุตสาหกรรมมีมาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มาถึงจุดหนึ่งที่ว่าประเทศมันดูเหมือนกับมันไม่ more industrialize กันเนี่ย การลงทุนจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมดูชะงักงัน บ้างก็ว่าไหลไปเวียดนาม บ้างก็ว่าอะไรก็ว่าไปนะครับ Implication สำหรับธุรกิจไฟฟ้าก็เขาก็จะถามต่อ แล้ว next growth ท่านจะมาจากไหน Facility ที่หมด PPA ท่านจะทำอย่างไรต่อ ตัวหนึ่งซึ่งน่าจะทำให้เกิดความสบายใจขึ้น เราพบว่า 10 ปีจากนี้ไปเนี่ย ความต้องการใช้ไฟฟ้าเนี่ยจะมาอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านเรื่องราวของ data center ซึ่ง Data Center อันนี้ก็ไม่ได้เป็นเฉพาะความจำเป็นในประเทศไทยนะครับ เพราะว่าทุกท่านถ้าติดตามก็จะพบว่า ในโลกที่ AI บูม ในโลกที่ AI บูมเนี่ย ความจำเป็นใช้ของ Data Center มีขึ้นทุกหย่อมย่า ประเทศไทยเนี่ยมีข้อได้เปรียบตรงที่มีระบบเสถียรไฟฟ้า ไฟฟ้าที่เสถียรมาก ๆ มีระดับราคาไฟฟ้าที่แข่งขันได้ และนั้นก็เป็นที่มาว่าทำไม Data Center มาบูมที่ประเทศไทย การที่ demand จาก Data Center มาบูมในประเทศไทย มันก็จะชดเชยกับข้อกังวลสักกี้ที่ผมได้เรียนเบื้องต้น ว่ากลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องบนภาพของประเทศที่เป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น จะเอาดีมานด์ที่ไหนรองรับ ล่าสุดที่เราเห็นตัวเลขเนี่ยจะพบว่ามันมากซะจนพลังกำลังไฟฟ้าในปัจจุบันดูจะขาดแคลน แต่เหล่านี้สำหรับอุตสาหกรรมธุรกิจไฟฟ้าก็กลายเป็น opportunity size ครับ อันนี้ถ้าเกิดติดตามนโยบายของพรรคการเมืองสำคัญที่น่าจะเป็นว่าที่รัฐบาล ก็จะพบว่าทุกที่เขาก็จะให้ความสำคัญกับการเติบโตทาง Data Center หลายท่านพูดถึงเรื่อง Direct PPA ไม่ว่าจะเป็นจากพลังงานหมุนเวียนไปที่ Data Center หรือแม้แต่จะเป็นการผลิตไฟฟ้าตรงขายตรง เหล่านี้เพื่อ accommodate ประโยชน์ของอุตสาหกรรม Data Center ที่จะเชื่อมโยงกับการเติบโตในประเทศทั้งสิ้น ก็ 4 แผ่นนี้ก็น่าจะเป็นอุ่นเครื่องนะครับ ก่อนที่แต่ละท่านเขาจะลงในรายละเอียดในภาพรวมสักกี้ที่ผมว่านะครับ ถัดไปก็น่าจะเป็นทางคุณศิริเมศจะมาพูดให้ฟังเพิ่มเติมนะครับในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทางภาคการผลิตนะครับ เชิญเลยครับ ขอบคุณครับ ดีโอครับ ก็สวัสดีท่านนักวิเคราะห์นะครับ ได้ยินไหมครับ ไมค์ไม่ดัง เปิดดู เทส เทส เทส เทส สวัสดีครับ ก็สวัสดีครับท่านนักวิเคราะห์นะครับ ก็เดี๋ยวในส่วนผมก็จะมาพูดเรื่องภาคของภาพรวมการผลิตนะครับ ซึ่งก็อยากจะชวนดู revisit นะครับ ในการเติบโตของตัว installation capacity ของ GPSC นะครับ เรามองย้อนไปเนี่ย ถ้าเทียบตั้งแต่ปี 2020 นะครับ ก็จะเห็นว่า GPSC เองก็มีการเติบโตนะครับ ถ้ามองแบบเฉลี่ย ๆ ก็ประมาณ 1.4 เท่านะครับ ตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปี 2025 นะครับ แล้วก็ขณะเดียวกันจะเห็นนะครับว่าพอร์ตรีนิวของเราก็จะเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ ส่วน conventional นั้นนะครับ ในทางปฏิบัติก็จะมีบางส่วนลดลงไป อันนั้นมาจากตัวสัญญา PPA คบอายุนะครับ แล้วก็เรามีโอกาส opportunity เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะครับ ต่อจากที่มันหมดอายุแล้ว เรามีแผนจะทำอะไรนะครับ แต่ก็ตามนะครับ เราเห็นว่าในปี 2025 เนี่ย ไอ้ตัว capacity ที่หายไปบางส่วนเนี่ย ก็เกิดจากความตั้งใจที่ทำเรื่องของพอร์ต portfolio rebalancing นะครับ megawatt อาจจะลด แต่ในเชิงของคุณภาพของเมกะวัตต์ที่เราได้เนี่ย ก็จะเป็น megawatt ที่สร้าง value-add สูงอยู่นะครับ ในขณะเดียวกันเนี่ย มันก็จะมีบางเรื่องนะครับ ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราถืออยู่ในพอร์ตแล้วมันไม่ดีเรา diversify แต่ปรากฏว่าในบางรายการเนี่ย ที่อนาคตมันจะไม่ดีเหมือนเดิมเนี่ย เราก็ diversify ออกไป เพราะเราฟอร์ซีนว่ามันมีประเด็นนะครับ เพราะนั้นเนี่ย ถ้าเรามองไกลถึงปี 2030 นะครับ ด้วยการเติบโตที่เราอยู่ใน master plan ทั้งหมดเนี่ยนะครับ ในปี 2030 เนี่ย install capacity เราจะอยู่ที่ประมาณสัก 13,450 เมกะวัตต์นะครับ แล้วก็จะมีในส่วนของ แน่นอนครับ จาก screen เนี่ย ก็จะพอร์ตหลักก็จะมาจากอวาดาอยู่นะครับ แต่ในไทยเนี่ยครับ เราก็จะเริ่มมีซัมซามขึ้นมานะครับ จากโปรเจกต์ของรัฐบาลที่เรื่องของ RE big lot นะครับ ซึ่งเราเองก็มีอยู่ในพอร์ต ถ้ามองด้านล่างสุดขวาเนี่ยนะครับ เราจะเห็นมีโปรเจกต์ที่เป็น Helios กับของ AIPC clean power นะครับ รวมกันประมาณสักใกล้ ๆ ร้อยเมกะวัตต์ ประมาณร้อยเมกะวัตต์ installation นะครับ แล้วก็ในส่วนของ AAPL นะครับ เราก็จะมีการเติบโตในปี 2026 เนี่ย ก็ยังต่อเนื่องอยู่นะครับ ประมาณสัก 1,000 ถึง 1,400 เมกะวัตต์ จะกลิวเข้ามานะครับ แล้วก็ที่นวนครนะครับ เราก็มีส่วนของ megawatt equity ประมาณ 3 เมกะวัตต์ ส่วนของทางด้านของตัว private PPA ซึ่งเราก็มีการติดตั้งโซลาร์ในพื้นที่ด้วยนะครับ ก็จะมีประมาณสัก 6 เมกะวัตต์นะครับ เพราะฉะนั้นในระยะกลางเนี่ย เราก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่นะครับ ถ้าเรามองในส่วนของ pie chart เนี่ยนะครับ จะเห็นว่าสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงของ GPSC ก็ค่อย ๆ ลดลงไปนะครับ แล้วก็จะไปสู่เป้าหมายนะครับ ที่เราเคยบอกว่าเราจะเป็น half of megawatt ที่อยู่ในพอร์ตของเราเนี่ยต้องมาจาก clean นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ดูอย่างนี้แล้วตอนนี้นะ ปี 2025 เรามี clean อยู่ประมาณสัก 45% นะครับ แล้วก็เติบโตไปข้างหน้านะครับ แล้วก็จะถึง 70% ในพอร์ตภายในปี 2030 นะครับ หน้าถัดไปนะครับ ก็จะขอพูดถึงความสำเร็จนะครับ ที่เราเดิน journey นะครับ หน้าถัดไปนะครับ journey ของเราที่เดินในส่วนของ operation excellence นะครับ ตอนนี้เนี่ยเราสามารถที่จะสร้างเสถียรภาพอย่างสูงสุดแล้วนะครับ ถ้าเราดูในส่วนของมัตตาฐานไซฟี่ หรือว่าเรามองเฉพาะมัตตาฐานในส่วนของที่เป็นวัดถึงอัตราการเกิด interruption นะครับ ต้องบอกว่าในปี 2025 อัตราการเกิด interruption อยู่ที่ 0 เลยนะครับ เราอยู่ถึง 0 แล้วนะครับ ถ้าเรามองย้อนไปตั้งแต่ปี 2022 เนี่ย จะเห็นว่าทุกอย่างเนี่ยอยู่ในการควบคุมหมดแล้วนะครับ แล้วก็ถ้าเราเทียบกับ baseline ถ้ามองไซฟี่เนี่ย จะเห็นเลยนะครับว่าหลายสิบเท่านะครับที่ทำได้ดีกว่าภาพรวมของทางด้านของภาคตะวันออกนะครับ ก็อันนี้ก็ทำให้ลูกค้าเนี่ยมีความมั่นใจในเสถียรภาพของไฟฟ้าเราสูงสุดนะครับ ดูได้จากอะไร ก็ดูจากด้านล่างสุดนะครับ เรามีการ survey เรื่องของ customer satisfaction จะเห็นการเติบโตของความพึงพอใจอย่างโดดเด่นนะครับ ปัจจุบันอยู่ที่ 93% เมื่อปีที่ผ่านมานะครับ แล้วถ้าเราลงไปในรายละเอียดของ 93% ดังกล่าวเนี่ย รายการที่เราได้คะแนนสูงสุดก็คือเสถียรภาพของไฟฟ้าและน้ำนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยผมคิดว่าลูกค้าวันนี้ก็ให้ value นะครับกับความสามารถในการรักษาเสถียรภาพให้กับลูกค้า ก็เป็นเหตุให้ด้านขวาเนี่ยนะครับ เราก็ค่อนข้างจะ success ตาม roadmap ที่เราจะเพิ่มในส่วนของ gas link มากขึ้น โดยที่เป้าหมายปัจจุบันเราอยู่ที่ 61 นะครับ ภายในปี 2030 เราจะเพิ่มเป็น 70 เมื่อปี 2025 นะครับ ลูกค้าก็ยอมรับที่จะเปลี่ยนเป็น gas link ไปแล้วนะครับ 6 รายนะครับ ก็ 15 เมกะวัตต์ แล้วก็ในปี 2566 นะครับ ในปีนี้นะครับ ก็มีตัวที่ต้อง renew contract อีกประมาณสักมากกว่า 50 เมกะวัตต์นะครับ ซึ่งก็เชื่อว่า ด้วยความที่เราสร้างความเชื่อ หรือแม้กระทั่งเรื่องของน้ำที่ใช้อยู่ในพื้นที่นะครับ ซึ่งเมื่อก่อนนี้เราอาจจะซื้อจาก East Water รายเดียว ปัจจุบันเราก็มีคู่แข่งเข้ามาในพื้นที่ก็คือบงสยาม เราก็มีบางส่วน บางพอร์ชันที่เราซื้อจากบงสยามแล้วได้ราคาที่ถูกกว่า East Water ปัจจุบันนี้ก็ได้ประโยชน์จากการบริหารส่วนนี้ด้วยนะครับ ถัดไปนะครับ ก็อยากจะพูดถึงตัวแนวทางที่เราจะบริหารจัดการไอ้ตัวโรงไฟฟ้าที่ครบอายุสัญญา PPA ไปแล้วนะครับ เรามีโรงไฟฟ้าที่เป็น coal-fired boiler 1 และ 2 นะครับ อันนี้ก็หมดอายุสัญญาไปเมื่อตอนปลายปี 2024 แล้วก็ตอนประมาณไตรมาสที่ 1 ของปี 2025 นะครับ เราก็มีการดำเนินการในการที่จะเรียกว่าทานเฟอร์ asset จากบริษัท Glow SPP 3 ทั้ง 2 ส่วนนี้นะครับ โรงไฟฟ้า 4-1 และ 2 เนี่ย ให้มันขึ้นอยู่กับ Glow Energy นะครับ เพราะว่าเรามีแผนที่จะใช้งานมันต่อหลังจากนี้ เนื่องจากว่าแนวทางที่เราสามารถเอา 2 โรงไฟฟ้านี้ซิงกลับไปในระบบได้นี่นะครับ เราจะอาศัยเรื่องของสัญญาเก่า คือที่เรามีสัญญาขายไฟฟ้า PPA ของบริษัท Glow Energy นะครับ เราจะขอเป็นเรื่องของกำลังผลิตส่วนขยายภายใต้สัญญานี้นะครับ มันก็จะทำให้เรามี flexibility มากขึ้นในอนาคตนะครับ ที่เรายังคงมีโอกาสที่จะใช้โรงไฟฟ้าด้านถ่านหิน ซึ่งจริง ๆ แล้วในแง่เทคนิคเนี่ย โรงไฟฟ้าถ่านหินใช้ได้งานได้ถึง 40 ปีนะครับ ตอนที่หมดอายุเพิ่ง 25 เพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็จะเป็นโอกาสที่เราจะมาใช้งานต่อในอนาคต แล้วก็จะตอบโจทย์ในข้อจำกัดของไฟฟ้าที่อาจจะขาดแคลนขึ้นในอนาคตเร็วนี้นะครับ นอกจากนั้นนะครับ การโอนย้ายก็จะมีผลทางอ้อมด้วยนะครับ ในส่วนการบริหารตัว loss carry forward ของบริษัทและทำให้เกิดเรื่อง tax management ที่ดีด้วยนะครับ ส่วนตัว Glow SPP 11 นี้เป็น SPP โรง 1 เป็นโรงแก๊ส อันนี้เรามีเฟตที่ 1 นะครับ ซึ่งหมดอายุไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมานะครับ โรงนี้เองเนี่ย ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่เรากำลังเจรจาทางด้าน data center อยู่นะครับ ก็อาจจะเป็นแหล่งที่จ่ายไฟที่มีเสถียรภาพแล้วก็มีราคาที่น่าสนใจให้กับผู้ที่สนใจเข้ึ้น data center นะครับ ส่วนกรอยวิกีจะเป็นโรงใหญ่นะครับ อันนี้จะหมดอายุในประมาณปี 2028 นะครับ ไซซ์ก็ประมาณสักเกือบ 700 เมกะวัตต์นะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเหมาะนะครับกับโรงไฟฟ้าที่กับ data center ที่มีขนาดใหญ่ มีความต้องการ เพราะว่าในภาพใหญ่เนี่ยมันแบ่งเป็น 2 trend ครับ trend ประมาณสัก 300 กว่าเมกะวัตต์ เพราะฉะนั้นก็จะมีความเหมาะสมนะครับ หรือนอกจากนั้นนะครับ โอกาสอื่นก็คือเรื่องของการที่เราจะสามารถที่จะเสนอเข้า สอนพอ ในการที่จะให้พิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้าต้นกำลังของประเทศนะ เพราะว่าปัจจุบันนี้สถานการณ์การแข่งขันไฟฟ้าเนี่ย ปัญหาใหญ่มันไม่ใช่เรื่องเงินที่จะสร้างไฟฟ้านะโรงไฟฟ้านะครับ ปัญหาใหญ่คือเครื่องจักรที่จะส่งมอบมันใช้เวลานานขึ้นมากนะครับ เพราะว่ามันขาดแคลนทั่วโลก ขณะนี้เนี่ย พวกโรงที่ผลิตพวก gas engine ทั้งหลาย gas turbine ทั้งหลายเนี่ย เต็มกำลังการผลิตหมดนะครับ ถ้าจะสร้างใหม่ก็ใช้เวลานานมากนะครับ ส่วนปุ้ยหอนะครับ อาจจะไม่อยู่ในภาพ แต่ว่าเรามีโรงไฟฟ้าอยู่ใน สวพ. ลาวนะครับ ปุ้ยหอเองก็เป็นโรงไฟฟ้าที่เป็น hydro power นะครับ ก็อยู่ในขั้นตอนที่เรากำลังเจรจาต่ออายุสมทาน แล้วก็จะเสนอขายไฟให้กับทางภาครัฐเหมือนกันนะครับ ถัดไปนะครับ ก็จะพูดถึงเรื่องของภาพที่ CEO ได้กล่าวไปแล้วนะครับ เรื่องของ EBITDA uplift นะครับ เมื่อปี 2025 เนี่ย เรามีเป้าหมายนะครับ ก็ 500 ล้านบาทนะครับ ในปี 2025 แต่สุดท้ายเราปิดกันที่ 925 ล้านบาทนะครับ ก็ต้องบอกว่าเราดำเนินการเนี่ย มีทั้งเรื่องของการสร้างตัว PMO นะ Project Management Office นะครับ แล้วก็มีสปอนเซอร์หลัก ๆ ทุกคนเลยนะครับ เป็นระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็จะเป็นแต่ละ work stream เข้ามาดำเนินการนะครับ แล้วก็ร่วมกันค้นหาในส่วนของตัว initiative และมีระบบกลางที่จะให้ทุกคนเข้ามา register นะครับ เรามี PMO กลางที่จะคอยเคลียร์รถบอกนะครับ ถ้าเกิดมีประเด็นในการขับเคลื่อนนะครับ และท้ายที่สุดเนี่ยเรามีการ reward ด้วยนะครับ ในส่วนของการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานนะครับ ให้ encourage ที่จะเข้ามาร่วมกันในงานนี้นะครับ ก็เป็นความสำเร็จที่ถือว่าน่าตื่นเต้นทีเดียวนะครับ เพราะว่านอกจากปี 2025 แล้วนะครับ ในปีถัดมาคือปี 2026 เนี่ย ยังมีเป้าหมายที่ 700 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ปี 2027 ที่ 900 ล้านบาท อาจจะมีคำถามว่าทำไมได้ 900 กว่าล้านแล้วทำไมปี 26 จะเป็น 700 นะ ต้องบอกว่าใน 900 กว่าล้านนั้นเนี่ย มันประกอบไปด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกก็เรียกว่าส่วนที่เป็น recurring recurring หมายถึงไม่ได้เชิงประสิทธิภาพ เราทำเสร็จแล้ว มันจะ rolling ต่อไปในปีถัดไป ในก็นั้นประมาณสัก 400 ล้านบาทนะครับ และส่วนอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า one-time คือเกิดครั้งเดียวนะครับ ก็อันนี้ก็เป็นสิ่งใหม่ว่า เพราะฉะนั้นในปี 2026 เนี่ย เรามีนัดที่จะต้องหา initiative ใหม่ขึ้นมาเติมอย่างน้อยอีกประมาณ 300-400 ล้านบาทนะครับ ก็จนปัจจุบันก็ยังเชื่อว่านะครับเราน่าจะมี potential เพราะว่าที่เราดูจาก list ของ initiative ที่อยู่ใน pipeline นะครับ มันก็มีแนวโน้มว่าเราน่าจะไม่พลาดเป้านะครับ ก็ปีนี้ก็ยังมีความเข้มข้นในการขับเคลื่อนนะครับ แต่เหนือสิ่งใดนะครับ หลังจากที่เราเห็นพนักงานเนี่ย ทุกคนมีความกระตือรือร้นในการทำงานเนี่ย มันก็จะเข้าสู่กระบวนการที่เราสร้างเรื่องของ culture ของเราที่เรียกว่า X-Spirit นะครับ คือ ambition, commitment แล้วก็ trust นะครับ แล้วก็เชื่อว่าอันนี้จะเป็นวัคซีนที่แข็งแรงมากสำหรับองค์กรในอนาคตนะครับ ถัดไปครับ ก็ในส่วนของเรื่องของตัว sustainability นะครับ ทาง GPSC ก็ไม่ได้ละเลยนะครับ เพราะว่านอกจากเราจะมีภาพรวมของการศึกษาทางด้านเทคนิคนะครับ ในส่วนของ decarbonization สำหรับมาตรพุดด้วยเนี่ยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิดของการนำโซลาร์เข้ามาในกริดนะครับ หรือการที่เราจะรู้เรื่องไฮโดรเจน เรื่อง ammonia co-firing นะครับ รวมถึงเรื่อง SMR ด้วยนะครับ ก็ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่หลักการบริหารเสถียรภาพของโรงไฟฟ้าเนี่ยนะครับ ผมก็ต้องพูดถึง 3 เรื่องในปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 1 ไฟไม่ดับนะครับ 2 ราคารับได้นะครับ และ 3 คือจะต้องสะอาดนะครับ ก็เป็นโจทย์ของเราในด้านสะอาดนะครับ เรื่องไฟไม่ดับกับราคารับได้ ผมเชื่อว่าเราทำได้นะครับ แต่เรื่องสำคัญเป็นเรื่องของตัวสะอาดเนี่ย เราต้องคลีนให้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย GPSC เองก็มีความเชื่อมั่นนะครับว่า SMR เนี่ย สุดท้ายเนี่ยจะเป็นตัวตอบโจทย์สุดท้ายนะครับ ที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย net zero ตามที่ประกาศไว้ในปี 2050 นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย GPSC เองก็มีความชัดเจนในการขับเคลื่อนเรื่องนี้นะครับ อยากจะบอกว่าด้านบน รูปบนซ้ ตรงนี้นะครับ ที่เป็นตัวทดลองนี้นะครับ มันห่างจากหอพักแค่หนึ่งรถ ถนนบล็อกเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เขาบอกว่าดิสแตนซ์หรือเซฟตี้เนี่ย มันไม่ได้มีความต้องการมากมายนะครับ ก็สามารถดำเนินการได้นะครับ ในส่วนนี้ก็จะเห็นว่าในนานาประเทศก็เริ่มขับเคลื่อน แล้วก็รวมถึงเรื่องของภาครัฐนะครับ ก็เริ่มให้ความสนใจที่ ให้ความรู้ แล้วก็ให้ความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้นนะครับ ในภาพโซเชียลมีเดียเนี่ย ทางฝั่งของ GPSC เองก็มีโอกาสได้รับเชิญไปบรรยาย แล้วก็คุยคุยสนทนานะครับ ในหลาย ๆ เวที ก็เชื่อว่านะครับ ในภาพลักษณ์ของ GPSC เองเนี่ยนะครับ หากใครจะมาลงทุนในเรื่องนิวเคลียร์ อาจจะต้องเข้ามาคุยกับเราก่อนนะครับ คงเข้าใจว่าเรามีความพร้อมนะครับ ก็นี่เป็นภาพรวม ๆ ที่นำเสนอนะครับ ถัดไปจะขอเชิญทางรองศิรบลนะครับ เป็นผู้ให้ข้อมูลต่อไปครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ ก็มาในมุมของการบริหารการลงทุนกันบ้างนะคะ ก็ขอเริ่มต้นจาก AEPL นะคะ ประเทศอินเดีย ก็ปี 2025 ที่ผ่านมาเนี่ยค่ะ เราก็สามารถก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ แล้วก็ COD ได้เพิ่มอีกนะคะประมาณ 1.

3 กิกะวัตต์ ก็ตอนนี้ตัวที่ COD แล้วก็เพิ่มจาก 4.6 เป็น 5.9 กิกะวัตต์แล้วนะคะ ก็การเพิ่มนั้นนะคะ ก็ส่งผลทำให้ผลประกอบการในระดับโครงการดีขึ้นนะคะ ตามที่เห็นจากตารางนะคะ ตัว EBITDA ก็ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 15,000 เป็น 19,000 ก็ประมาณเกือบ ๆ 25% นะคะ ก็ถึงแม้ว่าจะมีแรงกดดันจากค่าแสงที่ต่ำกว่าปี 2024 เนื่องจากลานินญานะคะ แต่ว่าก็ผลประกอบการโดยรวมก็ออกมาดีนะคะ แล้วก็ในด้านการเติบโตเองนะคะ ก็ปัจจุบันเนี่ย ตัว AEPL ก็มีกำลังการผลิตที่คอมมิตแล้วนะคะที่ 21 กิกะวัตต์ โดยที่ประมาณ 7 กิกะวัตต์เนี่ยกำลังก่อสร้างอยู่นะคะ แล้วก็ที่เหลือก็อยู่ในระหว่างพัฒนาโครงการนะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ก็ตามที่ท่าน CEO ได้เรียนทุกท่านแล้วก็เราก็ proactive กับการลงทุนนี้นะคะ ดังนั้นระหว่างที่เราค่อย ๆ พัฒนาโครงการแล้วก็ก่อสร้างเนี่ย เราก็เริ่มพูดคุยกับพาร์ตเนอร์ของเราถึงโอกาสในการเติบโตแบบ inorganic growth นะคะ เพื่อช่วยให้เร่งการเติบโตของทาง AEPL ด้วยนะคะ แล้วก็นำไปสู่เป้าหมายในอนาคตในเรื่องของ IPO ด้วย เพราะว่าพอมีการลงทุนเพิ่มเนี่ยมันก็ต้องการใช้เงินทุนเพิ่มนะคะ ดังนั้นก็เริ่มมีการพูดคุย แล้วก็กำหนดเป้าหมายร่วมกับทางพาร์ตเนอร์ เพื่อวางแผนในการ IPO ซึ่งก็จะเป็นไปตามสภาพตลาด แต่เราก็เชื่อว่ามันจะเริ่มชัดเจนขึ้นภายในปี 2027 นะคะ ก็อีกหนึ่งไฮไลต์นอกจากอินเดียก็คือเสย่าบุรีนะคะที่ลาว ก็ปีนี้ผลประกอบการก็โดดเด่นมากนะคะ เนื่องจากว่าปริมาณน้ำสูงขึ้นตามสถานการณ์ลานินญานะคะ แล้วก็ปีที่ผ่านมาน้ำสูงแต่ว่าไม่มี shut down นะคะ ก็ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 8,000 กิกะวัตต์เอาต์นะคะ ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 19% จากปี 2024 และในขณะเดียวกันดอกเบี้ยจ่ายก็ลดลงด้วยนะคะ ก็ทำให้กระแสเงินสดและกำไรปรับดีขึ้นเลยนะคะ ส่วนโครงการอีกโครงการหนึ่งนะคะ ชางฟางสีดาวนะคะ ออฟชอร์วินด์ในไต้หวัน ก็ผลการดำเนินงานก็ดีขึ้นต่อเนื่องนะคะ ตัว capacity factor เนี่ยที่ปลายปีอยู่ที่ประมาณ 30% แล้ว อันนี้ก็เป็นไปตามค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แล้วก็ตัว wind speed เองในช่วงฤดูมรสุมเนี่ยก็สูงนะคะ แล้วก็ที่ผ่านมาช่วงต้น ๆ ปีที่ performance ยังไม่มา มันก็มีการการันตีนะคะ มี liquidated damage กับบริษัทที่ทำเรื่องของ เป็นบริษัทที่เป็น supplier ติดตั้ง wind turbine แล้วก็เป็นบริษัทที่ทำ O&M นะคะ ดังนั้นเนี่ยเราก็ได้เงินชดเชยตัวนี้มาราว ๆ 370 ล้านบาทนะคะ แล้วก็นอกเหนือจากนี้เองเนี่ย ทาง GPSC เองในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้น แล้วก็เป็นหนึ่งในคนที่ให้ shareholder loan นะคะ เราก็ได้ดอกเบี้ยมาจากโครงการนี้อีกประมาณ 450 ล้านบาทนะคะ ถัดไปในเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดถึงนะคะ ก็คือตัว investment vehicle ใหม่ของ GPSC นะคะ จริง ๆ ก็คือ GES Energy นะคะ เป็นบริษัทลูก 100% เรา rebrand มาจาก CHP นะคะ เรามีเป้าที่จะมุ่งสู่ธุรกิจการให้บริการพลังงานครบวงจรนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำโซลาร์ EPC นะคะ Private PPA รวมถึง district cooling ด้วย โดยที่ GES เนี่ยก็จะทำหน้าที่เป็นตัว Smart Energy Solution Provider ของกลุ่ม GPSC เลย เรามีเป้าที่จะตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ต้องการลดคาร์บอนนะคะ ต้องการควบคุมต้นทุนแล้วก็สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานนะคะ ซึ่งในการเติบโตในธุรกิจโซลาร์ EPC เนี่ย เราก็มีแผนการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะคะ ปัจจุบันปี 2025 เนี่ยเรามีเงินลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาทนะคะ เราก็ตั้งเป้าว่าภายในอีก 5 ปีนะคะ ปี 2030 เนี่ยเงินลงทุนรวมของเราน่าจะอยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาทนะคะ โดยที่เรามีการวางแผนการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เอวาดานะคะ แล้วก็ซัพพลายเออร์รายใหญ่ต่าง ๆ นะคะ ในขณะที่ private PPA เนี่ยปี 2025 ก็อยู่ที่ประมาณ 24 เมกะวัตต์นะคะ ก็คิดว่าในอีก 5 ปี ก็จะขยายไปอีกประมาณเท่าหนึ่งแถว ๆ 45 เมกะวัตต์นะคะ แล้วก็อาจจะพนวกเรื่องของ BESS ด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มมูลค่า แล้วก็เพิ่มเสถียรภาพให้กับลูกค้านะคะ แล้วก็นอกเหนือจากนี้เองก็ยังมีธุรกิจ district cooling นะคะ ซึ่งอยู่ภายใต้ GES เช่นเดียวกันนะคะ ก็เป็นการจับมือกับทาง Keppel นะคะ ตั้งบริษัท Pool Connect นะคะ แล้วก็มีการโอนธุรกิจทำความเย็นของทั้งสองฝั่งนะคะ เข้าไปไว้ในธุรกิจนี้ เข้าไปไว้ใน Pool Connect นะคะ ก็ทำให้ปัจจุบันเขามีกำลังการทำความเย็นกว่าประมาณ 13,000 ตันความเย็นแล้วนะคะ เราก็ตั้งเป้าร่วมกันนะคะ ไว้ว่าภายในปี 2030 เนี่ยเราต้องไปให้ได้แสนตันความเย็นนะคะ คือเติบโตมากกว่า 10 เท่า นี่เป็นเป้าหมายร่วมระหว่างเรากับ Keppel ด้วยนะคะ ซึ่งในการ rebrand ครั้งนี้นะคะ ก็เลยไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อ CHP นะคะ แต่ว่าก็จะเป็นการยกระดับ แล้วก็เพิ่ม business model ให้กับ GPSC ในเรื่องของบทบาท เพิ่มบทบาทของผู้รับเหมา นอกเหนือจากการที่เราเป็น developer อย่างเดียวนะคะ ก็ไปสู่การเป็นพันธมิตรทางด้านพลังงานให้กับลูกค้านะคะ ก็เป็นหนึ่งในการแผนการสร้างรายได้ระยะยาว แล้วก็เป็น S-curve ของทาง GPSC ด้วยนะคะ ถัดไปนะคะ ถัดไปจะเป็นเรื่อง decarbonization ค่ะ ก็ตอนนี้จากที่ทุกท่านก็ทราบดีว่าประเทศไทยเองก็ได้ไป 6 เมกะวัตต์นะครับ มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา อีก 18 เมกะวัตต์นะครับ ในส่วนของ 18 เมกะวัตต์นี้นะครับ ถ้าทางพี่ ๆ จำได้นะครับ ปลายปีที่แล้วก็มีมติ กปช. ที่น่าจะชะลอการพิจารณาการพัฒนาโครงการที่เป็น IPS นะครับ ยกเว้นกลุ่มที่ได้รับอนุมัติจากรัฐภายใน 30 ธันวาคม ซึ่งเราเองก็ได้ดำเนินการ จนได้รับอนุมัติจากภาครัฐแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น 18 เมกะวัตต์นี้ก็อยู่ในโฟกัสที่จะดำเนินการต่อขออนุมัติการลงทุนภายในปีนี้นะครับ และในระหว่างที่รอความชัดเจนทางด้าน IPS เพิ่มเติมนะครับ ทางเราเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งนะครับ เราก็ร่วมกับทางพาร์ตเนอร์ของเรานะครับ ว่าจะเป็น CAP ในการที่พัฒนาโครงการประเภทลมนะครับ แล้วก็ทาง PCS ในโครงการประเภทแดดนะครับ ตอนนี้ก็มีโครงการในไบล์ไลน์แล้วระดับหนึ่งนะครับ ก็คาดว่าในปี 2030 เราจะสามารถซัพพลายตัวพลังงานไฟฟ้าจากหมุนเวียนในพวก IPS ได้ประมาณ 2 กิกะวัตต์นะครับ สำหรับกลุ่มที่อยู่ภายใต้ PDP ก็คือขายไฟให้กับรัฐนะครับ ก็ 2 โครงการที่เราได้รับอวอร์ดไป 16 เมกะวัตต์ เราลงนามสัญญา PPA กับ กฟผ.

ไปแล้วนะครับ อีก 4 โครงการ อีกประมาณ 200 เมกะวัตต์นะครับ เราก็ลงนามรับซื้อเงื่อนไขกับทางการไฟฟ้าไปแล้วนะครับ คาดว่าน่าจะสามารถลงนาม PPA ได้ภายในกลางปีนี้นะครับ ใน 4 โครงการ ก็ตามที่พี่ ๆ นักวิเคราะห์ทราบนะครับ ทาริฟของเราถูกปรับลดไปนิดนึงนะครับ 1 สตางค์ ก็เหลือ 2 บาท 15 สตางค์นะครับ ยกเว้นในส่วนของ AIPC ซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เราได้ทาริฟเพิ่มอีก 50 สตางค์นะครับ เพราะฉะนั้นราคาขายไฟเราก็อยู่ที่ประมาณ 2 บาท 65 สตางค์นะครับ ทั้ง 4 โครงการนี้ เราก็มีเป้าที่จะ COD ในช่วงปี 2028 นะครับ เดือนไหนก็ขึ้นอยู่กับที่เราจะลงนาม PPA กับทาง กฟผ. นะครับ ขออนุญาตหน้าถัดไปนะครับ สำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์นะครับ อันนี้ก็เป็นธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์นะครับ ก็ทั่วโลกก็พูดถึงเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์ เรื่อง AI กันนะครับ แล้วก็เป็นธุรกิจที่เป็น S-curve ของทาง GPHC ด้วยนะครับ GPHC เองก็โฟกัสอยู่ 2 พื้นที่นะครับ ก็คือในประเทศไทยนะครับ แล้วก็ประเทศอินเดียนะครับ ในประเทศไทยเอง เราก็เป็น strategic local partner กับคนพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจาก GPHC เองเนี่ยมีโรงไฟฟ้าที่กำลังหมดอายุหรือหมดอายุไปแล้วนะครับ หมดอายุทั้งด้าน PPA นะครับ ไม่ใช่หมดอายุทางไลฟ์ตามที่รองสุนิเมธได้เกริ่นเบื้องต้นนะครับ เราเองสามารถ provide ไฟฟ้า ทั้งไฟฟ้าที่มาจากฟอสซิล ไฟฟ้าที่เป็น green นะครับ หรือในอนาคตถ้า SMR ได้รับการอนุมัติ เราก็สามารถซัพพลาย SMR ได้ด้วยนะครับ ซึ่งจะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เป็น clean แล้วก็ยั่งยืนด้วยนะครับ แล้วก็พื้นที่เราก็สามารถจะขายให้กับทางพาร์ตเนอร์เราได้ เพราะฉะนั้นการพัฒนาธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยเนี่ย เราก็มีจุดแข็งที่จะร่วมกับพาร์ตเนอร์นะครับ ปัจจุบันเนี่ยเราก็ร่วมกับทางพาร์ตเนอร์นะครับ พัฒนาอยู่ 3-4 พื้นที่ด้วยกันนะครับ ที่จริงในไบล์ไลน์ของเราก็เกือบ ๆ 1 กิกะวัตต์นะครับ แต่ปีนี้เราตั้งเป้าแค่ 300 เมกะวัตต์นะครับ ที่จะ FID ไปในปีนี้นะครับ ส่วนในพื้นที่อินเดียนะครับ อันนี้ตามที่พี่ ๆ ทราบนะครับ บริษัทบิ๊กเทคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฮเปอร์สเกลเลอร์ หรือว่าพวก Microsoft, Google ก็ประกาศเงินลงทุนที่จะไปลงทุนในอินเดียแล้วนะครับ capacity รวมก็น่าจะเป็น high single digit ระดับกิกะวัตต์นะครับ เราเองก็จะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในอินเดียในรูปแบบของ platform ในเบื้องต้นก็จะ scale ประมาณสัก 50 เมกะวัตต์ แล้วจะขยายไปถึง 300 เมกะวัตต์นะครับ ก็คาดว่าปีนี้จะมี FID เช่นกันนะครับ สำหรับ new S-curve ที่เป็น decarbonization ตามที่รองสุนิวนได้กล่าวไปนะครับ เราตั้งเป้าที่จะ net zero B 2050 นะครับ ซึ่งอะไรก็ทั้งประเทศด้วย แล้วก็ทาง ปตท.

ด้วย แต่ว่ามีอีก checkpoint หนึ่งก็คือเราต้องเป้าที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นี้อีก 15% หรือประมาณสัก 7 ล้านตันในปี 2035 เพื่อเรามีพันปีที่จะลดตามรูปทางด้านซ้ายล่างนะครับอันดับแรกเราคงพัฒนาในเรื่องการใช้พลังงานก่อน ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อันนี้คือ no regret นะครับ เราพยายามที่จะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ HMR หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์นะครับ รวมไปถึงเราร่วมกับกลุ่ม ปตท. จากทีมที่เรียกว่า Regulatory Advocacy ก็เป็นทีมที่จะเข้าไปให้ข้อมูล แล้วก็ชี้แจงกับทางภาครัฐนะครับ รวมไปถึงพยายามที่จะผลักดัน third party access ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยนะครับ อันนี้ก็เพื่อ fulfill ตามนโยบาย แล้วก็ความต้องการของลูกค้าเราเองด้วยนะครับ ที่ต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ แล้วก็เขียวด้วยนะครับ สำหรับเทคโนโลยีที่ใช้ที่เกิดเบื้องต้นไปเมื่อกี้ ก็มีตั้งแต่เทคโนโลยีที่เป็น pre-combustion ก็คือเราจะฉีดแอมโมเนียเข้าไปพร้อมกับตัวถ่านหินเลยนะครับ ปัจจุบันเราศึกษาร่วมกับ Tusan ในโรงไฟฟ้า Gecko 1 ผลการศึกษาก็แล้วเสร็จนะครับ จริง ๆ ในเชิงของ technical เนี่ย ไม่ติดปัญหาอะไรเลย ตอนนี้ก็อยู่ในเรื่องของ commercial ว่าแอมโมเนียจะราคาเท่าไหร่ แล้วก็นโยบายจากภาครัฐด้วย ว่าจะเปิดให้เราดำเนินการเรื่องนี้ได้เมื่อไหร่ อีกเทคโนโลยีหนึ่งก็เป็นเทคโนโลยี post-combustion ก็คือ combustion ไปแล้ว แล้วก็มากักเก็บคาร์บอนกัน เราก็ได้ยินชื่อเขาว่า carbon capture ก็คือกักเก็บนะครับ solid แล้วก็ไป solid ในที่ที่เรา design ไว้นะครับ อาจจะเป็นตัว block หรือว่าถ้าเกิดร่วมกับกลุ่ม ปตท.

ก็อยู่ในไบไลน์ แล้วก็ไปเก็บในตัวแหล่งแก๊สนะครับ ปัจจุบันเราเซ็น MOU กับบริษัท Exen สัญชาติเฟรนช์ แล้วก็จะทดลองนำตัว pilot project ที่ทำที่มคธพุดนะครับ คาดว่าจะเซ็นไปในปีนี้นะครับ อีกเทคโนโลยีหนึ่งก็เป็นตัว future energy ก็คือ SMR ที่เราเลือกใช้ก็จะเป็น SMR ที่เป็น generation ที่ 4 แล้วนะครับ โดยเราร่วมมือกับทางซอฟฟาส และก็ CNC ซอฟฟาสก็จากเดนมาร์ก CNC ก็จากจีน คาดว่าจะสามารถ implement ได้ประมาณ 400-600 เมกะวัตต์ในพื้นที่มคธพุดของเรานะครับ ตัว LCOE ที่ได้จากการศึกษาก็น่าจะสามารถแข่งขันกับพลังงานหมุนเวียนที่เป็น dispatchable ได้ด้วยนะครับ ในเบื้องต้นนะครับ ขออนุญาตส่งต่อให้ทาง CFO ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณอนาชัย เดี๋ยวจะขอไปเร็ว ๆ ให้นะคะ เพราะว่าตัวเลขก็เห็นกันแล้วนะคะ ขอไป key driver สั้น ๆ นะคะ ก็คือ FTนะคะ ในไตรมาสที่ 4 ก็ปรับลดลง 3 สต ตัวกำไรนะคะทางบัญชีประมาณ 515 ล้านนะคะ อันนี้จากการเข้าซื้อหุ้น APCL นะคะ ที่เพิ่มสัดส่วนจาก 15 เป็น 24.3 นะคะ แล้วก็ตัว CSPD นะคะ ในไตรมาสที่ 4 ต้องบอกว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นนะคะ ก็มี performance ค่อนข้างดีนะคะ บวกมาค่อนข้างดี แล้วก็ได้รับตัว LD claim ด้วยประมาณ 370 ล้านนะคะ ส่วนสยามบุรีนะคะ ในไตรมาสที่ 4 นะคะ ก็ปริมาณน้ำต่ำกว่าไตรมาสที่ 3 นะคะ แล้วก็ตัวโนวาพลัสนะคะ ในไตรมาสนี้เรามีการตัดตัวจำหน่าย เขาเรียกว่าเป็น inventory loss ออกไปประมาณสักร้อยล้านนะคะ ส่วน GPSC เองนะคะ ก็จะมี key highlight ก็คือว่าในไตรมาสที่ 4 นะคะ ตัว JIPT นะคะ ก็อีกแกดเรียกรับไฟมากกว่าที่วางไว้ เนื่องจากว่าเดิมตามแผนเราคิดว่าจะเป็น zero dispatch นะคะ แต่ในไตรมาสที่ 4 เนี่ย ตัว SCP ปริมาณปรับลดลง เนื่องจากว่าตัว SCP11 คัน 1 PPA สิ้นสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลานะคะ ส่วนลูกค้าในไตรมาสที่ 4 ลูกค้าอุตสาหกรรมนะคะ ก็ปรับลดลงนะคะ เนื่องจากว่าจะมีลูกค้า shutdown แล้วก็จะมี GGC ที่อยู่ช่วงตามแผนนะคะ Key event ทั้งปีนะคะ ของปี 2025 นะคะ ทางด้านขวามือนะคะ ก็ในปีนี้นะคะ ก็ตัว investment นะคะ ก็จะมีตัวสยามบุรีนะคะ ที่ผลประกอบการค่อนข้างดีนะคะ เนื่องจากว่าน้ำดีกว่าปีก่อน ๆ นะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือปี 2024 เนี่ย มี shutdown ด้วย 17 วันนะคะ ในไตรมาสที่ 3 นะคะ Key event อีกอันหนึ่งก็เมื่อกี้ที่เรียนไปคือ APCL นะคะ บันทึกกำไรมาประมาณ 500 กว่าล้านนะคะ แล้วก็ AAPL นะคะ ในปีที่ผ่านมานะคะ 2025 นะคะ เขามีกิกะวัตต์เพิ่มประมาณ 1.273 กิกะวัตต์นะคะ แล้วก็ทำให้ตอนนี้ APL มี capacity อยู่ที่ 6.6 กิกะวัตต์ค่ะ แล้วก็มีการบันทึกตัว deferred tax asset ด้วยนะคะประมาณ 190 ล้านค่ะ ส่วน THR นะคะ อันนี้เราหยุดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรไปแล้ว เนื่องจากว่ามีการขายเงินลงทุนตัวนี้ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนะคะ อีกอันหนึ่งก็คือเป็น CFD นะคะ ก็คืออ offshore wind farm ที่ไต้หวันนะคะ ก็ผลประกอบการ จริง ๆ เนื่องจากว่าเขาเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อไตรมาสที่ 1 เพราะฉะนั้นคือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เคยสามารถ cap เป็น capex ได้ ตอนนี้ก็ต้องมา realize ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 แล้วนะคะ แล้วก็มีเรื่องของ LD claim ที่เรียนแจ้งไปนะคะ ส่วน GPSC เองนะคะ เรามีการบันทึกรับรู้ตัวขายหุ้น 3% ใน AAPL นะคะ ตอนนี้รับรู้กำไรมาที่ 715 ล้านบาทนะคะ แล้วก็มีการกลับรายการหนี้สินเป็นรายได้นะคะ เนื่องจากว่าเราชนะคดีนะคะ อันนี้เป็นโครงการของตัว GEN 2 นะคะ ซึ่งจริง ๆ ตัวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 นะคะ แต่ว่าเรามาบันทึกกลับรายการในปีนี้ บวกมาประมาณ 180 ล้านนะคะ แล้วก็มีส่วนที่เป็นต้นทุนทางการเงินนะคะ ที่ปรับลดลงนะคะ เนื่องจากว่าดอกเบี้ยลดลง แล้วก็เรามีการทำ prepayment แล้วก็ repayment ไปด้วยนะคะ ทำให้หนี้ของเราปรับลดลงด้วยนะคะ อันนี้ก็บวกมาประมาณ 700 กว่าล้านนะคะ แล้วก็มีค่าเสื่อมราคาที่ลดลงด้วยนะคะ เนื่องจากว่าเป็นตัวที่เป็นโกลนะคะ ก็ตัวไหนที่สัญญาหมดอายุ ก็ depreciation ก็ปรับลดลงด้วยค่ะ คคุณนี้ขอไปที่ waterfall นะคะ waterfallหลายปีเลยค่ะ โอเคค่ะ ก็ปี 2025 นะคะ กำไรของ GPSC นะคะปิดอยู่ที่ 6399 นะคะ ก็เพิ่มขึ้นมาที่ 2,337 ล้านบาทนะคะก็บวกมาประมาณ 50% นะคะ หลัก ๆ ก็ จริง ๆ แล้วถ้าดูตามแท่งกราฟด้านบนนะคะ จะเห็นว่าตัว gross margin ปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ ทั้ง SCP และ IPP นะคะ แล้วก็มีส่วนที่เป็นรายได้อื่นนะคะ 895 ล้านนะคะ อันนั้นเนื่องจากว่ามีการที่เมื่อกี้ที่เรียนไปคือต้นทุนทางการเงินลดลงนะคะ แล้วก็ค่าเสื่อมราคาก็ลดลงด้วยนะคะ ส่วนที่เป็น share of gain นะคะ จะเห็นว่าดีขึ้นประมาณพันกวล้านนะคะ หลัก ๆ เป็นเรื่องของสยามบุรีนะคะ แล้วก็ APCL เมื่อกี้ที่เรียนไป AAPL ก็ดีขึ้นนะคะ แล้วก็มีส่วนที่เป็น tax นะคะ ตัวที่เป็น 200 กว่าล้าน 245-234 ล้านนะคะ อันนั้นเป็นการปรับตัวกำไร เนื่องจากว่าเรามีการบันทึกตัวภาษีมากเกินไป อันนี้ก็เลยมากลับรายการในปี 2025 นะคะ ก็ทำให้กำไรในปี 2025 จบที่ 6399 ค่ะ คนี้ไปที่ตัว cash flow บ้างนะคะ หน้า cash flow ก็ เงินสดตอนปลายงวดนะคะเราอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านนะคะ ก็จะเห็นว่ามีการปรับลดลงนะคะ หลัก ๆ การปรับลดลงนะคะ เนื่องจากว่าเรามีการชำระหนี้นะคะ ทั้งหนี้สถาบัน แล้วก็รวมถึงทั้ง prepay และก็ repay ด้วยนะคะ ในส่วนที่เป็น investing นะคะ อันนี้ก็จะมีส่วนที่เราไปซื้อ APCL นะคะ ลงทุนในพวก PPE นะคะ แต่อันนี้จะ net ด้วยดอกเบี้ยรับ dividends ต่าง ๆ แล้วนะคะ แล้วก็มีการจ่ายเงินปันผลด้วยนะคะ 3,000 กว่าล้าน ภาษีประมาณ 1,500 ล้านนะคะ แต่ส่วนที่เป็นขาบวกสีเขียว ๆ อ่ะค่ะ อันนั้นจะเป็นเรื่องของกิจกรรมดำเนินการต่าง ๆ นะคะ ก็ประมาณ 20,000 กว่าล้านนะคะ แล้วก็มีส่วนที่เราได้นักเงินมาจากที่เราขายหุ้น 3 รายการนะคะ AAPL, CCE แล้วก็ THR นะคะ 3 รายการนี้เนี่ยเราได้เงินกลับมาประมาณสักเกือบ 4,000 ล้านนะคะ ทำให้ตอนปลายปีนะคะ ตัวเลขเนี่ยเรามีอยู่ประมาณ 21,000 ล้าน แต่ว่าจริง ๆ มันมีซ่อนในเรื่องของการเอานำเงินไปฝากอีกประมาณ 1,600 ล้านนะคะ สุดท้ายแล้วจริง ๆ แล้วเนี่ย สิ้นปีเนี่ยเรามีเงินอยู่ประมาณสัก 23,000 ล้านค่ะ ในส่วนของงบดุลนะคะ ก็จะเห็นว่าตัวเลขเนี่ย total asset แล้วก็อะไรวิจัย equity น่าจะเห็นว่ามันปรับลดลงนะคะ หลัก ๆ เนื่องจากว่าเรามีการจ่ายหนี้ของสถาบันการเงินไปนะคะ แล้วก็ส่วนที่เป็นลงทุนในบริษัทในเครือเงินปรับลดลงเนื่องจากเป็นการขายตัว AAPL นะคะ CCE แล้วก็ THR นะคะ อีกอันหนึ่งที่จะเรียนก็คือส่วนที่เป็นกำไรสะสมค่ะ เรามีการปรับมูลค่ายุติธรรมนะคะของลงทุนใน 24M นะคะ อันนี้เป็นการปรับที่กระทบเฉพาะในงบดุลนะคะ เนื่องจากว่าตอนที่มีการบันทึกค่ายุติธรรมที่ปรับเวลาเขาออกซีรีส์ต่าง ๆ เนี่ย เราปรับเพิ่ม เรามาปรับที่ตัว balance sheet นะคะ ก็คือ equityวันนี้ปรับมูลค่าการลงทุนให้ลดลงนะคะ ก็เลยมาปรับตรง equity ค่ะ ส่วนที่เป็น debt profile นะคะ ก็ debt to equity นะคะ อยู่ในนโยบายคือต่ำกว่า 1 นะคะ แล้วก็มี cost of debt ในธุรกิจต่าง ๆ นะคะ ก็ถ้าเป็นตัวสีเทาเข้มนะคะ อันนั้นจะเป็นธุรกิจที่เราจะไปลงพวก renewable นะคะ ไม่ว่าจะเป็นไทโซลาร์นะคะ หมายถึงว่าโซลาร์เอ็นเนอร์จีในประเทศไทยนะคะ หรือว่าจะเป็นโซลาร์ในเมืองจีนนะคะ แล้วก็เรามีการดูตัวไฮโดร ธุรกิจไฮโดรใน Southeast Asia ด้วยนะคะ อันนั้นจะเป็นแท่งสีเทาเข้มนะคะ ส่วนแท่งสีเทาอ่อนนะคะ ที่มีกรอบเป็นสีดำ ๆ นะคะ อันนั้นจะเป็นที่เรียกว่าเป็นกลุ่ม data center นะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วเนี่ย ตัวที่เป็น ถ้าเป็น data center จะเป็นตัวที่เป็นมีถูก ๆ ละค่ะ ตัวที่เป็นมีกรอบเส้นเส้นสีดำ อันนั้นจะเป็น data center อันนั้นคือเรามองทั้ง data center ในเมืองไทย แล้วก็อินเดียด้วยนะคะ อีกอันหนึ่งอันสุดท้ายนะคะ ก็คือจะเป็นที่เป็นสีเทาอ่อน แล้วก็เป็นเส้นปะนะคะ อันนั้นจะเป็นเรื่องของ capex ที่เราสนใจ ในเรื่องของที่เมื่อกี้พี่หมงเรียนไป คือส่วนที่เราจะลงทุนเพื่อขยายตัว IPP นะคะ แล้วก็ SPP 11 เพื่อสามารถที่จะนำมาใช้ กลับมาใช้ได้นะคะ จะเห็นว่าตัวเลขไม่เยอะนะคะ แต่คิดว่าน่าจะสร้างเมกะวัตต์ได้อย่างต่อเนื่องนะคะ โอเคค่ะ โอเคค่ะ อันนี้ก็เป็นหน้าเอาท์ลุคนะคะ หน้าสุดท้ายนะคะ ก็เรามองว่าในไตรมาสที่ 1 นะคะ แล้วก็ตลอดปี 2026 นะคะ เราคิดว่าค่า FT จะอยู่ที่ระดับเดิมนะคะ อยู่ที่ 9. 72 นะคะ เนื่องจากว่าเรามองว่าราคาแก๊สเนี่ยจะปรับลดลง เพราะฉะนั้นคือแรงกดดันที่จะมีต่อ FT จะปรับลดลงนะคะ ในเรื่องของราคาแก๊สนะคะ ก็ในไตรมาสที่ 1 นะคะ เรามองว่าราคาแก๊สจะอยู่ที่ประมาณสัก 283 นะคะ average ที่เรามองอยู่ที่ประมาณสัก 283 นะคะ แล้วก็ในตลอดปี 2026 นะคะ เรามองว่าราคาแก๊สจะน่าจะอยู่ต่ำที่สุดในไตรมาสที่ 3นะคะ จะอยู่ที่ประมาณสัก 250 นะคะ แล้วก็ทั้งปีนะคะ ก็ราคาแก๊สจะอยู่ที่ประมาณ 260-270 ค่ะ ต่อมาในเรื่องของราคาถ่านนะคะ ก็ราคาถ่านเนี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 110-115 นะคะ แต่ว่าทั้งปีอยู่ที่ 110-120 นะคะ แต่จะเห็นว่าในช่วงต้นปีเนี่ย ราคาจะปรับขึ้นมา เนื่องจากว่าอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกนะคะ ประมาณสัก 1 ใน 3 นะคะ เขาก็มีการปรับลดโควตาในการลดกำลังการผลิตจาก 790 ล้านตันต่อปีนะคะ เหลือ 600 ล้านตันต่อปีนะคะ ทำให้ช่วงนี้เนี่ย ราคาของถ่านตัวนิวคาสเซิลเนี่ยจะปรับขึ้นไปอยู่นะคะ แต่ว่าเราคาดว่าในช่วงไตรมาสอื่น ๆ ก็จะเริ่มปรับลดลงค่ะ ส่วนตัว SPP demand นะคะ ก็ในไตรมาสที่ 1 นะคะ โดยรวมแล้วก็จะปรับเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ไอน้ำก็จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันนะคะ ตามตัวเลขที่เห็นในสไลด์นะคะ ส่วนภาพทั้งปีนะคะ เรามองว่า SPP demand นะคะ จะมีปรับลดลงเล็กน้อยนะคะ ประมาณสัก 1% นะคะ เนื่องจากว่าอย่างเมื่อกี้ที่พี่หมงเรียนไป ก็คือว่าส่วนที่เป็นตัว SPP3 นะคะ 180 เมกะวัตต์นะคะ ครึ่งหนึ่งเป็นของอีกแก๊ดนะคะ เพราะฉะนั้นอีกครึ่งหนึ่งเรายังคงมี support ให้กับภาคอุตสาหกรรมอยู่ แสดงว่าในปี 2026 เนี่ย ภาพที่เป็น SPP3 ที่หายไป ก็คือเฉพาะภาคที่เป็นของภาคอีกแก๊ดประมาณ 90 เมกะวัตต์ค่ะ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นประมาณที่เห็นนะคะ ก็ถ้าเป็นไทยบาท เราอยู่ range ประมาณสัก 31-33.5 นะคะ แล้วก็ตัวไต้หวันจะอยู่ที่ประมาณ 30-33.6 ค่ะ เดี๋ยวขอเชิญ CEO ครับ ก็เพื่อไม่เสียเวลานะครับ แผ่นนี้ก็โดยเร็ว เพราะว่าจะสรุปให้เห็นประมาณ key drivers ในปีนี้นะครับ ฝั่งซ้ายมือ ท่านนักวิเคราะห์อ่านก็คงจะเข้าใจว่าเราต้องการสื่ออะไร จะได้ไม่ต้องเสียเวลานะครับ ขวามือก็จะเป็น implication ที่เราอยากจะ address นะครับ ข้อแรกก็คือ เรามองว่าชังฟังสีดาวน่าจะมี improvement performance ที่ดีขึ้นนะครับ หลังจากมี experience ในปีที่ผ่านมานะครับ ตัว AEPL ก็ยังคงก้าวหน้าต่อไปนะครับ เราคาดว่าตัว COD จะเข้ามาในระบบอีกประมาณ 1-1.4 กิกะวัตต์นะครับ ตัว portfolio CCE TSR ก็ถูก fully divest นะครับ แล้วตัว Keppel เอง RPCL อะไรก็จะเป็นเฉพาะใหม่นะครับ เรามาติดตามดูว่า profit sharing ภายใต้ 2 business unit นี้จะเป็นยังไงนะครับ ตัว XPCL นะครับ สายบุรีเนี่ย ก็ประเมินว่าในเชิงผลการทำกำไรก็จะลดลงนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะครับ ที่ปีที่ผ่านมาดู extremely high เนี่ย ถ้าจำได้ปีก่อนหน้านั้นมันมีหยุดไป 14 วัน เพราะว่าน้ำเยอะ น้ำเยอะจนเขื่อนต้องหยุด สร้างความตกตะลึงมา แต่พอน้ำเยอะไม่ควรหยุด มันทำให้ไอ้เขื่อนต้นคลองน้ำมันล้นเต็ม ก็แปลว่าไอ้ต้นทุนน้ำสะสมที่ carry กลับมาในปีที่ผ่านมามันมีอยู่สูงมาก ก็เป็นที่มานะครับ พอระบบพอ adjust เนี่ย มันก็จะเป็น performance ปกติที่พึงควรจะเป็น แต่ว่า relative free อาจจะเห็นภาพที่ลดลง อันนี้ก็จะเป็นภาพในปี 2026 นะครับ ถัดไปอีกหน้าหนึ่งโดยเร็ว ก็จะเป็นสิ่งที่เราคุยกันมาตลอดนะครับ ตัว medium terms นะครับที่จะสร้างความเข้มแข็งเนี่ย เรายังคงเชื่อว่า EBITDA จะเป็นตัวสำคัญที่จะเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจนะครับ เรายังคงยึดมั่นในการ go gasเลยมากขึ้น existing growth ไม่ว่าจะเป็นตัว awada ยายู แล้วก็ตัว renewable พลังงานโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยนะครับ เรายังแสวงหาโอกาสทางการ acquisition ใน asset ที่เป็น power ในแง่ medium terms นะครับ long term ในส่วนที่เป็น core business นะครับ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็น top core Thai performance นะครับ operations ของเราต้องเชื่อถือได้ว่ามีต้นทุนโครงสร้างต้นทุนที่แข็งได้ระดับสากลนะครับ เรายัง look for third party access opportunity ซึ่งพวกเราคงรู้ดีว่าถ้าตรงนี้มันเปิดมันหมายถึงโอกาสอีกมากมายมหาศาลนะครับ แล้วก็บน core power and utilities เราก็ยังคงติดตามเรื่อง PDP นะครับ Power Development Plan ซึ่งคงออกมาว่าทิศทางของประเทศไทยหลังประกาศ net zero 2050 จะเป็นยังไงนะครับ ก็คงเป็นอันที่พวกเราติดตามกันนะครับ ว่าทางรัฐบาลโดย สอนพอ จะออกมายังไง ส่วน new growth นะครับ new growth EPC business renewable หรือ gas synergy เมื่อกี้ที่ทางคุณสิรพรพูด หลักใหญ่ใจความก็คือว่าเราพยายามหาช่องว่างช่องทางพื้นที่ที่เราจะมีแสวงหาโอกาสได้ในทางธุรกิจช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานนะครับ แต่มีโครงการพลังงานหมุนเวียนมากมายมหาศาลเนี่ย มันไม่แค่เพียงบทบาทของ project owner ที่จะได้ประโยชน์จากการมี project เหล่านั้นนะครับ เกสเนี่ยอาจจะเป็น project developer project operator นั่นคือการเตรียมการทางภาคธุรกิจเพื่อจะแสวงหาพื้นที่ที่เมื่อกี้ที่ว่านะครับ อันหนึ่ง ตัวดาต้าเซ็นเตอร์สักกี้ที่พูด ผมเริ่มพูดไปอีกนิดนึงคือนอกเหนือจากว่าขายตรงแล้วเนี่ย ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการไฟจากภาครัฐเนี่ยท้ายสุดเขาก็จะไปส่งบอก EGAT ว่า อ๋อ มันมีความต้องการไฟฟ้าประมาณนี้เพิ่มขึ้นมาในระบบอย่างมหาศาล สิ่งที่ EGAT จะทำก็คือ EGAT ก็จะเปิด IPP มากขึ้น ถูกไหมครับ เพราะมันต้องการไฟเข้ามาในระบบเพื่อซัพพลายให้กับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ การเปิด IPP มากขึ้นนะครับ ก็เลือกระหว่าง 1.1 เป็นโรงไฟฟ้าใหม่ 1.2 ก็ไอ้โรงไฟฟ้าเก่าที่มันสัญญาหมด หลายโรงสักกี้ที่เราบอกว่ารันมา 25 ปี มันรันได้อีก 15 ปี หลายโรงที่บอกรันมา 15 ปี มันรันได้อีก after ten อะไรอย่างนี้ นั่นก็เป็นช่องทางในการใช้ utilities ช่องทางในการใช้ facilities ที่มันหมดสัญญา PPA แต่มี potential opportunities จากภาคการเติบโตของ demand ไฟฟ้าในประเทศไทย เหล่านี้ก็ยังเป็นภาพทางธุรกิจ outlook ของ GPC นะครับ อย่างที่บอก path way forward 2026 แล้วก็ beyond นะครับ อันนี้ก็น่าจะเป็นรวบรวมทั้งหมดที่เราคุยกันนะครับ ครับ ขอบคุณผู้บริหารครับ