แม็กซ์กลูจำกัดมหาชนนะครับ ไตรมาสนี้จะเป็นผลประกอบการในไตรมาส 2 ของ FY2026 ของเรานะครับ ก็คือจะเป็นผลประกอบการในช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน แล้วก็ธันวาคมนะครับ ก็พวกเราทั้งสองคนนะครับ ขอเป็นตัวแทนบริษัทมานำเสนอข้อมูลนะครับ ก็ผมปิยะนะครับ เป็น CFO นะครับ แล้วก็คุณแมทธิวนะครับ CEO ของพวกเรานะครับ ก็เดี๋ยวผมขอเข้าสู่ตัว Presentation ที่เตรียมมานะครับ ก็เตรียมไว้ 3 agenda เช่นเดิมนะครับ เป็นเรื่องของ Company Background นะครับ ผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมานะครับ แล้วก็ agenda สุดท้ายนะครับ ที่เป็น Business Update นะครับ เดี๋ยวคุณแมทธิวจะมาเล่าให้เราฟังนะครับ ว่าแผนงานของเราเองในอนาคตจะมีอะไรกันบ้างนะครับ background เองนะครับ Max ก็อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2013 นะครับ และเราก็เพิ่งครบรอบ 50 ปีในเรื่องของธุรกิจนะครับ เข้าสู่ปีที่ 51 นะครับ ก็เราเริ่มจากตัวที่เป็นของสินค้าที่เป็นเดนิมนะครับ ก็เริ่มเข้าสู่แมทภาพของ lifestyle นะครับ ณ ตอนนี้ portfolio เรื่องของสินค้านะครับ ปัจจุบันเองเดนิมก็อยู่มาสักหนึ่งในสามนะครับ 33% แล้วก็ร้อยโซในตัวของ non-denim ค่อนข้างเยอะนะครับ สินค้าตอนนี้เราก็คือเป็น head to toe เลยนะครับ จากจุดเท้านะครับ ตั้งแต่หมวกนะครับ กระเป๋านะครับ outerwear เกี่ยวกับขัดนะครับ ในเรื่องของ Max นะครับ เราก็มีเรื่องของ full integration supply chain นะครับ เรามีเรื่องของ designer นะครับ เราเป็น own brand นะครับ เราออกแบบสินค้าเองนะครับ เรามีตัวโรงงานผลิตนะครับ ผลิตทั้งตัวของที่เป็นยีนส์นะครับ แล้วก็ T-shirt นะครับ รวมถึงเราก็มี relationship ที่ดีนะครับ กับทาง supplier ของเรานะครับ สินค้าบางส่วนเราก็มีจ้างจาก outsource นะครับ เรามีระบบ warehouse management system นะครับ เรามีเรื่องของศูนย์กระจายสินค้าของเราเองนะครับ เรามีเรื่อง in-house outsource logistics นะครับ จุดขายเราก็ทั่วประเทศนะครับ ก็กือบ 600 จุดนะครับ แล้วก็สุดท้ายเองเรามีตัวระบบของ active customer engagement เรื่องของ CRM นะครับ ซึ่งในจุดนี้เองเนี่ยเราก็ leverage นะครับ จากเรื่องของตัวข้อมูล จาก data ของลูกค้าของเรามาใช้นะครับ ได้ค่อนข้างสูงอยู่นะครับ จากการที่เรามีนะครับ เรื่องของ supply chain ครบถ้วนนะครับ เราก็ยังสามารถที่จะคงเรื่องของ gross margin ของเราได้ค่อนข้างสูงนะครับ แล้วก็มีเรื่องของความยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ของเรื่องตลาด retail ได้นะครับ เดือนธันวาที่ผ่านมานะครับ เราก็เรื่องของเซต ESG rating นะครับ เราก็ได้ rating Triple A นะครับ เราก็รวมถึงได้รางวัลเซต award นะครับ ในเรื่องของcommended sustainability award นะครับ สำหรับหุ้นที่อยู่ใน market cap ระหว่าง 3,000 ล้านถึง 10,000 ล้านบาทนะครับ ซึ่งก็คุณแมทธิวก็ไปรับรางวัลมานะครับ อันนี้นะครับ ก็ agenda ถัดมานะครับผมขอเล่าถึงเรื่องผลประกอบการในไตรมาส 2 นะครับ ไตรมาสนี้เองนะครับ ยอดขายเราปิดไปที่ 1,492 ล้านบาทนะครับ โตเกือบ ๆ 12% นะครับ แล้วก็ทำให้ภาพครึ่งปีนะครับ เราโต 9.9 หรือเกือบ ๆ 10% นะครับ รายได้อยู่ที่ 2,393 ล้านบาทนะครับ เงินสดตอนนี้เราก็ขึ้นมาที่ประมาณ 2,100 ล้านบาทนะครับ เราก็อันนี้เอง เดี๋ยวเราก็จะมีเพิ่งประกาศไปนะครับ เมื่อวานก็มีการจ่าย interim dividend นะครับ ซึ่งบอร์ดก็อนุมัติมาที่จุด 52 สตางค์นะครับ ในเรื่องของยอดขายนะ ถ้าเรามาดูตัวเรื่องของ offline online นะครับ ตัว offline เองก็ยังติดลบอยู่นะครับ ลบภาพรวมประมาณ 4.7% นะครับ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานะครับ แต่ว่าตัว online เราทำได้ค่อนข้างดีนะครับ เราก็โตมาที่ 89% นะครับ ทำให้สัดส่วนนะครับ ธุรกิจตอนนี้เองเรื่องของยอดขายจาก online เนี่ย ขึ้นมาเป็น 27% นะครับ จากที่ครึ่งปีที่แล้วนะ อยู่ที่ 25% เท่านั้นนะครับ ในเรื่องของ gross profit นะครับ ไตรมาส 2 เราโตที่ 7.1 นะครับ ครึ่งปีแรกเราโต 6.5 นะครับ แต่เห็นว่าในแง่ของ gross margin นะครับ ตัวไตรมาส 2 เนี่ย จาก 64.9 หรือ 62. 2 นะครับ ซึ่งในตัวไตรมาสที่ผ่านมาเราก็มีเรื่องของการทำเรื่อง promotion เรื่อง CRM นะครับ แล้วก็เป็นเรื่องของช่วงที่เข้าสู่ช่วงเดือนที่ธันวาคมเป็นช่วงยอดขายที่สูงนะครับ เราก็จะมีเรื่องของการให้ promotion นะครับ เหมือนให้คืนกับลูกค้านะครับ ทำให้ครึ่งปีนะครับ gross นะครับ ตอนนี้เราอยู่ที่ 63.1 นะครับ ปีแล้วอยู่ที่ 65.1 นะครับ ถ้ามาดูในเรื่องของค่าใช้จ่ายนะครับ ค่าใช้จ่ายเองในไตรมาส 2 นะครับ บวกประมาณเกือบ ๆ 12% นะครับ อยู่ที่ 559 ล้านบาทนะครับ แต่จะเห็นว่านะครับ ในเรื่องของ SG&A to sales นะครับ เราก็สามารถควบคุมนะ ไตรมาส 2 อยู่ที่ 37.5% แล้วก็ภาพรวมในครึ่งปีนะครับ ให้เราคุมจนค่าใช้จ่ายนะครับ ตอนนี้บวกแค่ 6.4 นะครับ ยอดที่ 990 ล้าน แล้วก็ SG&A to sales ลงมาอยู่ที่ 41.4% นะครับ จากที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 42.
7 นะครับ ส่งผลมากเลยนะครับ ทำให้ตัวของ EBIT เองนะครับ ไตรมาส 2 นะครับ ยอดอยู่ที่ 380 ล้านนะครับ EBIT margin 25.3 นะครับ แล้วก็ครึ่งปีนะครับ เราได้ EBIT ที่ 512 ล้านนะครับ ก็ flat กับครึ่งปีที่แล้วนะครับ กำไรไตรมาสนี้อยู่ที่ 296 ล้าน ลดลงเล็กน้อยนะครับ ประมาณ 2.7% นะครับ จาก 305 ล้านในครึ่งปี ในไตรมาส 2 ปีที่แล้วนะครับ ส่งผลให้ตัวครึ่งปีนี้กำไรอยู่ที่ 419 ล้านนะครับ ลดลง 4.2% นะครับ จากปีที่แล้วที่ 437 ล้านนะครับ อันนี้เรามาดูในฝั่งของ balance sheet นะครับ เงินสดตอนนี้อยู่ที่ 2,154 ล้านนะครับ แล้วก็ตัวลูกหนี้นะครับ ขึ้นมาที่ 289 ล้านนะครับ ซึ่งอันนี้เองก็จะเป็นยอดของช่วง seasonal นะครับ เนื่องจากว่าในไตรมาส 2 เนี่ยจะเป็นไตรมาสที่ยอดขายเราค่อนข้างสูงนะครับ เพราะฉะนั้นตัว AR ตัวนี้เองก็จะขึ้นมาตามยอดขายนะครับ เราก็เห็นว่าเรื่องของ AP นะครับ แล้วก็มีการสั่งสินค้าเข้ามานะครับ เราก็ได้เครดิตจากทาง supplier ก็จะเห็นว่ายอดมันอยู่ที่ 353 ล้านนะครับ บริษัทเองก็ยังไม่มีหนี้กับธนาคารนะครับ ก็ยังเป็น zero interest banking debt เช่นเดิมนะครับ กราฟทางขวาด้านบนนะครับ ก็จะเห็นว่าเรื่องของ inventory กับ cash cycle นะครับ เราก็สามารถที่จะปรับปรุงนะครับ ให้ตัวของ ratio นี้ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ จาก FY24 นะที่ 10.6 นะครับ Inventory มันลงมาที่ 9.5 นะครับ ตอนปิด FY25 ก็คือตอนมิถุนาปีที่แล้วนะครับ แล้วเราปิดตอนเดือนธันวาเนี่ย ตอนนี้อยู่ที่ 9 เดือนนะครับ เราก็เรื่องของ cash cycle เราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ประมาณปีละหนึ่งเดือน ตอนนี้อยู่ที่ 7. 5 เดือนนะครับ แล้วก็ L/A นะครับ ตอนนี้อยู่ที่ 17% L/E ก็ยังรักษาได้สูงอยู่นะ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 19% นะครับ แล้วก็อย่างที่ผมเรียนไปนะครับ ตัวเรื่องของจ่าย interim dividend นะครับ ไตรมาสนี้เราทำครึ่งปีแรกกำไรอยู่ที่ประมาณ 0.529 นะครับ เราก็จ่ายที่ 0.52 นะครับ ก็คิดเป็นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ตอนนี้ payout ก็ CIM นะครับ การใช้ AI มาช่วย drive ถึงลูกค้าที่เป็นลูกค้าประจำ Loyalty Customer ของเราเอง แล้วก็สุดท้ายก็คือออนไลน์ ที่ช่วย drive growth ให้เราค่อนข้างจะเยอะพอสมควรกล่องแรกก่อนนะครับ เกี่ยวข้องกับ offline offline เราปรับปรุงสาขาเยอะพอสมควรนะครับ ตอนนี้เรามีการจัดร้านใหม่ เรื่อง layout การใช้ AI มาช่วยเรื่อง heat map ผู้บริโภคเดินเข้าที่ไหน หรือว่ายอดขายต่อ square meter ของเรา การเพิ่มประสิทธิภาพของ racking ให้ capacity เพิ่มขึ้นนะครับ SOP ปรับข้างในร้าน จะเริ่มเห็นผลแล้วนะครับ เรา rollout ไปร้อยสาขา ใน quarter 1 quarter 2 เราไปอีกร้อยสาขานะครับ ก็เป็น 200 สาขาใน 550 คือเรามีอยู่ ก็สาขาที่เราทำไป ทำให้ยอดขายขึ้นนะครับ สิ่งเห็นเรื่องยอดขายต่อ square meter ก็แปลว่าแนวได้ดีครับ การที่ปรับ VM ฟาซาด การใช้เรื่อง capacity ใน racking การจัด flow ของในร้านค้า ทำให้ดีขึ้น แล้วการใช้ AI มาช่วย assist นะครับในสาขาที่สำคัญ Outlet นะครับเอง การบริหาร outlet มันไม่ใช่ outlet per se เลยนะครับ ปีนี้เรา introduce สินค้าที่เรียกว่า outlet exclusive เราผลิตเพื่อให้ออกเลตโดยเฉพาะเลย ที่ราคาเหมาะสมกับลูกค้าที่ช้อปนั้น ไม่ใช่ clear ของอย่างเดียว ดังนั้นการทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ จะทำให้ประสิทธิภาพยอดขายต่อ square meter จะดีขึ้นไป ก็เริ่มทำไปแล้วนะครับ บวกกับการจัด VM ใหม่ ใน 140 สาขาของ outlet ที่อยู่ที่ PTT OR นะครับ เรื่องการขยายนะครับกับ enlargement เรมีสองเรื่องครับ ขยายให้เกิน 100 square meter นะครับเฉลี่ยเมื่อก่อนเราอยู่ที่ประมาณ 80 เพื่อให้เรามีประสิทธิภาพการขายมากขึ้นนะครับ บวกกับการเปิดสินค้าใหม่ ในครึ่งปีแรกนะครับ เราเพิ่มมาประมาณ 1,000 square meter นะครับ เกินงบที่เราตั้งไว้นะครับการที่ขยาย แล้วก็บวก enlargement เหมือนกัน ทั้งเศรษฐกิจไม่ดี ก็เลยยังลงทุนเหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ขยายประสิทธิภาพการขายเรา สิ่งที่เราเปิดมาก็ได้ดีครับ เรื่องผลมากกว่า feasibility เราทำอยู่เรื่อง payback หรือ IR ที่ได้มา CIM นะครับ เป็นกล่องที่สี่นะครับ เป็นอันที่ช่วย drive จริง ๆ เลยครับคนนี้ การปรับ CIM ปีนี้นะครับ ปีที่แล้ว CIM ยอดขายมาจาก CIM คือ 40% ของยอดขายทั้งบริษัท ปีนี้อยู่ที่ 60% แล้ว เป็นการที่เราจะ drive ตอนเศรษฐกิจไม่ดี เรากลับไปลูกค้าที่จะพยายามดึงให้กลับมาซื้อเป็น lapsed user หรือว่า frequency ให้บ่อยขึ้น แล้วก็ drive ATV หรือ average transaction value เพิ่มขึ้น โดยทำให้เรามีประสิทธิภาพการขายใน offline หรือมาช่วยใน offline ได้มากขึ้นครับในปีนี้ออนไลน์ทุกคนเห็นนะครับว่า Q2 เราโตค่อนข้างเยอะ ครึ่งปีแรกเราโตไป 58% เทียบกับปีที่แล้ว เราเป็นเบอร์หนึ่งนะครับใน offline platform ของ fashion ใน TikTok หรือ overall ในเดือน December แล้วก็เป็นเบอร์หนึ่งด้วยกันนะครับใน Shopee ดังนั้นเราจะมีสองทางขายนี้ บวกกับ Max shop ที่เราพยายามสร้างของเราเองอยู่ใน website ของเราครับถ้าดูนะครับ เรื่อง initiative แรกนะครับ เราใช้ AI มาช่วยดูนะครับ ว่าการ track store analytics เรียกว่า store analytics การปรับร้านเราให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นนะครับ ดังนั้นเวลาเราดูนะครับ จะเห็นเลยว่า การ flow ของร้านค้า conversion rate ของพนักงานที่ไปต้อนรับลูกค้าเราเอง การขาย conversion rate เป็นยอดขาย การดึง upsell ขึ้นมาเป็น ATV เพิ่มขึ้น หรือว่ากี่ชิ้นที่เพิ่มนะครับ ก็ช่วยให้ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นมานะครับใน offline ของเราเองถ้าเห็นภาพนะครับ ภาพช็อปใหม่ของเรานะครับ เรา rollout หลายแห่งเลยนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่โลตัสศรีราชานะครับ การปรับปรุงหน้าตาร้านใหม่ ข้างในข้างนอกนะครับ ทำให้ยอดขายนะครับ ของพวกโลตัสเองขึ้นเยอะพอสมควรนะครับ substantial หรือ material ด้วยนะครับ การที่เราจัด fasade ใหม่ทำให้ดูสดใสขึ้น ทันสมัยขึ้น ลูกค้าก็เดินเข้ามา การจัดร้านใหม่ก็ง่ายขึ้นนะครับ อันนี้บิ๊กซีพัทยา การปรับ fasade นะครับ ทันสมัยขึ้น การปรับข้างในนะครับ อันนี้บิ๊กซีอมตะเจริญนะครับก็ใหม่เหมือนกันที่บิ๊กซีเพิ่งเปิดนะครับ นี่สาขาใหม่เลยนะครับถ้าเห็นภาพครับ เอาต์เล็ตก็เปลี่ยนนะครับ นี่ช็อปใหม่ของเราที่ทำขึ้นมานะครับ การจัดข้างในร้านเหมือนกันนะครับ เป็น zoning นะครับ เพิ่ม capacity face in face out ทำให้หน้าเข้ามากกว่าที่จะเป็น clearance center นะครับ นี่การจัดใหม่นะครับ จะเป็นห้องแต่ละห้อง เพราะเราจะเริ่มมีสินค้าที่เรียกว่า outlet exclusive ผลิตเพื่อ outlet อย่างเดียวเลย เพื่อทันสมัย ให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่ใช่ clearance อย่างเดียวครับ ต้องแบ่งเป็นห้อง แล้วก็เป็น area อันนี้ก็อันใหม่ครับ ที่จะเห็น outlet ช็อปใหม่ของเรานะครับด้านคุณ...
ใช่ครับข้างในร้านเองนะครับ ก็มีการปรับใหม่อันนี้ตัวอย่างนะครับ T-shirt ใหม่ที่ออกมา 295 บาท เป็น one price เลยนะครับ เพิ่งออกสินค้าโดยเฉพาะ outlet อย่างเดียวนะครับ ไม่ใช่ของ clear แต่ถือว่าเป็นของใหม่นะครับที่เข้าตาม season หรือฤดูของผู้บริโภคเองครับก็เป็นภาพนะครับ ภาพรวมงั้น outlet เองนะครับ ถ้ามองว่าเรามีสามประเด็นที่ทำอยู่นะครับ product assortment ก็คือของผู้หญิงมากขึ้น ใส่เข้าไปนะครับ บวกกับสินค้าที่เหมาะกับเรียกว่า outlet exclusive ก็ได้นะครับเรื่องการปรับข้างในร้านเองครับ เรื่อง VM ป้าย lifestyle ให้มากขึ้นนะครับ เพื่อเวลาเดินเข้ามาแล้ว มันดูแบบหน้าเข้าไปเหมือนร้านเดิมของเรา แล้วก็การที่จะมี outlet exclusive ตอนนี้ OTB เรียกว่า open to buy เราใช้ประมาณ 10% ของงบแล้วเข้าไปใน outlet ก็ถือว่าเป็นงบสำหรับสร้างสินค้าสำหรับ outlet โดยเฉพาะ ปีนี้นะครับ หรือครึ่งปีหลังเราจะเพิ่มเป็น 20% ของ OTB แล้วครับ ก็เป็นต้อนรับได้ดีจากลูกค้าครับ เรื่องการขยายนะครับ ตอนนี้มี 566 สาขา ถ้ามองไปข้างหน้านะครับ เรามีการเปิดหรือปิด แต่ภาพรวมของเราแล้วมีโจทย์ว่าเราต้องเพิ่มประมาณอีก 10,000 square meter ภายใน 3 ปีนะครับ ปีนี้เราน่าจะทั้งปีน่าจะได้ประมาณ 2,000 ครึ่งปีแรกก็ได้ไป 1,000 square meter แล้วนะครับ on track ตาม long-term plan ของเราครับถ้าดูนะครับ เรื่อง CRM ที่ผมแจ้งแล้วนะครับ ตอนนี้ CRM ขึ้นเป็นถึง 60% ของยอดขายแล้ว ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว 40%เราได้ drive new member นะครับ จาก 1,450,000 คนนะครับ ภายในครึ่งปี แล้วขึ้นมา 26% นะ เกือบ 1,800,000 นะนะครับ ภายในสิ้นปีนี้น่าจะถึง 2 ล้านนะครับ เรา drive พวก member sale นะครับ เรื่อง ATV นะครับ เรื่องทุกอย่างที่เข้ามา โดยช่วยให้ CIM ช่วยเราเยอะพอสมควรในครึ่งปีแรกของปีนี้ครับ สุดท้ายแล้วนะครับ มันเรื่องออนไลน์ ที่ผมแจ้งแล้วนะครับ ใน TikTok เองนะครับ พวก double day ตั้งแต่ 9-9-10-10-11-11-12-2 เราเป็นเบอร์หนึ่งนะครับ on top เป็นหนึ่งแล้ว เราเป็นเบอร์หนึ่งของ category ของ fashion เดือน December ของ TikTok เอง แล้วก็ overall ก็แม้ก็เบอร์หนึ่งเหมือนกันนะครับ ถ้าของ Shopee เอง เราค่อนข้างจะเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนกันนะครับ การที่บริหาร การที่เซฟหรือว่าตอบสนองผู้บริโภคของตลาดของ Shopee เองนะครับ ถ้าภาพรวม ๆ นะครับ เราพยายามทำอะไรอยู่ตอนนี้ Max ที่การอยู่ตลาดมา 50 กว่าปีแล้วนะครับ เราก็มีผู้บริโภคที่ซื้อเราประมาณ 74% คือ Gen X กับ Gen Y นะครับ คำถามที่เห็นได้มาตลอดเรื่อง MCJ MCJ มีผลยังไง MCJ เราจะ target กลุ่ม Y กับ Z ครับ เพื่อ นะครับ เราจะเจาะกลุ่มโดยเฉพาะนะครับ เจน Y เป็นหลักนะครับ แล้วก็เริ่มแตะเรื่องเจน C ไปแบรนด์นี้นะครับ ถ้าเห็นภาพนะครับจะเห็นชัดเจนเลยว่าลุคของพวก MCJ จะเป็นลุคที่เป็นตลาดใหม่ที่เราเห็นภาพรวมนะครับ รอบโลกก็เป็นเทรนด์ที่เรียกว่า Sport Casual หรือว่าภาพสแลงคือ Airport Look นะครับ เหมือนไปสนามบิน จะไปบินแต่ยังไม่ได้บินนะครับ ก็แต่งตัวสบาย ๆ นะครับเหมาะสำหรับเสาร์อาทิตย์หรือว่า even วันธรรมดา ภาพใหญ่ของ MCJ จะเริ่มเห็นนะครับ เรามีเซตอัพแล้วนะครับ อันนี้เป็นคอนเซ็ปต์ให้ดูก่อนนะครับว่าข้างใน MCJ เอง ภาพโพสต์มันจะเริ่มเปลี่ยนนะครับ มันจะทำให้เราดูโมเดิร์นขึ้น เออเบินมากขึ้นนะครับ กระเป๋า launch ไปแล้วนะครับจะเห็นกระเป๋า 5 รุ่นของเราที่เป็นเรียกว่า Iconic Bag เริ่มน่าจะขายดีนะครับ แต่ว่าเรารวมกลุ่มจะเห็นภาพยิ่งใหญ่ขึ้นนะครับ อันนี้เราปล่อยไปก่อนนะครับ เพื่อเป็น teaser แต่มันจะเป็นอะไรที่ complement MAC Jeans นะครับ เพราะตอนนี้เองกระเป๋าเองที่ใน MAC Shop เองของเราจะเป็นพวก crossbody แต่อันนี้เป็นกระเป๋าผู้หญิงที่ใส่ไปทำงานได้ ไปเที่ยวได้ ใช้เสาร์อาทิตย์ได้ มันก็ complement core product ของเราคือ denim นะครับ กางเกงในเดี๋ยวจะมีการออกข่าวนะครับ ตอนนี้ให้ดูคอนเซ็ปต์ก่อนว่าเราเริ่มจะมีปรับปรุงทรงของ MCJ เรื่องกางเกงในเข้ามานะครับ ให้มีทรงที่เรียกว่าเป็น Gen Y นะครับ เช่น hip brief หรือ hip trunk นะครับ แทนที่จะเป็น brief หรือ trunk นะครับ เป็นสินค้าใหม่เรื่องกล่องนะครับ หรือว่าเข้าไปนะครับ แล้วราคาค่อนข้างจะเป๊ะกับ value for money นะครับ น้ำหอมเองเดี๋ยวจะเริ่มออกนะครับ ยังไม่ได้เห็น เรามีการปรับปรุงน้ำหอมเดิมของเราจะปรับใหม่หมดเลยนะครับ เป็น 4 variant นะครับ เราจะเริ่ม launch เดือนครึ่งปีหลังของบริษัทนะครับ หรือจะมีการประกาศทำ PR เรายังไม่ได้ครับ เดี๋ยวรอข่าวให้เรียบร้อยครับ วันนี้ภาพรวมนะครับจะเห็นว่าแบ็กเองนะครับมีกลยุทธ์ที่วางแผนแล้วนะครับว่าธุรกิจหลักของเราเรื่อง MAC Jeans ที่จับ X Y กับ Y Z จะทำอะไรมั่งครับ เพื่อให้เรามั่นคงต่อไปด้วยนะครับ ครับ งั้นก็เดี๋ยวมาโซโลตัวเรื่องของคำถามนะครับ ก็คำถามแรกเรื่องของ e-commerce นะครับ รายได้โตเกือบ 83% ในไตรมาส 2 นะครับ ก็อะไรเป็น top 2 e-commerce platform นะครับ แล้วเราจ่ายเรื่องของให้ platform เป็นแบบไหนนะครับ ก็อันนี้เองนะครับ ยอดขายสูงสุดก็ยังมาจากตัวของ TikTok contribution ใหญ่สุดนะครับ รองลงมาก็เป็นของ Shopee นะครับ ส่วนตัวเรื่องของพวกค่าจ่ายต่าง ๆ อันนี้ก็แล้วแต่แต่ละ platform นะครับ ขึ้นอยู่กับการเจรจากันนะครับ คำถามถัดมานะครับ ตัว AR บวกขึ้นมา 40% ใน 6 เดือนนะครับ ให้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นนะ ซึ่งอันนี้เองผมคิดว่ามันเป็นช่วงที่เป็น seasonal ของเราอยู่แล้วนะครับ ก็คือยอดขายไตรมาส 2 เราเนี่ยจะเป็นช่วงที่ยอดขายสูงสุดนะครับ ผมไปดูข้อมูลย้อนมานะครับ ตอนที่เป็นครึ่งปีแรกปีที่แล้วนะครับ ตัวของ AR ก็ยังสูงกว่านี้นะครับ ไปถึง 330 ล้านนะครับ เพราะฉะนั้นเองเนี่ย ตัวที่เราปิด first half ของปี 26 เนี่ยประมาณ 290 ล้าน ก็ถือว่าอยู่ในจุดที่เป็นตาม seasonal ของยอดขายนะครับ ไม่ได้มีอะไรผิดปกตินะครับ คำถามถัดมานะครับ Gross profit margin จะดีขึ้นในไตรมาส 3 สูงกว่า 62% ไหมนะครับ ก็น่าจะสูงขึ้นนะครับ ตอนนี้เองดูในเรื่องยอดนะครับ เดือนมกราคมกุมภาพันธ์นะครับ gross margin ก็กลับมาอยู่ในระดับสากลนะครับก็ประมาณ 64% นะครับ ข้อ 5 คำถามเหมือนขาด ๆไปนิดนึงนะครับ แบรนด์เสื้อผ้า รองเท้าจากจีนเข้ามาทำตลาด แล้วก็ขาดไปนะครับ ก็คงดูว่ามีกระทบอะไรกับเราไหมครับ ผมคิดว่คงตลาดเลยครับ เพราะว่า MAC Jeans ที่การมีตราสินค้าที่อยู่ไป Not Now พอสมควร มันเน้นเรื่องคุณภาพ เราเพิ่งเสร็จเรื่อง market research ไปนะครับ ว่าเป็น quantitative นะครับ ก็แปลว่าลูกค้า recognize ว่าสินค้าของ MAC Jeans มีคุณภาพ งั้นมันคนละตลาดครับ คนละ price point แล้วคนละ target group ครับ แล้วก็ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 จะเห็น gross margin ฟื้นไหม ระดับ gross margin ต่ำสุดที่บริษัทเราได้คือเท่าไหร่นะครับ ผมคิดว่าไตรมาส 3 ไตรมาส 4 คงกลับมาในระดับปกตินะครับ แถว 64% ก็ถ้าดูเรื่อง first half นะครับ ไม่ใช่ quarter 2 เดียว แล้วก็อยู่ที่ปกติประมาณ 64.5 แล้วก็เราวิ่งอยู่ประมาณนี้อยู่แล้วครับ คำถามถัดมานะ ถ้าเลิก ad promotion จะทำให้ยอดขายตกลงประมาณเท่าไหร่ แล้วก็สินค้าใหม่ premium line จะช่วยดัน MAC Jeans ได้เมื่อไหร่ครับ พวก promotion นะครับ ถ้าดูใน first half นะครับ มี promotion ขึ้นลงตลอด รักษาเฉลี่ยไว้ประมาณ 64.5 อยู่แล้ว มีช่วงหนึ่งที่เรามี promotion แรงนะครับ เป็นตอน peak season อันนั้นมีเป็นจุด เป็น point of sale อย่างเดียวครับ ก็ดูในเดือนนี้เองครับ เดือนปีใหม่ แล้วก็กลับมาที่เดิมเหมือนคุณเปี๊ยกเพิ่งบอกไป premium line นะครับ. margin ดีขึ้นอยู่แล้วครับ เพราะว่าเป็น premium ที่มันก็ชื่อ premium อยู่แล้ว งั้นสินค้าพวกนี้นะครับเป็นคนละกลุ่มนะครับ Category งั้น detail เรื่อง material เรื่องผ้า คุณภาพก็ดีขึ้น ราคาก็มันก็ตามที่เราตั้งไว้นะครับผม ตามตลาดด้วยกับคู่แข่งด้วยนะครับ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ value for money ตลอดนะครับ ที่มีคุณภาพดี ที่ราคาที่เรียกว่า affordable ให้ผู้บริโภคซื้อได้ครับ ก็ช่วยดันได้ครับ ก็เดี๋ยวดูว่า contribution มาเท่าไหร่ก็แล้วครับ ROI outlet กับ shop ต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์ outlet จะ cannibalize shop หรือไม่ แล้วก็สินค้าราคา value จะกด margin รวมหรือเปล่าครับ มันคนละ channel เลยครับ ต้องถือว่า outlet นะครับ เมื่อก่อนจะเรียกว่าเป็นของที่ clear นะครับ flow จากร้านธรรมดาของเรา มา clear ที่ outlet เพราะว่าเรามีสินค้าใหม่หรือว่าสีซันใหม่เข้ามา แต่การที่บริหารอย่างนั้นแล้วเราเปลี่ยนเลยนะครับ เราจะเริ่มมีสินค้าที่เรียกว่า seasonal เข้า outlet พร้อมกับสาขาเราเหมือนกัน มันคนละตลาดนะครับ outlet ปกติแล้วมันอยู่ที่ต่างจังหวัดนะครับ ถ้าพูดถึง ROI นะครับ พวก payback payback ดีกว่าใกล้เคียงเลยนะครับ ประมาณหนึ่งปีนิด ๆ เองครับ ก็ payback แล้วสำหรับ outlet กับ shop เองนะครับ cannibalization ไม่เกิดขึ้นครับ เพราะว่าเราแยกเรื่อง segmentation บวกกับราคากับสินค้านะครับ จะมี outlet exclusive นะครับ ก็แปลว่าขายที่ outlet อย่างเดียว ไม่ได้ขายที่ร้านนะครับ ถัดมานะครับ หลังจากใช้ AI แล้ว sale per store โตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าดูนะครับ ตอนนี้เรา roll out AI ไป 29 สาขาแล้ว แล้วก็ตอนสิ้นเดือนนี้น่าจะถึง 41 เราตั้งเป้าไว้ถึง 100 แต่การใช้ AI เป็นการที่ช่วยบริหารสาขามากกว่าครับ เรื่องการบริหารฝ่ายขาย เรื่อง SOP หรือ Standard Operating Procedure ที่เราวางไว้ การวัด interaction กับลูกค้า การ convert เป็นยอดขาย การ drive ATV พวกนี้สำคัญนะครับ เป็นการที่มี AI มาวัดนะครับ มันก็เป็นสิ่งที่เราได้วัด performance ต่อวันนะครับ ต่อชั่วโมง ต่อเดือนได้มากขึ้น เป็นทำให้ productivity หรือ efficiency การบริหารสาขาดีขึ้น ถ้าบอกว่ายอดขายที่เราลงพวก AI เรียกว่า top line ก็ได้นะครับ ยอดขายต่อ square meter ขึ้นเป็น double digit นะครับ ก็แปลว่าเร ผลปีหน้ามากกว่าครับ ก็คือปีนี้ที่ออกเนี่ยเหมือนออกมาออฟลน แล้วก็เดี๋ยวน่าจะมีสแกนเข้าไปใน FY หน้านะครับ ก็คือเริ่มประมาณเดือนเจ็ดปีนี้นะครับ ขณะที่ถัดมานะฮะ โอกาสในการเติบโตของปีนี้และปีหน้าเป็นอย่างไรบ้างครับ เรายังมองตลาดที่ positive ครับ เพราะว่าเรายังมีโอกาสเยอะพอสมควร ในออฟไลน์เองเรื่องกับปรับประสิทธิภาพการขาย ยอดขายต่อ square meter การปรับ outlet ให้เป็นสินค้าใหม่ให้ผู้บริโภคได้ ออนไลน์ยังโตอยู่นะครับ แล้วก็ CRM ก็ยังโตอยู่ เพราะฉะนั้นเรายังมองในแนวได้ดีของแม็กซ์เองนะครับ ถ้ามองนะครับ ในครึ่งปีแรกนะครับ เห็นตลาดพวกรีเทลติดลบไปหมดนะครับ ก็เห็นผลว่าแม็กซ์ได้โตประมาณ 11% หรือ 12% ยอดขายโตในออนไลน์ด้วยนะครับ จำนวนผู้สมัครสมาชิกแม็กคลับมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้างครับ แนวโน้มนะครับ 3 ปีเราวางไว้ต้องมี 3 ล้านกว่าคนนะครับ ตอนนี้มีเป้าปีนี้นะครับให้ 2 ล้าน เพิ่มขึ้นถึง 2 ล้าน เราเริ่มที่ร้าน 7 ตอนกรกฎาคม ตอนนี้เราอยู่เกือบร้าน 8 แล้วนะครับ ก็ on track ที่จะได้ 2 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ครับ กระเป๋า MCJ เบอร์ 1 ยอดขายเป็นอย่างไรบ้างครับ ยอดขาย offtake ดีนะครับ เริ่มเดือนแรกที่ออกมาเกิน double digit ไปแล้วนะครับ นึก offtake หรือ sell through ภายในเดือนแรกนะครับ มีเบอร์ 1 เบอร์ 2 เบอร์ 3 ครับ ขายดีหมดเลยนะครับ เบอร์ 4 5 กำลังจะมาครับ SC&A ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับตั้งด้อยสินค้าคงเหลือหรือเพราะสาเหตุอื่นนะครับ SC&A ตรงนี้จะมีเป็นพวกที่เกี่ยวกับค่า fee ที่เกี่ยวกับเรื่องของยอดออนไลน์นะครับ เพราะว่าสัดส่วนออนไลน์เราสูงขึ้นนะครับ ก็จะมีค่าจ่ายตรงนี้สูงตามขึ้นมานะครับ ค่าจ่ายอื่น ๆ เราถือว่าควบคุมได้ค่อนข้างดีนะครับ ขณะที่ถัดมา MAC Perform ยอดขายเป็นอย่างไรบ้างครับ อันนั้นดีนะครับ เราถึงจะ relaunch ออกมาจาก 2 variant เป็น 4 variant นะครับ ภายในเดือนที่ 5 นะครับ ใกล้ ๆ จะออกแล้ว แล้วก็ revamp ใหม่นะครับ เรมีการเปลี่ยนสูตรนะครับ ยิ่งดีขึ้นกว่าเดิมที่มีครับ แล้ว margin ของเราก็ดีครับ จำนวน outlet ปัจจุบันเท่าไหร่ครับ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็อยู่ประมาณสักร้อยสี่สิบนะครับ แล้วก็แนวโน้มเนี่ยคือ เราจะขยายอย่างที่คุณแมทิวบอกนะครับ ทั้ง enlarge พื้นที่เดิมนะครับ แล้วก็มีเปิดใหม่นะครับ ก็ยังอยู่ในแนวโน้มที่เรายังเปิดขยายต่อเนื่องนะครับ เดี๋ยวผมขอเสริมคำถามนี้นะครับ ก็ปีนี้นะครับเราเปิดจุดขายรวมนะครับทั้งหมดเปิดไป 10 นะครับ แล้วเราก็มีปิดไปประมาณ 5 นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะเห็นจากใน MD&A เนี่ย ตอนนี้เราจะบวกมาประมาณ 5 สาขานะครับ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่ตัว square meter เนี่ยเราเพิ่มขึ้นเพราะมีหลายจุดเราเป็นการ enlarge ขึ้นมานะครับ ช่วยอัปเดต same store sales growth นะครับ ก็ตัวไตรมาสนี้นะครับ October ลบ 2 November บวก 6 นะครับ December ลบประมาณ 15 นะครับ แล้วก็ภาพรวมไตรมาสนี้ลบ 7 นะครับ คำถามถัดมานะครับ ปัจจุบันรถโมบายเคลื่อนที่ของแม็กซ์ยังมีบริการอยู่ไหมครับ ก็มีอยู่นะครับ ตอนนี้เหลือจะ 6 หรือ 5 ครับ อีก 1 คันก็ซ่อมอยู่ แต่เพิ่งบอร์ดเพิ่งอนุมัติสร้างอีก 6 คันนะครับ ถัดมาครึ่งปีแรกกำไรลดลงทั้งปียังคงเป้าเติบโตไหมครับ หรือต้องปรับรายได้และกำไรลดลงไหมครับ เรา forecast อยู่นะครับ ยังโตอยู่จะอยู่ประมาณ 9% ครับ เมื่อครึ่งปีหลังที่เปรียบปีที่แล้ว ก็ on trend กับปีนี้ครึ่งปีแรกนะครับ ก็ยอดขายนั้นยังเติบโตอยู่นะครับ คำถามถัดมา บริษัทมีโอกาสทำ M&A หรือ M&P ในเร็ววันนี้หรือไม่ครับ เราเปิดโอกาสตลอดครับ ไม่มีการปิดว่า ถ้ามีโอกาสที่เข้ามาแล้วก็เหมาะสมตาม strategic intent ของบริษัทภายใน 3-year plan ของเรา เราก็ทำอยู่แล้วครับ ครับ คำถามถัดมานะปัจจุบันต้นทุนการผลิตเป็นอย่างไรบ้างครับ ตอนนี้เท่าเดิมครับกับปีที่แล้ว แต่สิ่งที่จะช่วยเราในปีนี้คือมี cost saving program เยอะพอสมควรนะครับ ตอนนี้เราก็เพิ่ง review ไปครึ่งปีแรก on track ทั้งปีนะครับ จะมี cost saving ที่โรงงานเองกับ MFC หรือ fulfillment center ของเราด้วยนะครับ gross margin ที่เราลงในไตรมาสนี้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 64% นะครับ อันนี้เราตอบไปแล้วนะครับ แล้วก็การแว่นใหม่หรือลดราคาช่วงเสื้อดำหรืออะไรเป็นหลักมีแผนกลับมาทำให้สูงกว่า 64% ตามแผนได้อย่างไรก็มีตอบไปเรียบร้อยนะครับ คำถามถัดมา ค่า commission ที่จ่ายให้กับ e-commerce platform ปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ในช่วง 3 ถึง 12 เดือนที่ผ่านมาต้องใส่ effort อะไรที่เป็นค่าจ่ายเข้าไปแทนไหมนะครับ ก็ทาง platform ก็มีการขึ้นพวกค่า fee พวกนี้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองแล้วก็การควบคุมการตลาดเรื่อง investment นะครับ ขณะที่ถัดมา ยอดขายผ่านร้านค้าปลีกตนเองมีแนวโน้มลดลงตามบริษัทมีแผนปรับปรุงยอดขายอย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่านี้คุณแมทิวก็ตอบไปค่อนข้างเยอะ อยู่นิ่งนะครับ แล้วก็ support พวกช่องทางนี้อยู่แล้วครับ เมื่อที่มันลดลงนะครับ อยู่นิ่ง ถ้าไม่นิ่งก็ประสิทธิภาพดีขึ้นครับ ถัดมานะครับ สัดส่วนรายได้ตามช่องทางการจัดจำหน่ายส่งของร้านค้าออนไลน์ในสิ้นปีนี้มีแนวโน้มไปแตะถึง 35% ของ total contribution ไหมครับ ตอนนี้ก็วิ่งนิ่งอยู่นะครับประมาณ 27 ถึง 29% ของยอดขายนะครับ ในปีนี้อาจจะไม่ถึง 35 แต่อนาคตเราไม่ทราบเพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเองเหมือนกันครับ แล้วก็เป้าระยะยาวสัดส่วนระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ครับ ถ้าดู retail ที่ตลาดอื่น ๆ นะครับออนไลน์นะครับ ปกติแล้วจะอยู่ประมาณ 30% ของ total ยอดขาย เมืองไทยเองที่ผู้บริโภคเป็น Gen C แล้วก็ใช้เยอะพอสมควรอาจจะเกิน 30% เป็นไปได้ครับที่เมืองไทยครับ ส่วน same storeผมอัปเดตไปแล้วนะครับ quarter to date คงเดี๋ยวต้องรอตอนผลประกอบการออกอีกทีหนึ่งนะครับ แนวโน้มยอดขายครึ่งปีหลังนะครับ เทียบครึ่งปีแรกเป็นอย่างไรบ้าง กับปัจจัยอะไรนะครับ Consistent ครับ ถ้าดูภาพรวมเราโต 12% นะครับ ในครึ่งปีหลังน่าจะใกล้เคียงกันนะครับ ที่เรามีวางแผน เพราะว่าเรามีสินค้าใหม่ออก บวกกับของ MCJ นะครับ ก็น่าจะได้ตามเป้าของเราครับ คำถามถัดมามีหลายคำถามนะครับ ยอดขายช่องทางออนไลน์เติบโตสูง น่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้ gross margin มากที่สุด แต่ทำไมภาพรวม gross margin ลดลง การหาช่องทางร้านค้าเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า แล้วทำให้ gross ลดลงหรือไม่ โดยปกติช่องทางไหน gross สูงสุดแล้วก็ return สูงสุดนะครับ ถ้าภาพตอนนี้นะครับ ก็คือตัวเรื่องของ performance ละกันนะครับ ภาพของออนไลน์เนี่ยยัง contribute margin ได้ดีกว่านะครับ ส่วนตัวออฟไลน์ก็มีเรื่องของแต่ละช่องทาง cost structure ไม่เหมือนกันนะครับ ซึ่งในตัวไตรมาส 2 ที่น้อยกว่าปกติก็คืออย่างที่มีแจ้งไปแล้ว เป็นเรื่อง promotion ต่าง ๆ นะครับ สาเหตุที่เวลาเก็บ นั้นมาจากการเปิดการร้านช์ครับ 2,000 สแควร์เมตร เป็นเป้าปีนี้ทำไปแล้วครึ่งหนึ่งครับ จากเป้า 3 ปี หมื่นหนึ่ง ตอนนี้ไปประมาณ 2,000 นะครับ ทุกสิ้นปีนี้ แล้วก็เป้าหมายสัดส่วนยอดขายออนไลน์ระยะกลางอยู่ที่เท่าไหร่ ก็อย่างที่คุณแมทิวเรียนไปว่า ตอนนี้ก็สักประมาณ 30% นะครับ Top 5 Category sales ในครึ่งปีแรก หลัก ๆ ก็เหมือนเดิมครับ จะเป็นพวกยีนส์ ทีเชิร์ต ฮู้ดดี้นะครับ แล้วก็ accessories ก็เป็นตัวหลักนะครับ กระเป๋า แล้วก็รายได้ top line โต 9.9 กำไรลดลงลบ 2.2 มีมุมมองอย่างไรต่อโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ แล้วก็ผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม ครับ ตอนนี้เราก็ดูอยู่นะครับ ผมยังยกทุกอย่างนะครับ ครึ่งปีหลังนี้เราอาจจะมีการลดเรื่อง discount นะครับ ใน offline เพราะว่าเราใช้ CRM ซึ่ง CRM มันตรงเป้ามากกว่า มันมีการที่กระทบให้เรา 2-3% นะครับ ดังนั้นอาจจะมีการจัดเรื่อง discount ใหม่นะครับ ไปทางช่องทางที่ตรงประเด็นมากกว่าที่จะยิงภาพใหญ่ครับ มันจะเป็นการประหยัด แล้วก็ตรงประเด็นที่ได้ยอดขายกลับมาครับ ก็การใช้ CRM มากขึ้นครับ ออนไลน์ ครับ ผลกระทบการปิดชายแดนกัมพูชาส่งผลกระทบกับแม็กซ์หรือไม่ครับ มี 39 สาขาครับที่ปิดตอนชายแดน ยอดขายประมาณ 14 ล้านบาทที่กระทบยอดขายภาพรวมของเรานะครับ ทัดไปสองข้อเรื่องรายได้ sales soft อัปเดตไปแล้วนะครับ ส่วนถัดลงมาสอบถามเรื่อง gross margin ที่ลดลง อันนี้อธิบายไปแล้วนะครับ Gross drop เพราะอะไรสาขาไหม อันนี้ไม่ได้เกี่ยวนะครับ กระแสตอบรับและยอดขาย exclusive product ใน company website เป็นอย่างไรบ้างครับ Exclusive product ค่อนข้างจะดีครับ ตามช่องทาง เช่นของพวก outlet เองนะครับ T-shirt ที่เราเพิ่งออกไป ได้ sell through หรือ offtake 40% ภายใน 1 เดือนนะครับ ปกติแล้วจะมี sell through ประมาณ 65% ภายใน 4 เดือนนะครับ ก็ exclusive product เป็นแนวทางที่จะตรงประเด็นกับทุกช่องทางที่เราขายครับ จะเป็น company website outlet สินค้า หรือออนไลน์ครับ เราจะเริ่มแบ่งงบประมาณการ develop สินค้าจะเป็น exclusive product ของต่างช่องทางครับ ตัว exclusive ก็แต่ละตัวที่เราเลือกมา อย่างที่ไปช่องทาง Maxxot ก็เลือกมาก็ได้ผลค่อนข้างดีนะครับ แล้วก็ position เริ่มชิฟมาออนไลน์ มอ online contribution นี่ก็ต่อไปแล้วนะครับประมาณ 30% ผลกระทบน้ำท่วมเป็นอย่างไรบ้าง ก็มีเล็กน้อย อยู่ในกลุ่มนั้นครับ ไม่ได้เยอะเท่ากับการปิดด่านครับ มองว่าเทคส์ไทอุตสาหกรรมยังมี S-curve อยู่บ้างหรือเปล่าครับ มีครับ ก็มีการที่ category ใหม่เปิดเกิดขึ้นนะครับ เออกีนวัตกรรมใหม่เรื่องผ้า หรือว่าสินค้าที่จะ develop ให้ผู้บริโภคใช้นะครับ คำถามที่เหลือก็มีตอบไปแล้วนะครับ เกี่ยวเรื่องของรายได้นะครับ ก็วันนี้น่าจะครบถ้วนเรียบร้อยนะครับ ก็วันนี้ก็ขอบคุณมากนะครับ แล้วเดี๋ยวเราเจอกันถัดไปอีกครั้งถัดไปนะครับ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ
Already premium?