Thai Union Group Public Company Limited

Thai Union Group Public Company Limited

12.90
THB
+0.30
(+2.38%)
1.48EPS
9.73P/E
45.10BMarket Cap
Nov 02Next Earn

Q2 FY2026 · Earnings Call TranscriptAugust 4, 2026

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม Earnings Call ของบริษัทไทยยูเนียนกรุ๊ปจำกัดมหาชนนะครับ สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ครับ โดยในวันนี้นะครับ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารนะครับ คุณพินยาดา แสงสักดาหาร ครับ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ครับ คุณวรัญญา ลีจาตุรงค์นะครับ รองผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ครับ และผมนิรชัย ทองพูนนะครับ จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์นะครับ ค่ะ ทุกท่านพอรางกัน ขอเริ่มตัว Presentation เลยนะคะ ค่ะ ก็มาถึงไตรมาสที่ 2 ของเรานะคะ จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งนะคะ โดยอันแรก เรามียอดขายนะคะที่เติบโตนะคะ อันนี้เป็นคีย์สำคัญในไฮไลต์ของไตรมาสที่ 2 ของปีนี้นะคะ อันแรกนะคะ รายได้ของเรานะคะเติบโตอยู่ที่ 1.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนะคะ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะเป็นการเติบโตนะคะ จาก organic growth ก็คือเป็นการเติบโตตามการดำเนินงานปกติของบริษัทนะคะอยู่ที่ 1.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว หลัก ๆ นะคะ ก็จะมาจากการเติบโตในทุก ๆ key category อีกทั้งยังมีผลจากการแปลงค่าของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงนะคะเหลือราว ๆ 0.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนเท่านั้นค่ะ หากมาดูขวามือนะคะถัดมาก็จะเป็นในเรื่องของ volume นะคะหรือปริมาณการขายของเราเนี่ยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 10 ไตรมาสติดต่อกันนะคะ หลัก ๆ ก็จะมาจากตัว demand ที่เติบโตดีในทุก ๆ key category นะคะ ยกเว้นตัว frozen เนื่องมาจากธุรกิจฟรีดที่ลดลงเป็นหลักนะคะ ในขณะที่ถัดมาด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นตัว gross profit margin จะเห็นได้ว่าในไตรมาสที่ 2 นี้นะคะ ทำอยู่ที่ออทไฮนะคะ อยู่ที่ 21.4% ซึ่งในระดับนี้ก็ถือได้ว่าสูงกว่ปี 2026 ที่เป็นตัว target guide หรังนะคะ แล้วก็สูงกว่าปี 2030 ที่เป็น target guide หรังที่เราตั้งเป้าจะมีตัว gross profit margin อยู่ที่ 21-23% นั่นเองนะคะ หลัก ๆ ตัว gross profit margin ก็เติบโตในทุก ๆ category ยกตัวอย่างเช่นใน ambient นะคะ ก็จะมาจากปัจจัยด้าน demand นะคะ ที่มีการหนุนตัว margin ที่เติบโตดีขึ้นนะคะ อีกทั้งราคาปลาทูน่าเฉลี่ยเนี่ยก็ยังมีต้นทุนในระดับต่ำที่เราสามารถ manage ได้นะคะ อันที่สองมาจากธุรกิจ frozen นะคะ จากการที่ gross profit ปรับตัวดีขึ้นนะคะ หลัก ๆ ก็จะมาจากปัจจัยด้านราคากุ้งนะคะที่ปรับลดลงมาอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้นั่นเอง และสุดท้ายนะคะ ตัว pet care นะคะที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนนะคะจาก proportion ของตัว premium mix นะคะ ที่ในไตรมาสที่ 2 นี้ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วนะคะ อยู่ที่ราว ๆ 52.4% นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นในส่วนของ EPS นะคะ ก็ได้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 0. 35% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนั่นเองค่ะ นอกจากนี้แล้วนะคะ ด้วยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ในไตรมาสนี้นะคะ ของครึ่งปีแรกเรามีการจ่ายปันผลอยู่ที่ 0.4 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งก็ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่ในปี 2022 นะคะที่เราร่วมการปรานกเลกเดียวกันนี้นะคะ หรือว่าเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านะคะ ในครึ่งปีแรกของปีที่แล้วเนี่ย ก็ถือได้ว่าการจ่ายปันผลในครั้งนี้นะคะสูงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ราว ๆ 14.3% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านั่นเอง และตัวสุดท้ายนะคะ ที่ไฮไลต์ที่สำคัญก็คือตัว net debt to equity นะคะที่ปรับลดลงมามาอยู่ที่ระดับ 1.15 เท่านั่นเองค่ะ สไลด์ถัดมานะคะ ด้วยผลการดำเนินงานที่ดีนะคะส่งผลทำให้ในครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้นะคะเรามีการจ่ายปันผลอยู่ที่ 0.4 บาทต่อหุ้นนะคะ ซึ่งก็ถือได้ว่าจ่ายสูงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน อีกทั้งยังมีตัว dividend yield ค่ะที่น่าสนใจอยู่ที่ราว ๆ 3.4% นั่นเอง โดยใน dividend นะคะจะมีการ payment date นะคะ หรือว่าการจ่าย dividend อยู่ที่วันที่ 28 สิงหาคมในปีนี้นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะเป็นปัจจัยนะคะที่ช่วยปัจจัยบวกนะคะที่ช่วยส่งผลทำให้การดำเนินธุรกิจในไตรมาสที่ 2 นี้นะคะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยอันแรกนะคะ ก็จะเป็นราคา raw material นะคะ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าการบริหารต้นทุนของเราเนี่ยยังคงมีประสิทธิภาพนะคะ แม้ว่าราคาปลาทูน่าเนี่ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้นะคะอยู่ที่ราว ๆ 2,000 ในเดือนมีนา แต่ว่ายังไงก็ดี ราคาปลาทูน่าในปัจจุบันก็ได้ปรับลดลงมาแล้วนะคะ โดยในเดือนมิถุนายนนะคะ ราคาปลาทูน่าจะอยู่ที่ราว ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 1,700 USD ต่อตันนั่นเองค่ะ ในส่วนนี้ก็จะเป็นส่วนช่วยในการ support gross profit margin นั่นเอง ปัจจัยที่สองนะคะ มาจากตัว FX นะคะ หรือว่าการที่ค่าเงินบาทเนี่ยอ่อนค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ USD นะคะ ล่าสุดก็ได้มีการอ่อนค่านะคะ ราว ๆ วันนี้นะคะอยู่ที่ราว ๆ 33.

4 บาทต่อ USD นะคะ ซึ่งในส่วนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นปัจจัยบวกกับธุรกิจส่งออกของเรานั่นเอง ปัจจัยที่สามนะคะ เทรนด์การบริโภคซาดีนและแมคเรลจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมานี้เทรนด์นี้นะคะค่อนข้างมาแรงเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นตัวทูน่าที่มีโปรตีนสูงนะคะ หรือว่าจะเป็นการบริโภคโปรตีนด้วยความคุ้มค้านะคะจะเห็นได้ว่าเทรนด์นี้ค่อนข้างกำลังมาในช่วงนี้นะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับของไทยยูเนียนเนี่ยจะเห็นได้ว่าทั้งซาดีนและแมคเรลของเราเนี่ยก็ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องนะคะ โดยจะเห็นได้ว่าในปี 2022 เนี่ยตัวซาดีนและแมคเรลเนี่ยก็มีเปอร์เซ็นต์ proportion นะคะจาก 16% true total ambient sales นะคะมาอยู่ที่ราว ๆ 22% นั่นเองค่ะ ปัจจัยถัดมานะคะจะเป็นในเรื่องของ tariff refund นะคะ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในเดือนมิถุนานะคะเราได้ตัว tariff กลับคืนมาแล้ว แต่ว่าต้องเรียนก่อนว่า proportion ส่วนใหญ่เนี่ยก็จะมีการส่งคืนกลับไปให้กับลูกค้านะคะ ผ่านข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ นั่นเอง นอกจากปัจจัยที่กล่าวไปแล้วนะคะก็ยังมีปัจจัยอีกสองด้านที่จะเป็นในเรื่องของ upside ให้ธุรกิจของเราได้เติบโตนะคะ อันแรกก็จะเป็นในเรื่องของ UK duty suspension นะคะที่มีการให้ส่วนลดทางภาษีนะคะสำหรับสินค้าทูน่านำเข้า จากเดิมที่เราได้อยู่ที่ 24% มาอยู่ในระดับ 0% นั่นเอง ซึ่ง เป็นการเพิ่มยอดขายแล้วก็ทำผลกำไรด้วย อีกทั้งนอกจากตัวมาร์เก็ตติงนะคะ เรายังมีการทำอินโนเวชันนะคะ ให้กับสินค้าของธุรกิจแบรนด์ภายใต้จอนเวสนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นการทำเกี่ยวกับตัวแพ็กเกจจิ้งที่สามารถรีไซเคิลได้ง่ายนะคะ ในส่วนนี้เราก็เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วย แล้วก็เพื่อให้บรรลุต่อตัวสตราเทจี Sea Change 2030 ที่เราได้ตั้งเป้าไว้นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะมาสู่ตัวผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 นะคะ เดี๋ยวจะขอเริ่มที่อันแรกนะคะ ตัวยอดขายของเรา ที่ได้กล่าวไปแล้วนะคะว่าเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว หลัก ๆ เนี่ยมาจาก organic growth ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งนะคะยังมีตัว volume ที่มา support ในการเติบโตของรายได้อีกด้วย ถัดมาตัว gross profit margin นะคะ อยู่ที่ 7,200 ขอโทษค่ะ ตัวกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,238 ล้านบาทนะคะ หรือว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 4.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ซึ่งหลัก ๆ เนี่ยก็ได้รับปัจจัยสนับสนุนนะคะ ทำให้ในเรื่องของราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนนั่นเอง จึงทำให้ตัว gross profit margin ในไตรมาส 1 เนี่ย สามารถได้อยู่ที่ 21.4% นั่นเองค่ะ ถัดมานะคะจะเป็นในเรื่องของ operating profit นะคะ เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนะคะ มาอยู่ที่ 2,150 ล้านบาทนะคะ โดยหลัก ๆ เนี่ยก็ได้รับปัจจัยหนุนจากตัว gross profit margin ที่แข็งแกร่งขึ้นนะคะ แม้ว่าตัว SG&A เนี่ยจะเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากค่า freight cost นะคะ ซึ่งค่า freight เนี่ยมันก็จะ relate ไปตามปริมาณการขายของเราที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ อีกทั้งนะคะ ในไตรมาสนี้ก็ถือได้ว่าเราได้รับผลกระทบจาก US tariff impact นะคะเต็มไตรมาส เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เราจะได้ผลกระทบอยู่ไม่เต็มไตรมาสนั่นเองค่ะ และสุดท้ายนะคะ ตัว net profit จะอยู่ที่ 1,264 ล้านบาทนะคะ ซึ่งก็ถือได้ว่า flat เล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถัดมาดูในสไลด์ถัดมานะคะ จะเห็นได้ว่าเป็นรายละเอียดของกำไรสุทธินะคะ จะเห็นได้ว่านอกจากตัวกำไรสุทธิที่ค่อนข้าง flat เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ key highlight ที่สำคัญนะคะจะอยู่ที่ EPS ของเรานะคะที่มีการเติบโตนะคะอยู่ที่ 3.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนนั่นเอง ถัดมานะคะจะเห็นได้ว่าตัว operating profit จากหน้านี้จะเห็นได้ว่าตัวที่ drive ตัว net profit นะคะ ก็คือ operating profit ของเรานะคะที่เพิ่มขึ้น 241 ล้านบาทนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรายได้อื่น ๆ นะคะ แล้วก็ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงด้วยค่ะ สำหรับถัดไปเดี๋ยวขอส่งต่อให้คุณนิรชัย breakdown ธุรกิจ by category นั่นเองค่ะ ครับ ขอบคุณครับ ต่อมาก็จะเป็นภาพรวมผลประกอบการแยกรายธุรกิจนะครับ ก็คืออันนี้เราจะ breakdown ให้ดูนะครับ โดยเรียงตามขนาดของ sales contribution นะครับ จากใหญ่ที่อยู่ทางด้านซ้าย จากซ้ายไปขวานะครับ ก็จะสังเกตเห็นว่ายอดเซลล์อะครับเติบโตขึ้นทุก category นะครับ ยกเว้นตัว frozen ที่ดู flat ครับ แล้วก็ถ้าหากเรามาดูในมุมของ gross profit margin นะครับ ก็จะเห็นว่าทุก segment นะครับสามารถเติบโตได้ยกเว้นตัว value added ครับ โดยทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ตัว strategy 2030 ครับเราอยากจะมีตัว sales contribution จากธุรกิจที่ high margin ได้แก่ธุรกิจ pet care และ value added ครับ รวมกันให้ได้ถึง 25-30% of total sales แต่ว่าปัจจุบันนะครับก็ถือว่า on track ครับแล้วก็มาอยู่ที่ระดับ 20. 7% แล้ว ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ ต่อมาจะขอเริ่มที่ตัวธุรกิจ ambient นะครับ ธุรกิจ ambient นะครับไตรมาสนี้มียอดขายอยู่ที่ 16,853 ล้านบาทนะครับเพิ่มขึ้น 1.5% year on year นะครับหลัก ๆ เป็นผลมาจากตัว volume ที่เพิ่มสูงขึ้นครับ รวมถึงการปรับราคาขายครับ ของฝั่งลูกค้า OEM ครับ ตัว volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ 4.4% นะครับ หลัก ๆ เป็นผลมาจากตัวลูกค้า OEM demand ที่สูงขึ้นนะครับ ทั้งในธุรกิจอาหาร ปลาทูนากระป๋อง และรวมถึงตัวปลาแซลมอนกระป๋องครับ อีกครั้งนะครับ ไตรมาส 2 ยังเป็นช่วงที่ตลาดฝั่งยุโรปเป็นช่วงที่เขาทำโปรโมชั่นกันเยอะ ก็จะช่วย boost ตัว volume นี้ด้วยครับ ส่วนอันสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของตัว trend mega trend ครับ ของตัวปลาซาดีนและปลาแมกเคอเรลครับที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น แล้วตัวผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ครับก็มีโปรตีนที่สูง แล้วก็มีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็มี shelf life ที่นานครับก็ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดี ๆ ครับ ถ้ามาดูในมุมของ gross profit margin นะครับ ไตรมาสนี้นะครับเพิ่มขึ้น 1.8% year on year นะครับ มาอยู่ที่ระดับ 23.8% ถือว่าเป็น record high ของตัว gross profit margin ของธุรกิจ ambient ครับ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากเรื่องหนึ่งก็คือ เรามีการปรับราคาขายที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ รวมถึงตัวต้นทุนของปลาทูน่าในคังวัตถุดิบของเราอะครับ มีต้นทุนที่ต่ำ ก็จะช่วยเรื่องของ gross profit margin ตรงนี้ รวมถึงเรื่องของ volume ที่กล่าวไปเมื่อสักครู่อะครับว่า พอเรามี volume เข้ามาเยอะขึ้น เราต้องผลิตมากขึ้น ไอ้ตัว fixed cost ครับก็จะกระจายไปกับสินค้าจำนวนมากขึ้นเนาะ แล้วก็จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ก็จะช่วย support ของ gross profit margin ของตัวธุรกิจ ambient ด้วยครับ ธุรกิจที่สองนะครับ frozen นะครับ ไตรมาสนี้มียอดขายที่ค่อนข้าง flat นะครับ เมื่อเทียบ year on year นะครับ โดยมีสาเหตุหลักมาจากหนึ่งก็คือเรื่องของไตรมาสนี้ครับ มันมีตัว impact ของ US tariffที่เราต้องปรับราคาขายเต็มไตรมาส แต่ว่าถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วครับ เราจะทำเรื่องนี้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องที่สองก็คือตัวยอดขายของธุรกิจกุ้งนะครับยังสามารถเติบโตได้ดีจากการปรับราคาขายดังกล่าว แต่ที่ไตรมาสนี้ตัวภาพรวมของ frozen ยอดขายค่อนข้างจะ flat ครับ เพราะว่ามีตัว demand ที่หดตัวลงของธุรกิจอาหาร ทะเลอื่น ๆ รวมถึงธุรกิจปลาแซลมอนครับ ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องของตัว Middle East ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นครับ ถ้ามาดูในภาพของ volume ของธุรกิจ frozen นะครับ ไตรมาสนี้ลดลง 5.4% year on year นะครับ หลัก ๆ มาจากการลดลงของในตลาด US รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์ครับ ก็คือธุรกิจอาหารสัตว์มี demand ที่ลดลงในสินค้าประเภทอาหารปลาครับ ในมุมของ gross profit margin ของ frozen ไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.

5% นะครับ ปรับตัวดีขึ้น หลัก ๆ เป็นผลมาจากตัวราคากุ้งที่ก่อนหน้านี้มีการลดลงไปตามที่คุณวรัญยาได้กล่าวไปข้างต้นครับ ต่อมาจะเป็นธุรกิจที่สามนะครับ ธุรกิจ pet care ครับ ไตรมาสนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% year on year นะครับ หลัก ๆ เป็นผลมาจากตัว volume ที่เพิ่มสูงขึ้น 3.4% year on year ครับ ตัว volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ ก็เกิดจากตัว demand ที่ดีขึ้นของทั้งตลาด US และตลาดยุ ขายเพิ่มขึ้น 5.8% year on year นะครับ หลัก ๆ เป็นผลมาจากตัว volume ที่เพิ่มสูงขึ้น 7.4% year on year นะครับ ก็ volume ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ หลัก ๆ เป็นผลมาจากตัวธุรกิจ packaging นะครับ ที่มีการเติบโตได้เป็นอย่างดีนะครับ เพื่อสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ ambient ครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นตัว demand ที่ดีขึ้นของธุรกิจ value added รวมถึงธุรกิจ by product ด้วยครับ แต่ถ้ามาดูในมุมของ gross profit margin นะครับ จะเห็นว่า Gross Profit Margin อยู่ที่ 19.8% ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังก็ แน่นอนแหละว่าครึ่งปีหลังใน Q3 กับ Q4 เราไม่ได้มองว่าตัว Gross Profit Margin จะสูงอยู่ในระดับเทียบเท่ากับ Quarter ที่ 2 นะคะ เหตุผลมันก็มีมาจากตัว Q2 เราได้รับผล Benefit ที่ค่อนข้างดี จากการที่ต้นทุนเฉลี่ยราคาปลาในสต็อกของเราดีมาก ต้องขอบคุณทางทีม Fish Procurement Team ซึ่งตอนนี้เองเหมือนที่ทางทีมได้เรียนไปนะคะ ว่าตอนนี้เฉลี่ยราคาปลามันอยู่ที่ราว ๆ 1,760 เหรียญต่อ Q2 ปัจจุบันเองเราเริ่มเห็น Trend ของราคาปลาที่มันเริ่มเพิ่มมากขึ้นในช่วงของเดือนกรกฎาคม มันก็มีบางส่วนที่มันมาจากสาเหตุของการที่ทางฝั่ง Geopolitical Tension มันเริ่มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้ตัวราคาของตัวน้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการที่ให้ตัวเรือออกไปจับ มันเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งอันนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้น ปัจจัยถัดมาอาจจะเป็นในเรื่องของตัว El Niño ซึ่งเป็นเรื่องของตัว Super El Niño ที่เขาคาดกันว่าอาจจะเกิดขึ้นภายใน Quarter ที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งตัว El Niño เอง ถามว่า Sentiment ของมันเป็นอย่างไร คือปกติแล้ว เวลาที่ปลาอยู่ในน้ำ ก็จะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ทีนี้พอ El Niño เกิดขึ้น จะทำให้อุณหภูมิของน้ำมันร้อนขึ้น ซึ่งปลาก็จะว่ายลงไปต่ำลง ยิ่งว่ายลงไปลึกขึ้น ทำให้อัตราการจับมันลดลง ทำให้ราคาปลาสูงขึ้น ทีนี้ในรอบนี้ จากการศึกษาของทางบริษัทเองก็มองว่าปลามันจะว่ายน้ำมาจากฝั่ง East ตะวันออก มายังที่ฝั่งตะวันตก ก็คือฝั่งของกลุ่มที่เอื้อกต่อทางการจับของประเทศไทยค่ะ มาอยู่ที่ทางฝั่งตรงกลาง Central Pacific รวมไปถึง Pacific ตะวันตก ซึ่งมันก็จะเอื้อการที่ทำให้เรือจากทางฝั่งเอเชียออกไปจับได้ มันก็จะช่วยทำให้ตัวราคาปลาตรงนี้ค่ะ ในปลายปีมันจะค่อนข้างตกลงกว่าช่วงปัจจุบัน ซึ่งเราก็จะค่อย ๆ ถัวเฉลี่ยต้นทุนตรงไป ก็เชื่อว่าจะมีผลดีต่อทาง Gross Profit Margin ในช่วงหลัง แต่ไม่ได้มากเท่า Q2 อีกปัจจัยหนึ่งนี้ค่ะ คือต้องบอกว่าในมุมของตัวราคากุ้ง ราคากุ้งใน Q2 ถือเป็นจุดที่เราคาดว่าจะต่ำที่สุดในปีแล้ว อยู่ที่ 128 บาทต่อกิโล สาเหตุที่ต่ำขนาดนี้เป็นเพราะว่ามันเป็นช่วงของ seasonal ในการเก็บเกี่ยวตัวกุ้ง เพราะว่า Q1 เป็นการเลี้ยงลูกกุ้ง Q2 ก็เป็นการเก็บเกี่ยวใหญ่ ดังนั้น Q3 ก็จะต้องเริ่มทำการเลี้ยงลูกกุ้งใหม่แล้ว ราคามันก็จะค่อย ๆ ขึ้น นี่ก็จะเป็นตัวปัจจัยหลักที่เกี่ยวกับทางด้านต้นทุนค่ะ อันดับถัดมา ในเรื่องของตัวแผนรับมือกับตัว Freight เป็นอย่างไรบ้าง ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วใน Quarter ที่ 2 นี้ เราก็มี SG&A ของเราที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจาก Freight เป็นหลัก ที่เปอร์เซ็นต์ to sale มันเพิ่มขึ้น สูงกว่าตัว element อื่น ๆ ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลัง เราก็ว่าตัว Freight ก็ยังอยู่ในระดับที่เราบริหารจัดการได้ มันไม่ได้กดดันตัว SG&A มากนัก เพราะว่าตัว SG&A to sale เราก็ยังมองอยู่ในระดับที่ 14. 5-14.5 อาจจะไปที่ระดับที่สูงอยู่ที่ทางปลาย ๆ เพราะว่าตัว Freight เพิ่มขึ้น ตัว marketing ก็ต้องเพิ่มขึ้น เพราะว่าเรามีการใช้จ่าย แต่ว่าพอ weight ออกมาในเป็น percent to sale อาจจะไม่ได้ขึ้นตามกับทางยอดขายค่ะ เห็นมีคำถามนะคะที่ถามเข้ามาเกี่ยวกับการขอคืนภาษีจากทางฝั่ง U.S.

ว่ามีผลกระทบต่อตัว performance อย่างไร รวมไปถึง Quarter ที่ 3 จะมีผลในส่วนนี้อีกบ้างหรือไม่ คือเรียนว่าใน Q2 เรามีการขอคืนเงินกลับมาจริง ๆ แล้วก็เงินนี้ก็เข้ามา แต่ว่าส่วนใหญ่แล้ว เราก็จะคืนเงินเหล่านี้กลับไปให้กับลูกค้า ดังนั้นยอดที่มันอยู่ในที่ TU level มันอาจจะไม่ได้ใหญ่มากนัก ดังนั้นเราจึงไม่ได้แยกระหว่างตัว performance แบบปกติกับตัว performance ที่รวมผลของตัว U.S. tariff ซึ่งในตัว Quarter ที่ 3 เราคิดว่าไม่ได้มีผลตัว significant แล้ว เพราะว่าส่วนใหญ่เราได้คืนมาใน Quarter ที่ 2 แต่อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่าใน Quarter ที่ 2 นี้ เรามี performance จากการทางด้าน operation เป็นหลัก ปลาในสต็อกถูก เหมือนที่ทางทีมได้กล่าวไป รวมไปถึงราคากุ้งก็ถูกลง ทำให้ตัว margin ดีขึ้น อีกอย่างหนึ่ง พวกตัว conversion cost รวมไปถึง yield ต่าง ๆ ก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงนี้เอง จากการที่เราทำ transformation project ในช่วงที่ผ่านมา เราก็เริ่มทำการใช้ตัวเครื่องจักรที่มีความ automation มากยิ่งขึ้น พอ automation มันเกิด มันก็จะทำให้พวก direct cost, labor cost มันก็จะลดลง ประกอบกับว่าของเสียที่เกิดจากการใช้แรงงานคนมันก็น้อยลงไปอีก ดังนั้นมันจะทำให้เกิดตัว yield เพิ่มขึ้น มันก็จะ support ตัว gross profit margin โดยเริ่มตั้งแต่ใน quarter ที่ 2 นี้ค่ะ โอเค มีอีกท่านหนึ่งถามมาในมุมของ free cash flow ว่าในครึ่งแรกทำได้ถึง 3,700 ล้าน แล้วก็ตัว net debt to EBITDA จะกลับสู่กรอบเป้าหมายได้เมื่อไร คือก่อนหน้านี้ ตัว net debt to EBITDA กับ net debt to equity ที่มันเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากตัว share buyback ส่วนหนึ่งมาจากตัว share buyback ทีนี้นะต้นปี เราก็มีการให้ guideline ว่าในปี 2026 นี้ เราจะพยายามทำให้ตัว ratio ทั้งสองกลับเข้าสู่กรอบที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งตัว net debt to equity เริ่มออก มันก็เริ่มลดลงมาเรื่อย ๆ ตามแผนที่เราได้ตั้งไว้ ซึ่งในปลายปี เราก็มองว่าตัวนี้เองก็จะเข้าสู่ระดับที่ 1.

1 เท่า ตามที่เคยบอกไว้ ส่วนตัว net debt to EBITDA ตัวนี้เองมันก็ยังค่อนข้างจะห่างจาก gap ของตัว target range ตอนนี้อยู่ที่ 4.9 เท่า ซึ่งในปลายปีเอง เราก็จะมีการบริหารจัดการให้มันคงอยู่ที่สักราว ๆ 4.4 เท่า 4.4-4.5 เท่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ reach ตัวนี้ ซึ่งทุกอย่างก็ on plan นะคะ ไม่มีความน่ากังวลที่จุดนี้ค่ะ ถัดมาในเรื่องของภาษีของสหรัฐ ที่ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 12.5% จะกระทบต่อผลการดำเนินงานของ TU อย่างไรบ้าง แล้วเรามีแผนการรับมืออย่างไร จริง ๆ แล้ว ซึ่งทุกอย่างก็ on plan นะคะ ไม่มีความน่ากังวลที่จุดนี้ค่ะ ถัดมานะคะ ในเรื่องของภาษีของสหรัฐนะคะ ที่ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 12. 5% จะกระทบต่อผลการดำเนินงานของ TU อย่างไรบ้าง แล้วเรามีแผนการรับมืออย่างไร จริง ๆ แล้วอะค่ะ เราก็วางแผนในการรับมือเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ มาตั้งแต่ตอนที่เรา ต้องขอย้อนกลับไปในช่วงแรก ๆ เลยอะค่ะ ตั้งแต่ที่มีประกาศว่าจะเป็นเรตที่ 36%, 30% จนมาอยู่ที่ 19% นะคะ บริษัทก็มีการบริหารจัดการนะคะ ว่าเราสามารถยก SKU บางตัวมาผลิตที่ไทยได้หรือเปล่า อะไรอย่างนี้นะคะ ทีนี้ในปัจจุบันเองอะค่ะ เรตเนี่ยขึ้นจากตัว 10% มาอยู่ที่ 12% ถามว่าของเราเองก็ยังเป็นเรตที่สูงกว่าในประเทศแถบเอเชีย ก็คือประเทศอินโดนีเซียนะคะ แล้วก็มีตัวของเอกวาดอร์อีกตัวหนึ่งนะคะ ที่เป็นคู่แข่งของการทำทูนากระป๋องนะคะ แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ตัวนี้เองบริษัทก็มีการวางแผนนะคะ ตั้งตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว แม้ว่าตัว 12% นี้ค่ะ อาจจะทำให้เราดูเหมือนเป็นเรตที่มากกว่า แต่เราคิดว่าความสามารถในการแข่งขันของบริษัทอะค่ะ ประกอบกับการที่ประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศที่ทำการส่งออกไปยังสหรัฐนะคะ ค่อนข้างมากนะคะ ในมุมของตัวทูนากระป๋อง ในตัวนี้เองบริษัทก็เชื่อว่าเราจะมีแผนในการรับมือได้เป็นอย่างดีนะคะ ขออนุญาตดูคำถามนิดนึงนะคะ มีคำถามส่งเข้ามาเยอะมาก ค่ะ ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่เป็นเชิงตัวบิสเนสนะคะ ก็มีคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องของตัวเทรนของปลาทูนาว่าเป็นอย่างไรบ้างนะคะ โดยปกติแล้วเนี่ย เทรนของปลาทูนาเนี่ยค่ะ ก็คือในช่วงครึ่ง ในช่วง Q1 เนี่ย ก็ถือว่าเป็น low season ของการจับปลานะคะ แล้วค่อย ๆ ขึ้นไปสูงใน Q2, Q3 นะคะ ซึ่งลักษณะแล้วเนี่ยมันจะคล้าย ๆ bell curve Q1 ต่ำ 2, 3 ขึ้นสูง แล้วก็ลงมาต่ำใหม่อีกทีใน quarter ที่ 4 นะคะ มันก็จะมีสาเหตุมาจากการในช่วงของ อย่าง Q2 เนี่ยค่ะ รอบปีนี้เนี่ย มันก็ จริง ๆ แล้วมีจากเรื่องปกติก็คือ Q2 ต้องขึ้นอยู่แล้ว แล้วก็มีเรื่องพิเศษนะคะ ที่จะตัวราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทีนี้ใน Q3 อะค่ะ ตอนนี้เองเนี่ย Q3 มักจะเป็น quarter ที่ในมหาสมุทรอะค่ะ จะต้องเป็นช่วงที่ทำให้ธรรมชาติเนี่ยค่ะ มันได้สร้างตัวมันเองนะคะ ก็คือจะเป็นการใช้ เขาเรียกว่าแบน เอสเอดี แล้วก็แบนคือห้ามจับปลาโดยการใช้เครื่องมือนะคะ เพื่อให้ปลาเนี่ยมันสามารถเพาะพันออกมา แล้วก็ให้มันเติบโตขึ้นมาต่อได้นะคะ ทีนี้ในช่วงนั้นเนี่ย พอเกิดแบนขึ้นนะคะ ก็จะทำให้ตัวซัพพลายในการจับปลาเนี่ยมันลดลง ราคาปลามันก็จะเพิ่มถูกมากขึ้นนะคะ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นซีซั่นปกตินะคะ ทีนี้ในมุมของราคากุ้ง อันนี้ขอเสริมให้นะคะ ซึ่งราคากุ้งอะค่ะ เท่าที่ดิฉันไปแทร็กมานะคะ ส่วนใหญ่แล้ว quarter ที่ 2 ของเกือบทุก ๆ ปีเนี่ย จะเป็น quarter ที่ราคากุ้งค่อนข้างต่ำนะคะ ซึ่งตัว seasonal ในการจับกุ้งอะค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นช่วงปกตินะคะ มันก็จะทำการจับกันในช่วงเดือนเมษา มีนา เมษา แล้วก็ลงลูกกุ้งใหม่ แล้วก็มาจับอีกทีในช่วงตุลา รวมไปถึงตัวพฤศจิกานะคะ อันนี้ก็จะเป็นเทรนของตัวการจับกุ้งค่ะ มีข้อคำถามเข้ามาเกี่ยวกับตัว FTA ที่ยุโรปนะคะ คือถ้าได้ภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์จะมีผลกับกำไรของบริษัทประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของข้อนี้ตอบเป็น exact เนี่ยค่อนข้างจะยากนะคะ แต่ว่าการที่เราจะเกิด FTA ตามที่ทางภาครัฐบาลทำการสนับสนุนนะ แน่นอนล่ะย่อมเป็นผลดีต่อทางบริษัทนะคะ ปัจจุบันเองค่ะ บริษัทก็มียอดรายได้นะคะ ในฝั่งของยุโรปเท่ากับ 30% ของยอดรายได้ทั้งหมดของบริษัทนะคะ ทีนี้เนี่ยถ้าเกิดว่าตัว FTA เกิดขึ้นจริง ๆ นะคะ ก็ย่อมเป็นผลดี เพราะว่ายุโรปเองเนี่ยก็จะมีออพชันในการที่นำซองเนี่ยเข้าจากประเทศไทยไปนะคะ แล้วก็ตัวเราเองนะคะ จากเดิมที่เราก็ขายพวก ambient มีแบรนด์ของเราเองอยู่ทางนั้นอยู่แล้วนะคะ เราก็อาจจะมีการยกตัวผลิตภัณฑ์บางตัวมาผลิตที่โรงงานไทยและส่งเข้าไป เราต้องดูทุกอย่างให้มันดูคุ้มค่ามากที่สุดอะค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เราก็คิดว่าการที่จะมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง FTA รวมไปถึงการที่ทาง UKอะค่ะ มีการหยุดให้ทุกประเทศนะคะชำระภาษีจาก 24% มาอยู่ที่ 0% เนี่ยค่ะ มันก็จะเป็นการบูสต์ยอดการค้าขายกับทางฝั่งยุโรปแน่นอนนะคะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเองก็มี footprint อยู่ที่นู่นแล้วนะคะ จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าได้ครอบคลุมนะคะ ในมุมของคำถามที่ดิฉันสามารถตอบได้ทั้งหมดแล้วในคำถามเหล่านี้นะคะ ซึ่งถ้าอย่างนั้นวันนี้ทางทีมนะคะ ก็ขออนุญาตจบการรายงานแล้วก็ Q&A ของทางไทยยูเนียนในวันนี้นะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเกิดว่าทางนักลงทุนนะคะมีคำถามที่อยากจะถามเพิ่มเติมนะคะ ก็สามารถโทรติดต่อเข้ามาที่ IR ได้ หรือว่าส่งอีเมลเข้ามาที่ [email protected] ได้นะคะ ยังไงวันนี้ขอบคุณทุก ๆ ท่านมากนะคะที่ติดตามไทยยูเนียนค่ะ ขอบคุณค่ะ