สวัสดีท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะ ก็ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงและก็ชี้แจงข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 และก็ครึ่งปีแรกปี 2569 ของบริษัท CPALL จำกัด มหาชนค่ะ วันนี้ก็คุณปัททรีนันทนาคมนะคะ Investor Relations General Manager แล้วก็ดิฉัน ศิตา ทรวนสุวิทย์หมอ Investor Relations นะคะ ก็จะมาร่วมชี้แจงและก็แถลงผลการดำเนินงาน แล้วก็ร่วมตอบคำถามท่านนักลงทุนทุกท่านในวันนี้ค่ะ ก็ทาง CPALL ค่ะเพิ่งประกาศงบไปเมื่อวานช่วงเย็นนะคะ แต่ว่าก่อนที่เราจะไปพูดถึง Performance ของเรานะคะ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตเริ่มต้นแล้วก็เรียนท่านนักลงทุนในภาพใหญ่ก่อนนะคะ ว่าในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาในภาพใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง จริง ๆ โดยรวมในไตรมาส 2 ทางการเขาก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยก็น่าจะยังโตค่ะ แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตเยอะ อาจจะโตน้อยกว่าในช่วงที่ผ่านมานะคะ แล้วก็แรงสนับสนุนหลักก็จะยังมาจากภาคส่งออก ซึ่งแรงหนุนจากภาคส่งออกอาจจะไม่ได้เพียงพอที่จะชดเชยกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังค่อนข้างอ่อนแอนะคะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งอย่างที่ทุกท่านทราบกันก็คือเรามีภาวะสงครามในตะวันออกกลางด้วย ก็ส่งผลให้ค่าครองชีพและก็ราคาพลังงานนะคะสูง ดังนั้นผู้คนและก็ประชาชนก็จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น แล้วก็จะเน้นสินค้าหรือว่าบริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นนะคะ แต่ว่าก็จะมีในส่วนของภาครัฐที่มีการออกมาตรการต่าง ๆ มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างค่ะ ดังนั้นโดยรวม ๆ ค่ะ ก็ถือว่าเศรษฐกิจน่าจะยังขยายตัวได้นะคะในไตรมาส 2 แต่ว่าอาจจะไม่ได้โตแรงมาก แล้วก็กำลังซื้อ Sentiment ผู้บริโภคในประเทศก็ยังค่อนข้างเปราะบางนะคะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต่าง ๆ ค่ะ ก็ยังต้องบริหารต้นทุนและก็ค่าใช้จ่ายแล้วก็ผลผลิตกันด้วยความคุ้มค่าเป็นหลักนะคะ ก็รวมถึง CPALL ของรังด้วยค่ะ แต่ว่า CPALL ของเรานะคะ เราก็ยังคงมีกลยุทธ์ด้านสินค้า แล้วก็มีมาตรการการควบคุมต้นทุนและก็ค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมค่ะ ดังนั้นไม่ว่าอาจจะมีความท้าทายตามที่ได้เรียนไปนะคะ แต่ว่าด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่เราทำกันมาอย่างต่อเนื่องค่ะ ก็เลยทำให้ในงบการเงินที่เพิ่งประกาศออกไปเมื่อวานนะคะ ก็โดยรวมก็จะยังเห็นการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และก็กำไรค่ะ ก็ในภาพนี้นะคะ ก็จะเป็นภาพรวมของผลประกอบการของ CPALL ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาก็ขออนุญาตเริ่มต้นในภาพด้านซ้ายมือก่อนนะคะ ก็จะเป็นในงบการเงินเฉพาะกิจการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อหรือว่า 7-Eleven ของเราค่ะ ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมานะคะ ก็รายได้รวมปิดอยู่ที่ประมาณ 137,000 ล้านบาทนะคะ โตขึ้นประมาณ 5.3% year on year ค่ะ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นนะคะ ก็เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าถัด ๆ ไปนะคะ แต่ว่ากล่าวโดยสังเขปก็คือจริง ๆ แล้วอัตรากำไรขั้นต้นหรือว่า gross margin จากการขายสินค้าของเราค่ะ จริง ๆ ก็ยังถือว่าขยายตัวได้ดีค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าตามที่เรียนไปในช่วงแรกว่าในไตรมาสนี้ เรามีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นนะคะ ก็เลยเข้ามากระทบในส่วนนี้ ทำให้ตัว gross profit margin ในไตรมาส 2 ในงบเดี่ยวของเรานะคะปิด flat หรือว่าคงที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานนะคะ ตัว EBITDA margin ก็ยังขยายตัวได้ดีนะคะ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 60 basis point ก็อยู่ที่ประมาณ 10% ค่ะ สุดท้ายในงบเดี่ยวนะคะ ก็รายงานกำไรสุทธิได้อยู่ที่ 10,400 ล้านบาทค่ะ ก็เติบโตประมาณ 13.5% year on year ค่ะ ถัดมาในภาพขวามือก็จะเป็นในงบการเงินรวมนะคะ ก็จะเป็นในทุก ๆ ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ CPALL นะคะ ในงบการเงินรวมก็จะเห็นภาพรวมเป็นค่อนข้างในทิศทางเดียวกันนะคะ รายได้รวมในไตรมาส 2 ก็ปิดอยู่ที่ประมาณ 260,570 ล้านบาทนะคะ เติบโตขึ้น 3.6% year on year ค่ะ ส่วน gross profit margin ก็จะ flat หรือว่าคงที่ year on year ก็จะคล้าย ๆ ในภาพงบการเงินเดียว ในงบการเงินเฉพาะกิจการนะคะ แล้วก็สุดท้ายกำไรสุทธิในงบการเงินรวมนะคะ ก็สามารถปิดได้อยู่ที่ 7,512 ล้านบาทนะคะ เติบโตขึ้นประมาณ 11% year on year อันนี้ก็ส่วนใหญ่ก็จะมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ ค่ะ ในส่วนถัดมาก็จะเป็นภาพครึ่งปีนะคะ หรือว่า 6 เดือนแรก จริง ๆ ก็จะเห็นเป็นในทิศทางคล้าย ๆ กันกับในภาพไตรมาส 2 นะคะ ในงบการเงินเดี่ยวค่ะ ก็รายได้แล้วก็กำไรก็ยังคงเห็นการเติบโตที่ดีนะคะ โดยกำไรสุทธิปิดอยู่ที่เกือบ ๆ 18,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15.7% year on year ค่ะ ส่วนในงบการเงินรวมนะคะ ก็กำไรสุทธิปิดอยู่ที่ 16,630 ล้านบาทนะคะ ก็เติบโตขึ้น 15.9% year on year ค่ะ ในส่วนถัดมานะคะ ก็จะนำเสนอเป็นในมุมของสัดส่วนของรายได้และก็กำไรนะคะแบ่งตามกลุ่มธุรกิจค่ะ ทางด้านซ้ายมือ อันนี้ก็จะเป็นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานะคะ ก็สัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและก็ธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้อยู่ที่ประมาณ 53% นะคะ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 47% นะคะ ก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้บริษัท CP Extra จำกัด มหาชนนะคะ ซึ่งสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้ค่ะ ก็จะค่อนข้างคงที่มาจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่ะ ส่วนทางด้านขวามือนะคะ ก็จะเป็นสัดส่วนของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและก็ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นะคะ สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ นะคะ ในส่วนนี้ก็จะมีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ 77% นะคะ ก็ค่อนข้างเติบโตมาจากปีที่แล้วค่ะ แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็นจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้าที่อยู่ภายใต้ CP Extra นะคะ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนกำไรจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อแล้วก็ธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ ค่ะ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว อันนี้ก็จะเป็นสาเหตุมาจากอัตราการเติบโตของกำไรที่มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นค่ะ ถัดมานะคะ ก็จะขอนำเสนอเป็นในส่วนของสัดส่วนร้านสาขาแล้วก็การขยายร้านสาขาในประเทศไทยนะคะ ก็ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาค่ะ เราก็ได้มีการเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่มไปทั้งหมด 200 สาขาด้วยกันค่ะ ก็ปิดไตรมาสนะคะ มีสาขาทั้งหมด 16,284 สาขาค่ะ ส่วนในแง่ของสัดส่วนนะคะ ก็จะยังค่อนข้างคง การส่งดาวของเราค่ะ ก็ค่อนข้างมีหลายรูปแบบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสินค้า อย่างเช่น ซื้อชายี่ห้อนี้สองขวดได้รับดาวแปดดวง อะไรประมาณนี้ หรือว่าช่วงนี้ค่ะ ก็จะมีเทรนด์ในแง่ของคนรักสุขภาพนะคะ เราก็ก่อเทรนด์ตรงนี้ไปด้วย ก็มีการวิ่งล่าดาวนะคะ กิจกรรมวิ่งล่าดาวสำหรับคนรักสุขภาพ ถ้าสมมติวิ่งครบ 5 กิโล ได้ดาว 15 บาท อะไรประมาณนี้ ก็เป็นสีสันและก็เป็นกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมได้ในช่วงที่ผ่านมาในไตรมาส 2 ค่ะ และแน่นอนว่าอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในช่วงไตรมาส 2 ก็จะเป็นในแง่ของฟุตบอลโลกนะคะ อันนี้ 4 ปีมีครั้ง เราก็จะเล่นในกิจกรรมในส่วนนี้ด้วย อาจจะเคยเห็นผ่านตามมาบ้างในโซเชียลมีเดียนะคะ ก็อาจจะเห็นว่ามีพสต์ว่าบอลจบเซเว่นแจกนะคะ ก็จะเหมือนให้ลูกค้าได้เข้ามาร่วมทายผลว่า ถ้าอย่างเช่นภาพสีเขียวอันนี้ค่ะ ก็จะบอกว่าถ้าบราซิลชนะรับไปเลยส่วนลดออกคาเฟ่ 50% หรือว่าภาพสีแดงอันนี้ค่ะ ถ้าอังกฤษชนะ ก็จะมีโปรโมชั่นเซเว่น 1 แถม 1 อันนี้ก็จะเป็นสีสันให้ลูกค้าทุกกลุ่มค่ะ สามารถเข้ามาร่วมได้ แล้วก็มอบประสบการณ์ความสุขในรูปแบบใหม่ ๆ นะคะ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่เราจัดโปรโมชั่นในส่วนนี้ก็จะเป็นในกลุ่มของอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มพร้อมดื่ม Ready to eat, Ready to drink ที่เป็นสินค้ากลุ่มที่เรามุ่งเน้นมาเสมอนะคะ คราวนี้เมื่อสักครู่เป็นกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมานะคะ คราวนี้ ณ ปัจจุบันนี้เลย แล้วก็ going forward นะคะ สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ เนื่องจากว่าช่วงปลายเดือนนี้ค่ะ ก็จะเป็นเทศกาลสารจีนนะคะ ก็จะมีจัดเป็นคล้าย ๆ เซ็ตไหว้เจ้า คล้าย ๆ ช่วงตรุษจีนนะคะ ก็ถ้าเกิดนักลงทุนหรือว่าลูกค้าท่านใดก็สนใจก็สามารถจับจองได้นะคะ จองได้ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ก็จะมีทั้งเซ็ตของข้าว ของหวาน ผลไม้นะคะ ก็สามารถจองได้นะคะ ก็จะเป็นตามเทศกาลในช่วงนี้ค่ะ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ ก็จริง ๆ สินค้าที่หน้าตาเป็นเซเว่นอีเลฟเว่นแบบนี้ค่ะ เราก็มีการทำมาเรื่อย ๆ แต่ว่าก็เพิ่งมีการออกคอลเลกชันใหม่ที่รูปแบบอาจจะดูทันสมัยมากขึ้น ดูวัยรุ่นมากขึ้น ก็จะมีทั้งกระเป๋าผ้านะคะ มีผ้าขนหนู มีหมวกนะคะ มีเสื้อยืด อันนี้ก็เพิ่งติดจองไป ก็ค่อนข้างได้รับกระแสการตอบรับที่ดีค่ะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็ทุกท่านน่าจะคุ้นกับเซเว่นแอปของเราอยู่แล้วที่มี 7 Delivery มี O Online ใช่ไหมคะ แต่ว่าถ้าเกิดตอนนี้เปิดแอปเข้าไปค่ะ อาจจะเห็นเป็นอีกไอคอนหนึ่งที่สามารถกดได้ ก็จะเป็นในส่วนของ telepharmacy นะคะ จะเขียนว่าเป็น O Pharmacy ก็สามารถปรึกษาเภสัชแล้วก็สามารถจัดส่งยาได้ถึงที่เลยค่ะ นี่ก็จะเป็นบริการใหม่ของเรานะคะค่ะ จากที่ได้เล่าไปทั้งหมดเมื่อสักครู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นหรือว่ากิจกรรมต่าง ๆ ค่ะ ก็ประกอบกับกลยุทธ์ด้านสินค้าของเราด้วยที่เราก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงโจทย์ตรงใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็เลยส่งผลให้การเติบโตของยอดขายจากร้านเดิม หรือว่า same store sales growth ของเซเว่นอีเลฟเว่นในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาค่ะ ก็บวกอยู่ที่ 0. 8% นะคะ ก็จริง ๆ แล้วนอกจากโปรโมชั่นที่ได้เล่าไปค่ะ ในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาส 2 ที่ผ่านมานะคะ เราก็จะยังมีเทศกาลวันหยุดยาวนะคะ มีการเดินทาง มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน จริง ๆ ร้อนมาตั้งแต่ต้นปีเลย แล้วก็ในไตรมาส 2 ก็ยังคงร้อนต่อเนื่อง แล้วก็เราก็ยังคงได้รับประโยชน์จากการขยายเวลาการจำหน่ายสุราในร้านของเราด้วยค่ะ ก็ในส่วนนี้ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนนะคะ แล้วก็อย่างที่ทุกท่านทราบกันนะคะ ในเดือนนี้พฤกษายนก็มีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่ง CP All แล้วก็ Modern Trade อื่น ๆ ก็ไม่ได้สามารถเข้าร่วมได้นะคะ อันนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปบ้างนะคะ แต่ว่าด้วยปัจจัยและกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่สุดท้ายแล้ว same store sales growth ในไตรมาส 2 ก็ยังสามารถปิดเป็นบวกได้นะคะ ก็ถ้าดูในแง่ของรายละเอียดนะคะ ก็จะเห็นว่า spending per ticket หรือว่ายอดขายต่อบิล ก็จะยังค่อนข้างคงที่จากไตรมาสก่อนหน้านะคะ จะโตขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย มาอยู่ที่ 90 บาทนะคะ แล้วก็ในส่วนของจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านต่อร้านต่อวัน ก็จะอยู่ที่ประมาณ 959 คนค่ะ สุดท้ายตัวยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันนะคะ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 85,843 บาทนะคะ ซึ่งยอดขายอีกส่วนที่ยังคงเป็นตัวสนับสนุนที่ดีของเราค่ะ ก็จะเป็นในช่องทาง O2O ไม่ว่าจะเป็น 7 Delivery หรือว่า O Online นะคะ ก็จะยังคงสัดส่วนไว้ได้อยู่ที่ 11% ค่ะ คราวนี้ก็จะเป็นในแง่ของ gross profit margin ตามที่ได้เรียนไปในช่วงแรกนะคะ ว่าเราอาจจะเห็นว่าในตัว reported gross profit margin ใน second half นี้นะคะ โดยรวมยอดขายทั้งปีน่าจะโตประมาณเท่าไหร่ ก็ต้องเรียนแจ้งนะคะที่อธิบายไปตอนต้นนะคะว่ายอดขายรวมของธุรกิจร้านสะดวกซื้อเลยเนี่ยจะมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ก็คือมาจาก same store บวกกับ new store นะคะ ซึ่ง same store เองเนี่ยเราก็ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ประมาณสัก benchmark กับไทย GDP ก็อาจจะ 1.5 ถึง 2% นะคะ ของปีนี้ แล้วก็บวกการเติบโตของร้านสาขาใหม่ที่เราเปิด 700 สาขาในทุก ๆ ปีนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่เราคาดการณ์นะคะ ตัวยอดขายที่คิดว่าจะเติบโตในปีนี้นะคะ สำหรับงบลงทุนนะคะ ว่าเราใช้งบลงทุนเท่าไหร่นะคะ ก็จริง ๆ งบลงทุนของเราค่อนข้างใกล้เคียงเดิมนะคะ อยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 13,600 นะคะ ก็ครึ่งหนึ่งเนี่ยเป็นเรื่องของการเปิดร้านสาขาแล้วก็ทำ store renovation นะคะ อีกครึ่งหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของการ support ภายในนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการระบบ IT ที่เราใช้ หรือว่าเรื่องของ DC ต่าง ๆ นะคะ ที่เราอาจจะมีการสร้าง ทุก ๆ เวลาเรามีร้านสาขาเพิ่มขึ้น กี่พันสาขา เราอาจจะมี DC เพิ่มขึ้นมาอีกสักหนึ่งแห่งอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ก็ต้องบอกว่าทั้งปีเนี่ยเราจะใช้อยู่ในกรอบเท่านี้นะคะ ไม่ได้เกินไปกว่านี้ สำหรับปีนี้ก็เช่นกัน เราก็ยังใช้อยู่ในกรอบนี้เหมือนเดิมค่ะ ไตรมาสไหนของปีที่เป็น seasonal นะคะ 1 2 3 4 ก็จริง ๆ ของร้านธุรกิจร้านสะดวกซื้อนะคะ ดูง่าย ๆ เลยค่ะ 7 ชอบอากาศร้อน ชอบแดดจัด ๆ ชอบวันหยุดยาวนะคะ แน่นอน เพราะฉะนั้นไตรมาสที่เป็น high season ของเราก็จะเป็นไตรมาสที่มีกิจ 6 สุยาเนีย เราก็ deploy สิ่งเหล่านี้ค่ะลงไปในบริษัทย่อยด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นเองก็ต้องบอกว่าบริษัทย่อยอื่น ๆ เนี่ย เขาก็ทำได้ดีเหมือนกันมาสอดด้วยนะคะ อยากทราบว่ารายได้และกำไรจากร้าน Store Business Partner ถูกบัญทึกเข้าไปในงบการเงินเฉพาะกิจการทั้งหมด หรือว่าเฉพาะแค่ส่วนที่ CPR ถือสัดส่วนอยู่นะคะ ก็ต้องบอกว่า CPR consolidate ทั้งหมดนะคะ ทั้งร้านที่เป็นตัวร้านของบริษัท แล้วก็ร้านที่เป็น Store Business Partner นะคะ เรา consolidate เข้ามาทุกบรรทัดนะคะ แล้วเราก็จะมีการ share กลับไปในบรรทัดที่เป็นกำไรขั้นต้นนะคะ แล้วเราก็บุ๊คเข้าไปในตัว SENA นะคะ ถ้าทุกท่านเห็นในหน้า presentation ของ SENA เนี่ย มันจะมีชื่อเขียนว่า Store Management fee นะคะ นั่นก็จะเป็นสิ่งที่เรา share กลับไปให้กับ SBP นะคะ แต่ว่าในภาพของงบการเงินรวมทั้งหมดเนี่ย เรา consolidate เข้ามาทุกบรรทัดนะคะ ก็เข้าใจว่าน่าจะคำถามคล้าย ๆ กันนะคะ กับของท่านนักลงทุน คำถาม โอเคค่ะ คำถามสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของ CPR ยังได้รับผลกระทบจาก cannibalization อยู่ไหมนะคะ ระหว่าง offline กับ online ก็ต้องบอกว่าจริง ๆ เรามีการวิเคราะห์นะคะ ในมุมของยอดขายใน offline แล้วก็ online ในช่วงที่เป็น peak period ก็ต้องบอกว่าจริง ๆ ค่อนข้างต่างกันนะคะ ในตอนช่วงเช้าเองเนี่ย เราจะเห็นยอดขายพีคเนี่ยอยู่ที่ offline นะคะ จะเป็นช่วงคนไปทำงาน นักเรียนไปโรงเรียนนะคะ แต่พอช่วงประมาณสักเลย 9 โมงไปแล้วเนี่ย 9 โมงสักถึง 11 โมงเนี่ย เราจะเห็น peak period อยู่ที่ online แล้ว เขาก็จะแปะลงกันนะคะ ก็เข้าใจว่าทุก ๆ ท่านเองน่าจะพอเข้าไปอยู่ในที่ตัวเองและอากาศร้อนและหรือว่าฝนตกแล้วก็ไม่อยากจะเดินลงไปซื้อเอง แล้วก็กดสั่งผ่าน application ของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็น peak period ที่สลับช่วงกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็สามารถตอบได้ว่าในมุมของ cannibalize เองเนี่ย ก็น่าจะลดน้อยลงมาก ๆ แล้วนะคะ สำหรับตัว offline แล้วก็ online นะคะ อันนี้ก็ไปหมดเวลาพอดีนะคะ ก็คิดว่าคำถามครบถ้วนแล้วนะคะ สำหรับวันนี้ก็ยังไงวันนี้ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านมาก ๆ เลยนะคะ ที่ได้รับ ให้ความสนใจกับ CPR อย่างต่อเนื่องนะคะ ก็ถ้ายังไงมีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อมาที่ IR ทีมได้นะคะ แล้วก็ยังไงพบกันใหม่ในประมาณหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
Already premium?