MC Group Public Co. Ltd. NVDR

MC Group Public Co. Ltd. NVDR

11.40
THB
0.00
(0.00%)
0.89EPS
13.11P/E
9.19BMarket Cap
Nov 06Next Earn

Q4 FY2026 · Earnings Call TranscriptSeptember 3, 2026

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ earnings call ของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครับ สำหรับวันนี้ ก็จะมีผม พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์ เลขานุการบริษัท มาพร้อมกับคุณ แมทธิว กิจโอฬาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาเป็นผู้ให้ข้อมูล นำเสนอข้อมูลของบริษัทในวันนี้นะครับ สำหรับหัวข้อแรกเป็นเรื่องของ company background นะครับ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ [MC?] lifestyle ภายใต้แบรนด์สินค้าของตนเองนะครับ โดยมีแบรนด์ Mc Jeans เป็นแบรนด์หลัก ซึ่งเราทำธุรกิจนี้มากว่า 50 ปีแล้วนะครับ สินค้าของเรานะครับ เราเริ่มสร้างชื่อจากตัว denim แล้วก็มีการขยายขอบเขตนะครับ ไปสู่ตัว lifestyle brand นะครับ โดยการขยายไปในส่วนของสินค้า non-denim ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเสื้อยืด ตัว outerwear ต่าง ๆ แล้วก็ตัว accessory นะครับ พวกหมวก กระเป๋า รองเท้านะครับ โดยสัดส่วนสินค้าของเรา ยอดขายปัจจุบัน เป็น denim อยู่ที่ 32% แล้วก็ขยายไปที่ non-denim อยู่ที่ 68% ครับ จุดแข็งของ Mc Group นะครับ ก็คือเป็นเรื่องของ supply chain ที่เราครบวงจร เรามีตั้งแต่เรื่องของการออกแบบสินค้า นะครับ เรามีเรื่องของการบริหารจัดการตัว supplier vendor รวมไปถึงเรื่องของการที่เรามีโรงงานของตนเองนะครับ เรามีการบริหารจัดการตัว warehouse แล้วก็ระบบ logistics ของเรารวมไปถึงเรื่องของการที่เรามีจุดขายทั่วประเทศทั้งออนไลน์แล้วก็ออฟไลน์นะครับ แล้วก็มีระบบ CRM ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างดีนะครับ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่ช่วยให้บริษัทมีความคล่องตัวในการที่บริหารจัดการทั้งเรื่องของตัวสินค้าแล้วก็เรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย แล้วก็ทำให้บริษัทสามารถที่จะ maintain ตัว margin ในระดับที่สูงได้ครับ สำหรับถัดไปจะเป็นเรื่องของผลประกอบการทางการเงินของบริษัทในช่วงปี 2000 ในช่วงปีบัญชี 2026 ที่ผ่านมานะครับ มาที่หัวข้อแรกก็เป็นเรื่องของตัวรายได้นะครับ รายได้ของบริษัทในปี 2026 อยู่ที่ 4,402 ล้านบาทนะครับ เติบโตขึ้น 6% โดยที่มี gross profit หรือกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,810 ล้าน 2,810 ล้านบาท เติบโต 5.8% ในขณะที่ ตัว gross profit margin ยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 65.8 นะครับ 63.8 นะครับ แล้วก็เรามีตัวเรื่องของงบดุลนะครับ เรามี cash แล้วก็ short-term investment อยู่ในระดับเกือบ 2,000 ล้าน แล้วก็ไม่มี debt นะครับ อันนี้เป็นตัว breakdown ของตัวยอดขายเรานะครับ ก็จะเห็นตัว offline sales ของเราในปีที่ผ่านมามีการลดลงประมาณ 5% นะครับ ในขณะที่ online sales เนี่ย เราเติบโตขึ้นถึง 61.8% จาก 712 ล้าน มาเป็น 1,152 ล้านนะครับ ส่งผลให้เรื่องของสัดส่วนยอดขายจากออนไลน์เติบโตขึ้นจาก 17% ขึ้นมาเป็น 26% ในปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยอดขายของเราในภาพรวมเติบโตขึ้นมาได้ 6% นะครับ จากสไลด์นี้นะครับ จะเห็นว่าตัว gross profit ของบริษัทเติบโตขึ้นนะครับ ในขณะที่ตัว gross profit margin ของเราก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่ แต่ว่าในขณะเดียวกัน ตัวค่าใช้จ่ายในการขายบริหารนะครับ หรือว่า SG&A ก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่อาจจะสูงกว่าตัวเรื่องยอดขายนะครับ ทำให้ตัวสัดส่วนของ SG&A เทียบกับยอดขายเพิ่มขึ้นมาเป็น 44.2% ทั้งนี้ตัว SG&A ที่เพิ่มขึ้นนะครับ มีเหตุผลหลัก ๆ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกก็คือเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย เรื่องของช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโตขึ้นนะครับ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาทางออนไลน์แพลตฟอร์มเนี่ย มีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นนะครับ ก็ทำให้เรื่องตรงนี้ก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นนะครับ ประเด็นที่ 2 ก็จะมีเรื่องของบริษัทมีการตั้ง provision สำรองสำหรับเรื่องของตัว inventory มากขึ้นนะครับ ปีที่ผ่านมามีการตั้งขึ้นมา 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นแนวทางที่เรามองว่า conservative มากขึ้นในภาวะการแข่งขันที่มันค่อนข้างรุนแรงนะครับ ซึ่งตรงนี้ทำให้สัดส่วน provision ของเราเทียบกับสินค้าเนี่ย อยู่ในระดับสูงสุดเทียบกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ตัวคุณภาพของ inventory ของเรามีความแข็งแกร่งด้วยนะครับ ส่วนที่ 3 ก็คือในช่วงปีที่ผ่านมา เราก็มีการลงทุนกับเรื่องของจุดขายไปค่อนข้างมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มจุดขาย การขยายพื้นที่ขาย หรือว่าการปรับปรุงหน้าร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า แล้วก็ support เรื่องของการเติบโตของการขายนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีเรื่องของค่าเสื่อมราคาต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มนะครับ จากตัว cost structure ที่พูดไปถึงเมื่อสักครู่นะครับ ก็ทำให้เรื่องของ EBIT มีการปรับตัวลดลง แล้วก็ NPAT ของเราปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 701 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ในแง่ของ net profit margin ก็มาอยู่ที่ 15.7% นะครับ ซึ่งตรงนี้เอง ในแง่ของกำไรที่ลดลงเนี่ย ฝ่ายจัดการก็มองถึงแผนงานใน ปี 2027 นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่ม productivity ของฝั่งออนไลน์และออฟไลน์ แล้วก็ในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งในรายละเอียด เดี๋ยวทางคุณแมทธิวจะมีพูดถึงต่อไปนะครับ ในส่วนของฐานะทางการเงินของบริษัท บริษัท ณ สิ้นปี 2026 มี cash อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ยังเป็น zero debt อยู่เหมือนเดิมนะครับ interest-bearing debt เป็น 0 โดยที่เรามี total asset อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านนะครับ สิ่งที่บริษัททำได้ดีมาตลอดนะครับ แล้วก็ปีนี้ก็ทำได้ค่อนข้างดี ก็คือเรื่องของการบริหาร working capital โดยเฉพาะเรื่องของ inventory นะครับ inventory ของเราลดลงจากปี 24 นะครับ จาก 1,200 ล้าน เหลือแค่ประมาณ 1,053 ล้านนะครับ โดยที่ inventory month นะครับ ลดจาก 10.6 เดือน มาเหลือแค่ 8.1 เดือนนะครับ การที่สัดส่วนตรงเรื่องของ inventory month ลดลงนะครับ อันนี้นอกเหนือจาก ส่งผลดีต่อเรื่องของตัว working capital เรานะครับ ก็ยังส่งผลดีไปถึงเรื่องของความเสี่ยงในเรื่องของการที่เราต้อง markdown ราคาต่าง ๆ ลดลงด้วยนะครับ แล้วก็ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในอนาคตดีขึ้น สุดท้ายเป็นเรื่องของตัว dividend นะครับ ปีล่าสุดก็คือเรามีการประกาศจ่ายปันผลนะครับ ในอัตราที่เกือบ 100% เหมือนเช่นเคยนะครับ โดยการประกาศจ่ายอยู่ที่หุ้นละ 88 สตางค์นะครับ ทำให้เรื่องของ dividend yield อยู่ที่ประมาณ 7.6% ครับผม ถัดไปเป็นหัวข้อ business update ครับ เชิญคุณแมทธิวครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ขอบคุณมากครับคุณพงษ์ศักดิ์ ในธุรกิจของแม็ค นะครับ ตอนนี้มี 3 pillar ที่เราเดินหน้าเรื่องกลยุทธ์เราเองนะครับ อันแรกก่อนนะครับ เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการขายในออฟไลน์ ออฟไลน์ยัง 70% ของยอดขายของแม็คนะครับ เป็นส่วนใหญ่อยู่ เรามี 3-4 ประเด็นที่ตอนนี้เราทำอยู่นะครับ ในปีใหม่ที่เกิดขึ้นมา ก็คือเราจะ drive productivity หรือยอดขายต่อ square metre หรือยอดขายของสาขาที่เราเรียกว่า เป็นเขียวกับเหลืองนะครับ เรามีสาขาที่ผมเรียกว่า ยังไม่ perform เท่าที่ควรนะครับ แล้วก็เรียกกว่าสีแดง อันนี้เรียกว่า ดึงกำไรเราลงนะครับ ไม่ใช่ขาดทุนนะครับ พยายามจะดึงที่กลุ่มนี้ขึ้นมานะครับ เรามีประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ของสาขาพวกนี้ที่เราปรับปรุงอยู่นะครับ การปรับปรุงสาขาเองแล้วก็มีการขยายด้วยนะครับ เรามีเป้าใน 3 ปีจะเพิ่มประมาณ 10,000 square metre ปีที่ผ่านมาได้ประมาณ 2,000 กว่านะครับ เกือบ 3,000 แล้วมีการเปิดปิดด้วยภายในนั้นเอง เป็นการขยายเพราะว่าเรามีสาขา category ใหม่เพิ่มขึ้น การขยายเราได้ประสิทธิภาพ ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อ square metre แล้วก็ทำให้ผู้บริโภคมีสินค้าได้เลือกได้มากขึ้นนะครับ margin discipline เรายัง maintain นะครับ GP ที่เห็นมาตลอดเราอยู่ที่ 64 เท่ากับปีที่แล้วนะครับ SG&A ที่เกิดขึ้นมา มาจาก marketplace หรือว่าการที่เราปรับปรุงสาขา เราปรับปรุงเยอะพอสมควรครับ ปีที่ผ่านมาเราปรับปรุงไป 82 สาขานะครับ แล้วก็ 296 สาขาเรื่อง VM หรือว่าจัดร้านใหม่ข้างในนะครับ อันนั้นค่อนข้างจะเยอะที่เคยทำมาเมื่อก่อน เพื่อเตรียมพร้อมที่ทำให้ประสิทธิภาพข้างในร้านกับ experience ของผู้บริโภคให้ดีขึ้นนะครับ อันที่ 2 นะครับ สำคัญที่สุดคือการสร้างอนาคตของบริษัทเองนะครับ การเติบโตของออนไลน์เราเห็นเลยนะครับ ตอนนี้แม็คเองเป็นเบอร์ 1 ในการขายไลฟ์ใน TikTok นะครับ ใน category ของแฟชั่นเองและใน category ของกลุ่มผู้ชาย men's fashion นะครับ แล้วมีโอกาสอีกนะครับ เพราะเรายังไม่ได้บุกเข้าไปในตลาดของผู้หญิงเองนะครับ ซึ่งเราจะเริ่มทำในปีนี้นะครับ อันที่ 2 นะครับ เรามี affiliate เยอะพอสมควรครับ เกือบ 200,000 affiliate ที่ช่วยขายแม็คในออนไลน์และ e-commerce นะครับ ปีนี้เรามีการสร้าง creator เข้ามาช่วยการขายของเราเองนะครับ แล้วก็การขยายสตูดิโอของเราเอง แม็คเองนะครับ ตอนนี้ปีที่จบมาขยายเป็น 10 สตูดิโอที่เป็นไลฟ์ของเราเองแล้วนะครับ แล้วก็มีการปรับปรุงให้คลังมีประสิทธิภาพบริการลูกค้าออนไลน์ได้นะครับ อันที่ 2 นะครับ การมองไปอนาคตของเราเอง เรามี issue เรื่อง generation gap นะครับ การที่ Gen X กับ Y เป็น 74% ของยอดขายของตัวแม็คเองนะครับ เราก็พยายามสร้างจาก Y เป็น Z นะ Gen Y ยังเป็นกลุ่มใหญ่สุดของแม็คนะครับ ประมาณ 47% ของยอดขาย แต่ Gen Z ยังอยู่ที่ 21% ตอนนี้เรามีการออกสินค้าใหม่ ใน category ใหม่นะครับ under MCJ ที่เริ่มเห็นนะครับ เรื่องน้ำหอมเองนะครับ ที่ขายได้ดี หรือว่า innerwear นะครับ กระเป๋าผู้หญิง แล้วเดี๋ยวจะมีไลน์เสื้อผ้าออกมานะครับ เร็ว ๆ นี้นะครับ กลุ่ม WIN เองนะครับ เป็นออนไลน์แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มเกิดนะครับ จะขายเรื่อง Gen Z กับ Gen A เลยนะครับ เป็นออนไลน์แบรนด์ community-based marketing นะครับ ก็พยายามจะมีสินค้าที่จะได้ตาม lifestyle ของตั้งแต่ Gen X, Y, Z แล้วก็ A ไปนะครับ เพื่อสร้างความมั่นคงของยอดขายเราในอนาคตของบริษัทเอง กลุ่ม CRM สำคัญนะครับ ตอนนี้เรา build มาเยอะพอสมควร ปีที่ผ่านมาเราเพิ่มเกือบ ล้าน จาก 1.4 ล้าน member เป็นเกือบ 1.9 ล้านนะครับ ที่จบปีที่ผ่านมา เพิ่มเกือบ 500,000 กว่าคนนะครับ นอกเหนือจากนั้นแล้วเรา drive เรื่อง lapsed user นะครับ frequency กับ ATV เพื่อให้ CRM มีบทบาทกับการสร้างความเหนียวแน่นกับลูกค้าเรา กับร้านค้าเรา เพื่อช่วยในออฟไลน์ครับ ต่อไปนะครับ อันสำคัญก็คือเวลาเรามองไปข้างหน้าของเราเอง แล้วก็เตรียมพร้อมนะครับ เรื่องการที่จะ transition หรือให้เป็น O2O between ออฟไลน์และออนไลน์ ให้มีประสิทธิภาพการขายให้ดีขึ้นนะครับ การเตรียมตัวไปต่างประเทศเหมือนกันนะครับ การที่เรามีสินค้าใหม่นะครับ presenter เริ่มเข้ามา การ add category ใหม่ เตรียมพร้อมให้เราพร้อมถึงวันนึงเราจะได้ออกไปต่างประเทศได้นะครับ เรื่อง capacity ทุกอย่างนะครับ เราก็มีการลงทุนเพิ่มนะครับ การที่เราสร้างคลัง ตอนนี้คลังเองของเราวิ่งไปถึงเกือบ 80% ของ capacity แล้วนะครับ บางพีคก็ขึ้นถึงเกือบ 90% มีการอนุมัติจากบอร์ดเองเพื่อเราขยายประสิทธิภาพของคลังของเราเอง การ logistics ของเรา เพื่อเสิร์ฟ ในออฟไลน์และออนไลน์นะครับ ค่อนข้างจะโตได้เร็วมากในปีที่ผ่านมานะครับ ในออฟไลน์นะครับ ผม touch ไปแล้วนะครับ ว่าเรื่องกำไรนะครับ เราจะโฟกัสในปีนี้ เรื่องการให้สาขาที่เราคิดว่ายังไม่ perform เท่าที่ควรนะครับ ที่จะ drive ยอดขายกับกำไรให้เรา ก็กลุ่มสีแดงนะครับ ถ้าพูดว่าเป็น traffic light เขียว เหลือง แดง กลุ่มสีแดงนี้ประมาณ 20% ของสาขาทั้งหมดเลยของเรา ซึ่งตอนนี้ฝ่ายขายกับฝ่ายบริหารเองเริ่มดูให้เหนียวแน่นขึ้น เพื่อให้ดึงตัวเลขนี้ขึ้นมา มันจะช่วยเรื่องกำไรให้บริษัทกลับมาได้เร็วนะครับ เรื่องค่าเช่าหรือว่าเรื่อง expense ของในออฟไลน์นะครับ ก็มีการ cost saving เกิดขึ้นนะครับ มีการเปิดปิดสาขามาตลอดเลยนะครับ แล้วก็ monitor เรื่องยอดขายตามช่องทางขายตามภาคด้วยครับ กำไรใน gross margin ในออฟไลน์ stable เทียบกับปีที่แล้วนะครับ productivity อื่นนะครับ sales conversion หรือ SOP ตอนนี้เราใช้ AI ระบบ AI เข้ามาใน 40 กว่าสาขาแล้วนะครับ เป็นตัวแทนของทุกภาค ทุกช่องทางนะครับ เพื่อวัดว่าฝ่ายขายของเราเองบริหารลูกค้าได้ดีมากน้อยขนาดไหน จุดสุดท้ายคือ conversion rate ครับ แล้วเปลี่ยนจากการที่ฝ่ายขายเราไปคุยกับลูกค้า แล้วเกิดมาเป็นยอดขายได้ดีหรือเปล่า สาขาที่ลง AI นะครับ ขึ้นจาก sales conversion จาก 12% ขึ้นเป็น 18 เฉลี่ยตอนนี้ นะครับ เรามีเป้าให้ถึง 25% นะครับ เพื่อให้ดึงยอดขายของออฟไลน์ขึ้นมา การใช้ AI มีประสิทธิภาพที่ดีนะครับ การที่เราบริหารฝ่ายขาย และการวัดผลที่เกิดขึ้นหน้าร้านของเราเองนะครับ ที่เรามี 560 จุดขายอยู่ ครับ category ใหม่ พวก NPD นะครับ เราออกเยอะพอสมควรในปีที่ผ่านมานะครับ การแบ่งช่องทางนะครับ เราจะมีสินค้าที่เรียกว่า exclusive สินค้าสำหรับร้านเรา outlet เราเอง ออนไลน์ก็มีนะครับ เพื่อแยกกันไม่มี cannibalization เกิดขึ้น เป็นสินค้าที่สร้างมาใน cost structure กับสินค้าที่เหมาะกับ target group ตามช่องทางขายครับ ถ้าดูภาพรวมนะครับ เรามี 567 สาขานะครับ มีการเปิดปิดตลอดปีที่ผ่านมานะครับ มีการปรับปรุงสาขาเยอะพอสมควรที่ปีที่ผ่านมา ทำให้ depreciation หรือด้อยค่าเกิดขึ้นใน SG&A ครับ ที่ผมบอกว่ามี 82 สาขาที่เราปรับ หน้าตาหน้าร้านนะครับ ข้างหน้า เพื่อดึงคนเข้าไปในร้านมากขึ้น ทำให้เราดูสดใสขึ้น หรือว่า modern มากขึ้นนะครับ มีอีก 292 สาขาที่เราปรับปรุงข้างในร้าน การจัดเป็นห้องให้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ การจัด VM ให้มันน่าเดินน่าซื้อมากขึ้นนะครับ ก็เป็นการต่อเนื่องการปรับปรุงให้ร้านค้าทันสมัยขึ้นสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่นะครับ ถ้าดูนะครับ การขยายนะครับ ที่บอกว่าเรา expand ไปแล้วนะครับ 17 สาขาที่เรา expand แล้วมี enlarge หรือเพิ่มขยายให้ใหญ่ขึ้นประมาณ 38 สาขา แต่เรามีการปิด 11 สาขานะครับ total square metre ที่ได้มาคือ 2,000 ที่ผมแจ้งไป แล้วมีเป้าประมาณ 10,000 square metre ที่เราต้องขยายภายในอีก 3 ปีครับ การ initiative ใหม่นะครับ มีการลงทุนเข้าไปด้วยนะครับ อีก 6 เรียกกว่า mobile car นะครับ ที่วิ่งไปตาม potential site ที่น่าจะเปิดสาขานะครับ งั้นบางทีก่อนที่จะเปิดสาขา เราเอารถ mobile ไปจอดก่อน ทดสอบว่ามีตลาดใหญ่มากน้อยขนาดไหน เพื่อก่อนที่เราจะเปิดร้าน ทำให้เรามีประสิทธิภาพ หรือการคิดได้ดีขึ้นนะครับ ก่อนที่จะไปเปิดสาขาแล้วก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพทางด้านยอดขาย งั้นเราทดสอบการใช้รถ mobile ไปเปิดตลาดใหม่ บวกกับ join event ของลูกค้าของเราเองที่เป็น landlord ที่มีกิจกรรมนะครับ Gen ที่เราโฟกัสใหม่นะครับ เรื่อง Gen Z นะครับ เราจะมี MCJ ที่เริ่มออกเป็นสินค้าแล้วครับ ที่ผมแจ้งว่ามีน้ำหอม พวกกระเป๋าผู้หญิงนะครับ พวก casual wear หรือว่า airport look เริ่มออกแล้วนะครับ เดี๋ยวจะมีประกาศใหม่เรื่องการตลาดในปีนี้นะครับ มันค่อนข้างจะมีข่าวใหญ่ที่จะออกมาเพื่อสนับสนุนตราสินค้า MCJ นะครับ ของ Mc Jeans เองนะครับ เพิ่งออกเร็ว ๆ นี้ก็ collaboration ก็คือ collaboration Mc Jeans กับ อนันต์ เลิศ นะครับ ก็เป็นการทำให้แบรนด์ Mc Jeans ที่อยู่ในตลาดมา 50 ปีการเป็นผู้นำในตลาด lifestyle ของ local brand ในเมืองไทย collaborate กับ Thai artist นะครับ สนับสนุน Thai artist เพื่อเปิดตัวที่เซ็นทรัลลาดพร้าว แล้วก็มีอีก 172 สาขาที่จะมีสินค้าใหม่ อันนี้จะดึงดูดให้คนเข้ามาในร้านเราเพิ่มขึ้น แล้วมีการ add การ modern หรือการ youthfulness เข้ามาในตราสินค้าของ Mc Jeans ด้วยครับ ถ้าเกิดใน Mc Jeans เองจะมี collaboration กับ Thai artist MCJ เดี๋ยวจะมีสินค้าใหม่ออกมานะครับ Gen Z โดยเฉพาะเลยเรามีแบรนด์ WIN นะครับ ที่เข้าไปในออนไลน์แบรนด์แล้วครับ ถ้าดูภาพรวมนะครับ ของ CRM ที่ผมแจ้งแล้วเราขึ้นมาเกือบ 500,000 คนนะครับ ไปถึง 1.9 ล้านนะครับ จาก 1.4 ล้านตอนต้นปีนะครับ active ตอนนี้มีประมาณ 42% แล้ว frequency ขึ้นนะครับ จาก 1.5 เป็น 1.6 นะครับ ครั้งต่อปีต่อเฉลี่ยต่อ member นะครับ แล้วก็ ATV เรายังใกล้เคียงเดิมนะครับ ประมาณ 1,800 บาทต่อบิลนะครับ ปีนี้นะครับเราตั้งเป้าไว้ให้ถึง 2.5 นะครับ ใน new member เรามีเป้าตั้งไว้สำหรับการที่ดึง lapsed user เข้ามาซื้อสินค้าของเรา หรือ drive frequency หรือ drive ATV ของเราครับ งั้น CRM เป็น tool ที่สำคัญนะครับ ปีที่ผ่านมาเรา add AI เข้าไปในระบบนะครับ เพื่อจะช่วยประสิทธิภาพของการยิงหรือว่าการสร้าง relationship กับผู้บริโภคที่อยู่ใน CRM โปรแกรมแล้วให้ดีขึ้นนะครับ ถ้าภาพรวมผมบอกไปแล้วนะครับ ก็เราตั้งเป้าไว้ 2.5 ล้าน member นะครับ แล้ว contribution sale นะครับ ให้ถึง 85% ของออฟไลน์ ถ้าบอกถอยหลังกลับไปนะครับ เราวิ่งมาจาก 68 ขึ้นมาเป็น 85 นะครับ เปอร์เซ็นต์ของ offline sales total นะครับ อยากให้ member sales ขึ้นไปถึง 65% ในปีนี้นะครับ ในปีใหม่ของเราครับ ของออนไลน์นะครับ ออนไลน์มี 3 ประเด็นที่เราพยายาม drive อยู่นะครับ เรื่อง online growth ของเราเองนะครับ แล้วการสร้างที่บอกว่า live studio ของเราเองนะครับ จาก 3-4 สตูดิโอนี้เป็น 10 สตูดิโอแล้ว ในพื้นที่ของแม็คเองนะครับ การขยายของคลังเองเพื่อได้ส่งสินค้านะครับ ไปตาม marketplace เราส่งได้ภายใน 4 ชั่วโมง หรือภายใน 1 วันนะครับ แล้วก็การบริหารเรื่อง warehouse ของเรา เราทำค่อนข้างได้ดีนะครับ เคยทำ outsource ตอนนี้เรา in-house หมดเลยนะครับ แล้วการได้คุมประสิทธิภาพการส่ง กับการคุมเรื่องทุน การที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าในออนไลน์ด้วยครับ online profitability ครับ มี pressure นะครับ จากการ marketplace เรื่อง fee ขึ้นนะครับ แต่เราก็มีการปรับกลยุทธ์ของเราเองด้วย การที่เรามีสินค้าโดยเฉพาะของการขายออนไลน์นะครับ จากปีที่แล้วขึ้นจาก 20% ของสินค้าที่เราจะใส่เข้าไปในออนไลน์ ปีนี้เราตั้งไว้ที่ 60% ก็แปลว่าอะไร มีสินค้าที่เราสร้างมาโดยเฉพาะขายในออนไลน์ โดยเฉพาะ target group กับราคา price point ที่ออนไลน์ ซึ่งนี้น่าจะช่วยกัน mitigate การขึ้นของ marketplace fee ครับ อันที่ 3 นะครับ เป็นการที่เราจะสร้าง community ขึ้นมานะครับ การทำ live การที่แม็คเป็นเบอร์ 1 ใน TikTok เอง หรือเบอร์ 1 ใน Shopee ใน category ที่เราอยู่ เราก็พยายามสร้าง community ขึ้นมาเรื่อง creator กับ affiliate ที่สนับสนุนการขายของแม็คเองครับ ecosystem ของเราเองนะครับ ตอนนี้เรามองไปข้างหน้าเหมือนกัน การที่เรามองว่าจะทำ fulfillment ยังไงทำให้ดีขึ้นนะครับ การสร้างประสิทธิภาพให้ผู้บริโภครู้สึกดี การที่ซื้อจากออนไลน์จากเราเอง บวกกับการที่เราสร้าง McShop ของเราเองด้วย เป็นช่องทางออนไลน์ที่จะช่วยให้แม็คเองมีช่องทางอื่นนะครับ ใน e-commerce channel ครับ โดยภาพรวมนะครับ ถ้าดูของ McShop เองนะครับ McShop เองเราเพิ่งเริ่ม focusing มากขึ้นนะครับ ยิ่งจะเห็น pressure ของ marketplace ขึ้นมา จะสร้างให้คนผู้บริโภคของเราเองนะครับ ที่ช้อปในออฟไลน์ออนไลน์ เข้ามาดูสินค้าที่สร้างมาโดยเฉพาะ exclusive ใน McShop เอง นะครับ ในโปรโมชันเอง หรือสินค้าเอง หรือ NPD ที่เรามี นะครับ เพื่อสร้าง reason to believe ไว้ทำไมคนต้องเข้ามาใน McShop นะครับ เรื่องราคา เรื่อง product หรือเรื่องการ support McShop ตอนนี้เป็น primary focus ของเราในปีนี้นะครับ การที่จะต้องสร้าง mcshop.com ขึ้นมา เพื่อให้มีช่องทางใหม่ของ McShop ของแม็คเองนะครับ ในช่องทางของ e-commerce ครับ พวก new initiative ที่ออกมานะครับ ของ McShop เอง ตอนนี้เราก็มีหลายอย่างที่เราทำกันครับ ตั้งแต่สนับสนุนจากออฟไลน์ สินค้าบางอย่างตอนนี้จะย้ายจากออฟไลน์มาอยู่ในออนไลน์เพื่อเคลียร์พื้นที่นะครับ ไม่ต้องขยายร้านบางทียาวใหญ่ขึ้น แต่สินค้าที่ขายดีอยู่แล้ว เราจะย้ายไปใน McShop นะครับ การที่เราอยู่ใน McShop เอง ทุนเราก็ดีครับ เพราะเราไม่มีพวก marketplace fee เข้ามา เราก็ใช้เงินนั้นการสร้างประสิทธิภาพการขายให้ลูกค้า การให้ value กลับไปให้ลูกค้าได้ดีขึ้นนะครับ MCJ นะครับ เป็น initiative ใหม่ที่เพิ่งเริ่ม soft launch ไปนะครับ เป็นการจับกลุ่มใหม่ของเราเอง เป็นกลุ่มของ Gen Y ที่ตอนนี้ 47% ของยอดขายเรา กับกลุ่ม Z นะครับ คือ 21% ตอนนี้เป้าเราพยายามจะดึงกลุ่มนี้ขึ้นมานะครับ เพราะเป็น future customer base ของเราเองนะครับ ถ้ามองภาพรวมนะครับ ที่ผมแจ้งไปแล้วว่า Gen X นะครับ ของ Mc Jeans อยู่ที่ 27% ของฐานลูกค้าเรา Gen Y อยู่ที่ 47 2 กลุ่มนี้เป็น 74% ของยอดขายเรา โจทย์ของเราเองนะครับ การที่มีสินค้าใหม่เข้ามา การที่เราต้อง drive MCJ เพื่อจับกลุ่มใหม่คือ Gen Y กับ Gen Z นะครับ ก็ตอนนี้ก็อยู่ประมาณ 68% ของยอดขาย วิธีการของเราที่ตลาดเห็นตอนนี้ นะครับ เพิ่งออกมาก็คือ collaboration ของ Mc Jeans เองที่อยู่ในตลาดมา 50 กว่าปีแล้วนะครับ ก็การสนับสนุน artist ไทยนะครับ ตอนนี้เราทำกับ Art อนันต์ เลิศ นะครับ เป็นการ collaboration ที่ตอนนี้ launch ออกมาแล้วที่เซ็นทรัลลาดพร้าว กับตามสาขาเราประมาณ 172 สาขานะครับ เป็นการสร้างการตื่นเต้นนะครับ ถ้าดูในโซเชียลมีเดียแล้ว ก็เห็นคนจะเฮฮากับการที่แม็คออก collaboration ใหม่เข้ามา ทรงใหม่ สำหรับกลุ่มรุ่นใหม่ขึ้นมานะครับ ทำให้มีการสดใสขึ้นมาใน Mc Jeans เอง MCJ ก็เป็น new category ที่เพิ่งออกนะครับ ที่เราบุกเบิกเข้าไป ตั้งแต่น้ำหอมเองนะครับ หรือว่า innerwear นะครับ หรือว่า airport look เป็นแฟชั่นใหม่ที่เริ่มออกในตามสาขาเรานะครับ WIN เองนะครับ คนจะเห็นในอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย เป็น community-based marketing สำหรับออนไลน์อย่างเดียวนะครับ จับกลุ่ม Gen Z Gen A โดยเฉพาะเลยครับ MCJ นี่เห็นภาพหน่อยนะครับ พวก sport bag นะ ที่ผมพูดถึง airport look นะครับ อันนี้ครับ airport look ที่ตลาดเริ่ม trending เข้ามานะครับ แต่ราคาของแม็คเองนะครับ และคุณภาพตามที่แม็คมีชื่อเสียงนะครับ เรื่องคุณภาพของสินค้าของเราเองนะครับ อันนี้เป็นแบบใหม่นะครับ เพราะว่าแทนที่จะเป็น ผมยกตัวอย่าง จะเป็น hip เป็น brief นะครับ เป็น hip brief ก็เป็นการสร้างสินค้าใหม่ silhouette ใหม่ แล้วก็คุณภาพอีกแบบหนึ่งนะครับ ใช้ไฟเบอร์หรือว่า fabric ใหม่ เรื่อง microfiber หรือ cotton modal มาช่วยสร้างคุณภาพใน category นี้ นะครับ ที่ราคาเหมาะสมตาม positioning ของแม็คเองด้วยครับ น้ำหอมเองนะครับ เป็นการ collaboration กับ perfume house ของฝรั่งเศสนะครับ ออกมาเป็น 4 variant ใหม่นะครับ ก็เริ่มขายได้ดีนะครับ ค่อนข้างจะ catch ตอนนี้เลยไปเรื่อย ๆ นะครับ กระเป๋าผู้หญิงนะครับ ปกติแล้วเราจะเป็นเบอร์ 1 ในการที่ทำ cross body bag ตอนนี้กระเป๋าผู้หญิงที่เข้ากับยีนส์นะครับ การสร้าง lifestyle ให้เรา ตั้งแต่ยีนส์ที่บอกตอนนี้อยู่ 31% ของยอดขาย มี top กับมี bag เข้ามา accessory กับ top ก็โต งั้นเวลาขายแม็ค นี่เราขาย total look ตั้งแต่ top นะครับ ตั้งแต่มาเป็นยีนส์ หรือ bottom เราเรียก bottom หรือว่ากระเป๋า accessory ตั้งแต่กระเป๋า รองเท้านะครับ มาครบชุดครับ MCJ นะครับ จะเริ่มออกในตลาดเร็ว ๆ นี้นะครับ เราจะเริ่มเกาะกลุ่มแล้วก็เริ่มออกมา เดี๋ยวจะเกาะเป็น pop-up ข้างในร้านของ Mc Jeans เองนะครับ จะช่วย drive traffic กับกลุ่มใหม่เข้ามาในร้านของออฟไลน์เราด้วยนะครับ ก็เห็นภาพไปครับ รวมด้วย mobile ที่เราบอกว่าจะมี การลงทุนไป 6 สาขา 6 mobile ที่ออกตาม event กับทดสอบ location ที่เราคิดว่าน่าจะเปิดร้านได้ด้วยครับ กับพร้อมกับ communication ใหม่ที่เป็น lifestyle มากขึ้นนะครับ จะสร้างภาพว่า ตั้งแต่สินค้าเราดี คุณภาพเรารู้ว่าดีอยู่แล้ว ก็เป็นข้างการตลาด ลงทุนในการตลาดทำให้เราทันสมัยขึ้นสำหรับ Gen ใหม่ที่เรามีเป้าที่จะขายด้วยครับ อันนี้ก็ WIN นะครับ ให้คร่าว ๆ ดูว่าทรงจะไม่เหมือนกัน แต่อันนี้ขายออนไลน์อย่างเดียวนะครับ แล้วก็เป็น online community ที่เริ่มจะเกิดขึ้นมานะครับ ที่เราจะเจาะในกลุ่ม Z กับกลุ่ม A นะครับ ครับ ก็สุดท้ายแล้วก็ที่บอกว่าเพิ่ง launch มา ให้เห็นบรรยากาศนิดหนึ่งครับว่า Mc Jeans ที่อยู่ในตลาดมา 50 ปี แล้วก็คุ้นเคยกับตลาดไทย กับผู้บริโภคไทย เรื่องคุณภาพ มาทำ collaboration นะครับ มีความสดใส ให้ความสนุกสนานเกิดขึ้นในหน้าฝนนะครับ ก็เป็นครั้งแรกที่จะออก range ของหน้าฝนขึ้นมา ปกติเราอยู่ที่หน้าหนาวนะครับ หน้านาวก็ Journey กับ Resort ของเราที่คนคุ้นเคยนะครับ ก็เป็นการที่ออกไปเซ็นทรัลลาดพร้าว นะครับ ก็ตอนนี้ย้ายมาที่ Central ที่ Mega บางนา ในเดือนนี้แล้ว เป็น pop-up นะครับ ที่อยู่ในพื้นที่ pop-up บวกข้างในร้านสาขาเราด้วยนะครับ ก็เป็นการที่สร้างกระแส สินค้าใหม่นะครับ silhouette ใหม่ เพื่อให้จับกลุ่มใหม่เข้ามาสัมผัสใน Mc Jeans เองนะครับ ว่าเรามีสินค้าสำหรับทุกรุ่นนะครับ ตั้งแต่ Gen X, Y กับ Z นะครับ โซเชียลมีเดียค่อนข้างจะออกเยอะพอสมควรครับ เป็นการฮือฮาว่าสินค้า Mc Jeans ทำอย่างนี้ได้เหมือนกันครับ ครับ อันนี้ก็เป็นภาพรวมนะครับ เห็นคำถามเข้ามา 20 คำถามแล้วนะครับ เดี๋ยวอาจจะคุณพงษ์ศักดิ์ ดูว่าคำถามไหนที่เราตอบไปแล้ว อาจจะ skip ไปก่อนได้ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ได้ครับ คำถามแรกนะครับ บริษัทมีกลยุทธ์เจาะตลาดกลุ่ม Gen Z อย่างไร แล้วก็ผลตอบรับของแบรนด์ MCJ เป็นอย่างไรบ้างครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ที่ผมแจ้งไปแล้วนะครับ ว่า Gen Z อยู่ที่ 21% ของยอดขายเราปัจจุบันนะครับ ก็ค่อนข้างขึ้นมาเยอะจากช่องทางออนไลน์นะครับ แต่สำคัญที่สุด สินค้ากับภาพที่เราสร้างขึ้นมา มันเหมาะสมกับเขาไหม ตอนนี้ใน Gen Z เองที่ผมแจ้งก็แล้วเหมือนกันนะครับ เรามีสินค้าใหม่ใน category ใหม่ ในตราสินค้าของ Mc Jeans เองก็มี collaboration กับ อนันต์ เลิศ นะครับ ก็ถือว่าเป็น Gen Z เข้ามาช่วยออกดีไซน์ของ Mc Jeans ให้ทันสมัยขึ้นนะครับ บวกกับ category ใหม่ under MCJ นะครับ เช่น airport look หรือว่า track pants หรือว่า hoodie นะครับ ก็ไปอยู่ที่ MCJ แล้วก็มี WIN ด้วยนะครับ เรื่องโดยเฉพาะเลยครับ ขายออนไลน์ community-based marketing ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ทางบริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายออนไลน์ไว้ที่ระดับ 30% ของยอดขายรวมหรือเปล่า นะครับ แล้วก็การปรับค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม e-commerce ระลอกล่าสุด ส่งผลกระทบกับกำไรอย่างไรบ้าง บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ยังไงบ้างครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ online sales นะครับ ก็ขึ้นเร็วพอสมควรครับ ปีที่แล้วที่แจ้งไปแล้วนะครับ อยู่ที่ 19% ของยอดขาย ปีนี้ขึ้นเป็น 27 นะครับ ถ้าดูในเทรนด์ของออนไลน์ ออนไลน์ค่อนข้างจะโตเร็วในตลาดไทย ก็ประมาณ 30% โดยปีนี้เราคิดประเมินไว้แล้วนะครับ ประมาณ 30 pressure ของออนไลน์จะมีเรื่อง marketplace fee ที่ทุกคนก็ทราบว่ามันขึ้นนะครับ แต่การ mitigate การขึ้นของ marketplace fee แล้ว ปีนี้นะครับ ที่มีการปรับ เรามีการปรับสินค้าที่เรา develop ขึ้นมา โดยเฉพาะของออนไลน์นะครับ ถ้าถือว่าหมวดของการสร้างสินค้านี้ เราทดสอบปีที่แล้วประมาณ 20% นะครับ ตอนนี้ขึ้นไป 60% แปลว่า 60% ของสินค้าที่เข้าไปใน e-commerce ใน marketplace เป็นสินค้าที่เราทำโดยเฉพาะ นะครับ ซึ่งเราต้องดูว่าการที่เราสร้างสินค้าพวกนี้มา margin น่าจะดีขึ้นที่จะช่วยนะครับ อันที่ 2 นะครับ เรามีการเน้นกลับไปที่ mcshop.com ที่ทุกคนเห็นแล้วว่าเข้าไปในร้านออฟไลน์เองครับ เรามีสินค้าที่เราย้ายเข้าไปใน McShop ที่เรียกว่า exclusive หรือว่าสินค้าสำหรับ member ของเราเอง ก็การใช้ CRM กับร้านค้า drive ผู้บริโภคเข้ามาใน McShop แล้วก็หวังว่าในปีต่อไปนะครับ เราจะโต McShop เพื่อเรามีช่องทางของเราเองใน e-commerce แพลตฟอร์มนะครับ ที่จะขายให้คนที่สนใจซื้อในออนไลน์ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ถัดไปนะครับ สังเกตว่าความถี่ของการไลฟ์บน TikTok ลดลงจากช่วงก่อนหน้า เป็นผลมาจากการปรับทิศทางหรือกลยุทธ์การขายหรือเปล่าครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ไม่นะครับ เพราะว่าถ้ามองแล้วนะครับ ปีที่ผ่านมาเรามีที่บอกว่า เรามี affiliate 200,000 คนนะครับ active นะครับ ประมาณ 4,000 กว่า เดือนที่ผ่าน ๆ มานั้นจะวิ่งไปถึง 6,000-7,000 คนแล้วนะครับ เรามีเป้าน่าจะถึงประมาณ 10,000 คน ประเด็นที่ 2 เราสร้างสตูดิโอไลฟ์ของเราถึง 10 สตูดิโอแล้วนะครับ เพิ่งเปิดมา ก็เป็นการที่ขยาย capacity ของการทำไลฟ์ให้เพิ่มขึ้นนะครับ ไม่ได้ลดลงครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ถัดมาเขาถามว่า สำหรับยอดซื้อ 100 บาทบน Shopee, Lazada, TikTok ปัจจุบันแม็คโดนหัก effective rate อยู่ที่เท่าไหร่เหรอครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

การ เจรจาของแต่ละลูกค้าไม่เหมือนกันนะครับ ไม่อยากเจาะ รายละเอียดของแม็คเองนะครับ ก็เป็นเรียกว่า เป็น commercial terms ที่เป็นความลับของแต่ละเจ้านะครับ ว่าเจรจาเท่าไหร่ แต่บอกว่าเราเป็นเบอร์ 1 ใน Shopee กับเบอร์ 1 ใน TikTok นะครับ การในกลุ่มของแฟชั่นเอง กับ menswear แต่การขึ้นมี มีการขึ้นครับ แต่มีการเจรจาเหมือนกันครับ เพราะว่ามันต้องแลกกับการตลาดด้วย งั้นภาพรวมต้องดูว่าเวลา rate ขึ้นมา เราได้อะไรกลับมาด้วย แล้วเราจะขายสินค้าอะไรเข้าไปใน e-commerce platform นะครับ อันนี้เราพยายามปรับอยู่นะครับ ให้ balance ออกมาให้ดี สำหรับงบของเราเองด้วย

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ถัดไปนะครับ การขยายสัดส่วนยอดขายออนไลน์เป็น margin accretive หรือว่าเป็น dilutive ครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ก็ accretive ครับ การขายออนไลน์ของเราไม่ได้เป็น dilutive นะครับ เป็น accretive ทีมก็เล็กลงนะครับ การลงทุน whether เป็นพวก ออฟไลน์สาขา capital investment น้อยลงนะครับ อย่างเดียวเองครับ เรื่องการสร้างสินค้าที่เหมาะสมกับ target group ที่ราคาที่เหมาะสมให้เขาด้วยครับ เป็น accretive อยู่นะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ถัดไปถามเรื่องแนวโน้ม same-store sales growth นะครับ ของฝั่งออฟไลน์ ในช่วง FY 2027 นี้ครับ มีการฟื้นตัวหรือยัง หรือยังหดตัวเหมือนเดิมครับ สำหรับแต่ละ format ไม่ว่าจะเป็น Mc Outlet หรือว่าตาม shop ต่าง ๆ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ถ้าดูเทรนด์ของเราเองนะครับ ถ้าถอยไป 3 ปีนะครับ พวก same-store growth ของออฟไลน์เราค่อนข้างจะติดลบเยอะพอสมควร ปีที่ผ่านมาเราติดลบนะครับ แต่ไม่ได้ติดลบเท่ากับปีที่เกิดขึ้นมา แต่ปีที่ผ่านมา ใน 26 เอง มันเกิดขึ้นในเดือนเดียวเองครับ คือ 70% ของที่ติดลบมาจากเดือนเดียว คือเดือน December ที่เกิดขึ้น 1 เรื่องหาดใหญ่น้ำท่วม บวกกับการที่มี conflict กับเพื่อนบ้านนะครับ ที่ทำให้หลายสาขาขายไม่ได้ งั้นในเดือนเดียวนะครับ ถือว่าเป็นเกือบ 60-70% แล้วแต่ช่องทางของยอดขายที่หายไปที่ปีที่ผ่านมา แล้วปีต่อไปนะครับ ในปีนี้ที่พูดถึงว่าจะปรับประสิทธิภาพยังไง ผมก็แจ้งไปแล้วว่า เรามีการแบ่งแล้วนะครับ เรื่องสาขาที่เราเรียกว่า ยังไม่ perform เท่าที่ควรนะครับ ที่จะ drive EBIT ให้เราดีขึ้น แล้วก็เป็นการเน้น ที่ผมบอกประมาณ 20% ของสาขาพวกนี้ เราเป็นการเน้นของฝ่ายขาย ที่จะสร้างประสิทธิภาพออฟไลน์ให้ดีขึ้นครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ยอดขายออฟไลน์ที่ชะลอตัวลง เกิดจาก traffic ของห้างที่ลดลง หรือว่าเกิดจากผลกระทบของ cannibalization ของออนไลน์มากกว่ากันครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ถ้าแบ่งนะครับ ที่เกิดขึ้นมา ถ้าดูครึ่งปีแรกก็จากกรกฎาคม 25 มาถึงธันวาคม 25 นะครับ เราค่อนข้างจะโตมาตลอด อย่างที่บอกว่า เราสะดุดตอนเดือนธันวาคม ประมาณ 70% ของยอดขายที่หายไปเกิดขึ้นในเดือนนั้น ที่เหตุผลที่ผมแจ้งไปแล้ว หลังจากนั้นเรื่อง traffic ครับ traffic อย่างเดียวเลย ตั้งแต่สงครามที่เกิดขึ้นกับอเมริกา จะวัดจาก AI นะครับ ก็คนที่เดินผ่านหน้าร้านเรา กับ capture rate คนที่เข้าในร้านจะลดลง อันนี้เป็น universe ของ AI ที่จับของตลาดในเมืองไทยเองนะครับ ว่า traffic ลดลงครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ยอดขายต่อ square metre มีทิศทางเป็นยังไง แล้วก็บริษัทมีการปิดสาขาเพิ่มบ้างหรือไม่ แล้วก็มีเกณฑ์ยังไงในการตัดสินใจปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ เรื่องยอดขายต่อ square metre นะครับ แล้วแต่ช่องทางครับ แล้วแต่สาขาเราด้วย สาขาที่เราปรับปรุงขึ้นมานะครับ แล้วก็มีการปรับประสิทธิภาพข้างใน จะทรงตัวหรือดีขึ้นนิดหนึ่ง สาขาที่ไม่ปรับ ก็ยังมีกรลดลงตามสภาพของตลาดที่เกิดขึ้นนะครับ สาขาที่เปิดปิดนะครับ เรามีกฎเกณฑ์ของเราเองด้วยครับ เราวัดที่กำไรของแต่ละสาขานะครับ ถ้าสาขามันขาดทุนขึ้นมานะครับ ก็มีการพิจารณาว่าจะปิดนะครับ หรือว่าเราย้าย ปิดแล้วก็เปิด location ใหม่ ก็ปีที่ผ่านมาที่ผมบอกไปแล้วนะครับ มีการเปิดหรือปิดตลอดนะครับ ทุกปีที่เราทำอยู่ นะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ สัญญาเช่าในปั๊ม ปตท. เป็น fixed rent, GP หรือว่าเป็น hybrid ครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

อันนี้ก็เป็นความลับของการ trading terms ครับ อันนี้ผมไม่อยากแจ้ง เพราะว่าเป็นความลับของแต่ละเจ้าครับ เทอมของการดีลกับ landlord ไม่เหมือนกันครับ แต่บอกได้เลยครับว่าของแม็คเองนะครับ เราใหญ่สุดใน ปตท. เรามี 140 สาขา เห็นเจ้าอื่นก็แจ้งว่าจะเข้าไป แต่เราเป็นเบอร์ 1 ในพาร์ตเนอร์ของ PTTOR อยู่แล้วนะครับ ที่จะได้พื้นที่กับสาขา จริง ๆ แล้วหลายสาขาที่ผ่านมาในปีที่เกิดขึ้นนะครับ เราขยายสาขาตามปั๊ม ปตท.

ครับ ให้ใหญ่ขึ้น จาก 70-80 ไปถึง 100 square metre ซึ่งเห็นยอดขายเพิ่มขึ้นมาตามตามที่เราขยายนะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ถามว่าบริษัทมีแผน CRM ในการเจาะกลุ่มสมาชิกที่ไม่ active ยังไงบ้างครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ที่ก็แจ้งมาแล้วนะครับ ว่าปีที่ผ่านมาเรามี 1.4 ล้านคน ตอนจบปีเรามี 1.9 นะครับ 1.9 เกิน 50% เป็น active นะครับ แต่วิธีเจาะนะครับ ก็จะเจาะ 3 ประเด็นครับ คนที่เคยซื้อแล้วหยุดซื้อ เรียกว่า lapsed user 2 ก็คือ frequency ที่เห็นขึ้นมาจาก 1.5 เป็น 1.65 เป็นการให้ซื้อเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็ 3 เรื่อง ATV นะครับ หรือว่า average transaction value นะครับ เราอยู่ที่ประมาณ 1,000 1,850 บาทครับ แล้วทรงตัวอยู่ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับผม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่บวกมา 42% เป็น 137 ล้านในไตรมาสล่าสุด หมายถึงไตรมาส 4 นะครับ ถามว่าเป็นสัดส่วนที่มาจากแพลตฟอร์มฟรีประมาณเท่าไหร่ นะครับ อันนี้ทาง finance ก็ตอบมาว่า ไม่เกิน 20% นะครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

แล้วก็ถัดไปเป็นเรื่องตัวเลขกำไรของเรานะครับ ว่าตอนนี้คือมองว่าเราไป rely on third-party platform เยอะเกินไปหรือเปล่า นะครับ แล้วก็เรามี initiative ยังไงในการที่จะ restore margin กลับมาครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ อันนี้ก็ตอบไปแล้วครับ คือ third-party platform นะครับ ก็ยังอยู่ที่ 27% ของยอดขาย หลัก ๆ เราอยู่เป็นออฟไลน์นะครับ ยัง เกิน 73% อยู่ นะครับ ก็เป็น core business ของเราอยู่นะครับ การที่เรามีสาขาเราเป็นเจ้าของเอง 560 จุดขายนะครับ เป็นการที่เรามีแตะกับลูกค้าได้แท้จริง ก็คือมาได้สัมผัสกับสินค้าเรากับในร้านเรานะครับ ในแพลตฟอร์ม third-party ที่พูดถึง e-commerce นะครับ ซึ่งบอกว่า e-commerce มันก็แบ่งครับ เพราะว่าใน e-commerce เอง เราก็มีแพลตฟอร์มของเราเองด้วย คือ mcshop.com ตอนนี้เราเริ่มสร้างกลยุทธ์ให้มันมี O2O เกิดขึ้นมา ให้เข้าไปใน McShop เพิ่มขึ้น สำหรับ third-party โดยเฉพาะครับ เราก็บอกแล้วว่า เรามีสินค้าที่เราสร้างขึ้นมา up to เกือบ 60% ของยอดขายที่จะเกิดขึ้นนั้น เป็นสินค้าที่เราสร้างขึ้นมาสำหรับ online sale หรือ e-commerce platform เพราะว่าสินค้านี้ไม่ได้ cannibalize สินค้าที่อยู่ในร้านเรานะครับ เป็นคนละสินค้า แล้วก็เหมาะสมกับ Gen ที่ซื้อในออนไลน์นะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี FY 2027 ยังไงบ้างครับ ออนไลน์ ออฟไลน์

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ถ้าดูภาพรวมก่อนนะครับ เราตั้งเป้าประมาณโตอีก 8% นะครับ ปีที่ผ่านมาเราโต 6 นะครับ ปีนี้ที่เพิ่งเริ่มต้น เราตั้งเป้าที่ประมาณ 8% ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ FY 2027 เรามอง capex สำหรับเรื่องของ MFC เอาไว้เท่าไหร่ครับ แล้วก็มีถามเรื่องของ payout ratio ว่ายังคิดว่าจะ keep อย่างนี้อยู่หรือเปล่า นะครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

เอา payout ratio ก่อน dividend อันนี้แล้วแต่นโยบายของบอร์ดครับ อันนี้คงแจ้งมาไม่ได้ แต่ถ้าดูถอยหลังไปนะครับ เรา payout เกือบ 100% อยู่แล้วครับ ของกำไรที่เรามีอยู่ทุกปี consistent มาตลอดนะครับ งั้นคงคิดว่าเป็นนโยบายของบอร์ดเองนะครับ แต่ว่าปีนี้จะจ่ายเท่าไหร่ เดี๋ยวต้องรอว่า บอร์ดอนุมัติยังไงครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ถามว่า contribution margin ของ mcshop.com เทียบกับ marketplace ตัวอื่น ๆ อันไหนมากน้อยกว่ากันครับ ต่างกันเท่าไหร่

แมทธิว กิจโอฬาร

แน่นอนครับ mcshop.com ครับ mcshop.com จะไม่มีพวก marketplace fee ครับ เป็นช่องทางของเราเอง ถึงงั้นเวลาเราเน้นที่ mcshop.com เพราะเราอยากให้ benefit กลับไปให้ผู้บริโภคครับ ในคุณภาพของสินค้า หรือว่า exclusivity ของสินค้าเอง หรือราคา หรือ value proposition นะครับ ไม่ margin ที่ต้องกินจาก mcshop.com ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

บริษัทมั่นใจไหมว่าจะสามารถรักษาตัว gross profit margin ไว้ที่ 63 ถึง 64% นะครับ แล้วก็ เมื่อ เมื่อออนไลน์แล้วก็ MCJ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น นะครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ถ้าดูงบของเราในปีที่ผ่านมา 2025 26 นะครับ เราก็รักษาอยู่ที่ 20 20 64% มาตลอดครับ คิดว่าน่าจะรักษาได้ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับผม บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการขายผ่าน mcshop.com ขึ้นไป เทียบกับ Shopee, TikTok ยังไงบ้างครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ เราเพิ่งเริ่มเน้นนะครับ ถ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นในกรกฎาคมที่ผ่านมา กับสิงหาคม ยอดขายที่ McShop ขึ้นเกือบ 2 เท่า ถึง 3 เท่าเทียบกับปีที่แล้วนะครับ บริษัทจะเน้นโตที่ mcshop.com ครับ ก็เป็นการที่ดึง CRM โปรแกรมมาช่วยคนเข้าไปใน mcshop.com เพิ่มขึ้น ในออฟไลน์เองนะครับ สินค้าบางอย่างจะย้ายไปที่ mcshop.com ที่คนซื้อประจำอยู่แล้วครับ เพื่อมีพื้นที่เพิ่มขึ้น ให้สินค้าใหม่เข้าไปในออฟไลน์ของเราเอง บวกกับ benefit ที่เราจะให้ member ที่เข้าไปใน CRM ของเราเองนะครับ มาซื้อใน mcshop.com ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ พอยอดขายออนไลน์ของแม็คใหญ่ขึ้น บริษัทมี bargaining power กับพวก marketplace ดีขึ้นไหมครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ก็แล้วแต่การเจรจาครับ การเจรจาดีอย่างว่าเรายังเป็นเบอร์ 1 ใน TikTok เอง หรือใน Shopee เอง ในกลุ่มที่เราแข่งอยู่นะครับ เรื่องแฟชั่น หรือว่ากลุ่มของผู้ชายเอง ก็มีการคุยกันเรื่องการตลาดครับ แต่บางทีเองเราก็ต้องเจรจาครับ ว่าเราอยากได้คูปอง หรือว่าอยากจะได้ลดราคามากน้อยขนาดไหนจากแพลตฟอร์มฟรีครับ ทุกอย่างมันก็กลับมาเป็น fee ที่เราต้องจ่ายครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ ถามว่าค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนไหน แล้วเป็นค่าใช้จ่ายชั่วคราวหรือว่าถาวรครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ที่ผ่านมานะครับ ที่เห็นในงบว่า SG&A เราขึ้นมา เพิ่มขึ้นมา 11% นะครับ 8% มาจาก marketplace ครับ 2.9 มาจาก SG&A อื่น ๆ นะครับ ถ้าใน 2.9 เอง จริงแล้ว มันมี one time นะครับ whether เป็น provision ที่เปิดขึ้นมา ใน stock provision เอง นะครับ หรือ 2 depreciation ที่เกิดขึ้น การที่ปรับปรุงสาขาเพิ่มขึ้นนะครับ แต่เราบอกว่า 2.9% ที่ขึ้นมา ค่อนข้างจะต่ำนะครับ ถ้าเทียบกับที่ขึ้นมาจาก marketplace แต่เรามีกลยุทธ์ที่จะ mitigate ความเสี่ยงใน marketplace อยู่แล้วครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับ อ่า เป้าหมายการเติบโตในแง่ของรายได้ แล้วก็การขยายสาขา รวมถึงการออกคอลเลกชันใหม่ ๆ ครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

มีอะไรนะครับ เอ่อ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

อ่า เป้าหมายการขยายสาขา แล้วก็เรื่องของการออก ออกคอลเลกชัน สินค้าใหม่ ๆ ครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

โอเคครับ การขยายสาขานะครับ เรามีเป้าใน long-term plan อยู่แล้วนะครับ เราตั้งเป้าไว้ที่บอกว่า 10,000 square metre ปีที่ผ่านมา net จากการเปิดปิดเราได้ 2,000 กว่าอยู่แล้วครับ ประมาณ 3,000 square metre ต่อปี ปีนี้นะครับ เราก็มีแผนที่จะเปิดประมาณ อีก 20 17 สาขาครับ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เดี๋ยวขอเช็กอีกทีหนึ่ง แล้วก็มีการปิด 1 อันนะครับ net net เราน่าจะเพิ่มสาขาในปีนี้ตามเป้าที่เราตั้งไว้ นะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

โอเค เรื่องกลยุทธ์หลัก ก็คุณแมทธิวพูดไปแล้วใน presentation นะครับ แผนการขยายสาขาก็ตอบไปแล้วนะครับ ตั้งเป้า net profit margin ที่เท่าไหร่ครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

อันนี้ก็เดี๋ยวต้องดูครับ เพราะว่าอันนี้มองไปข้างหน้า ผมบอกว่ายอดขายดีกว่าครับ ว่ายอดขายเราตั้งเป้าโต 8 นะครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ได้ครับ same-store sales growth ของ own store แล้วก็ department store ช่วงที่ผ่านมา ในครับ FY ใหม่

แมทธิว กิจโอฬาร

มองไปข้างหน้าเหรอครับ หรือว่า

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ของช่วงปัจจุบันนะครับ ก็ของเดือน 7 ที่ผ่านมานะครับ ในแง่ของตัว shop เองก็เติบโตค่อนข้างดีนะครับ ก็เกือบ เป็น 2 digit นะครับ แล้วก็ตัวเรื่องของ ตัว depart ก็อยู่ประมาณสัก 4-5% นะครับผม

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ก็แปลว่าอะไรครับ แปลว่า เดือนที่เพิ่งเปิด ในปีใหม่ของเรา กรกฎาคม นะครับ ภาพรวมบริษัทโตเกือบ 10% ครับ มาจาก same-store growth ที่เกิดขึ้นในออฟไลน์ครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

ครับผม ถามเรื่อง AI เอามาใช้ลดค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อ อันนี้คุณแมทธิวพูดไปเยอะแล้วนะครับ ที่ผ่านมา สุดท้ายเป็นเรื่องถามว่า วิธีการใช้ online shopper โหมดให้คนไปที่หน้าร้านมากขึ้น มีไหมครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ตอนนี้เราใช้ CRM นะครับ เพราะว่าที่บอกแล้วว่า 86% ของยอดขายของเราตอนนี้ในออฟไลน์ มาจากการผลักคนที่ เป็นลูกค้าเดิมของเราเข้าไปให้เพิ่มขึ้นนะครับ ก็เป็นกรที่เรามี CRM โปรแกรม การใช้ฐานของเราที่เพิ่มขึ้น 500,000 คน บวกกับระบบ AI นะครับ ที่จะช่วยเรามีประสิทธิภาพการยิงโปรโมที่เหมาะสมของแต่ละกลุ่ม หรือว่า แต่ละภาค นะครับ หรือ แต่ละ landlord ให้เหมาะสมนะครับ ให้ดึงคนเข้ามาในร้านค้าเพิ่มขึ้นครับ

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

โอเค คำถามก็หมดแล้วนะครับ

แมทธิว กิจโอฬาร

มี มีคำถามเขียน

พงษ์ศักดิ์ พงษ์อภิพัทธ์

หมดแล้วครับ ได้ครับ ก็ขอจบ สำหรับเรื่องของ earnings call ของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ใน ปีนี้นะครับ ขอบคุณครับผม

แมทธิว กิจโอฬาร

ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ There is no further speech in the audio recording; the earnings call concludes with the sign-off remarks quoted above.