PTT Oil and Retail Business Public Co Limited

PTT Oil and Retail Business Public Co Limited

12.60
THB
+0.30
(+2.44%)
0.45EPS
28.01P/E
150.00BMarket Cap
Nov 05Next Earn

Q2 FY2026 · Earnings Call TranscriptAugust 14, 2026

Operator

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับท่านนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน แล้วก็ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านนะคะ เข้าสู่อนิลิสต์มีตติ้งสำหรับผลการดำเนินงานของ OR ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ค่ะ และอีกเช่นเคยค่ะ วันนี้ป่านมารับหน้าที่เป็น moderator ให้นะคะ ในส่วนของ key speaker ในวันนี้ค่ะ ท่านแรก หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ หรือว่าพี่ปีก CEO ของเราค่ะ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ สวัสดีครับ

Operator

ค่ะ ท่านที่ 2 นะคะ คุณสุชาติ ระมาศ พี่ชาติ ผู้อำนวยการค่ะ

สุชาติ ระมาศ

ครับ สวัสดีครับ

Operator

ค่ะ และท่านถัดมานะคะ คุณวิไลวรรณ กาญจนกันติ หรือว่าพี่เอ๋ CFO ค่ะ

วิไลวรรณ กาญจนกันติ

สวัสดีค่ะ

Operator

ค่ะ แล้วก็อีกเช่นเคยนะคะ วันนี้เรามีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อีกหลายท่านเข้าร่วมประชุม พร้อมสำหรับตอบคำถามท่านนักวิเคราะห์ทุกท่านด้วยนะคะ สำหรับ agenda ในวันนี้ค่ะ เราจะแบ่งการประชุมออกเป็น 2 session ด้วยกัน โดย session แรกนะคะ จะเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทค่ะ และถัดมาค่ะ ก็จะเป็น session Q&A ค่ะ หากท่านใดมีคำถามนะคะ สามารถกดปุ่มยกมือแล้วก็เปิดไมค์ถามคำถามด้วยตัวเองได้เลยค่ะ หรือหากท่านไหนนะคะไม่สะดวกเปิดไมค์ค่ะ สามารถสอบถามผ่านทางช่องแชต หรือว่า LINE Group OR Analyst ได้เลยนะคะ เดี๋ยวป่านจะเป็นคนช่วยอ่านคำถามให้ค่ะ ตอนนี้นะคะคิดว่าท่านผู้บริหารพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับทุกท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวป่านขอส่งมอบให้กับทางพี่ปีกนะคะ ได้อัปเดตผลการดำเนินงานของ OR ประจำไตรมาส 2 ปีนี้เลยค่ะ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ ก็ขอต้อนรับสู่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 นะครับ ก็เอาข่าวดีก่อนแล้วกัน ไฮไลต์ก็เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ 2026 ที่ผ่านมานะครับ เราได้ลงนามสัญญาพันธมิตรขยายสาขา คือเรียกว่า Expansion Partnership Agreement นะครับ ก็เป็นสัญญา exclusive ให้ OR ในการขยายร้าน นะครับ 4 แบรนด์หลัก ๆ ก็คือ Dairy Queen, The Pizza Company, Sizzler แล้วก็ ไอ้ Shiho Ramen นะครับ อันนี้เป็น ไอ้สิ่งที่ เราพัฒนาร่วมกับ Minor นะครับ เป็นธุรกิจใหม่นะครับ โดย เป็นการลงทุนใน ecosystem ของเรานะครับ ในปั๊มหรือใน OR Space นะครับ ก็เป็นการลงทุนผ่าน Food@Lus นะครับ โดย OR และ Minor เนี่ย ก็จะร่วมประสานจุดแข็งและศักยภาพของแต่ละฝ่ายร่วมกัน นะครับ โดยที่ OR ก็มีเครือข่ายสถานีบริการ PTT Station อยู่ทั่วประเทศ แล้วก็มี OR Space อยู่หลายแห่งนะครับ แล้วก็ Minor ก็มีความเชี่ยวชาญด้านเป็นผู้ประกอบการ ร้านอาหารนะครับ แล้วก็มี expertise มากมายนะครับ ก็ทั้งคู่ก็จับมือกันเพื่อสร้างระบบนิเวศของ OR ให้สมบูรณ์ขึ้นนะครับ โดยในเฟสแรกเนี่ย เราก็ จะขยายร้านอาหารภายใต้แบรนด์ 4 แบรนด์ที่พูดถึงนะครับ Dairy Queen, The Pizza Company, Sizzler แล้วก็ Shiho Ramen เนี่ยครับ นะ ภายในจากปีนี้ถึง 2030 เนี่ย ก็จะมีอยู่อีกประมาณ 150 สาขา นะครับ เงินลงทุนของเราก็ประมาณ 400 กว่าล้านบาท นะครับ ก็อันนี้เป็นข่าวดีนะครับ เป็น development ใหม่ ส่วน key highlight ของผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเนี่ย ครับ ใน first half ของ 2026 เนี่ยครับ ก็ที่ผมจะพูดนี่ก็จะเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2025 นะครับ คือรายได้และบริการ รวมอยู่ที่ 381,793 บาท นะครับ เพิ่มขึ้น 32,205 บาท หรือประมาณ 9% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 2025 โดยหลักเนี่ย มาจากธุรกิจ Mobility นะครับ แล้วก็ เนื่องจากราคาเฉลี่ยน้ำมันในตลาดโลกเนี่ย ปรับตัวสูงขึ้นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางนะครับ ประกอบกับ ธุรกิจไลฟ์สไตล์เราเติบโตจากปริมาณการขายอเมซอนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย EBITDA อยู่ที่ 7,153 บาท ลดลงพอสมควร ลดลง 3,883 บาท หรือ 35% ก็น่าตกใจนะครับ เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 2025 เนี่ย โดยหลักจากกลุ่ม Mobility นะครับ และ Global เนี่ย ที่ กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงจากผลกระทบของ การบริหารความเสี่ยงเรื่องราคา น้ำมันนะครับ แล้วก็การบันทึกปริมาณการขาดทุนจาก NRV นะครับ ก็คือมูลค่าสต็อกน้ำมันเทียบกับราคาตลาด ณ วันที่บันทึกบัญชีเนี่ย นะครับ ส่งผลให้ EBITDA ลดลง นะครับ ก็ bottom line หรือ net income ก็ลดลงเช่นกันนะครับ 6,000 6 net income อยู่ที่ 640 ล้านบาท นะครับ ลดลงพอสมควร ลดลง 5,971 ล้านบาท ลดลง 90% จากช่วง เวลาเดียวกันของปีที่แล้วนะครับ อันนี้ไปที่ key driver นะครับ key driver ก็คือ number of station แล้วกันนะครับ ก็นัมเบอร์ PTT Station เนี่ย 2,743 แห่ง ในเมืองไทย 2,000 425 แห่ง ต่างประเทศ 318 แห่ง ลดลงจาก สิ้นปี 2025 25 ที่ด้วยกัน ลดลงเพราะว่าต่างประเทศครับ ประเทศไทยเนี่ยบวก แต่ต่างประเทศเนี่ย โดยเฉพาะกัมพูชาเนี่ย ลดลง 40 กว่าแห่ง EV Station นะครับ เปิดให้บริการทั้งสิ้น 2,979 DC connector หรือ 1,300 353 แห่ง เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว เนี่ย 200 34 หัวชาร์จ นะครับ หรือ 36 แห่ง คาเฟ่อเมซอน ตอนนี้มีอยู่ 5,078 สาขาแล้วนะครับ ในประเทศไทย 4,830 สาขา ต่างประเทศ 248 สาขา เพิ่มขึ้นจากปี 2025 นะครับ 42 สาขา โดยหลัก ๆ เพิ่มขึ้นในประเทศไทย 125 สาขา แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชาเนี่ย ลดลง 83 นะครับ โดยกัมพูชาลดลง 90 ลาวเพิ่มขึ้น 5 โอมานเพิ่มขึ้น 2 สาขา จำนวน cup sold นะครับ อยู่ที่ 235 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 8 ล้านแก้วจากเมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 2025 นะครับ ธุรกิจสะดวกซื้อนะครับ convenience store ทั้งหมดมีอยู่ 2,451 สาขา ในประเทศ 2,405 สาขา ต่างประเทศ 46 สาขา อันนี้ลดลงจากปีที่แล้วนะครับ แต่ที่ลดลงเนี่ยก็คือประเทศไทยเนี่ยเพิ่ม 20 สาขา แต่ว่าต่างประเทศนี่ลดลง กัมพูชานี่ลดลงพอสมควร กัมพูชาลดลง 40 สาขา ลาวเพิ่ม 3 ครับ จำนวนคนเข้า PTT Station นะครับ แล้วก็อเมซอนรวมกันเนี่ย ประมาณ 4 ล้าน 4.1 ล้านคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.8 3.85 ล้าน เนี่ยนะครับ ส่วน revenue breakdown ว่า อะไรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ เนี่ย ก็ ในครึ่งปีแรกของปี 2026 เนี่ย Mobility อยู่ที่ 88% 88.3% Lifestyle อยู่ที่ 3.3% Global ประมาณ 8% ของรายได้นะครับ แต่ว่าถ้าจะไปดู EBITDA เนี่ย Mobility เนี่ย แม้ว่า revenue คือ 88% แต่ EBITDA อยู่ที่ 49% Lifestyle EBITDA อยู่ที่ 56% นะครับ แล้วก็ Global นี่ติดลบนะครับ ส่วน market share อันนี้ market share breakdown แล้วกัน ครึ่งปีแรกของปีนี้นะครับ ถ้าไปดู retail station เนี่ย retail station market share อยู่ที่ 38.2% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2025 เนี่ย ครึ่งปีแรก 2025 อยู่ที่ 35.7% เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะครับ ส่วนแต่ถ้าเอา commercial นะครับ เอาทั้ง industry หรือเอา commercial ด้วย แล้วก็เอา retail ด้วยมาบวกกัน นะครับ ครึ่งปีแรกของปีนี้เรามี market share อยู่ที่ 41% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่แล้วเนี่ย อยู่ที่ 40.1% นะครับ ก็เพิ่มขึ้น จะเห็นได้ว่า retail สถานีบริการเนี่ยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะครับ แต่ว่า overall เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นเอง อันนี้ไป หน้าต่อไปเลยครับ ก็จะเห็นว่า ผมอธิบาย key impact แล้วกันนะครับ สาเหตุที่กำไรลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนี่ย จะเห็นว่า เป็นผลมาจาก อันแรกคือ global sudden supply disruption นะครับ supply ลดลงจาก การปิดช่องแคบฮอร์มุซนะครับ ซึ่งเป็นการ ช่องทางขนส่งหลักของน้ำมันของโลก ในขณะที่ demand เพิ่มขึ้นจาก ความกังวลว่าน้ำมันจะขาดแคลนนะครับ จะเห็นว่าในช่วงแรกของ เดือนมีนาคม ตอนเริ่มเหตุการณ์เนี่ย ก็มีเหตุการณ์น้ำมันขาดแคลนขึ้นในประเทศไทยนะครับ ก็ OR ก็ต้องบริหาร supply and demand ตลอดทั้ง supply chain นะครับ โดย บริหาร inventory ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ประเทศมีน้ำมันเพียงพอ ประชาชนมีเชื้อเพลิงเพียงพอกับ การบริโภคนะครับ กับความต้องการ อันที่ 2 คือ economic slowdown อันนี้เห็นได้ชัดเจนเลยครับ เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การใช้พลังงานในประเทศชะลอตัว ส่งผลต่อยอดขายของ OR ที่ลดลง อันนี้แม้ว่ายอดขายในเดือนมีนาคมจะเพิ่มขึ้นนะครับ แต่ว่าในเดือนเมษายนเนี่ยเราก็ไม่คิดมาก่อนนะครับว่า ปกติเนี่ย ยอดขายในเดือนเมษายนเนี่ย โดยเฉพาะใน ช่วงสงกรานต์เนี่ย จะสูงกว่า ยอดขายปกติประมาณเกือบ ๆ 25% แต่ในเดือนเมษายนเนี่ย 2026 เทียบกับ เดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาเนี่ย ยอดขายลดลง 11.2% นะครับ อันนี้ก็เป็นปรากฏการณ์ที่แปลก แต่ว่า ก็คงเป็น สาเหตุมาเพราะว่าในช่วงแรกของเดือนมีนาคมเนี่ย มันมีปัญหา supply shortage นะครับ แล้วก็ ในครึ่งหลังของเดือนเนี่ย รัฐบาล ตัดสินใจที่จะ ยกราคาน้ำมันให้เป็นไปตามราคาตลาดมากขึ้นนะครับ ก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็ส่งผลให้ demand ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนะครับ อีกอันนึงคือ government policy นะครับ นโยบายของรัฐนะครับ ภาครัฐใช้กองทุนน้ำมันเพื่อพยุงราคาขายปลีกควบคู่กับการตรึงราคาขายปลีกในช่วงต้นเดือนมีนาคม เป็นเวลา 15 วัน นะครับ แล้วก็ ที่สำคัญคือหลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว เนี่ย รัฐบาลก็ ยังเห็นมีความจำเป็นที่จะต้อง ห้ามการส่งออกน้ำมัน ในขณะที่ supply surplus ทำ ให้ ในตลาด เนี่ย มีการลดราคาน้ำมันเพื่อแข่งขัน นะครับ อันนี้อธิบายคร่าว ๆ คือขณะที่โรงกลั่นในประเทศไทย เนี่ย ใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มที่ ในภาวะราคาที่ สูงขึ้น แล้วก็อุปสงค์ ลดลงเนี่ย ก็ โรงกลั่นก็มีความจำเป็นที่จะต้อง ขายราคาเข้ามาในตลาด ในราคาที่ ต่ำกว่าที่ผ่านมา ต่ำกว่าสถิติ หลาย ๆ เดือนที่ผ่านมานะครับ อันนี้ส่งผลให้ key impact กับ net income เนี่ย ก็คือว่า ในครึ่งแรกของปี 2026 ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของ 2025 ปัจจัยหลัก ๆ คือผลขาดทุนจาก margin ของน้ำมันเจ็ตนะครับ ตาม โครงสร้างราคาขายน้ำมันเจ็ต ส่วนใหญ่น้ำมันเจ็ตเนี่ยก็จะขาย reference ราคา month -1 นะครับ อย่างเช่น ยกตัวอย่าง สิ่งที่เราขายในเดือน มีนาคม ก็จะไปใช้ราคาเดือนกุมภาพันธ์ นะครับ ก็ส่งผลให้ ใน quarter แรกเนี่ย เจ็ตเนี่ยเรามีการขาดทุน 7,800 กว่าล้านบาทนะครับ แต่ว่าใน quarter 2 ก็มีการ gain ที่มาอยู่ 3,000 กว่าล้านนะครับ อันที่ 2 คือ margin ของดีเซลหดตัว โดยเฉพาะต้นเดือนมีนาคมเนี่ยนะครับ จาก การ ตรึงราคา โดยภาครัฐนะครับ อันที่ 3 คือผลขาดทุนจากการปรับมูลค่า inventory เป็นมูลค่าการตลาดเนี่ย มูลค่าสต็อกน้ำมันเทียบกับราคาตลาด ณ วันสิ้นงวดเนี่ย ส่งผลให้เรามีการ นับการขาดทุนอยู่ที่ 2,400 กว่าล้านบาท นะครับ อันที่ 4 คือผลการขาดทุนจาก การบริหารความเสี่ยงด้าน hedging ในน้ำมันเจ็ตและน้ำมันดีเซลเป็นหลัก เนี่ย จากการป้องกันน้ำมันขาลงนะครับ แต่ ราคาน้ำมันใน Q1 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการขาดทุนจากตัว การบริหารความเสี่ยงนะครับ แต่ก็มีปัจจัยบวกบ้าง เช่นในเดือนมีนาคม เนี่ย นะครับ ก็มี stock gain อยู่ที่ 2,800 นะครับ ล้านบาท และ EBITDA ไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้นประมาณ 400 กว่าล้านบาท ก็ จะเรียน พี่ ๆ ว่า นะครับ แอ็กชันต่าง ๆ ของ OR เนี่ย เรา เพื่อให้ประเทศมีน้ำมันเพียงพอนะครับ เพื่อประชาชนจะได้ไม่ตระหนกนักในช่วงแรกของสถานการณ์นะครับ จะเห็นว่าเราช่วยรัฐตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ที่ 2 คือการบริหาร supply ตลอดทั้ง value chain เนี่ย ตั้งแต่การจัดหาน้ำมัน จนถึงการกระจายน้ำมันไปยัง PTT Station กว่า 2,400 แห่งทั่วประเทศเนี่ย เพื่อให้ PTT Station เนี่ย มีน้ำมันเพียงพอจำหน่ายและไม่ขาดนะครับ ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนและความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากความตระหนกนะครับ ก็สะท้อนให้เห็นว่า PTT Station เนี่ย เป็นสถานีที่จะ ช่วยประคับประคองให้ คนไทยและประเทศไทยผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ครับ และอีกอันหนึ่งซึ่งเราเป็นลีดเดอร์นะครับ ก็คือเราเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนโดยการขายน้ำมันดีเซล B20 นะ ในสถานีบริการต่าง ๆ ทั่วประเทศ ครับ ส่วน outlook นะครับ ก็ ทาง Mobility เนี่ย คิดว่าใน Q3 2026 ที่จะถึงนี้ เนี่ย ดูแล้วเนี่ย GP ต่อลิตร จากการ ตลาดขายปลีกเนี่ยปรับตัวดีขึ้นนะครับ จากค่าการตลาดของ น้ำมันที่มีการ ปรับตัว เป็นไปตามตารางส้มนะครับ คือตามมติของ กบง. ที่ประมาณ 2 บาทต่อลิตร นะครับ sales volume ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเนี่ย ปรับตัวเพิ่มขึ้นและเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือกรกฎาคมที่ผ่านมาเพิ่มจากมิถุนายนประมาณ 9% นะครับ โดยดีลเลอร์ได้เร่งสั่งซื้อน้ำมัน ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ อาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนี่ย มันก็ไม่แน่นอนนะครับ ว่า ราคาน้ำมันนี่สวิงรายวันเลยนะครับ แล้วก็อีกอันนึงคือผลกระทบจาก stock gain loss ที่น่าจะน้อยลง จากการ ราคาน้ำมันที่ทรงตัวใน ระดับที่ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล นะครับ ผลกระทบจาก hedging คาดว่าจะน้อยลงนะครับ จากความพยายามที่จะลด inventory เมื่อ สภาวะของประเทศ เริ่มเข้าสู่ ภาวะปกตินะครับ ส่วนธุรกิจไลฟ์สไตล์เนี่ย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มี EBITDA margin อยู่ที่ 29-30% ยอดขายคาเฟ่อเมซอนยังเติบโตต่อเนื่อง มียอดขายเฉลี่ย 1.2 ล้านแก้วต่อวันนะครับ ในหลายเดือนที่ผ่านมานะครับ ก็อันนี้ไปถึง section 2 นะครับ key factor ครับ เชิญเลยครับ

วิไลวรรณ กาญจนกันติ

ขอบคุณค่ะ ก็ อ่า มาดู key factor นะคะ ของเริ่มที่ธุรกิจ Mobility เอ่อ เพิ่มที่ภาพรวมก่อนก็ได้ค่ะ ก็จะเห็นว่าราคาน้ำมันอะ อย่างที่ เอ่อ ท่าน CEO กล่าวมานะคะ ก็คือใน Q1 เนี่ย มัน surge ขึ้นไปนะคะ แล้ว Q2 ก็ เอ่อ drop ลงมา ซึ่งทำให้ใน Q2 เนี่ย เรามี เอ่อ เอ่อ margin squeeze ลงนะคะ แล้วก็ เอ่อ เอ่อ ราคานี่มัน bottom อยู่ที่ประมาณปลายมิถุนายนนะคะ พอกรกฎาคมเนี่ย ก็ราคาค่อนข้าง เอ่อ เพิ่มขึ้นอะนะคะ ก็จะเห็นว่าอย่างที่ CEO ได้เรียน ก็คือใน Q3 ในทิศทางก็จะ เป็นภาพบวกมากกว่าในปลาย Q2 อะนะคะ ส่วน FX เนี่ย FX จะเห็นว่าในไตรมาส 2 เนี่ย เอ่อ ค่าเงินบาทค่อนข้างอ่อนตัว นะคะ ซึ่งการที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวเนี่ย ก็จะเป็นผลบวกสำหรับ OR คือถ้า เอ่อ ค่าเงินอ่อนเนี่ย เราก็จะมี FX gain เข้ามา นะคะ ใน Q2 รวมถึง Q1 ด้วยอะค่ะ สำหรับ เอ่อ ค่าอัตราเงินเฟ้อ เอ้ย เงินเฟ้อเนี่ย เอ่อ จะประกาศเนี่ยประมาณวันที่ 17 นะคะ หลังจากนี้อีก ไม่กี่วัน แต่ว่าคาดการณ์ว่าน่าจะปิดอยู่ที่ 2.3% นะคะ ส่วน เอ่อ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเนี่ย ใน Q2 มาปรับตัว เอ่อ ฐานมาอยู่ที่ 1% นะคะ จาก เอ่อ ก่อนหน้านี้ก็คืออยู่ที่ 0.6 เอ่อ ก็ดู เอ่อ เพิ่มขึ้นนิดหน่อยค่ะ ส่วนแฟกเตอร์ของ Mobility นะคะ เนอะ เอ่อ Mobility ก็ เรามี PTT Station ที่ 2,400 นะคะ แล้วก็ อ่า ในมุมของ volume เนี่ย เอ่อ ไตรมาส 2 เนี่ย เอ่อ volume ก็จะอ่อนตัวลงนะคะ จาก เอ่อ เศรษฐกิจชะลอตัว อ่า แต่อย่างไรก็ตามใน volume เนี่ย จะเห็นว่า เอ่อ ในตลาดของ retail หรือ เอ่อ PTT Station เนี่ย volume เพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ market share เราเพิ่มด้วย แต่ว่ามันจะไปลดลงใน เอ่อ กลุ่มของ segment ของ commercial ส่วนใหญ่ก็จะมาจากน้ำมันเจ็ตนะคะ ซึ่งมีการลดเที่ยวบินบ้างนะคะ แล้วก็ในกลุ่มของดีเซลนะคะ ส่วน product mix ยังเหมือนเดิมนะคะ ของเราก็ส่วนใหญ่ของเราเนี่ย ก็จะเป็น เอ่อ product เอ่อ ดีเซล ในกลุ่มดีเซลนะคะ ประมาณ 38% เป็นแก๊สโซลีน 21 นะคะ แล้วก็เป็น aviation ประมาณ 17.8% นะคะ ค่ะ ส่วน EV Station เราก็ยง ยังคงขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องนะคะ เอ่อ เรามีตอนนี้มีที่ เอ่อ 1,353 โลเคชัน นะคะ ถ้าเป็น เอ่อ จำนวน EV charger เนี่ย DC อยู่ที่ 2,979 นะคะ เอ่อ ก็ Q on Q ก็เพิ่มขึ้น 114 อ่า 114 EV charger แล้วก็ประมาณ 17 โลเคชันค่ะ ค่ะ มาดู key factor ของ Lifestyle Lifestyle นี้ เอ่อ อันเนื่องมาจาก เอ่อ มัน เติบโตอย่าง เอ่อ อย่างต่อเนื่องนะคะ ตา ขึ้น ขึ้นอยู่กับ เอ่อ consumption ของในประเทศ แล้วก็ เอ่อ แบรนด์ของเราที่ค่อนข้างที่จะติดตลาดอะนะคะ เรามีร้านคาเฟ่อเมซอนอยู่ทั้งหมดเนี่ย อ่า อันนี้คือเน้นในเมืองไทย แล้วก็ เอ่อ มีการให้ไลเซนส์ ให้แฟรนไชส์ไปที่ เอ่อ บางประเทศตรงจากของเราด้วยนะคะ ก็รวมแล้วเนี่ยประมาณ 4,869 เอ่อ สาขานะคะ ประเทศที่เรามีการให้แฟรนไชส์ไปก็มีประมาณ เอ่อ เช่น โอมานนะคะ เจแปน มาเลเซีย บาห์เรน อ่า เมียนมานะคะ ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วก็ จะอยู่ที่เมืองไทยเนี่ยค่ะ ประมาณ เอ่อ 4,000 กว่า ๆ แล้วก็ในจำนวนนี้ก็คอนเซ็ปต์เหมือนเดิมนะคะ คือเราจะทำเอง เอ่อ หรือเรียกว่า โคโค่ เนี่ย ประมาณ 20% นะคะ แล้วก็เป็นการให้แฟรนไชส์ไป เอ่อ 80% นะคะ ส่วน cup sold เนี่ย cup sold ของไตรมาส 2 เนี่ย ก็ปิดอยู่ที่ 117 เอ่อ ล้านแก้วนะคะ ส่วน 6 เดือน เนี่ย เอ่อ อยู่ที่ 229 นะคะ เพิ่มขึ้นทั้ง Q on Q และ year on year นะคะ โดยเฉพาะถ้าเป็น year เอ่อ year 6 เดือนเทียบกันเนี่ย เพิ่มขึ้นประมาณ 9% Q on Q ก็เพิ่มขึ้น เอ่อ 4.5% นะคะ เอ่อ อันอื่น ๆ ของ other F&B เนี่ย ก็จะเป็น เอ่อ Pacamara นะคะ แล้วก็ Pearly Tea ซะเป็นส่วนใหญ่ มีจำนวนประมาณ 98 outlet นะ ปิดที่ Q2 ค่ะ ส่วนอีก เอ่อ เซก เอ่อ ซับเซกเตอร์ของ Lifestyle อันก็คือร้าน convenience store คือร้านสะดวก เอ่อ ซื้อ เนี่ย นะคะ ก็อยู่ที่ 2,423 outlet นะคะ ก็จะส่วนใหญ่ก็จะเป็น 7-Eleven แล้วก็จะมี เอ่อ Jiffy ของเราด้วยนะคะ 100 กว่าสาขาค่ะ ไปดูที่ เอ่อ segment Global ซึ่ง segment Global ในไตรมาสนี้ก็มีย่อตัวลงอะนะคะ ใน PTT Station ของต่างประเทศที่ under Global เอ่อ business เนี่ย มีอยู่ 315 สาขานะคะ PTT Station เอ่อ ลดลง เอ่อ ประมาณ 6 สาขา ถ้าเทียบกับ Q ก่อน ก็คือเราก็จะ ปิด อ่า สาขาที่ เอ่อ ไม่ ไม่ perform นะคะ เอ่อ ส่วนใหญ่ก็มาจาก อ่า กัมพูชาค่ะ ส่วนคาเฟ่อเมซอน ก็ปิดอยู่ที่ 209 สาขานะคะ เอ่อ ส่วนใหญ่ก็จะ 3 ประเทศเหมือน PTT Station ก็คือที่ Cambodia แล้วก็ Philippines แล้วก็ Laos เป็นหลัก ค่ะ Convenience store มี 28 เอ่อ outlet ส่วนใหญ่อยู่ที่กัมพูชานะคะ ก็จะ เอ่อ อันนี้ในทิศทางของ เอ่อ ถ้าเปรียบเทียบกัน ก็ เอ่อ มีการลดอยู่ที่ 18 สาขา Q on Q นะคะ ส่วน sales volume sales volume เอ่อ ในมุมของ เอ่อ เอ่อ Global เนี่ย ก็จะ เอ่อ ลดลง อันเนื่องมาจากส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นของ เอ่อ กัมพูชา ซึ่งมีผลอันเนื่องมาจากความขัดแย้ง ซึ่งอันไหนที่มันไม่ perform เราก็ เอ่อ ปิดตัวลงอะนะคะ ก็จะเหลือคงไว้สำหรับสาขาที่ยังคิดว่า perform อ่า ใช้ได้นะคะ ค่ะ มาดู เอ่อ ภาพรวม revenue หนิ ที่ เอ่อ เป็นจำนวนเงินบ้างค่ะ ในไตรมาส 2 เนี่ย เราปิดยอดขายอยู่ที่ 205,667 ล้านบาท นะคะ ถ้าเทียบกับ เอ่อ เอ่อ Q ก่อน เนี่ย ก็ ยอด Q on Q เพิ่มขึ้นประมาณ 16% ค่ะ อันนี้ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือมาจากส่วนใหญ่เลยก็มาจากราคาน้ำมัน ด้วยอะนะคะ สำหรับ 6 เดือนเทียบกัน เนี่ย ปิดอยู่ที่ 6 เดือนปีนี้ first half อยู่ที่ 381,793 ล้าน ล้านบาท นะคะ ก็ เทียบกัน เนี่ย ก็คือเพิ่มขึ้น 9.2% จะเห็นว่าอันเนี้ยส่วน ส่วนหนึ่งก็มาจากราคาน้ำมันที่ average ของ เอ่อ first half ปีนี้ ถ้าเทียบกับ first half ปีแรก เนี่ย มี เอ่อ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น อยู่ เอ่อ พอสมควรทีเดียว นะคะ ส่วน เอ่อ Global เมื่อกี้ที่ได้ เอ่อ ได้เรียนไป ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้ว contribute revenue จาก Global เนี่ย ก็ ส่วนใหญ่จะมาจากฟิลิปปินส์เป็นหลัก ก็คือสีเหลือง ๆ เอ่อ กราฟด้านขวาข้างล่าง นะคะ ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์ค่ะ ไปดูในมุมของ EBITDA บ้างนะคะ ในมุมของ EBITDA เนี่ย เอ่อ ไตรมาส 2 เรา เอ่อ ปิด EBITDA อยู่ที่ 53 ล้านบาท ซึ่งอันนี้ก็ impact ส่วนใหญ่ก็มาจาก เอ่อ GP per litre นะคะ GP per litre อยู่ เอ่อ ไตรมาส 2 เนี่ย อยู่ที่ 49 สตางค์ นะคะ ถ้าเทียบกับ เอ่อ ไตรมาสก่อน ซึ่งมี เอ่อ GP per litre อยู่ที่ 74 สตางค์ เนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ ทำให้ EBITDA เราย่อตัวลงนะคะ ในมุมของ 6 เดือนเทียบกัน เนี่ย 6 เดือนปีนี้ ก็ปิด EBITDA อยู่ที่ 7,153 ล้านบาท เทียบกับ เอ่อ หก เอ่อ first half ปีที่แล้ว เนี่ย ก็จะเห็นว่าลดลงมากทีเดียว จะเห็นว่า EBITDA margin เนี่ย เอ่อ 6 เดือนปีนี้อยู่ที่ 1.9% นั้น นะคะ ในขณะที่ปีก่อน first half เนี่ย อยู่ที่ 3.2% นะคะ ซึ่ง เอ่อ ในไตรมาส 2 สิ้นไตรมาส 2 เนี่ย เรามีการ mark to market inventory สิ้นงวดอยู่ประมาณ 2,400 ล้าน อันนี้ก็ impact เข้าไป นะคะ ซึ่งจำนวนนี้เองก็จะมี realize แล้ว เอ่อ recover กลับมา ใน เอ่อ เดือนกรกฎาคม ตามเทรนด์ที่ เอ่อ ตอนแรกที่ ได้เรียนไปนะคะ ก็จะเป็นมุม positive ใน เอ่อ Q3 ถัด ๆ ไปค่ะ อะ ไปอีกหน้านึงได้เลยค่ะ ส่วน net เอ่อ ตามที่กล่าวมานะคะ ทำให้ net profit ของ Q2 ปีนี้นะคะ ก็จะทำให้เราติด เอ่อ เอ่อ ติดลบอยู่ที่ 1,774 นะคะ ส่วนใหญ่ก็มึ หลัก ๆ ก็คือ เอ่อ มาจาก เอ่อ NRV ด้วยส่วนหนึ่ง ก็คือ 2,000 กว่าล้านนะคะ แล้วก็ เอ่อ ถ้าเกิดสมมุติเราพูดแยกออกมา เนี่ย ก็จะมี hedging loss เอ่อ ที่เรา เอ่อ take เข้าไปประมาณ 2,000 กว่า แต่อย่างไรก็ตามไอ้ hedging loss เนี่ย มันก็จะไปค่อนข้าง square กับ เอ่อ physical gain นะคะ แล้วก็ margin ที่ squeeze ตัวลง ค่ะ ส่วน 6 เดือน เนี่ย รวมแล้ว ปิดอยู่ที่ 600 เอ่อ เป็นบวก net income 640 ล้านบาท ค่ะ ไปได้เลยค่ะ ส่วน financial position ก็เราก็ยังคงแข็งแกร่งนะคะ แต่จะเห็นว่าใน เอ่อ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนของเรา เนี่ย ก็จะ เอ่อ มีการเพิ่มขึ้นใน 2 ไอเทมอย่างเห็นได้ชัด ก็คือไอเทมที่ 1 ก็คือ inventory อันเนื่องมาจากราคา แล้วก็มี เอ่อ การ เอ่อ บริหารสต็อกเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการไม่ให้ขาด เนี่ย นะคะ ก็จะทำให้ inventory เรา เนี่ย เพิ่มขึ้นถ้าเทียบกับสิ้นปีนะคะ เอ่อ อยู่ เอ่อ ประมาณหมื่นกว่าล้านบาทนะคะ แล้วก็ อีกอันหนึ่งคือ ก็เงินสดของเราก็ผัน ไปอยู่ใน เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงค้างรับเราอยู่ประมาณอีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะค่อย ๆ ได้ทยอยคืนมา ปัจจุบัน เนี่ย เราได้คืนมาประมาณสัก 8,000 ล้านบาท นะคะ ส่วนอันอื่นเนี่ย ก็ยัง เอ่อ ไม่ ไม่น่าจะมีรายการอะไรที่ significant ก็คือ AP และ AR ก็จะมูลค่าสูงขึ้นทั้งคู่ตามราคาน้ำมัน ที่ เอ่อ ปรับตัวขึ้นนะคะ ถ้าเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา ค่ะ ไปได้เลยค่ะ สำหรับ cash flow นะคะ cash flow position เนี่ย เราเปลี่ยน เราปิดอยู่ที่ เอ่อ 32,566 ล้านบาท นะคะ ถ้าเทียบกับ เอ่อ เมื่อตอนสิ้นปีที่ 33,000 ล้านบาท ก็ใกล้เคียงนะคะ ก็ถือว่าโดยรวมแล้ว เอ่อ นอกจาก cash flow แล้ว ใน ratio ต่าง ๆ ของ เอ่อ D/E ratio หรือว่า DE เอ่อ leverage ratio เนี่ย ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ เอ่อ แข็งแกร่ง ค่ะ เหม่อ ยังไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วงนะคะ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ก็ น่าจะเป็น outlook ขอ ขออนุญาต เอ่อ ส่งให้พี่ปีก ครับ ค่ะ outlook

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ สำหรับ outlook นะครับ ใน 6 เดือนที่เหลือของปี นะครับ มันก็มีทั้ง ข่าวดีและข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นะครับ ก็ถ้ามามองอันแรก ๆ ก็คือเศรษฐกิจโลกนะครับ ใน ที่ผ่านมา เนี่ย นะครับ ก็ขยายตัวนะครับ แต่ว่าคิดว่าถ้าปีนี้ ก็คือ ยังขยายตัวอยู่แต่จะคงชะลอลงนะครับ ปรับลด GDP โลกเหลือ 3% นะครับ จากแรงกดดันความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่ ผลักดันราคาพลังงานให้ สูงขึ้น นะครับ สำหรับเศรษฐกิจไทยเนี่ย คิดว่าน่าจะ ผ่านจุดต่ำสุดละนะครับ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเนี่ย ได้มีการปรับ GDP ของไทยทั้งปีนะครับ เป็น 2.3% จากแรงหนุนของ AI cycle นะครับ แต่ก็ ยังมีความกังวล นะครับ เรื่อง SME และการเข้าถึงแหล่งเงินของ SME นะครับ แล้วก็ ครัวเรือนรายได้น้อยก็ยัง อยู่ในสภาพที่เปราะบาง ขณะที่ข้างหน้า เนี่ย ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องราคาพลังงานนะครับ เพราะว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางเนี่ย ก็ยังไม่จบ คลี่คลายนะครับ แต่ก็ยังไม่จบ นะครับ ต่อไปเนี่ยเราก็ มันก็จะมีเรื่องภาษีนะครับ จากสหรัฐ เข้ามามีผลกระทบกับเศรษฐกิจเราด้วยนะครับ แล้วก็อีกอันนึง นะครับ ปีนี้ก็คือ Super El Niño ซึ่งก็น่าจะส่งผลกระทบกับ ความสามารถในการผลิต ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศนะครับ ส่วน การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวดีกว่าคาดนะครับ หลังจาก ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ที่มี น้อยกว่าที่คิดนะครับ ก็ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงเป้านักท่องเที่ยวอยู่ที่ 33 ล้านคนนะครับ แต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงจากการแข่งขัน จากหลาย ๆ ประเทศที่จะดึงตัวนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน นะครับ รวมถึง ต้นทุนการบินนะครับ ก็สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ที่สูงเนี่ย ก็จะ ทำ ให้ ธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะส่งผลกระทบกับการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวนะครับ ส่วนประเด็นอีกอันหนึ่ง ซึ่งสำคัญก็คือราคาน้ำมันที่ผันผวนนะครับ ความเสี่ยงจากการบริหารการจัดการ supply and hedging เนี่ย ในปี 69 เนี่ย ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนอยู่ในกรอบ 82.5-94.2 บาทต่อ US ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นะครับ จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นะครับ แล้วก็ การเจรจาข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งก็ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนะครับ ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ รวมถึง ปัญหาการโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ก็ที่ยังมีอยู่อย่าง ต่อเนื่อง แทบจะทุกอาทิตย์นะครับ ส่งผลกระทบให้ อุปทานน้ำมันตึงตัวมาก นะ โดย OR พยายามบริหารจัดการเพื่อลด inventory ในช่วงเนี้ย เพื่อ พร้อมทำ hedging เพื่อจะพยายามที่จะบริหารจัดการ stock loss ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ นะครับ อย่างที่คุณวิไลวรรณได้พูดนะครับ ค่าเงินบาท อ่อนค่า ก็น่าจะเป็นผลดีกับ OR นะครับ ประเมินว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าในกรอบ 32.7-34.2 บาทต่อ US ดอลลาร์ จากการแข็งค่าของ US ดอลลาร์นะครับ คาดการณ์ว่า เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศเนี่ย ยังไงก็ตาม คาดว่าเงินบาทมีโอกาสที่จะทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี นะ ก็ต้องรอดู นะครับ ส่วนดอกเบี้ยมีแนวโน้มคงไว้ที่ประมาณ 1% ตลอดปี 69 นะครับ โดยมองเงินเฟ้อ พุ่งขึ้นชั่วคราวจากต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางสภาวะการตึงตัว จากการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้ SME นะครับ แล้วก็รายย่อยมากขึ้น ส่วน แนวโน้มหนี้เสียก็มีแนวโน้มที่มีมากขึ้นเช่นกัน ต่อไปก็จะเป็นเรื่อง ความยั่งยืนนะครับ ก็ เป้าหมายของเรา 3 อันนะครับ เป้าหมายความยั่งยืนเนี่ยได้ตั้ง goal ของปี 2030 ไว้นะครับ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกันทั้ง 3 มิติ ทั้งคน ทั้งสิ่งแวดล้อม และระบบเศรษฐกิจนะครับ ในแง่ของ Living Community เนี่ยครับ ที่ตั้งเป้าไว้ในการสร้างชุมชนให้น่าอยู่และการยกระดับ คุณภาพชีวิตเนี่ย ในพื้นที่ รอบ ๆ พื้นที่ทางธุรกิจของเรา 17,000 กว่าชุมชนนะครับ หรือ 12 ล้านคนภายในปี 2030 เนี่ย ก็เป็นข่าวดีนะครับ โดยในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาเนี่ย สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนได้มากกว่าหนึ่ง 17,000 ชุมชนแล้วครับ อยู่ที่เกือบ ๆ หมื่นเป็น 18,000 ชุมชนแล้ว นะครับ ส่วนการสร้าง Economic Prosperity เป้าหมายในการสร้างความเติบโต สร้างอาชีพ และการกระจายความมั่งคั่ง สู่ผู้มีส่วนได้เสียกว่า 1 ล้านรายนะครับ ภายในปี 2030 เนี่ย โดยในไตรมาสที่ 2 2069 2569 เนี่ย สามารถสร้างการเจริญเติบโตให้ผู้มีส่วนได้เสียได้ เป็นไปตามเป้าหมายนะครับ คือ 719,570 รายนะครับ ส่วนในการสร้าง สภาพแวดล้อมให้ดีนะครับ ก็ ในการทำ Healthy Environment เนี่ย ก็ OR มีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ให้ได้มากกว่า 1 ใน 3 ภายในปี 2030 นะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับ reference point ในปี 2022 เนี่ย โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 2569 พบว่า 3 หัวข้อที่ OR มุ่งเน้น นะครับ ก็การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเนี่ย ผลการดำเนินงานใน Q2 2569 เนี่ย คือเราตั้งเป้าหมายปี 2030 ไว้ที่ 21,905 ตันเทียบเท่านะครับ ก็ทำได้ 15,177 ตันนะครับ ส่วน การใช้เชื้อเพลิง ก็เป้าหมายคือเป็นกิกะจูลต่อ 1 ล้านบาท EBITDA เนี่ย เป้าหมายเราคือ 1 10 กิกะจูล นะครับ 10.38 กิกะจูลต่อ 1 ล้านบาท EBITDA เนี่ย ตอนนี้เราทำได้ 19.77 ก็ ไม่ต่างไปจาก แพลนนะครับ แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย ส่วน ของเสียในการดำเนินธุรกิจนะครับ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะ ทั้งปีเนี่ยจะ ลดให้เหลือ 13 13.78 ตัน อันนี้ทำได้ 5,000 นะครับ ก็ยังเยอะอยู่ ส่วนต่อไปครับ ในแง่ของ Dow Jones Sustainability Indices นะครับ แล้วก็ OR ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ของ S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในการเติบโตนะครับ ในการยอมรับจาก สากล โดย OR มุ่งเน้นในการสร้างโอกาส เพื่อการเติบโตผ่านกลยุทธ์การขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน ได้แก่ อันแรกคือ การมุ่งสู่พลังงานสะอาดและยกระดับธุรกิจค้าปลีก ตัวอย่างที่โดดเด่นก็จะมี เช่น การขยายโครงข่าย EV Station PluZ นะครับ เพื่อรองรับการเติบโต และการสร้าง EV ecosystem ที่ครบวงจร ที่มีจุดชาร์จ DC มากกว่า 1,350 จุด พร้อมทั้งเปิดให้บริการ EV Hub แล้วกว่า 27 แห่งทั่วประเทศ ที่ 2 คือการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้การสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF นะครับ เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการช่วยบรรลุเป้าหมาย Net Zero นะครับ อันที่ 3 ที่มีความภาคภูมิใจมาก เราเปิดไปแล้วคือ Café Amazon Flagship Store นะครับ ที่ Amazon Experience นะครับ ที่ซอยอารีย์นะครับ เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านธุรกิจกาแฟ และยกระดับมาตรฐานพร้อมสร้างประสบการณ์ในการให้บริการที่แตกต่าง ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ในลำดับต่อไป และการสร้างการเติบโตร่วมกับสังคมนะครับ โดยมีตัวอย่างโดดเด่น เช่น การสนับสนุนการสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรมากกว่า 380 ครัวเรือน ผ่านการรับซื้อเมล็ดกาแฟ สำหรับการจำหน่ายร้านคาเฟ่อเมซอน พร้อมการสนับสนุนการสร้างความรู้ การปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ผ่านการจัดฝึกอบรม ที่ 2 คือการสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางมากกว่า 600 คน นะครับ ผ่านการจ้างงานในระบบ Café Amazon for Chance อันที่ 3 คือการสนับสนุนสร้างรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนและ SME มากกว่า 280 ราย ผ่านการนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายในร้านไทยเด็ดนะครับ ทั้งหมดนี้ OR แล้วก็ ยังพยายามที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าและเติมเต็มโอกาสให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ครับ

Operator

ค่ะ ขอบคุณพี่ปีกแล้วก็พี่เอ๋นะคะ สำหรับการนำเสนอค่ะ ตอนนี้เราก็เข้าสู่ session Q&A แล้วนะคะ เดี๋ยวขอทวนวิธีถามคำถามอีกครั้งค่ะ ถ้าท่านใดนะคะ มีคำถาม สามารถกดปุ่มยกมือแล้วก็เปิดไมค์ถามคำถามด้วยตัวเองได้เลยค่ะ หรือถ้าไม่สะดวกนะคะ ก็สามารถสอบถามผ่านทาง LINE Group แล้วก็ช่องแชต แล้วเดี๋ยวป่านจะเป็นคนอ่านคำถามให้ค่ะ เดี๋ยวระหว่างช่วงรอคำถามนะคะ ป่านรบกวนพี่ชาติค่ะ ช่วยให้ภาพทิศทางของ Mobility ค่ะ ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ค่ะ

สุชาติ ระมาศ

ครับ ขอบคุณครับ ก็มีคำถามล่วงหน้ามาเกี่ยวกับ Mobility ค่อนข้างเยอะนะครับ หลังจากที่เราประกาศผลประกอบการ 6 เดือนไปนะ ก็ในช่วงปิดครึ่งปีแรกนะฮะ มันเจอผลเรื่องของราคาที่มีการสวิงมาก จาก 70 กว่าเหรียญ 60 กว่าเหรียญ เป็น 150 เนี่ย มันก็มีผลกระทบค่อนข้างแรง แต่เราคาดการณ์ว่าในครึ่งปีหลังเนี่ย ราคาคงน่าจะสวิงระดับนั้น ฉะนั้นเรื่องยอดขาย เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรักษาไว้นะครับ ผมขออนุญาตลงราย segment เลยนะฮะ ก็ segment แรกจะเป็นกลุ่ม B2B B2B เนี่ย B2B ที่เราจำหน่ายอยู่หลักก็คือภาคอุตสาหกรรมเนี่ย เรามั่นใจว่าตอนนี้เรายังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ แล้วก็ยอดขาย market share ยังรักษาไว้ที่ 1 อยู่เหมือนเดิมนะครับ ในส่วนที่ 2 ที่เป็นปัญหาคือเรื่องของกลุ่ม jobber กลุ่ม jobber เนี่ยนะครับ กลุ่ม jobber เนี่ย จะเป็นเน้นเรื่องของราคา ที่ผ่านมาจะขายได้ volume แต่ระ margin จะบางมาก ก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา เราอาจจะสู้ราคาผู้ผลิตไม่ได้นะฮะ ก็ส่งผลกระทบเรื่องยอดขาย แต่ในกลุ่มของเจ็ตนะครับ กลุ่มเจ็ตนี่มีคำถามเข้ามาค่อนข้างเยอะนะครับ วันนี้เรายังรักษา market share อันดับ 1 อยู่ครับที่ 57% แล้วเราคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังเนี่ย จะเป็นช่วงที่ high season เนี่ย เราจะเราน่าจะรักษาและตัดรักษาลูกค้าได้ และยอดขายได้เป็นไปตามเป้าหมายนะครับ ให้ความมั่นใจได้นะครับ อีกตัวนึงคือน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันหล่อลื่นเนี่ย market share เราหก ค่อนข้างโตขึ้นมานะ จากเดิมปีที่แล้วอยู่ที่ 32.7 ตอนนี้เราขึ้นไปเป็น 33.4 ก็เห็นว่าเรามีการเติบโตมากกว่าตลาดนะครับ ตัวหนึ่งที่ถามกันมาเยอะนะฮะ ก็เรื่องของขายปลีก ขายปลีกวันนี้ นะครับ ประเทศเนี่ย ก็มีการเติบโตอยู่ นะครับ ตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤตจนถึงหลังวิกฤตเนี่ยนะฮะ วันนี้ market share เราเมื่อกี้ที่ทาง CEO ได้กล่าวไว้ คือภาพรวมของขายปลีกเนี่ย คือ 38.2 นะฮะ จากเดิมที่เรามีอยู่ 35.7 หมายถึงว่าเราโตขึ้นมา 2.5% นะครับ เมื่อลงลึกนิดนึงครับ เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ในส่วนของเบนซินเนี่ย เบนซินเนี่ย ประเทศโต 3.7 เราโต 6.9 นะครับ ในส่วนของดีเซลเนี่ย ดีเซลประเทศโต 2.6 เราโตประมาณ 12% เลย นะฮะ 12% เกิดจากอะไรบ้างครับ เกิดจากที่วันนี้เรามี B20 ออกมา ตอบโจทย์ผู้บริโภค นะ ก็เห็นว่า เอ่อ ในส่วนของขายปลีกเนี่ย ค่อนข้างได้ค่อนข้างดี และวันนี้ นะครับ เดือน 7 กรกฎาคม ผลออกมา ประกอบการมา ก็ได้ยังโตทั้งเรื่องของยอดขาย นะครับ แล้วก็เรื่องของ เอ่อ EBITDA ก็ดีขึ้นนะฮะ ก็ก็คิดว่าเดือนครึ่งปีหลัง จะเป็นภาพที่ตัวของฝั่งสถานีบริการน้ำมันเนี่ย เข้ามาเป็นหลักอีกตัวหนึ่งนะฮะ ก็ฉะนั้น ในตัวของปั๊มน้ำมันฮะ เราออก มีการออกโปรดักต์ใหม่ คือ X99 ก็คือตัวพรีเมียมนะฮะ ส่งผลให้พรีเมียมเราโต 21% อันนี้เป็นสิ่งที่เราเป็นเป็นเป็นที่เราคิดว่าเป็นบวกนะฮะ อีกตัวหนึ่งที่มีคนถามเข้ามา แล้วก็มีคำถามเข้ามาเยอะ คือเรื่องของ EV EV เนี่ยนะครับ วันนี้ EV เนี่ย เรามีสมาชิกในแอปนะครับ เรียนว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างปีที่แล้วเนี่ย เรามีก็ว่าเยอะแล้วนะครับ เรามีประมาณเกือบ ๆ 500,000 คนนะ ปีนี้ครึ่งปีเนี่ย เรามีสมาชิกเกือบ ๆ เกือบ ๆ 800,000 แล้วฮะ 770,000 นะฮะ แล้วก็รถที่เข้ามาใช้บริการเรานะฮะ ต่อวันนะครับ ต่อวันนะฮะ จากเดิม 28,000 เนี่ยฮะ ตอนนี้ ณ วันนี้ ณ เวลานี้ เกือบ ๆ 45,000 แล้วครับ 44,000 ให้เห็นว่ามีการโตเกือบ 100% นะครับ อันนี้ก็ แล้วก็มี occupancy rate นะฮะ ก็คือตอนนี้เกือบ ๆ 8 ชั่วโมง อันนี้เกินเป้าหมายเรา ฉะนั้น เรามองว่า EV เนี่ย เป็นอีก พระเอกอีกตัวหนึ่งที่จะเติบโตในอนาคตนะครับ วันนี้เราก็มั่นใจว่าในทางตรง เนี่ย ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเราใน 40,000 40,000 กว่าคันต่อวัน เนี่ย ก็พอใช้บริการ non-oil ด้วย นะครับ แล้วก็มีรายได้เข้ามาด้วย ฉะนั้น ผมมองว่า EV น่าจะเป็นเสาหลักขึ้นในอนาคตอีกตัวหนึ่งของเรานะฮะ ก็เป็นภาพประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ

Operator

ค่ะ ขอบคุณพี่ชาติค่ะ พี่ ๆ นักวิเคราะห์ท่านไหนมีคำถาม สามารถกดปุ่มยกมือได้เลยนะคะ เอ มีใครมีคำถามมั้ยคะ

สุวัฒน์

สวัสดีครับ ผมสุวัฒน์นะครับ

Operator

ค่ะ พี่หมู ถามได้เลยค่ะ

สุวัฒน์

โอเคครับ ผมอยากถามนี้ก่อนนะฮะ ว่า ใน นโยบายของเราอะนะครับ ในการ จับมือกับ MINOR เนี่ย ช่วยขยายความหน่อยสิครับ ว่าเราคาดหวังอะไรอะครับ แทนที่ในนโยบายเดิมที่เราเคย ซื้อ food and beverage ต่าง ๆ เข้ามา เนี่ย ในพอร์ต เทียบกับการที่เราไปจับมือกับ MINOR เนี่ย มันจะ conflict กันมั้ย หรือว่ามันจะ align กันยังไง แล้วกลยุทธ์ในการเติบโต ตรง food and beverage เนี่ย มันเป็นยังไง แล้วเมื่อกี้ได้ยินบอกว่าตอนต้นเลย บอกว่าเป้าหมาย ของ ธุรกิจเนี้ย รู้สึกจะใช่ 150 สาขารึเปล่า ลงทุน 400 กว่าล้าน อันนี้ ไม่ทราบตัวเลขนี้ถูกรึเปล่า รบกวนขยาย เพิ่มเติมให้หน่อยครับ

Operator

เดี๋ยวเรียนเชิญรองไกรสิทธิ์ ช่วยตอบคำถามนี้ค่ะ

ไกรสิทธิ์

ครับผม สวัสดีนะครับ ผม ก็ตามที่ท่าน CEO ได้เรียนในตอนต้นแล้วนะครับผม ว่า ก็ปัจจุบัน เนี่ย เรามีความแข็งแกร่งในเรื่องของ physical platform นะฮะ แต่ว่า เรายังไม่มี ใน ecosystem ของเรายังไม่สมบูรณ์เพียงพอ เพราะงั้นเราก็เลยออกแบบตัว Food@Lus เนี่ย นะฮะ ให้เป็น F&B platform นะฮะ เพื่อจะเชื่อมต่อระหว่างตัว physical platform ของเรานะครับผม กับผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ นะฮะ ส่วน อย่างที่พี่หมูถาม ก็คือในแนวทาง นะครับ ตัวนี้เราคิดว่าเราอยากมีความหลากหลาย เพราะว่าสถานีบริการในแต่ละทำเลของเรา ไม่ว่าจะเป็น ชุมชน หรือว่าทางผ่าน ไฮเวย์ต่าง ๆ เนี่ย มันก็จะมี ความต้องการที่แตกต่างกัน เพราะงั้นเราอยากให้ ecosystem ของเราเนี่ย มีความสมบูรณ์ นะฮะ แล้วก็มีความหลากหลายรูปแบบ เพราะงั้นการพาร์ตเนอร์ นะฮะ กับ ผู้ประกอบการที่มี ความสามารถ อย่างเช่น อย่างที่ผมยกตัวอย่าง ก็คือ MINOR ที่เป็นตัวอย่างแรกนะครับ แต่อนาคตเราก็จะมี การ พาร์ตเนอร์กับอีกหลาย ๆ กลุ่ม นะฮะ เพื่อมาทำให้ ecosystem ของเรามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นนะครับผม ก็ ตัวเลขที่พี่ถามว่า ช่วงแรกที่เรา วางแผนไว้ 150 สาขา ประมาณ 400 ล้านบาท นะฮะ แต่ว่าก็อาจจะมีการเพิ่มเติมได้มากกว่านี้นะครับ นี่เป็น preliminary ตัวเลขที่เราออกแบบไว้ครับผม ขอบคุณครับ

สุวัฒน์

พอจะบอกได้มั้ยครับว่า ไอ้โปรเจกต์เนี้ยฮะ กับ MINOR เนี่ย return มันประมาณเท่าไหร่ อะครับ 12% อะไรอย่างงั้นรึเปล่าครับ แนว ๆ นั้น หรือว่ามันยังไงครับ รบกวนหน่อยฮะ แล้วคาดว่ามันจะ break-even เมื่อไหร่ อะครับ

ไกรสิทธิ์

เพราะว่าตัวเลข เหมือนกับเช่นเป็นแฟรนไชส์ น่าจะมีตัวเลขในตลาดแล้วนะครับ เพราะว่าอย่างร้านที่เราคิดว่าจะเปิด คือ Dairy Queen, Pizza Hut แต่ว่าตัวที่น่าสนใจ คือตัวราเมน นะฮะ ซึ่งตัวนี้เราจะ develop ขึ้นมาใหม่เลย กับทาง MINOR ซึ่งตัวนี้คิดว่าน่าจะมีผลตอบแทนที่น่าสนใจ นะครับผม แต่ว่าตัวอื่น ๆ ก็อาจจะเป็น ผมว่าน่าจะเป็นตัวเลขที่ อาจจะไม่ได้สูงนะฮะ แต่ว่าบอกว่าเรียกว่า low risk ละกัน น่าจะเป็นตัวเลขที่ ร้านที่เปิดได้รับการยอมรับอยู่แล้วนะฮะ ผมว่า แล้วก็ตอนนี้ก็มีหลาย ๆ ตัวที่ ก็เปิดอยู่ในสถานีบริการเราก็คิดว่ามันก็ค่อนข้าง ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคค่อนข้างดีครับ

สุวัฒน์

ครับ โอเค อันที่ 2 ผมอยากจะต่อเนื่องหน่อยอะฮะ ว่า จริง ๆ ผมดูแนวโน้มของ non-oil เรา เนี่ย ในเชิง EBITDA เนี่ย มันค่อนข้างจะไม่ค่อยโตอะครับ แต่ว่า EBITDA margin เราสามารถ maintain รักษาไว้ได้ในระดับที่ดี ประมาณ 30% บวก ๆ เนี่ย อันนี้ แนวทางในการที่มันจะเติบโตในเชิง absolute เนี่ยครับ มัน นอกเหนือจากเมื่อกี้ข้อ 1 ที่ผ่านไปแล้ว เนี่ย มันมีแนวทางอื่นเพิ่มเติมยังไง ช่วยขยายให้ชัดกว่านี้หน่อยได้มั้ยครับ

ไกรสิทธิ์

ก็ต้องบอกว่าวันนี้ คาเฟ่อเมซอนคงเป็นตัวหลักนะครับ ในการที่จะ contribute ตัว EBITDA ใช่มั้ยฮะ ซึ่งก็บอกว่า เราก็สามารถรักษาระดับตัว EBITDA margin อยู่ในระดับที่ ค่อนข้างดีเลยทีเดียว นะครับ ในช่วงนี้ที่ผ่านมา แล้วก็ยังน่าจะทำได้ดีอยู่นะครับ โดยเฉพาะใน ในปีนี้นะฮะ ไม่ว่าจะมี เกิดสถานการณ์ อื่นขึ้น อย่างเช่น เรื่องของ supply ที่เพิ่มสูงขึ้น ในปีนี้บอกว่าเราก็ยังสามารถบริหารจัดการได้ แล้วก็ maintain EBITDA ได้ในระดับที่ค่อนข้างดี นะฮะ แต่ส่วนที่เราจะทำให้ตัว EBITDA เนี่ย เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต มันคงต้องมาจากธุรกิจอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากคาเฟ่อเมซอน นะฮะ อย่างเช่น ทางกลุ่ม food นะฮะ ที่เรา เริ่มทำ เนี่ย ฮะ ที่บอกว่าใช้ Food@Lus เป็น platform ที่จะเชื่อมต่อกับ กับผู้ประกอบการ ร้านอาหารอีกหลาย ๆ ร้านเนี่ย อันนี้น่าจะเป็นตัวทำที่ ให้เราสามารถเพิ่มตัว EBITDA ได้ นะครับผม ในอนาคตครับ

สุวัฒน์

ครับ คำถามถัดไปคืออยากถามว่า นโยบายของเราเนี่ย ในการ balance การเติบโต ละกันนะครับ หรือการรักษา กำไร เนี่ย ของ ธุรกิจ oil ปั๊มน้ำมัน เนี่ย กับ ธุรกิจ EV charger ซึ่งตอนนี้ผมเห็น มีผู้เล่นเข้ามาเยอะมากเลย แล้วก็มีการสร้างเยอะ แล้วก็เทคโนโลยีใน หัว supercharge เนี่ย มันลดลงไปเยอะมากเลยนะครับ ในขณะที่จำนวนรถมันเพิ่มขึ้นเยอะ อันนี้ ตรงนี้ เนี่ย ช่วย รบกวนอัปเดตหน่อยสิครับ ว่า ธุรกิจ EV charger เรา เนี่ย ที่ลงทุนไปแล้ว เนี่ย เอ๊ะ มัน break-even มั้ย แล้วเทคโนโลยีมัน มัน obsolete มันล้าสมัยหรือเปล่า แล้วเราจะมีแนวโน้มในการ เดินธุรกิจ EV charger balance กับปั๊มน้ำมันของเราอย่างไรอะครับ ขอเป็นตัวเลขด้วยก็จะดีอะนะครับ ขอบพระคุณครับ

สุชาติ ระมาศ

ขอบคุณครับ พี่หมูครับ ก็ จะเป็นคำถามที่ เราคงต้องบอก ข้อมูลให้พี่หมูละเอียดเพิ่มเติม นิดนึงครับ คือ ในส่วนของ EV วันนี้นะครับ กลับไปที่น้ำมันก่อน น้ำมันวันนี้เรามี market share เติบโต ฉะนั้น ตลาดเนี่ยเราชนะตลาดอยู่ นะฮะ ตลาด แล้วเราโตตลาดค่อนข้างเยอะ อย่างที่บอก ปีเนี้ย เรามี market share โตขึ้นมา 2.5 กลุ่มเบนซิน กลุ่มดีเซล เนี่ย เบนซินเนี่ย ตลาดโต 3 เราโต 6.9 นะฮะ เป็นดีเซล เนี่ย ตลาดโต 2.6 เราโต 12 อันนี้เราโอเคแล้ว กลุ่มในเรื่องของตัวน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ตัว EV ครับ ผมว่า EV เนี่ย เราคงขออนุญาตเปิดตัวเลขอีกนิดนึงครับ ว่า EV วันนี้ นะครับ occupancy rate เนี่ย ขึ้นมาเป็น 8 ชั่วโมง นะครับ วันนี้คนเข้าปั๊มเรา เนี่ย จากปีที่แล้ว ที่ย้ำเมื่อกี้ นะฮะ 28,000 ตอนนี้เกือบ ๆ 45,000 ละ 44,000 เราคาดการณ์ว่าในสิ้นปีนี้ เราจะดันให้ได้ประมาณ 50,000 คัน ครับ 50,000 คัน เนี่ย ถ้าเกิดเราลองคำนวณดูว่าใน 50,000 คัน เนี่ย เอาพูดถึงตัวเงินก่อนนะครับ พี่หมู ตัวเงิน เนี่ย 50,000 คัน เนี่ย เฉลี่ยต่อคันเนี่ย ประมาณ 160 บาท ถ้าเอา 50,000 คัน คูณ 6 160 บาท เนี่ย คือวันละ 8 ล้าน ถ้า 8 ล้าน คูณกลับไป ก็บอกว่า ปี ๆ นึง ก็ตกเกือบประมาณสักเกือบ ๆ 2,600 2,600 ล้าน อันนี้คือ revenue ที่เข้ามานะ พี่หมู อันนี้ประมาณนี้นะฮะ ส่วน EBITDA เดี๋ยวขอคุยอีกทีนะฮะ ก็ประมาณนี้ ฉะนั้น อันนี้คือทางตรง ก็มี revenue เข้ามาประมาณเกือบ 2,600 ล้าน ประมาณ นะฮะ ในส่วนทางอ้อมก็คือ คนที่เข้ามาใช้บริการ EV เนี่ย เราพบว่า เกินครึ่งหนึ่ง นะฮะ ไม่ใช่ลูกค้าเดิมของเรา เป็นลูกค้าใหม่ หมายถึงว่าคนที่เข้ามาในปั๊มเรา เนี่ย ที่ใช้ EV เนี่ย สักประมาณสัก 30-40% เนี่ย อาจจะเคยเป็นลูกค้าเราอยู่ แต่อีก 60% เนี่ย เป็นลูกค้าใหม่ ฉะนั้น เราก็จะได้คนเข้ามาในปั๊มเรา เนี่ย เพิ่มขึ้น สมมุติว่า 50,000 คัน เนี่ย จะมีมาสัก 2 คน 2 คน นี่เกือบ ๆ 100,000 คนต่อวัน นะฮะ แต่ว่าผมไม่ถึงก็ได้ สัก 7-80,000 คน ฉะนั้น EV วันนี้ ผมมองว่า เป็นทางเลือก ไม่ใช่ จริง ๆ เป็นโปรดักต์หลัก ที่จะมาช่วยเราในอนาคต นะฮะ ผมว่า และเราค่อนข้างได้เปรียบ ในเรื่องของเน็ตเวิร์ก วันนี้เราวางไว้ค่อนข้างทั่วประเทศ ดูจากอะไรครับ วันนี้สมาชิก EV เรามี 700,000 คน นะ 770,000 คน แต่รถ EV มีแค่ประมาณ 500,000 คัน หมายถึงว่าวันนี้ รถ EV ผมว่าเกือบ 99% เนี่ย เป็นสมาชิกเรา บางคันอาจจะมี 2 สมาชิก สามีภรรยากัน ฉะนั้น ผมว่าเราครอบคลุมเรื่องของความมั่นใจ เรื่องของเน็ตเวิร์กที่เข้าถึงได้ ความปลอดภัย ทุก ๆ อย่างอยู่ ฉะนั้น ผมว่า market share เราน่าจะเกิน 50% ในส่วนของ EV ฉะนั้น EV ผมว่าเราเดินมาได้ค่อนข้าง ค่อนข้างดี แล้วก็ ในปีนี้ ทาง CEO ยังให้นโยบายในการขยายอย่างต่อเนื่อง นะฮะ ให้งบประมาณลงทุนมา ถามว่า EBITDA เป็นบวกมั้ย เริ่มเป็นบวกแล้วครับ ก็เรียนว่าเป็นบวกแล้วครับ แต่อาจจะบอกตัวเลขไม่ได้ แต่ทิศทางดีขึ้น ฉะนั้น และส่วนเทรนด์ของ EV ที่มันมา เรื่องของเทคโนโลยีเนี่ย วันนี้เราประมูลราคาของที่ชาร์จ ได้ถูกลง คุณภาพดี ประสิทธิภาพดีมาก เราใช้วอลลุ่มในการประมูลเนี่ย ส่งผลให้เราได้ต้นทุนที่ถูกลงมาก อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราดำเนินการอยู่ และในปีนี้ นะฮะ ตามนโยบายของ CEO ก็คือขยายครอบคลุมอย่างทั่วประเทศ และ จะมีทำ EV Hub เพิ่มขึ้น EV Hub ทุกที่ที่เปิดขึ้นมานะฮะ non-oil เติบโตดีมากครับ อันนี้ก็ประมาณนี้ครับ พี่หมูครับ ขอบคุณครับ

สุวัฒน์

โอเค ขอบคุณครับ

Operator

ค่ะ มีท่านไหนมีคำถามอีกมั้ยคะ สามารถยกมือได้เลยนะคะ พอดีมีคำถามเข้ามาในช่องแชตนะคะ เนื่องจากก่อนหน้านี้ค่ะ ทาง OR ได้มีการ ยุติ ตัวแบรนด์ Texas Chicken ไปนะคะ แล้วก็ตอนนี้ก็มีข่าวว่ากลุ่มไทยเบฟฯ ค่ะ กำลังเปิดหาผู้ซื้อสิทธิ์บริหารร้าน KFC ค่ะ ในมุมมองของผู้บริหารค่ะ มองว่าดีล KFC นี้ เนี่ย ถือว่าเป็นโอกาสที่ OR จะเข้าไปศึกษาเพื่อนำแบรนด์ร้านอาหารเนี่ย เข้ามาสร้างทราฟฟิกแล้วก็เติมเต็มพอร์ตธุรกิจ F&B ในปั๊ม PTT หรือไม่คะ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ ก็ เรื่อง KFC เอง ก็เป็น เรื่องที่ ผมว่า หลาย ๆ คนก็ดู ว่า มันอาจจะมี synergy กับ OR ได้ นะครับ เพราะว่า KFC เนี่ย แต่ก่อนเนี่ย ประกอบด้วย ทั้งกลุ่ม Central กลุ่ม ThaiBev แล้วก็กลุ่ม RD นะครับ ก็มี ผมว่า น่าจะ ภายใน 2,000 กว่าปั๊มของเรา อะ มี KFC อยู่ ว่า ไม่ต่ำกว่า 300-400 อะ นะครับ นี้ ถามว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจหรือเปล่า ก็ คิดว่า แน่นอน นะครับ ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ นี้ต้องคำนึงถึงว่า เฮ้ย ถ้าเราลงทุนไปเนี่ย เราได้ อะไรกลับมา เพราะว่า คิดว่า ถ้า การเป็นเจ้าของ KFC เนี่ย ผมมองว่า จะช่วยให้เราสามารถดึงคนเข้ามาในสถานีบริการเรา มากขึ้นหรือเปล่า นะครับ อันนี้ก็ต้องดู นะครับ ว่า คือ ดูว่า จะใช้เงินเท่าไหร่ในการสร้าง ecosystem เพื่อจะดึงคนเข้ามามากขึ้น เพราะ คนเข้ามามากขึ้น ก็ แปลว่า โอกาสที่เค้าจะ ใช้จ่าย ใน ระบบนิเวศของ OR ก็จะมีมากขึ้น อันนี้ก็ เป็นสิ่ง ที่ ต้องเวทครับ ว่า pros and cons ของการเป็นเจ้าของ KFC เนี่ย มันคืออะไร ก็ ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คงไม่สามารถที่จะบอกได้ นะครับ ว่า ในวันนี้ นะครับ แต่ว่าก็ ในฐานะ OR เราก็ต้องดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไงก่อน

Operator

ค่ะ ขอบคุณพี่ปีกค่ะ ท่านไหนมีคำถามมั้ยคะ สามารถยกมือได้เลยค่ะ

สุวัฒน์

ผมขออนุญาตถามต่อได้มั้ยครับ

Operator

ได้ค่ะ พี่หมู

สุวัฒน์

คืออย่างงี้ฮะ ถ้าผมถามอย่างงี้แล้วกัน อีก 2-3 อีก 3 ปีข้างหน้า หรือ 5 ปีเนี่ย มันมีความเป็นไปได้มั้ยครับ หรือว่าทาง OR เนี่ย มีนโยบาย ว่า ตัว EBITDA non-oil เนี่ย มันจะมีโอกาสเป็นสัดส่วนขึ้นไปถึงครึ่งนึง ได้มั้ยครับ แล้วถ้าได้เนี่ย หรือไม่ได้ เนี่ย มันมาจากเหตุผลอะไรครับ เช่น เมื่อกี้เราคุยเรื่อง EV charger ไปส่วนหนึ่ง เราคุยเรื่อง portfolio ของ food ต่าง ๆ ไม่ว่าจะผ่านนโยบายของ การถือหุ้นตรง ๆ หรือการ JV เนี่ย ไม่ทราบว่านโยบายเหล่านี้ หรือแม้แต่เรื่องของโรงแรม ที่เราเคยพูดถึง อนาคต แล้วก็คงพักไป นะฮะ ไม่ทราบว่าเรื่องเหล่านี้ หรืออาจจะมีเรื่องอื่น ๆ ผมอยากรู้ว่า ในมุมของกลยุทธ์เนี่ย ทาง OR เนี่ย มีเป้าหมายมั้ยครับ หรือว่าถ้าผมถามว่า ภายในปี 2030 2028 เนี่ย เราจะเพิ่ม สัดส่วน EBITDA ของ non-oil ขึ้นไปได้เท่าไหร่ครับ รบกวน 3 คำถามย่อยได้มั้ยครับ แล้วก็อันที่ 2 ที่อยากจะถาม คือว่า ตอนนี้เนี่ย ไอ้การแข่งขันเรื่องของ สุกี้ อะ ครับ มันรุนแรงมากอะนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะไม่คุ้ม ช่วยอัปเดตหน่อยนะครับ ว่าตัว ที่เราถือไว้ในพอร์ตเนี่ย มันเป็นยังไงบ้างครับ ขอบคุณมากครับ

Operator

ขอบคุณพี่หมูค่ะ เดี๋ยวสักครู่นะคะ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

เดี๋ยว ผมเข้าใจว่า EBITDA ในปัจจุบันเนี่ยครับ ที่สไลด์ที่ผมโชว์ให้ดูตอนแรกเนี่ย EBITDA breakdown ก็ Mobility ก็ 50 49% ละ นะครับ แล้วก็ Lifestyle ก็ 56% นะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย อยากจะให้มองอย่างนี้มากกว่า ว่า คือทั้ง Mobility ทั้ง Lifestyle เนี่ย มัน เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน นะครับ เพราะว่า เราคงไม่มี ความสำเร็จใน คาเฟ่อเมซอนหรอก ถ้าเราไม่มีธุรกิจ Mobility ณ วันนี้ ครับ ธุรกิจ Mobility เนี่ย เป็นตัวที่ดึงทราฟฟิก เข้ามาในสถานีบริการ การที่ success ของอเมซอนเนี่ย ก็สืบเนื่องมาจากการที่มีคน 3-4 ล้านคนนั่นแหละ ต่อวัน ที่เข้ามาในระบบ ecosystem นะครับ แน่นอน แต่ปีนี้เป็นปีที่แปลก นะครับ เพราะว่า แม้ว่า sales นะครับ การขายน้ำมันเนี่ย จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ว่า profit ของไฮโดรคาร์บอน sales เนี่ย มันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เลยทำให้ non-oil EBITDA เนี่ย เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เราก็มองไปข้างหน้า นะครับ อย่างที่คุณสุชาติพูดไว้ นะครับ ผอ. ครับ ก็บอกว่า เรามี การขยาย EV charging connector อย่างเห็นได้ชัด 2 ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาเนี่ย อย่างยกตัวอย่างสถิตินะครับ ในปี 2023 เนี่ย เรามีแค่ ประมาณ 1,400 หัวชาร์จเอง นะครับ การใช้นี่ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อหัวต่อวัน ตอนนี้เรามีประมาณ 3,000 3,000 กว่าหัวชาร์จละ การใช้นี่อยู่ที่ 8 ชั่วโมง นะครับ แล้วก็ มันก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ ก็แปลว่าอะไร แปลว่าเวลาคนเข้ามาเนี่ย ก็จะใช้เวลามากขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เราก็ต้องสร้างระบบ ecosystem ให้ คนเข้ามา enjoy ในการเข้ามาชาร์จรถ ในสถานีบริการของเรา เราต้องแตกต่างจากคนอื่นนะครับ เพราะว่า ถ้าสถานีบริการเราเหมือนคนอื่นเลยเนี่ย มันจะไปชาร์จที่ไหนก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย การเข้ามาชาร์จรถ นี่คือการใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ฉะนั้นเนี่ย เป็นหน้าที่ของเราอะครับ ที่จะต้องทำให้ ecosystem เรา ดีที่สุด ในการที่คนจะมาใช้เวลา ก็จะหมายความว่า สัดส่วนของ รายได้เอง และสัดส่วนของ EBITDA เอง จาก ไลฟ์สไตล์ ในปีที่ปกตินะครับ เราก็พยายามที่จะทำให้เพิ่มขึ้นเป็น อย่างน้อย 50:50 นะครับ แต่ปีนี้ก็คงนับอะไรมากไม่ได้นะครับ เพราะเป็นปีที่ไม่ค่อยปกติมากนัก ก็ เราก็จะทำให้สัดส่วนเนี่ย มันอยู่ประมาณครึ่ง ๆ นะครับ

Operator

ค่ะ ขอบคุณพี่ปีกค่ะ พี่หมูมีคำถามเพิ่มเติมมั้ยคะ

สุวัฒน์

เมื่อกี้เรื่องไอ้ตัว สุกี้ อะ ครับ ไม่ทราบรบกวนตอบคำถามนี้ด้วยนะครับ แล้วก็เพิ่มเติม นิดหนึ่งนะครับ ไอ้ตัว EV charger เนี่ย มันมีความเป็นไปได้มั้ยครับ ว่าเราจะเพิ่มจำนวนได้เร็วกว่านี้ แล้วก็ ให้มันครบทุกปั๊ม หรือ ของเรา ที่มีอย่างน้อยอะนะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าบางจังหวัด การหา EV charger ก็ยังอาจจะยากอยู่ พอสมควร อย่างเช่น จังหวัดบุรีรัมย์ หรืออะไร ผมจำไม่ได้ ที่ผมขับไป เนี่ย แล้วมันไม่ค่อยมีอะครับ ก็เลย อยากถามทาง OR ซึ่งเป็นผู้นำ อะ ว่า ถ้าพูดถึง EV charger เราจะติดครบทุกปั๊ม หรือปั๊มหนึ่งเนี่ย มีจำนวนหัวอย่างน้อยเท่าไหร่ อะไรอย่างเงี้ย มันเป็นไปได้มั้ย ครับ เพราะ 3,000 กว่าปั๊มเนี่ย ผมเข้าใจว่ายังไม่ครบทุกปั๊ม ใช่รึเปล่าครับ ขอบคุณมากครับ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ ก็ เป้าหมายเรานะครับ ตอนนี้เรามีอยู่ 3 ไม่ใช่ 3,000 ปั๊ม 3,000 หัวชาร์จ นะครับ ประมาณสัก 1,000 1,400-1,500 ตู้ นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เป้าหมายของเราคือภายในปี 2030 เนี่ย เราอยากจะมีประมาณ 7,000 7,000 หัวชาร์จ ต้องครอบคลุมถึงโลเคชันในถนนสายหลัก ต่าง ๆ นะครับ นี้ ในกรุงเทพฯ เนี่ย ผมว่าไม่ค่อยใช่ปัญหาแล้ว แต่ว่าในต่างจังหวัดเนี่ย ก็เราก็ต้องพยายามที่จะครอบคลุมให้ทั่วถึง ทุกถนนสายหลัก นะครับ เพราะว่า คือนโยบายของเราเอง นะครับ ของ OR เองเนี่ย เราก็บอกว่า เราไม่ต้องการให้คนไทยต้องซื้อรถ 2 คัน คือซื้อรถคันเดียวก็พอ นะครับ ว่า จะเป็นรถน้ำมันก็ได้ เป็นรถ EV ก็ดี นะครับ ก็มีรถคันเดียว สามารถที่จะใช้ ได้ทุกแอปพลิเคชัน นะฮะ อย่างเช่น อยู่ในกรุงเทพฯ ทำงาน ก็ใช้รถ EV ได้ จะเดินทางไปต่างจังหวัด ก็ต้องใช้ได้เช่นกัน นะครับ อันนี้ก็เป็นนโยบายของเราอยู่แล้ว เราก็พยายามให้มีประมาณสัก 7,000 หัวชาร์จ ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในประเทศ นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย EV มันไม่เหมือนน้ำมันอย่างหนึ่ง ตรงที่ว่า น้ำมันเนี่ย เราสามารถสร้างระบบการขนส่งเองได้ OR สร้างได้ นะครับ แต่ EV เนี่ย มันต้องพึ่งรัฐเหมือนกัน ต้องพึ่งการไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เนี่ย เพื่อจะสร้างระบบสายส่ง ก็ต้องรองรับเช่นกัน นะครับ อันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว แต่เราก็ ดูแล้วล่ะครับ ว่า การที่จะให้มี ทุกเส้นทางหลัก เนี่ย เป็นนโยบายอยู่แล้ว นะครับ ถ้ามีอะไรเสริมมั้ยครับ

สุชาติ ระมาศ

ครับ ก็ขออนุญาต พี่หมู เพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ เรากำลังคิดวิธีการที่จะจัมป์ ให้ EV มีจำนวนเยอะขึ้น ซึ่งทาง CEO ให้นโยบายว่า ทำยังไงที่จะเร็วขึ้น วันนี้เรามีโมเดล น่าจะคลอดออกมาแล้วครับ ก็คือว่า วันนี้จากเดิมของ EV เนี่ย 99% เนี่ย เราลงทุนเองทั้งหมดที่ผ่านมา นะ วันนี้เรามีโมเดลคล้าย ๆ แฟรนไชส์ครับ ก็คือว่า ทางผู้สนใจการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นของเจ้าของปั๊มน้ำมัน ที่อยู่ในคิวที่ยาว หรืออะไรต่าง ๆ เนี่ย สามารถลงทุนเองได้ และมีการแบ่งปันผลตอบแทน โดยภายใต้ในการใช้แอป EV Station ของเรา ที่เป็นจุดแข็ง นะฮะ อันนี้ก็คิดว่าจะเป็นช่วงหนึ่งที่ทำให้การขยายตัว เนี่ย เร็วขึ้น จากเดิมที่ OR ลงทุนเองทั้งหมด นะครับ ตอนนี้เราเป็นโมเดลของ คล้ายแฟรนไชส์นะครับ แต่ว่าเราก็พยายามจะ มีการปรับโมเดลว่า ใช้จุดแข็งของเราคือเรื่องของ แอปที่เรามีความพร้อม นะฮะ แล้วก็ มีจำนวนสมาชิกเยอะที่สุดในประเทศไทย นะฮะ แล้วก็ มีเน็ตเวิร์กที่ครอบคลุม เนี่ย ผมว่าตัวนี้จะช่วยให้เราขยายขึ้น จากเดิมที่ เราลงทุนเองส่วนหนึ่ง ตอนนี้ก็จะมีผู้สนใจ สมัครเข้ามาค่อนข้างเยอะ ในการที่จะลงทุนกับเราครับ ครับ ประมาณนี้ครับ

สุวัฒน์

เอ่อ พี่สุชาติครับ รบกวนขยาย นิดหนึ่งได้มั้ยครับ ว่า แฟรนไชส์ หรือว่าที่ ที่กำลังจะทำ เนี่ย มันลงทุนยังไงครับ ห่วง หัวละเท่าไหร่ เป็น ฟาสต์ชาร์จ อะไร พอ พอให้ไอเดียหน่อยได้มั้ยครับ เผื่อมีคนสนใจ

สุชาติ ระมาศ

ครับ คือ การลงทุนมันมีอยู่ 3 ส่วนครับ ก็คือส่วนแรกเลยครับ คือ ตัวแอป อันนี้ OR ดำเนินการให้อยู่แล้ว อันที่ 2 การลงทุนเอง เนี่ยฮะ มันมี 2 ส่วนใหญ่ คือ 1 ลงทุนทั้งแพ็กเกจเลย ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานจนถึงที่ชาร์จ นะครับ อันนี้คือออปชันแรก ที่ผลตอบแทนก็จะสูงสุด อันต่อมา เป็นการแบ่งการลงทุน คือ ทาง ลูกค้า เนี่ยฮะ ลงทุน พื้นที่กับโครงสร้างพื้นฐานเนี่ยไว้ เราเอาตัว ตู้ไปติดตั้งให้ อันนี้ก็จะแบ่ง การคุม ลงมาอีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวขออนุญาตพี่หมู เดี๋ยวผมขอโมเดลชัดเจนแล้วผมทำ ให้พี่หมูเป็นทางการให้นะ แต่ว่าเนี่ยเราเริ่ม ทดสอบกันอยู่ ก็จะหมายความว่าจะ มีทางเลือกให้ผู้ลงทุน สนใจ ทั้ง ต้องการ ลงเองทั้ง เต็มออปชันเลย Full Option เลย คือทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องพูดถึงว่าคือ ระบบไฟฟ้า หม้อแปลง ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ตู้จ่าย อีกอันหนึ่งคือ เราลงทุนตู้จ่ายให้ เขาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คือระบบไฟฟ้าไว้รอเรา ก็มีการแบ่งปันผลไป ผมขออนุญาตอีกสัก ไม่เกินเดือนนี้คงจะสรุปให้ เดี๋ยวผมจะส่งให้พี่หมูครับ ครับ

สุวัฒน์

ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

Operator

พี่ ๆ ท่านไหนมีคำถามเพิ่มเติมมั้ยคะ งั้น ถ้าไม่มีนะคะ ถ้าเกิดว่าท่านไหนมีคำถามเพิ่มเติมนะคะ เดี๋ยว สามารถสอบถามเข้ามาทางอีเมล [email protected] ได้เลยค่ะ แล้วก็วันนี้นะคะ ป่านก็หวังว่าทุกท่านค่ะ จะได้รับข้อมูลกันอย่างครบถ้วนนะคะ ก่อนจะจบการประชุมในวันนี้ค่ะ เดี๋ยวรบกวนพี่ปีกค่ะ กล่าวอะไรทิ้งท้ายให้กับ ท่านนักวิเคราะห์ทุกคนอีกครั้งหนึ่งค่ะ

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

ครับ ๆ ต้องขอขอบคุณที่ เข้ามารับฟังนะครับ ก็ Q2 ที่ผ่านมา เป็นไตรมาสที่ มีความ tough พอสมควร สำหรับ OR นะครับ แต่ผมคิดว่า ไตรมาส 3 และ 4 อะ น่าจะเป็นข่าวดียิ่งขึ้น นะครับ และ ที่สำคัญนะครับ ก็ ผมคิดว่า เราก็ มาถูกทางละ นะครับ ในการที่จะ พัฒนา ecosystem ของเรานะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ผมคิดว่า input จากพี่ ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เป็นการ cross check กะเราเหมือนกันว่า เฮ้ย เราคิด ถูกต้องหรือเปล่า ก็ ผมว่าภายในไตรมาส 3 กับ 4 เนี่ย ก็จะเห็น สิ่งอื่น ๆ ที่ กำลังจะตามมา นะครับ อย่างเช่น อันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง Virtual Bank มากนัก แต่ว่า Virtual Bank ก็ ได้รับความนิยม พอสมควร นะครับ ผมก็เป็นหนึ่งใน ลูกค้าเหมือนกัน ครับ ก็ ถ้า ไม่มีอะไรแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณ พี่ ๆ ทุกท่านนะครับ แล้วก็ พี่ ๆ ท่าน ไหนสนใจที่จะมาเยี่ยม Amazon Experience ที่ซอยอารีย์ นี่ก็บอกผมได้เลย นะครับ เดี๋ยว คุณใจพิศต์ นะครับ จะ ต้อนรับเป็นพิเศษ นะครับ ขอบคุณมากครับ

สุชาติ ระมาศ

ครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

วิไลวรรณ กาญจนกันติ

สวัสดีค่ะ

Operator

ค่ะ วันนี้ก็ต้องขอบคุณทุกท่านนะคะ ที่เข้ามารับฟังค่ะ แล้วก็ ขอบคุณทีมผู้บริหาร แล้วก็ทีมซัปพอร์ตทุกท่านด้วยค่ะ และก่อนจะจากกันนะคะ เดี๋ยวรบกวนท่านนักวิเคราะห์ค่ะ ช่วยให้ feedback ผ่านทาง QR Code ที่ขึ้นอยู่นี้นะคะ เพื่อที่ว่าทาง IR ค่ะ จะได้นำไปปรับปรุง แล้วก็พัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ ถ้าวันนี้มีข้อผิดพลาดประการใดนะคะ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ แล้วเดี๋ยวพบกันใหม่ในไตรมาสหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ