สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับท่านนักวิเคราะห์แล้วก็ผู้จัดการกองทุนและผู้เข้าร่วมงานทุกท่านนะคะ เข้าสู่งาน Analyst Meeting สำหรับผลประกอบการดำเนินงานของ OR ประจำปี 2568 ค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตแนะนำตัวก่อนนะคะ ป่าน สาริน วุฒิศิริศาสตร์ จากทีม IR นะคะ วันนี้จะมารับหน้าที่เป็น Moderator ให้ค่ะ ในส่วนของ Key Speaker ในวันนี้มีทั้งหมด 3 ท่านด้วยกันค่ะ ท่านแรก หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ หรือว่าพี่ปีก CEO ของ OR ค่ะ ท่านที่สองนะคะ คุณสุชาติ ระมาศ พี่ชาติ ผู้อำนวยการค่ะ และท่านถัดมานะคะ คุณวิไลวรรณ กาญจนกันติ หรือว่าพี่เอ๋ CFO ค่ะ และวันนี้นะคะเราก็ยังมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อีกหลายท่านเข้าร่วมประชุมกับเราในที่นี้ด้วยค่ะ สำหรับ Agenda ในวันนี้นะคะ เราจะแบ่งการประชุมออกเป็น 2 Session ด้วยกันค่ะ โดย Session แรกนะคะ ก็จะเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมานะคะ และถัดมาค่ะก็จะเป็น Session Q&A ค่ะ สำหรับการถามคำถามในวันนี้นะคะ ถ้าเกิดว่าท่านใดมีคำถามค่ะ สามารถยกมือแล้วก็เปิดไมค์ถามคำถามด้วยตัวเองได้เลยนะคะ หรือว่าท่านไหนนะคะที่มีคำถามระหว่างที่ฟังการนำเสนอนะคะ สามารถพิมพ์คำถามล่วงหน้ามาใน LINE กรุ๊ป OR Analyst แล้วเดี๋ยวพอเข้าสู่ Session Q&A ค่ะ ป่านจะเป็นคนอ่านคำถามให้ก่อนนะคะ ตอนนี้คิดว่าท่านผู้บริหารพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับทุกท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวป่านขอส่งมอบให้กับทางพี่ปีกได้กล่าวทักทายกับทุกท่านนะคะ แล้วก็เริ่มการนำเสนอผลการดำเนินงานของ OR ในไตรมาสที่ผ่านมาได้เลยค่ะ เรียนเชิญพี่ปีกค่ะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
ครับ สวัสดีครับ ทุกท่านนะครับ ดูจากห้องประชุมแล้ว รู้สึกว่ามี Analyst มาน้อยกว่าที่คิดนะครับ มีคน OR เยอะกว่า ดูแล้วคน OR ประมาณสัก ผมว่าเกิน 50% ของห้องประชุมนะครับ ก็ขอต้อนรับนะครับ ก็คงเป็น format เดิมๆ นะครับ ก็ขอไปหน้าที่ 2 เลยละกัน ว่า แผน 5 ปี ในการลงทุนเราเป็นยังไง ครับ เชิญเลยครับ แผนการลงทุนนะครับ 5 ปี ก็ตามสไลด์ครับ มีเป้าหมายว่าจะลงทุนประมาณ 58,000 ล้าน นะครับ ซึ่งหลักๆ ก็จะเป็นในธุรกิจ Mobility นะครับ แล้วก็ Lifestyle นะครับ โดยสัดส่วนเนี่ย พวกนี้จะอยู่ที่ประมาณ 80% ที่เหลือเนี่ย 20% จะเป็น Pillar อื่นๆ เช่น Global หรือ Innovation นะครับ สำหรับปี 2026 นะครับ แผนการลงทุนเราอยู่ที่ 18,700 ล้านบาท นะครับ ก็ เป็น Inorganic Growth ประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ และที่เหลือเป็น Organic Growth Investment นะครับ ในจำนวนนี้ ประมาณหมื่นกว่าล้านบาทเนี่ย เป็นในเรื่อง Mobility นะครับ ก็เพื่อขยายสถานีบริการนะครับ ตั้งเป้าว่าประมาณสัก เกือบๆ 90 แห่งนะครับ แล้วก็มี EV Station PluZ DC Charger ก็จะ ลงอีกประมาณสัก 386 Chargers นะครับ แล้วก็ ขยาย FIT Auto ให้ครอบคลุม Ecosystem เรามากขึ้นนะครับ แล้วในจำนวนนี้ ใน PTT Station เอย FIT Auto เอย หรือ DC Charger เอย เนี่ยมันไม่น่าจะถึงหมื่นล้านนะครับ แต่ก็ จะมีการลงทุนอื่นๆ นะครับ ใน Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบโลจิสติกส์ของเรานะครับ แล้วก็เป็นการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่เราทำอยู่แล้ว เช่น OR Space นะครับ หรือ Rest Area เป็นต้นนะครับ 4,300 ล้าน นะครับ ในธุรกิจ Lifestyle เนี่ยนะครับ ก็จะเป็นการขยายเครือข่าย Café Amazon แล้วก็สร้างความแข็งแกร่งใน Value Chain นะครับ ซึ่งก็เป็นการลงทุนเพื่อ strengthen นะครับ ระบบจัดซื้อ ระบบขนส่ง ระบบ Warehouse ต่างๆ นะครับ นอกจากนั้นเนี่ย เงินจำนวนเนี่ย ส่วนหนึ่งก็จะเป็นการลงทุนเพื่อไปในธุรกิจ F&B นะครับ เพราะ strategy ของเราเนี่ย เราเน้นเสมอว่าเราต้องพยายามหาคนเข้ามาในสถานีบริการให้เยอะนะครับ เพราะว่าธุรกิจ Lifestyle เราเกิดได้เพราะว่ามีคนเข้ามาในสถานีบริการ เราเป็น market leader นะครับ ก็มีคนเข้ามาค่อนข้างมากที่ critical นะครับ ซึ่งเราจะสามารถ build Lifestyle business ได้ ในขณะเดียวกันในปัจจุบันเนี่ยคู่แข่งก็เยอะนะครับ เราก็เลยคิดว่าเราจะต้องลงทุนในธุรกิจ Lifestyle ซึ่งเป็นสิ่งที่จะมาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศและ bring in traffic เพราะว่า traffic คือคน คนคือเวลา เวลาคือเงินนะครับ ที่จะช่วยให้ profitability ของเราเนี่ยมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นนะครับ แต่ในธุรกิจ Global ในการลงทุนนอกประเทศเนี่ย ก็ที่ผ่านมาในรอบปีที่แล้วนะครับ เราก็ได้รับผลกระทบจากพม่า นี่แน่นอนอยู่แล้วเป็นประเทศที่ sanction เราก็ไม่ได้ลงทุนอะไรในพม่า นะครับ แต่ว่าในประเทศที่คาดไม่ถึงนะครับ มีอยู่ 2 อัน ที่ได้รับผลกระทบในแง่ ลบก็จะเป็นกัมพูชานะครับ เนื่องจากการพิพาทกันระหว่างประเทศนะครับ แต่ว่าอีกอันหนึ่งซึ่งได้รับผลในแง่บวกก็คือลาวนะครับ ลาวก็มีผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดนะครับ ฉะนั้นเนี่ยในการลงทุนต่อไปข้างหน้าเนี่ยเราก็ว่าเราจะ tone down นิดหน่อยนะครับ ในการลงทุนในต่างประเทศ scale down เพื่อเอาเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในประเทศให้มากขึ้นนะครับ แล้วก็ จะมีการลงทุนในเรื่องของ Innovation แล้วก็ New Business นะครับ เดี๋ยวก็จะเห็นนะครับ ว่าเราจะลงทุนเพิ่มเติมใน Virtual Bank นะครับ แล้วก็พัฒนาระบบ Digital เพื่อสนับสนุนธุรกิจเราเอง Digital Bank ก็เป็นการสนับสนุนธุรกิจเราเองเช่นกัน เพราะว่า สามารถที่จะเพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าเรามีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็เพื่อจะมาใช้ประโยชน์ในระบบนิเวศเราได้มากขึ้นนะครับ ต่อเลยครับ ส่วนหน้าต่อไป นะครับ ก็เป็นเป้าหมายของ ESG นะครับ เราได้ตั้งเป้าหมาย 2030 นะครับ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาส ทุกการเจริญเติบโต ร่วมกันทั้ง 3 มิติ นะครับ ในเรื่องผู้คน สิ่งแวดล้อม แล้วก็ระบบเศรษฐกิจนะครับ ในแง่ของ Living Community ก่อนครับ เราก็บอกว่า เรามีสถานีบริการและจุดให้บริการเนี่ย ที่ครอบคลุมประมาณสัก 17,000 ชุมชน ทั่วประเทศนะครับ แล้วก็มีการตั้งเป้าหมายว่า เราน่าจะสร้างความเจริญนะครับ ให้กับชุมชนรอบด้าน ก็แต่ว่า ในเป้าหมายปี 2030 เนี่ย ตั้งไว้ประมาณ 17,000 ชุมชน เนี่ย ตอนนี้ ในปีที่ผ่านมานะครับ 25 2025 เนี่ย เราก็ทะลุเป้าหมายไปแล้ว เรามีการยกระดับคุณภาพชีวิตของเราเนี่ย ได้ทำให้ 17,574 ชุมชน ได้รับโอกาสนะครับ ในเรื่อง Economic Prosperity นะครับ เป้าหมายการสร้างการเจริญเติบโตทางอาชีพ กระจายความมั่งคั่งสู่ผู้มีส่วนได้เสียกว่าล้านรายภายในปี 2030 เนี่ย ตอนนี้ เรา ตั้งเป้าหมายล่าสุดนะครับ แล้วก็ ตอนนี้ ข้อมูลล่าสุดเราทำได้ 732,389 คน นะครับ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในทางบวกจากการที่มี OR นะครับ ส่วนในเรื่อง Environment นะครับ OR ก็มีเป้าหมายในการ เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปริมาณขยะที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจนะครับ จะพบว่า ทั้ง 3 เป้าหมายเนี่ย เราตั้งเป้าหมายไว้สูงพอสมควรนะครับ อย่างเช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเนี่ย ก็ตั้งเป้าหมายไว้ ให้ลดเหลือประมาณสัก 20,000 20,000 กว่าตันนะครับ ตอนนี้ ได้ประมาณ 30,000 ก็คิดว่าการลดก๊าซเรือนกระจกนี่ก็คือทำด้วยการเพิ่ม efficiency ในระบบการ operate ของเรา หรือก็ติดตั้งและใช้ renewable energy ให้มากขึ้นแค่นั้นเอง ส่วนการใช้พลังงาน Intensity ของการใช้พลังงานดั้งเดิมนะครับ ก็เราตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 10.38 กิกะจูลต่อ 1 ล้านบาท EBITDA เนี่ย ตอนนี้เราทำได้ประมาณสัก 13.36 ก็มี room for improvement นะครับ ส่วนการปล่อยของเสียเนี่ย ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 9,100 ตันต่อปี เนี่ย ตอนนี้ทำได้ประมาณหมื่นกว่า แต่ว่าก็ on track นะครับ ที่จะ น่าจะบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้ภายในปี 2030 นะครับ ต่อเลยครับ อันนี้ไปที่รางวัลต่างๆ นะครับ ก็อันนี้ ทั้งสองท่านนะครับ ทั้งคุณสุชาติและคุณวิไลวรรณ ก็ไป รับ รางวัลด้านความยั่งยืนนะครับ ระดับประเทศและระดับสากลที่ OR ได้รับใน 2568 นะครับ ก็ในระดับสากล ก็จะได้รับคะแนนสูงสุดโดย S&P Global นะครับ ในการประเมินด้านความยั่งยืนองค์กร ด้าน Corporate Sustainability Assessment นะครับ ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ซึ่งถือเป็นการรับคะแนนสูงสุดต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ปี 2566 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันนะครับ ส่วนรางวัลความยั่งยืนในระดับประเทศ ก็ OR ได้รับประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่เรียกว่า SET ESG Rating นะครับ ในระดับ AAA นะครับ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ได้รับการเชิดชูให้เป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในแง่ ESG โดยได้รับรางวัล Highly Recommended Sustainability Award นะครับ ในงานประกาศรางวัล SET Awards ปี 2025 เป็นปีที่ 2 นะครับ นี้ไปที่ Key Highlights เลยแล้วกัน ในปีที่ผ่านมานะครับ มีทั้งข่าวดีและสิ่งที่ควรปรับปรุงนิดหน่อยนะครับ ในแง่รายได้นะครับ และการบริการรวมอยู่ที่ 658,723 ล้านบาท นะครับ อันนี้ลดลงนะครับ ลดลงประมาณ 9% ที่ลดลงเนี่ยเพราะว่าเป็น volume ที่ลดลง นะครับ volume ลดลงประมาณ 4% ที่เหลือจะเป็นพวกราคาเฉลี่ยที่ลดลงนะครับ คือ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2024 นะครับ จากธุรกิจกลุ่ม Mobility และ Global ครับ เนื่องจากราคาจำหน่ายปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันโลกนะครับ ปริมาณก็ปรับตัวลดลงเช่นกันนะครับ ไม่ใช่ market share ลดลงนะครับ แต่ปริมาณการ consume น้ำมันโดยรวมของประเทศก็ลดลงนะครับ ในขณะที่ Lifestyle ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขานะครับ และที่เห็นคือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทำให้มีรายได้เข้ามานะครับ EBITDA นะครับ เป็นที่น่าดีใจว่า EBITDA เพิ่มนะครับ อยู่ที่ 20,357 ล้านบาท นะครับ เพิ่มขึ้นประมาณ 2,691 ล้านบาท หรือ 15.2% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดย Mobility จะเพิ่มจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรนะครับที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น Lifestyle จากธุรกิจ F&B ที่กำไรปรับตัวดีขึ้นนะครับ ยอดขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่ Global ปรับตัวลดลงเนื่องจาก ปัญหาในประเทศเพื่อนบ้านนะครับ และที่สำคัญนะครับ EBITDA เพิ่มเพราะว่าค่าใช้จ่ายลดนะครับ ภาพรวมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานปรับตัวลดลง 4% นะครับ ก็เรามีเป้าหมายนะครับ ว่าตั้งงบประมาณไว้ก็พยายามจะลดให้ใช้ให้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งก็บรรลุเป้า นะครับ จึงทำให้เกิด Net Income ที่ประมาณ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,654 ล้านบาท นะครับ จากปี 2024 นะครับ ที่มี EBITDA ปรับเพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ไปพูดถึง Key Drivers แล้วกันนะครับ PTT Station เนี่ย มี 2,768 แห่ง นะครับ ในประเทศไทย 2,410 แห่ง ต่างประเทศ 358 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2024 14 แห่ง นะครับ เพราะว่าเพิ่มขึ้นไม่เยอะนะครับ เพราะว่าพอดีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเยอะนะครับ แต่ในกัมพูชามีลดลงค่อนข้างเยอะพอสมควร ส่วน EV Station นะครับ ติดตั้งทั้งหมด 2,931 DC Connectors นะครับ หรือ 1,349 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2024 575 หัวชาร์จนะครับ แล้วก็ 155 แห่ง Café Amazon 5,036 สาขานะครับ ในประเทศไทย 4,705 สาขา ต่างประเทศ 331 สาขา เพิ่มขึ้นจากปี 2024 185 สาขา เพิ่มขึ้นในประเทศไทยเยอะนะครับ 275 สาขา แต่ว่าในต่างประเทศนะครับ ทั้งกัมพูชาและเวียดนามนี่ลดลง combine ประมาณ 90 สาขา ยอด Cup Sold นะครับ อยู่ที่ 454 ล้านแก้ว นะครับ เพิ่มขึ้น 21 ล้านแก้ว คือคำนวณกลับมาก็คือ 1.24 ล้านแก้วต่อวัน นะครับ Convenience Store ทั้งหมด 2,468 สาขานะครับ ในประเทศ 2,385 สาขา ต่างประเทศ 83 สาขา เพิ่มขึ้น 73 สาขานะครับ ในประเทศเพิ่มขึ้น 77 ต่างประเทศลดลง 4 นะครับ จำนวนคนเข้า PTT Station นะครับ ที่ผ่านมาประมาณ 3.9 ล้าน ตอนนี้เข้าใจว่าเป็น 4 ล้านกว่าๆ แล้ว เดี๋ยวเราก็กำลังจะหาตัวเลขที่มันแน่นอนกว่านี้นิดหนึ่งนะครับ แต่ว่าเราตั้งเป้าหมาย นะครับ ว่า น่าจะมีคนเข้าประมาณ 5 ล้านคน ภายในปี 2028 นะครับ คือ Revenue Breakdown ถ้าดูตาม Revenue นะครับ ก็ 89% ของรายได้มาจาก Mobility นะครับ 4% จาก Lifestyle และ 7% จากการลงทุนในต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ที่เราก็เป็นไปตามคาดนะครับ คือ EBITDA Breakdown เนี่ย มาจาก Mobility 61% จาก Lifestyle Investment 34% แล้วก็จากการลงทุนในต่างประเทศ Global นี่ 6% นะครับ Market share ขึ้นนิดหนึ่งนะครับ อยู่ที่ 39.6% ครับ ต่อไป ขอเรียนเชิญคุณวิไลวรรณครับ
วิไลวรรณ กาญจนกันติ
สวัสดีค่ะ มาดู Key Factor แล้วก็ Financial Result นะคะ ใน Key Factor เอ่อ มาดูที่ราคา เอ่อ น้ำมันกันก่อนนะคะ ราคาน้ำมันไตรมาสนี้ปิดที่ 88.3 ในไตรมาสที่ 4 นะคะ เอ่อ ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนแล้วก็ใกล้เคียงกับ เอ่อ ไตรมาสที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว แต่ถ้าดูภาพรวมของทั้งปีเนี่ย เฉลี่ยของปี เอ่อ 25 เนี่ย average อยู่ที่ 87.8 นะคะ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วที่ เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 96.3 เนี่ย จะเห็นว่าราคาน้ำมัน เอ่อ อ่อนตัวลงประมาณ 9% ซึ่ง การอ่อนตัวลงในราคาน้ำมันตลาดโลกเนี่ยก็ impact กับ เอ่อ Sale Revenue ของ OR เช่นกันนะคะ ก็จะเห็นว่าเดี๋ยว เอ่อ ภาคหลังๆ ก็จะเห็นว่า Sale Revenue อันเนื่องมาจาก Mobility เนี่ย ก็จะลดลง อันเนื่องมาจาก Factor ของราคาเนี่ย ก็ประมาณ 9% เช่นกันนะคะ ส่วน เอ่อ มุมซ้ายเนี่ย ก็ดูเรื่อง FX นะคะ FX เนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ ในภาพรวมของปีนี้เนี่ย FX เอ่อ ค่อนข้าง ชะลอ ค่อนข้างแข็งตัวอย่าง อย่างต่อเนื่องนะคะ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วเนี่ย ซึ่งจะมีการผันผวนอยู่ เอ่อ ทั้งขึ้นทั้งลงเนี่ยนะคะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ ผลต่อ FX FX เนี่ย เอ่อ ถ้าเป็น FX Gain FX เอ่อ ค่าเงินอ่อนเนี่ย จะทำให้ OR เราจะชอบ เพราะว่าเรามีเงิน เอ่อ รับ net แล้วเนี่ยเป็นเงินเหรียญอยู่ประมาณ เอ่อ เอ่อ จำนวนหนึ่งอะนะคะ แล้วก็ถ้าค่าเงินบาทอ่อนเนี่ย จะทำให้เรามี FX Gain โดยเนเจอร์อะนะคะ ถ้าเทียบกัน 2 ปี โดย โดยถ้าดูจาก เอ่อ เทรนด์ของ FX แล้วเนี่ย เมื่อปีที่แล้วเนี่ยเรามี FX Gain อยู่ประมาณ เอ่อ 80 ล้านบาทนะคะ แต่ว่าถ้าดูเทรนด์ของ FX ของปีนี้ทั้งปีเนี่ยมีค่อนข้างแข็งค่า ทำให้ในปีนี้เนี่ยเรามี FX Loss ก็คือ Gain น้อยลงนะคะ Loss มากขึ้น เอ่อ ก็ไป impact กับ Bottom Line เราประมาณ 700 เอ่อ ล้านบาท จาก FX แต่ว่าเนื่องจากเรามีการทำ เอ่อ Forward Mitigate ทุก Transaction เนี่ย ทำให้ Net off ของ FX Loss โดยธรรมชาติแล้วก็การทำ Derivative เนี่ย ประกบกันแล้วก็ เราก็ ก็จะ Loss น้อยลงอะนะคะ ส่วน Thailand GDP เนี่ย เอ่อ ปี average ของ Q4 นี่ อยู่ที่ 2.5 นะคะ แล้วก็ เอ่อ CPI เนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ ปิดอยู่ที่ Q4 ที่ 0.8 เช่นกัน ก็โดยรวมแล้ว เอ่อ สภาวะ เอ่อ เศรษฐกิจของประเทศไทยของเราเองก็ยังคง เอ่อ ทรงๆ แล้วก็ดู เอ่อ ไม่ ไม่ได้มีการเจริญเติบโตมากนะคะ เอ่อ ราคา เอ่อ ต่อไป ขอดู Mobility เลยค่ะ หน้าต่อไปเลยค่ะ มาดู Key Factor Key Driver ของ เอ่อ ภาคที่เป็น Mobility นะคะ Mobility เนี่ย จะเห็นว่า เอ่อ อย่างที่ท่าน CEO เอ่อ เรียนไปก็คือเรา ปัจจุบันเนี่ย เอ่อ ณ สิ้น Q4 เนี่ย เรามีปั๊มน้ำมันอยู่ประมาณ 2,413 เอ่อ ระหว่างนี้ เอ่อ เข้าใจว่าจออาจจะไม่ค่อยนั่น อาจจะรบกวนดูเอกสารที่ ที่ได้ให้ไปประกอบด้วยนะคะ ส่วนมาดู Sale Volume ของ Mobility นะคะ Mobility Q4 เนี่ย เราปิดอยู่ที่ 6,194 ล้านลิตรนะคะ ถ้าเทียบกับ Q ก่อน เนี่ย ก็ Volume เพิ่มขึ้นนะคะ ตามปัจจัยฤดูกาลนะคะ ถ้าเทียบกับ เอ่อ Year on Year เนี่ย ก็จะเห็นว่าเราลดลง อันเนื่องมาจาก เอ่อ หลายๆ ปัจจัยนะคะ เอ่อ ปัจจัยที่ทำให้ลดลงก็อันเนื่องมาจากที่ เอ่อ ดีเซลเนี่ย ใน ส่วนใหญ่แล้วเป็น จะเป็น เอ่อ ตลาด Commercial นะคะ ก็ อ่า อันเนี้ย Volume ลดลง แล้วก็นึกถึงปีก่อนเนี่ย เอ่อ เรามีการ export เอ่อ ถ้าเทียบกับปีนี้มีจำนวนมากขึ้น เอ่อ ใน เอ่อ Volume ของดีเซลอะนะคะ ส่วนปัจจัยที่ เอ่อ มาพยุงบวกเนี่ย ก็จะมี 2 เรื่อง ก็คือเรื่องเบนซินนะคะ เบนซินเนี่ย เราดีขึ้นนะคะ เอ่อ โตไปตามตลาด แล้วก็อีกอันหนึ่งที่ดีขึ้น ถ้าในมุมของ Year on Year เนี่ย ก็คือน้ำมัน Jet นะคะ ส่วนดูในภาพรวมของปีเนี่ย ทั้งปีเนี่ย เราปิด Volume อยู่ที่ 25,216 ล้านลิตรนะคะ เทียบกับปีก่อนเนี่ย เอ่อ ลดลง ซึ่งปัจจัยเดียวกับ Year on Year เลย ก็คือ เอ่อ ดีเซลเนี่ย เรา Volume ลดลงนะคะ ส่วนเบนซินเนี่ยเราดีขึ้น เอ่อ โดยเฉพาะตลาดของ เอ่อ ตลาด Retail นะคะ ที่ปั๊มน้ำมันนะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่งที่ Volume เอ่อ เยอะขึ้นเนี่ย ก็คือตลาด เอ่อ อากาศยาน คือน้ำมัน Jet นะคะ ส่วน เอ่อ อันหนึ่งที่ทำให้ดู 2 ปี เทียบกันแล้ว Volume น้อยลง ก็คือปีก่อนเนี่ย เรามี เอ่อ Volume ที่มีการ export ดีเซลเยอะกว่าปีนี้นะคะ ซึ่ง reflect ในตลาด เอ่อ ของ Commercial สีน้ำเงินนะคะ ส่วน Product Mix เนี่ย ของ เอ่อ Mobility จะเห็นว่า เอ่อ ส่วน เอ่อ ใหญ่ของเราเนี่ย จะเป็นน้ำมันดีเซลนะคะ มี portion อยู่ประมาณ 38.9% นะคะ แล้วก็ ตามด้วย เอ่อ เบนซิน หรือ Gas Gasoline เนี่ย ประมาณ 19.9% นะคะ แล้วก็ Aviation เนี่ย เอ่อ มี portion อยู่ที่ 19.5% เช่นกันค่ะ ตาม เอ่อ ลงมาก็จะเป็น LPG ค่ะ ส่วน EV Station เนี่ย เอ่อ เรา ปัจจุบันเนี่ย จนถึงสิ้นปีนะคะ เรามีหัวชาร์จที่ เอ่อ ชาร์จไปแล้วเนี่ย เอ่อ operate แล้วเนี่ย 2,931 หัวชาร์จนะคะ หรือว่าถ้า พูดในมุมของ Location เนี่ย เราก็จะมีอยู่ เอ่อ ทุกจังหวัด แล้วก็ตาม เอ่อ ถนนเมน ทั้งหมดเนี่ย ก็มีอยู่ที่ 1,349 เอ่อ Location นะคะ แต่ละ Location ก็จะมีแตกต่างกันไปตั้งแต่ 2 หัว 3 หัว 4 หัว นะคะ ต่อไปเป็น เอ่อ Key Driver ของ Lifestyle Lifestyle โดยรวมแล้วเนี่ย ก็ Drive เอ่อ ตัวหลักก็จะเป็น Café Amazon นะคะ แล้วก็ เอ่อ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอะนะคะ มาดูในมุมของ Shop ของ Café Amazon นะคะ เรามีอยู่ที่ 4,742 ร้านนะคะ แล้วก็ ในจำนวนเนี่ย โดยหลักการของเราก็คือ เราจะดำเนินการเอง ที่เป็น เอ่อ เค้าเรียกว่า COCO คือ Company Owned Company Operated เนี่ย ประมาณ 20% นะคะ ใน 4,700 เอ่อ ร้าน เนี่ย ก็จะเป็นที่ เอ่อ เราทำเองเนี่ย ประมาณ 867 ที่เหลือประมาณ 3,800 เนี่ย ก็จะเป็นของแฟรนไชส์นะคะ ส่วนจำนวน เอ่อ Cup Sold ซึ่งเป็นหนึ่งใน Key Driver เอ่อ ของ Café Amazon เนี่ย ใน Q4 กับ Q3 เนี่ย เราปิดอยู่ที่ เอ่อ จำนวน 100 ล้าน 109 ล้านแก้ว เช่นกันนะคะ ถ้ามาดูในมุมของ เอ่อ เอ่อ เอ่อ ทั้งปีนะคะ ทั้งปีเนี่ย ปี 2025 เรา เอ่อ ปิดอยู่ที่ 429 ล้านแก้วนะคะ ก็ถือว่ามีการ เอ่อ เติบโตขึ้น เอ่อ Café Amazon เนี่ย เอ่อ Key Driver ตัวหนึ่งก็คือเรื่อง Cup Sold นี่ แต่ว่าอีกอันหนึ่งที่มีการ improvement ขึ้น ก็คือ ในมุมของ Ticket Size ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ food เอ่อ เบเกอรี่ หรือ หรือว่า เอ่อ ของอื่นๆ ที่ เอ่อ มีการขายในหน้าร้านอะนะคะ มี ซีวอนเนีย เป็นต้นนะคะ เอ่อ เราก็ยังจะมี เอ่อ ร้าน เอ่อ กาแฟ ชา เอ่อ ของเราอีก 2 2 แบรนด์นะคะ ก็จะเป็นเรื่องของ Pacamara แล้วก็ Pearly Tea นะคะ รวมกัน 2 อันเนี่ย ก็จะมีประมาณ 100 109 ล้าน 109 Shop นะคะ เป็น เอ่อ Pacamara ที่ 33 แล้วก็มี Pearly Tea 76 นะคะ ที่เห็นว่ามีการปิดตัวลงไปเนี่ย ก็จะมี เอ่อ เรื่องของ Pearly Tea ซึ่งบาง Location เนี่ย เราก็ เอ่อ ไม่ค่อยตอบโจทย์ เอ่อ เราก็ได้มีการปิดไปนะคะ ส่วนทางขวามือก็เป็นเรื่องของ Convenience Store นะคะ C C CVS นะคะ อยู่ มีทั้ง ส่วนใหญ่แล้วก็เป็น 7-Eleven แล้วก็มี จิฟฟี่ บ้าง นะคะ เอ่อ รวมกันอยู่ที่ 2,403 ร้าน นะคะ เพิ่มขึ้น เอ่อ Q on Q เนี่ย 38 ร้านค่ะ เอ่อ ต่อไปเป็น Key Driver ของ Global นะคะ Global เนี่ย เอ่อ PTT Station ที่เรามีอยู่ที่ Global ส่วนใหญ่แล้วจะมีอยู่ใน 3 ประเทศ นะคะ คือ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ แล้วก็ลาวนะคะ เอ่อ ติด ปิด ณ สิ้นปีเนี่ย เรามี เอ่อ อยู่ที่ 355 PTT Station นะคะ อยู่ที่ฟิลิปปินส์ 169 เอ่อ กัมพูชา 127 แล้วก็ลาว 59 Q on Q ถ้าเทียบกับ เอ่อ Q ก่อน เนี่ย ลดลง 30 ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการปิด เอ่อ สถานี เอ่อ ใน เอ่อ กัมพูชา แล้วก็มีฟิลิปปินส์บ้าง อะนะคะ สำหรับ Café Amazon เนี่ย ที่ต่างประเทศเนี่ย เรามีอยู่ที่ 294 ร้านนะคะ เอ่อ กระจายอยู่ตาม เอ่อ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ แล้วก็ลาว ส่วนใหญ่อยู่ที่กัมพูชา ประมาณ 7 178 ร้านนะคะ แล้วก็จะเห็นว่า Q on Q เนี่ย เราได้มีการปิดตัวลงไปประมาณ 60 เอ่อ ส่วนใหญ่ก็จะมาจาก Cambodia แล้วก็ เอ่อ มีฟิลิปปินส์บ้างเล็กน้อยนะคะ ส่วน Convenience Store เนี่ย ก็ Total แล้วที่ต่างประเทศมีอยู่ 65 ร้าน นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 7-Eleven มี จิฟฟี่ บ้าง เอ่อ ประเทศที่ส่วนใหญ่ที่เราไปเปิด เอ่อ Convenience Store ก็ได้ ได้แก่ประเทศกัมพูชานะคะ แล้วก็จะมีลาวบ้าง ซึ่ง ลาวเนี่ย ก็จะมี เอ่อ เทรนด์ในการที่จะขยาย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะคะ Q on Q ลดลง 9 เนี่ย ส่วนใหญ่แล้วก็มาจากกัมพูชา ซึ่ง เอ่อ มาจาก เอ่อ ปัญหาชาย เอ่อ ชายแดนอะนะคะ มาดูมุมของ Sale Volume ของ Global บ้างนะคะ ก็จะเห็นว่า เอ่อ ในฟิลิปปินส์เนี่ย เอ่อ Q on Q เนี่ย ก็จะมีเทรนด์ลดลงนะคะ แล้วก็กัมพูชาด้วย ทำให้เทียบกันแล้ว เอ่อ Q4 ที่ ของ Global เนี่ย เอ่อ เรามียอดขายประมาณ 373 ล้านลิตร เนี่ย Q on Q เนี่ย ลดลงมา 22% นะคะ ก็จาก 2 ประเทศนี้ เอ่อ ก็คือฟิลิปปินส์และ Cambodia น้อยลง แต่ว่าในขณะที่ลาวเนี่ยเพิ่มขึ้นนะคะ ถ้าเทียบกัน Year on Year ก็จะเห็นว่า เป็น เอ่อ เอ่อ แนวเดียวกัน ก็คือถ้าเป็นของ เอ่อ ฟิลิปปินส์เนี่ย ก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ ส่วนของกัมพูชาเนี่ย ก็ ถ้าเทียบกันก็คือจะ จะน้อยลง มีการปิดตัว เอ่อ ของสถานีบริการ ทำให้ impact ใน Volume ด้วยนะคะ ส่วน เอ่อ ของลาวเนี่ย ก็ยังมีการขยายตัวค่ะ ในมุมของปี ก็ เอ่อ เช่นกันนะคะ จริงๆ ใกล้เคียงกันกับปีก่อน เพราะว่าอันเนื่องมาจากทางฟิลิปปินส์โต ลาวโต แต่ว่าของกัมพูชาเนี่ย ครึ่งปีหลังเนี่ยก็ถือว่า Volume หายไปเยอะนะคะ ทำให้โดยภาพรวมแล้วเนี่ย เอ่อ แทนที่จะเติบโตขึ้นในมุม Volume ก็ ก็ใกล้เคียง ลดลงเล็กน้อยนะคะ มาดูในมุมของ Total Revenue บ้างนะคะ Total Revenue ของไตรมาส 4 เนี่ย เรา เอ่อ ปิดอยู่ที่ 155,000 ล้านบาทนะคะ ถ้าเทียบกับของ Q3 Q on Q เนี่ย เพิ่มขึ้นนะคะ ตามปัจจัยฤดูกาลค่ะ แล้วก็ถ้าเป็น เอ่อ Year on Year เนี่ย จะเห็นว่า Year on Year ลดลงประมาณ 16% นะคะ ส่วนหนึ่งในนั้นก็คือมาจากราคา เอ่อ น้ำมันตลาดโลกด้วย ส่วน Volume เนี่ย ก็ เอ่อ ลดลงเล็กน้อยนะคะ ประกอบกับ เอ่อ ตามที่เรียนไปก็คือ Volume มัน ปีที่แล้วเนี่ย เรามีการส่งออกดีเซลเยอะกว่าปีนี้ถ้าเทียบกันอะนะคะ ส่วนมาดูใน เอ่อ มุมของทั้งปีเนี่ย มุมของทั้งปีเนี่ย จะเห็นว่า เอ่อ ลดลง 9% ในเนี่ย impact ตัวใหญ่ก็คือ เอ่อ ในมุมของราคาน้ำมันอะนะคะ เอ่อ ส่วนดีเซลเนี่ย Volume เราลดลงในตลาด Commercial นะคะ เอ่อ แล้วก็ ในขณะ ใน ในเนี่ย เอ่อ แม้ว่า Total จะลดลง แต่ว่าในมุม เอ่อ Volume Revenue ของ Jet เนี่ย ก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็รวมถึง Margin ด้วยนะคะ อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ Total Revenue ลดลง ก็คือ เอ่อ อย่างที่เรียน ก็คือปีที่แล้วมันมีการส่งออกนะคะ เพิ่ม มากกว่าปีนี้ค่ะ ส่วน Contribution เนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ ส่วนใหญ่แล้วก็ยังมาจาก Mobility เช่นเดิมนะคะ Mobility เนี่ย เอ่อ ปิด Q4 อยู่ที่ 142,000 ล้านลิตรนะคะ ทั้งปีเนี่ย อยู่ที่ 597,000 ล้านลิตรนะคะ Q on Q เนี่ย เอ่อ เพิ่มขึ้น 2% เอ่อ ส่วน Year on Year เนี่ย ลดลงประมาณ 17% นะคะ แล้วก็ Year to Date เอ่อ ลดลง 10% ค่ะ มาดูในมุมของ Lifestyle Lifestyle โดยทั่วไปเนี่ย ก็ยังมีการเติบโต เอ่อ อย่างต่อเนื่องนะคะ แม้ว่าใน Q4 เนี่ย เราก็จะมี เอ่อ ค่าใช้จ่าย เดี๋ยวจะเห็น impact ใน EBITDA ซึ่งทำให้ EBITDA Margin กระทบ เอ่อ ถ้าเทียบกับ Q ก่อน ดูเหมือนจะลดลงอะนะคะ ในดูในมุมของ Global เนี่ย Global เอ่อ Revenue ที่ contribute มา เอ่อ ใน Q4 เนี่ย ส่วนใหญ่แล้วก็ เอ่อ จะเป็น เอ่อ ฟิลิปปินส์นะคะ ส่วนถ้าทั้งปี เนี่ย ดูแล้ว Contribution เอ่อ ยอดขายของ Global เนี่ย ก็จะ contribute มาจากฟิลิปปินส์เป็นหลักเช่นกัน ส่วนกัมพูชาเนี่ย เดิมเคยเป็นรองๆ ลงมานะคะ สำหรับในปีนี้เนื่องจากครึ่งปีหลังเนี่ย เอ่อ impact จาก เอ่อ Geopolitics เนี่ย ทำให้ เอ่อ ปิดทั้งปีแล้วเนี่ย Contribution ในมุมของ Revenue ส่งมาจากกัมพูชาเนี่ย ใกล้เคียงกับ เอ่อ ของลาว ซึ่งเนี่ย ลาวเนี่ยเติบโตขึ้น แต่ว่า เอ่อ กัมพูชาเนี่ยดรอปลงค่ะ มาใน ดูในมุมของ EBITDA บ้างนะคะ EBITDA เนี่ย ไตรมาส 4 เราปิด EBITDA ทุก สิ อยู่ที่ 4,443 อ่า ล้านบาทนะคะ ในนี้ส่วนใหญ่แล้ว อ่า portion ใหญ่ก็จะเห็นว่า EBITDA contribute ยังมาจาก เอ่อ Mobility สีน้ำเงินนะคะ แล้วก็ของ เอ่อ Lifestyle สีเขียว เนี่ย ก็จะเห็นว่า portion ถ้าเทียบกับยอดขายแล้วเนี่ย Contribution per unit เนี่ย ของ EBITDA จะเห็นว่าทาง Lifestyle เนี่ย contribute มาเนี่ย portion per unit เนี่ย ที่เยอะกว่านะคะ ทีนี้มาดูในมุมของ Mobility เนี่ย GP per ลิตร ของไตรมาส 4 ที่ 1 บาท 2 สตางค์ นะคะ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ ที่ดีนะคะ เอ่อ ถ้าเทียบกับ Q Q on Q เนี่ย ก็ใกล้เคียง อยู่ที่ 1/2 อ่า บาท per ลิตร เช่นกันนะคะ ซึ่งถ้าเทียบกับ Year on Year เนี่ย อิ เอ่อ GP per ลิตร ก็จะเพิ่มขึ้น เพราะว่าใน เอ่อ Q4 ของปีก่อน เนี่ย เราปิด เอ่อ GP per ลิตร อยู่ที่ 83 สตางค์ นะคะ ถ้ามาดูในมุมของปี เอ่อ เอ่อ EBITDA Margin ของ อ่า Lifestyle บ้างนะคะ Q4 เราปิดอยู่ที่ 10 25.4% นะคะ เอ่อ ถ้าเทียบกับ Q ก่อน เอ่อ Q3 เนี่ย เราปิดอยู่ที่ 28.2 ดูเหมือน เอ่อ ถ้าเทียบกันแล้วลดลงในมุมของ EBITDA Margin ของ Lifestyle อันเนื่องจากใน Q4 เนี่ย เรามี เอ่อ ค่าใช้จ่ายของ เอ่อ เป็นแพทเทิร์นของการ ค่าใช้จ่ายเข้ามาใน Q4 เอ่อ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก เอ่อ ค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทำโปรโมชั่น อะนะคะ ถ้าดูทั้งปีเนี่ย เอ่อ ทั้งปี เอ่อ จะเราปิด EBITDA อยู่ที่ 20,357 นะคะ ถ้าพูดในมุมของ Lifestyle ก่อนเนี่ย EBITDA Margin ของทั้งปี ปิดอยู่ที่ 28% นะคะ ถ้าเป็นของ เอ่อ ปีก่อนเนี่ย อยู่ที่ 25.1 ในมุมของ Lifestyle เนี่ย ก็จะเห็นว่า EBITDA Margin ก็ยังอยู่ในเรนจ์ที่ ที่ควรจะเป็น แล้วก็มี เอ่อ EBITDA Margin ที่ดีขึ้น ถ้าเทียบกับปีก่อนนะคะ ส่วน Mobility เนี่ย กำไร เอ่อ GP per ลิตร ของปีนี้ เอ่อ อยู่ที่ 98 สตางค์ นะคะ เฉลี่ยทั้งปี เอ่อ ดีกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 83 เอ่อ สตางค์ per ลิตร นะคะ ค่ะ ไปถู ดูที่ Net Profit เลยละกัน ค่ะ อ่า ทำให้ทั้งหมดเนี่ย reflect ใน Bottom Line คือ Net Profit เนี่ย Q4 เราปิด เอ่อ กำไรอยู่ที่ 2,078 ล้านบาท นะคะ ถ้าเทียบกับ Q3 เนี่ย เอ่อ ลดลง เอ่อ 20% นะคะ แล้วก็ ถ้าเทียบกับ Q4 ปีก่อน เนี่ย ก็ลดลงประมาณ เอ่อ 40% นะคะ ถ้ามาดูทั้งปีเนี่ย เฉลี่ยทั้งปีเนี่ยเราปิดกำไรอยู่ที่ 11,304 ล้านบาท นะคะ เทียบกับปีก่อน เนี่ย ก็เพิ่มขึ้น เอ่อ พอสมควรค่ะ แล้วก็ถ้าดู เอ่อ Net Profit Margin สำหรับปีนี้นะคะ Net Profit Margin เราอยู่ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.7% นะคะ ถ้าดีขึ้นถ้าเทียบกับปีที่แล้วที่อยู่ที่ 1.1% นะคะ มาดูในเรื่องของ Financial Position บ้างนะคะ Total Asset ของปี 2025 เนี่ย เอ่อ ย่อตัวลงจากปีก่อน อ่า เล็กน้อยนะคะ เอ่อ อันเนื่องมาจาก เอ่อ เรา โดยรวมแล้ว เนี่ย ก็คือ AP AR เราย่อตัวลง เพราะว่าราคาน้ำมันปี ปีก่อนกับปีนี้เนี่ย ก็จะลดลงประมาณ เอ่อ ด้วยราคาน้ำมันเนี่ยประมาณ 9% นะคะ ทำให้ AP AR เราย่อตัวลง แล้วก็ อ่า ตัว Cash เองเนี่ย น้อยลงเพราะว่าเราเอามีการ เอ่อ จ่ายคืนเงินกู้ทั้ง เอ่อ เงินกู้ตามกำหนด แล้วเรามีการ prepayment ไปด้วยประมาณ รวมแล้วประมาณ 5,000 กว่าล้านบาทนะคะ แล้วก็มีการจ่าย Dividend ออกไป ค่ะ แล้ว เอ่อ ส่วน Equity เนี่ย ก็ยังคงมีความ เอ่อ แข็งแกร่งนะคะ ก็เรามีกำไรอยู่ประมาณ 11,000 ล้านบาท แล้วก็มีการจ่าย Dividend ออกไป 5,000 แล้วก็ net off แล้ว Equity เราก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท ส่วน Ratio เนี่ย ส่วนใหญ่เราก็ยังอยู่ในมุมที่แข็งแกร่ง อยู่ นะคะ ไม่ได้มี เอ่อ เรื่องน่ากังวล ส่วน Cash Flow เนี่ย เอ่อ ณ สิ้นปีเราปิด Cash Flow ending อยู่ที่ 33,000 ล้านบาท นะคะ เอ่อ ถ้าเทียบกับต้นปี 47,000 ล้านบาท ก็มีการลดลงนะคะ อย่างที่เรียนไปก็คือ จาก เอ่อ ทำมาหากิน Operation เนี่ย เรา Cash in เข้ามาประมาณ 10,000 ล้านบาท นะคะ แล้วก็มีการ Investing คือ เอ่อ มีการ เอ่อ เอาไปลงทุน เอ่อ ที่ เกินกว่า 3 เดือน นะคะ แล้วก็จะเคานต์ เอ่อ ไม่ได้ถือเป็น Cash นะคะ ประมาณ 6,800 ล้านบาท นะคะ แล้วก็ เอ่อ มีการขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น เอ่อ ปั๊มน้ำมัน หรือว่า เอ่อ Lifestyle Shop ต่างๆ เนี่ย ประมาณ 5,600 ล้านบาท นะคะ Financing ที่ ที่จ่ายออกไปก็หลักๆ ก็จะเป็นคืนเงินกู้ อย่างที่เรียนไป แล้วก็มีการจ่าย Dividend นะคะ ทำให้ภาพรวมแล้ว Cash เราปิดอยู่ที่ 33,000 ล้านบาท ค่ะ ค่ะ ก็ จบในส่วนของ Performance ขอเรียนเชิญ CEO ในมุมของ Outlook ค่ะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
ครับ ไปที่สไลด์เลยครับ ในแง่ของ Outlook นะครับ เดี๋ยวไปดูมีเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย นะครับ ก็ดูเศรษฐกิจโลกก่อนนะครับ ในปี 68 เทียบกับ 69 เนี่ย นะครับ ก็ เราจะได้แรงหนุนจาก AI กับ Data Center นะครับ และการออกนโยบายการเงินผ่อนคลายที่ แต่มีความเสี่ยงจากการขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ นะครับ แล้วก็ Trade Tension ต่างๆ ระหว่างมหาอำนาจนะครับ ส่วนในประเทศไทย เนี่ย ในปี 68 เนี่ย GDP ไทย ก็ตามที่ได้ออกข่าวกันมา วันสองวันนี้ก็ดีกว่าที่คาดนะครับ แต่ก็ยังไม่สูงมากนะครับ ขณะที่ในปี 69 คาดว่า GDP จะเติบโต ไม่สูงนักนะครับ ก็ประมาณ 1.5 - 2.5% จากแรงกดดันภาษีของสหรัฐอเมริกานะครับ ที่กระทบการส่งออก และ ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งประชากรสูงวัยนะครับ แล้วก็หนี้ครัวเรือนที่สูงนะครับ ส่งผลให้ภาคการบริโภคของเอกชนตึงตัว ทั้งนี้ก็อาจจะมีปัจจัยบวกบ้างนะครับ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่น่าจะเป็นมาตรการที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วนะครับ ไป กระทั่งถึงรัฐบาลที่ กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ในเร็ววันนะครับ การท่องเที่ยวฟื้นตัว ช้าเหมือนกัน แต่ว่าน้ำมันเครื่องบินก็ยังเติบโตนะครับ ในปี 68 เนี่ย นักท่องเที่ยวลดเหลือ 33 ล้านคนนะครับ แต่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มนะครับ ก็เป็นโอกาสที่เราได้ขาย Jet A-1 เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็สร้างรายได้จากกลุ่ม Lifestyle ได้เพิ่มขึ้นนะครับ ส่วนในปี 69 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวเป็น 35 ล้านคนนะครับ จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนนะครับ ในเรื่องราคาน้ำมันนะครับ ราคาน้ำมันก็น่าจะปรับตัวลดลงนะครับ ก็ปี 68 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ประมาณ 69.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นะครับ แต่ปี 69 มีแนวโน้มที่จะลดลงนะครับ อยู่ในกรอบประมาณ 60 - 64 เหรียญต่อบาร์เรล จากอุปสงค์ คือ demand ที่หดตัวนะครับ แล้วก็ supply ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะครับ ก็ราคาน้ำมันคาดว่าจะมีโอกาสผันผวนจากปัจจัยความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์นะครับ โดยที่ OR เราเองก็บริหารจัดการเก็บน้ำมันตาม target level พร้อมทำ Hedging แล้วก็ลดความเสี่ยงเรื่อง stock loss อยู่แล้วนะครับ ก็ผมเข้าใจว่าคุณวิไลวรรณจะพูดไปแล้วนะครับ เรื่อง FX นะครับ ผลกระทบของน้ำมันนะครับ 1 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล นี่จะกระทบ stock ประมาณสัก stock loss สมมุติ น้ำมันลดลงเหรียญหนึ่งเนี่ย ก็จะมี stock loss ประมาณ 190 กว่าล้านบาท นะครับ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าน้ำมันเพิ่มก็มี stock gain เหมือนกัน ค่าเงินบาทที่แข็งค่านะครับ อย่างที่เรียนไปแล้วก็เป็นผลลบกับ OR นะครับ ใน Q4 ปี 68 เงินบาทแข็งในกรอบ 31 - 32.8 บาทไทยต่อเหรียญสหรัฐนะครับ ใน Q1 ปี 69 คาดว่าเงินบาทจะแข็งอยู่ในกรอบ 31 - 32 บาทต่อดอลลาร์นะครับ ตามการอ่อนค่าเงินของดอลลาร์นะครับ คาดว่าเงินบาทจะมีโอกาสอ่อนค่า ลงน่าจะประมาณสิ้นปีนี้นะครับ ในช่วงปลายปี อัตราดอกเบี้ยนะครับ แนวโน้มที่จะลดลงนะครับ ก็เป็นผลดีต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินนะครับ ของ ปี 68 กนง. ประกาศดอกเบี้ยนโยบายลดลงเหลือ 1.25% นะครับ ปี 69 ประเมินว่า กนง.
จะลดดอกเบี้ยอีก ครั้งนะครับ ก็น่าจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำกว่าเดิมนะครับ อันนี้มาพูดถึงเรื่องความเสี่ยงเลยละกันนะครับ เพราะคงมีคำถามนะครับ ก็ความเสี่ยงในปี 2026 คืออะไรนะครับ ก็ คิดว่า ในแง่ Geopolitical Risk นะครับ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หลายพื้นที่นะครับ น่าจะส่งผลต่อความผันผวน ด้านราคาพลังงานนะครับ แล้วก็เราก็มอนิเตอร์สถานการณ์ ด้าน supply demand แล้วก็ทำงานร่วมกับ ปตท. อย่างต่อเนื่องนะครับ ก็เราก็มีการบริหารจัดการ inventory ในระดับที่เหมาะสมนะครับ เพื่อลดการเกิด stock loss นะครับ แล้วก็ใช้เครื่องมือต่างๆ ในการ control นะครับ control stock เช่น ใช้ Control Towers นะครับ ที่เราทำร่วมมือในกลุ่ม ส่วน Country Risk นะครับ ก็เป็นความเสี่ยงเหมือนกัน นะครับ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นะครับ ก็ทุกคนก็ได้แต่หวังว่ามันจะดีขึ้นนะครับ แต่ว่าก็ สถานการณ์มันก็ทรงๆ ทรุดๆ นะครับ ก็น่าจะส่งผลกระทบกับการลงทุนของเราในกัมพูชา ซึ่งจะเห็นจากการปรับ เม็ดเงินลงทุนจากการลงทุนต่างประเทศเนี่ย มาลงทุนในประเทศมากขึ้น ดังที่กล่าวไปแล้วนะครับ ส่วน Government Policy Risk นะครับ ในแง่ของรัฐบาลไทยเองนะครับ ก็มีความไม่แน่นอนด้านนโยบายของภาครัฐเช่นกันนะครับ โดยเฉพาะนโยบายด้านพลังงาน ครับ ก็ ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาเนี่ย จะมีนโยบายอย่างไรนะครับ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ก็น่าจะเป็นการที่ทำงานด้วยกันใกล้ชิดนะครับ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในแง่ของราคาพลังงาน ให้มากขึ��น เป็นธรรมทั้งประชาชน เป็นธรรมทั้งกลุ่มธุรกิจด้วยนะครับ ส่วน FX ก็อย่างที่ได้เรียนไปแล้วนะครับ ก็ เงินบาทแข็งค่า นะครับ แต่ขณะเดียวกันเราก็หวังว่าปลายปีเนี่ย ภายในปลายปีเนี่ย บาทน่าจะอ่อนตัวลงบ้าง เพื่อช่วยระบบเศรษฐกิจของประเทศนะครับ ก็ ผมคิดว่าคงมีแค่นี้ คงต่อไปคงเป็น Q&A Session ครับ
สุชาติ ระมาศ
ครับ เดี๋ยว เดี๋ยวๆ ขอ ขออนุญาตท่าน CEO นิดนึงครับ พอดีน้องให้ ให้ผมช่วยสรุปให้ฟังเพิ่มเติม นิดนึงครับ ครับ ขอบคุณท่าน CEO นะฮะ ก็คืออย่างงี้ครับ คือ พอดีน้อง LINE มาบอกว่าพอดีมีคำถามเยอะมาก ขออนุญาตให้ผมสรุปเบื้องต้นก่อน เพื่อจะได้ย่อคำถามลงไปนะครับ ก็ในส่วนของ Mobility ที่เป็นเสาหลักของเราเนี่ยนะครับ หลายคนคงมีคำถามว่าทำไมยอดตกลง ผมแชร์อย่างงี้ครับว่า ยอดที่ ส่วนที่หายไปเนี่ย มีส่วนก้อนหลักก็คือส่วนที่ส่งออก ซึ่งจริงจริงๆ ไม่ใช่ภารกิจของเราในการส่งออก เพราะเราเป็นประเทศผู้ผลิต ฉะนั้นการที่ส่งออกน้อยเป็นสิ่งที่ดีกับ OR นะครับ ผลประกอบการเราดีขึ้น อันที่ 2 คือกลุ่มลูกค้าที่ ที่ ที่หายไปบางส่วนก็คือ มี Jobber กับ B2B เอ๊ย โทษทีฮะ Jobber กับมาตรา 7 ซึ่ง 2 กลุ่มนี้ เนี่ย เป็นลักษณะลูกค้าอยู่แล้วครับว่าเป็นกลุ่มที่ช็อป ช็อปนะครับ Margin บางมาก นะฮะ แต่กลับกันเนี่ย ของเราในส่วนที่เป็นยังโตและรักษาไว้ได้ เนี่ยครับ ในปีที่ผ่านมา เนี่ย ก็คือเป็นในส่วนของทาง B2B B2B2C นะฮะ ผมเริ่มจากขายปลีกก่อนฮะ ขายปลีกเนี่ย ปีแล้วเราโตมา จุด จุด Market Share โต .5% ก็คือ ครึ่งเปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนที่โตขึ้นเนี่ย มี 2 ส่วนครับ เบนซิน เนี่ย โตค่อนข้างดี มีนัยสำคัญ ส่วนดีเซล เนี่ย ตลาดตก แต่เราตกน้อยกว่าตลาด นะครับ ฉะนั้น เอ่อ Market Share เราเลยโตมา .5 แต่ในปีนี้ เรามั่นใจว่าเราจะมา ค่อนข้างดีครับ ในเดือนแรก มกราคม เนี่ย ยอดเราโต กว่าปีแล้วอย่างมีนัยยะ นะครับ แต่ว่าเดี๋ยว ยังบอกไม่ได้ครับ เพราะว่า ฉะนั้น ฉะนั้นโมเมนตัมที่เรามา ส่งต่อมาขายปลีก ค่อนข้างดี นะครับ พอมาถึงน้ำมันอีกตัวนึง คือ ทางฝั่งของ ของ Lifestyle เอ๊ย ขอโทษทีฮะ ของ Aviation ตอนนี้ เป็นที่น่ายินดีครับ ในเดือนมกราคม เนี่ย เราทำ New Record นะฮะ New High ของในส่วนของน้ำมันอากาศยาน ซึ่งตั้งแต่เราเปิดมา ตั้งแต่ ปตท. จนถึงปัจจุบันเนี่ย ในมกราคมที่ผ่านมา เนี่ย เป็นปีที่เราขายสูงสุด นะฮะ ก็หมายถึงว่า อย่างที่ท่าน CEO ได้กล่าวว่า เริ่ม คนเริ่มท่องเที่ยวเข้ามาเยอะมาก เราขายค่อนข้างดีมาก ฉะนั้น ตัวน้ำมันอากาศยาน เนี่ย Market Share เราใกล้ 60% ละ ก็เป็นสิ่งที่เรายังเป็นจุดแข็งแรง ในส่วนของภูมิภาคนะฮะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราคิดว่า เราน่าจะ เอ่อ รักษาไว้ได้ค่อนข้างดี ใน B2B นะครับ อีกอันนึงที่ต้องเพิ่มเติมก็คือ ของ EV ครับ EV EV เนี่ย Market Share เรา เนี่ย ประเมินเบื้องต้น เนี่ย เราทะลุ 50 ละครับ หมายถึงว่าครับ เราเป็นผู้นำเรื่องของ EV EV เนี่ย วันนี้ เนี่ย ผมให้น้องคำนวณดู เนี่ย วันนี้มีคนเข้ามาใช้บริการเรา เฉลี่ย ณ ปีแล้ว นะฮะ ประมาณ 30,000 คัน 30,000 คัน เนี่ย ในการเข้ามาใช้บริการ เนี่ย 30,000 คัน เนี่ย ผมคาดว่าประมาณ มี คันนึงต้องมีสัก 2 คน นะ ฉะนั้น วันนี้ ปีที่ผ่านมา น่าจะ มีเพิ่มมาสัก 5 50,000 คน ละ และในปีนี้ นะครับ เราจะขยายอีก 400 400 จุด เป็น เป็นเกือบ 2,000 จุด นะฮะ EV เนี่ย ของเรา เนี่ย ในมกราคมปีที่แล้ว นะครับ เรามีสมาชิกอยู่ 200,000 แต่มกราคมปีนี้ เรามีสมาชิกเกือบ 400,000 นะครับ ในแอปของเราฮะ ก็เห็นว่า วันนี้ ผู้ที่ใช้รถ EV เนี่ย ผมว่า 100 ละ 99 เนี่ย อยู่ในแอปเรา แล้วก็ชื่นชม แล้วก็พึงพอใจในแอปของเรา เพราะว่าเนื่องจากว่า แอปวันนี้เรากล้าพูดว่า เราเป็นผู้นำพา รถ EV วิ่งได้ทั่วประเทศ ตามนโยบาย CEO ว่า วันนี้เราขยาย EV อ่ะ ให้ครอบคลุม นะ ฉะนั้น EV เป็นตัวนึง ที่จะช่วย มาส่งเสริม เราไม่มองว่าเป็นการ disrupt นะฮะ เป็นการส่งเสริม ดูจากอะไรครับ วันนี้เราตั้ง EV Hub ไป 18 สาขา ตรงที่มี EV Hub นะครับ ส่วนยอดขายของ Non-Oil โตทุกตัวเลยฮะ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าตรงนี้ ทุกคนเข้ามาใช้บริการ เนี่ย ครึ่งชั่วโมง เนี่ย ต้องใช้บริการ อเมซอน ขอย ขายปลีกต่างๆ ซึ่งตัวนี้ ทาง CEO ก็ได้เร่ง ขยาย EV Hub เรา ใช้จากอะไรครับ เราไม่ได้คำนวณจาก ด้วยความรู้สึกนะฮะ เราใช้ data ในการวิเคราะห์ ฉะนั้น เราจะตั้งตรงไหนเพิ่มเติม เนี่ย เราใช้ data ว่า ตรงไหนที่มีความต้องการ EV มาก เราจะใช้บริการ นะครับ ซึ่งคาดว่า ปีนี้ เป็นอีกปีนึงที่เราจะทำ New Record ของตัว EV นะครับ ก็ ผม มองว่า วันนี้ในส่วนของ Mobility นะฮะ ทิศทาง เนี่ย เราเลยจุดต่ำสุดมาแล้ว นะครับ เรากำลังจะไปต่อในปีนี้ นะฮะ ปีนี้เราตั้ง Market Share เพิ่มขึ้น ในส่วนของ ของ ของน้ำมัน นะฮะ ซึ่งวันนี้ เราได้มีการสืบความลูกค้า ปั๊มทั่วประเทศเนี่ย ทุกคนก็ฮึกเหิม เพราะว่า ปีที่ผ่านมา เนี่ย เรา เราเริ่มเพิ่มขึ้น เติบโต แล้ว นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรา สรุปเบื้องต้นครับ ขอบคุณมากครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ ขอบคุณพี่ปีก พี่เอ๋ แล้วก็พี่ชาตินะคะ ตอนนี้เราก็เข้าสู่ Session Q&A แล้วค่ะ สำหรับท่านใดที่มีคำถามนะคะ สามารถยกมือแล้วก็เปิดไมค์ถามคำถามได้เลยค่ะ เชิญพี่หมูค่ะ
ปิยภัทร์
ทำไม เชิญ หมู หน่อย มี ไมค์ลอย ป่าว ฮะ พี่หมู บอก ไม่ รับ ไมค์ ขอบคุณ ครับ สวัสดี พี่ สุชาติ สวัสดี พี่ ปีก นะ ครับ อ๋อ พี่ เอ๋ ครับ ก็ น่า จะ มี series of question อะ นะ ครับ อัน แรก เลย เป็น เรื่อง ของ ตัว สรุป อัน นี้ คือ Budget Hotel ขอ เป็น ซี รี่ ส์ ไป อัน แรก เลย เนี่ย ผม อยาก รู้ ว่า เอา ง่าย ๆ เลย Hop Inn เนี่ย ผม มอง เป็น benchmark ละ กัน แล้ว ใช่ Budget Hotel ไหม ที่ เรา เข้า ก็ น่า จะ เป็น อย่าง นั้น นะ ครับ ถ้า เรา ไป Luxury Hotel ใน ปั๊ม คง ไม่ น่า ใช่ อะ เนาะ นะ ฮะ แล้ว ปกติ เนี่ย ผม เข้าใจ ว่า payback มัน เร็ว เพราะ ว่า ผม ดู จาก ไอ้ ตัว Hop Inn ของ เอราวัณ เอา ง่าย ๆ คือ อยาก จะ ให้ สรุป ว่า เรา มี แผนการ เติบโต หรือ มี ความ คาด หวัง นะ ครับ กับ ธุรกิจ นี้ อย่าง ไร นะ ครับ ใน จิ๊กซอว์ อย่าง ของ ที่ พี่ สุชาติ พูด อะ นะ ครับ ว่า เรา มี traffic เพิ่ม จาก ตรง นู้น ตรง นี้ อะไร ก็ ดี ไป หมด อะ นะ ฮะ margin จริง ๆ แล้ว อัน นี้ ผม ว่า มัน เป็น จุด รอง นะ ครับ ใน ส่วน ใน การ มอง ออก ไป เพียง แต่ ว่า ไอ้ 6 จุด เดี๋ยว จะ ตอบ คำถาม ที่ 2 นะ ครับ อัน แรก ก็ คือ ขอ เป็น อัน นี้ เป็น เรื่อง ของ โรงแรม ผม อยาก จะ ให้ ช่วย อธิบาย ผม ว่า ทุก ท่าน ที่ นี่ คง อยาก ทราบ อะ นะ ครับ แล้ว จริง ๆ partner ก็ เป็น กลุ่ม เป็น บริษัท ที่ น่า สนใจ นะ ครับ เพราะ ทำ ดุสิต ได้ เวิร์ก มาก เลย นะ ฮะ เซ็นเทล นะ ครับ อัน ที่ 2 นะ ครับ ผม ขอ ถาม ไป เลย ที เดียว ละ กัน คือ ว่า สัญญา ถาม ต่อ ภาพ ใหญ่ นะ ครับ อาจ จะ ขอ เจาะ จง ไป ที่ หม่อม ปีกทอง เลย นะ ครับ ก็ คือ ว่า ใน 5-6 ปี มั้ง ผม จำ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ 2019 อะ บริษัท เรา เนี่ย มี กำไร ต่อ ปี เนี่ย ไม่ เคย หลุด กรอบ 80 สตางค์ ถึง 1 บาท 10 สตางค์ เลย ไม่ เคย เลย นะ ครับ ไม่ ว่า จะ เกิด เหตุ การณ์ อะไร ก็ ตาม ใน แง่ ดี มัน ดู sustainable ดี อะ ครับ แต่ ใน แง่ ไม่ ดี คือ เอ๊ะ ทำไม มัน แขวน อยู่ อย่าง นี้ ไม่ โต เลย ปั๊ม เพิ่ม อเมซอน เพิ่ม นู่น นี่ นั่น หมด อะฮะ รวม ทั้ง โรงแรม จะ เพิ่ม ผม จะ ถาม ตรง ๆ เลย ครับ ว่า ใน 2-3 ปี ข้าง หน้า ใน ฐานะ ตัว แทน นัก ลง ทุน เนี่ย ควร จะ คาด หวัง ว่า เรา จะ หลุด กรอบ นี้ หรือ ว่า ปี นี้ มัน จะ จบ 11,000 11,000 9,000 อีก หรือ เปล่า อะ ฮะ อัน นี้ รบ กวน ถาม ใน มิติ ภาพ ใหญ่ ๆ นะ ครับ ครับ ๆ ข้อ ที่ 3 นะ ครับ มัน เกี่ยว ข้อง ตรง นะ ครับ ผม ชอบ คอนเซปต์ ที่ บอก community 17,000 แห่ง แต่ ผม อาจ จะ ขอ เสริม ไป นิด นึง นะ ครับ จาก community เนี่ย มัน จะ เป็น community mall ได้ กี่ แห่ง เรา จะ มี เป้า หมาย ใน เชิง community mall ซึ่ง มัน อาจ จะ เกี่ยว กับ หรือ ไม่ เกี่ยว กับ community ก็ ได้ นะ ครับ นะ กี่ แห่ง ครับ แล้ว เรา จะ ใช้ จุด แข็ง ที่ เรา มี integrate เรา มี diversification เรา มี อะไร ต่าง ๆ ที่ พี่ สุชาติ ฉาย ภาพ มา ให้ เมื่อ สัก ครู่ เนี้ย นะ ครับ ใน การ สร้าง ตรง เนี้ย ฮะ เพราะ ว่า 7 ปี ที่ แล้ว ผม จำ ได้ ว่า ตอน IPO เรา บอก มี Space หมาย ถึง ว่า โครง การ Space นะ ครับ ไม่ ใช่ พื้น ที่ อะ ผม ยัง ไม่ เห็น Space ไป ไหน มัน มี น้อย มาก เลย อะ มัน หมาย ความ ว่า เรา ไม่ ได้ leverage จุด แข็ง เท่า ที่ ควร หรือ เปล่า ผม ไม่ รู้ นะ ครับ อัน นี้ ผม เป็น คำ ถาม นะ ครับ แล้ว ก็ คำ ถาม ที่ 4 ผม จะ ถาม ว่า ตอน เนี้ย จาก การ ที่ เรา บอบ ช้ำ จาก กัมพูชา นะ ครับ มัน หมาย ความ ว่า อะไร มัน หมาย ความ ว่า วัน เนี้ย กลยุทธ์ ของ OR เนี่ย ใน เชิง Geopolitical เนี่ย มัน ควร จะ ต้อง เปลี่ยน หรือ เปล่า ถ้า จะ เปลี่ยน เปลี่ยน ยังไง ครับ เช่น เรา จะ ถอย มา back to home เป็น หลัก เลย ต่าง ประเทศ ไม่ ขยาย เท่า ไหร่ ละ หรือ ไม่ ใช่ ครับ หรือ เปลี่ยน โซน เปลี่ยน วิธี เปลี่ยน ที่ อัน นี้ ผม ไม่ รู้ นะ ฮะ อันนี้ ผม ขอ ถาม แล้ว ก็ คำ ถาม สุด ท้าย นะ ครับ ใน เชิง Product Strategy คือ ผม รู้ ว่า เรา มี จุด แข็ง ใน เชิง client member outlet product แต่ว่า คำถาม จริง ๆ เนี่ย คือว่า จริง ๆ แล้ว อะ มัน มี ความ เป็น ไป ได้ ไหม ครับ ว่า OR จะ เข้า ไป ผม ยก ตัวอย่าง อะไร นะ ครับ ก็ ไป ซื้อ กิจการ ผู้ ผลิต F&B แล้วก็ ทำ เป็น ธุรกิจ ต่อ ยอด อีก อัน นึง ไป เลย เช่น ผม แค่ สมมุติ เฉย ๆ นะ ครับ ผลิต น้ำ ดื่ม ผลิต น้ำ ผลไม้ อะไร สมมุติ นะ ฮะ หรือ ผลิต อะไร ผม ไม่ รู้ อะ นะ ครับ อัน นี้ สมมุติ เป็น ไป ได้ ไหม ครับ ผม อยาก รู้ ว่า เป็นไป ได้ ไหม ขอบคุณ ครับ ที่ ให้ โอกาส ถาม โห ขอบคุณ ครับ ก็ จด ก็ ไม่ ทัน นะ ครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
ก็ผมพยายามจะตอบเป็นตัวๆ ไปแล้วกันครับ อันแรก Budget Hotel ก่อน นะครับ อันนี้ก็เพิ่งแจ้งตลาดไปเมื่อวานนะครับ สดๆ ร้อนๆ ก็ หลักๆ คือเป็นประโยคเดิมอะครับ คือเพื่อเติมเต็ม Ecosystem เรานะครับ อันนี้เรามีปั๊มอยู่ 2,000 กว่าปั๊มเนี่ย แต่ละปั๊มเนี่ย มีพื้นที่ พื้นที่ที่เหลือเนี่ย เราก็เลยคิด concept เนี่ย Budget Hotel ขึ้นมา แล้วก็บอกว่า พอมีพื้นที่ แล้วเป็นโรงแรมที่ไม่ต้องมีอะไรเลย ยกเว้นห้องนะครับ เพราะว่าเรามีระบบอื่นรองรับอยู่แล้ว เช่น โรงแรมที่ไม่ต้องมีที่กินข้าว เพราะเรามี Amazon อยู่ใกล้ๆ โรงแรมที่อยู่ติดกับ Convenience Store เลย ตู้ยงตู้เย็นก็ไม่ต้องมีของสต๊อกไว้ เราก็อยากทานอะไรก็ลงไป 7-Eleven ได้ นะครับ เป็นโรงแรมที่ เป็น destination คือที่จะพักจริงๆ เพราะว่าพักรถด้วยนะครับ เพราะว่าเราสามารถที่จะเติมน้ำมัน เติมไฟฟ้าได้ระหว่างที่เราพักนะครับ และ ที่สำคัญคือ เราลงทุนเนี่ย เรารู้ว่าเราก็ไม่ใช่ expert ด้านโรงแรม นะครับ OR เนี่ย อาจจะเป็น expert ด้านพลังงานนะครับ ด้านให้บริการเรื่องเรื่องปั๊มน้ำมันเอย อาจจะมีบ้างนะครับ เรื่อง EV นะครับ แต่ว่าเราไม่ใช่ expert ด้านโรงแรมแน่นอน พอด้าน Hospitality พวกนี้นะครับ เราก็เลย partner กับกลุ่ม เซ็นทารากรุ๊ป นะครับ เซ็นทรัลกรุ๊ป เนี่ย คือ เราก็บอกว่า เราจะ pilot ก่อน ใน 5-6 พื้นที่นะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรา ร่วมกับ partner ก็ identify มาแล้วว่า น่าจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทีเดียว นะครับ เช่น พื้นที่ที่ใกล้กับ สนามบิน พื้นที่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวอะไรเงี้ยครับ ก็จะดูไปว่า วิธีทำก็คือ เราก็ pilot ก่อน สัก หก 5-6 พื้นที่ ถ้ามัน work มี ในแง่ของการดึง traffic นะครับ ในแง่ของการที่เป็น standalone itself ว่า โรงแรมนี้เป็นธุรกิจที่ดีอะ เราก็จะขยายไปในพื้นที่ต่างๆ แต่ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เราต้องยึดสิ่งที่เรามีความได้เปรียบ นะครับ เราได้เปรียบตรงที่เรามีอยู่ 2,000 เกือบๆ 2,500 ปั๊มทั่วประเทศ นะครับ ใน location ที่ค่อนข้างดีนะครับ เราก็ต้องเอาตรงนี้เป็น anchor พี่ชาติหรือรสยามีอะไรเสริมไหมครับ ในเรื่องนี้ เรื่องแรกก่อน
สุชาติ ระมาศ
ครับ ก็อย่างที่ CEO ได้กล่าวครับว่า วันนี้มันเป็นการรวมจุดแข็งกันนะครับ คือเรามี Network ของเราเนี่ย ปั๊มเนี่ย 180 เป็นดีลเลอร์ ดีลเลอร์ของเราเนี่ยเป็นดีลเลอร์ที่มีศักยภาพครับ ฉะนั้นทั่วประเทศเราเนี่ย จะมีดีลเลอร์เป็นผู้มี เค้าเรียกมีฐานะ ตามจังหวัดต่างๆ ฉะนั้นทำเล ที่ดินในมือเค้าเนี่ยค่อนข้างเยอะ วันนี้แค่เราบอกว่า เปิดปั๊มเนี่ย ดีลเลอร์ติดต่อมาเยอะมากเลยครับให้เราเลือก ฉะนั้นเราก็มีทางเลือกค่อนข้างเยอะ อันที่ 2 คือ cost จะถูกลง เพราะว่าเราก็อาจจะเป็นที่ดินข้างปั๊ม หลังปั๊ม มันก็ cost จะไม่แพงนะ กับเวลาการที่เราจับกับมืออาชีพ วันนี้กับมืออาชีพก็คือเรื่องของเซ็นทาราเนี่ย ผมว่าวันนี้ก็เหมาะสม เพราะเค้าเองไม่มี Budget Hotel แล้วก็วันนี้ จากการที่ได้พูดคุยกันเนี่ย ก็ต้องยอมรับว่าการเป็นมืออาชีพของเค้าเนี่ยค่อนข้างแข็งแรงเรื่องโรงแรม การเลือกทำเลเนี่ย ผมก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากเค้าค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นวันนี้ผมว่า เป็นการรวมจุดแข็งกันนะครับ ก็อย่างที่ CEO ได้กล่าวว่า ในปีหน้าเราจะเปิดประมาณ 5+1 คือ ว่าจะทดลอง โมเดลที่เป็นในปั๊ม 5 ตัว นะฮะ แล้วก็เป็นนอกปั๊มตัวนึง นะครับ อันนี้ก็เป็นต้นแบบซึ่งเราจะ เริ่มดำเนินการเลยครับ ก็ประมาณนี้เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
มีอะไรเสริมไหมครับ รส อันที่ 2 เลยนะครับ ทำไมไม่โตซะทีนะครับ ก็ เห็นว่าเราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนะครับ ในแง่ของ Energy Transition เนี่ย คือเราคือธุรกิจน้ำมันเดิมอะล่ะนะครับ คือ แล้วเราก็ มา IPO แล้วก็ Privatize นะครับ แล้วก็มาเป็น OR แต่ ตั้งแต่ปี 2019 เนี่ย คือเราก็จะเห็นเทรนด์ของการใช้พลังงานเนี่ย มันก็ไม่ได้โตนะครับ เพราะว่า 1 คือ Energy Efficiency นะครับ รถต่างๆ นานานี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ฉะนั้น แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย หรือจำนวนรถก็เพิ่มขึ้น แต่ว่าประสิทธิภาพของรถก็มีมากขึ้น competition มีมากขึ้น ฉะนั้นเนี่ย เราจะเห็นว่าใน ธุรกิจน้ำมันเนี่ย คู่แข่งก็เยอะ นะครับ แล้วก็ margin ก็น้อย เป็นธุรกิจที่ เป็นธุรกิจเสรีก็จริง แต่มีการ ควบคุมอยู่บ้าง นะครับ เราเลย ต้อง couple ตรงนี้ กับ Lifestyle นะครับ จะเห็นว่า ที่ได้พูดไปแล้วนะครับ คือ Revenue Breakdown ของเราเนี่ย Mobility ประมาณ 89% Lifestyle 4% นะครับ แต่ EBITDA ที่มาจาก Mobility เนี่ย 61% และ EBITDA มาจาก Lifestyle นี่ 34% แสดงว่าเราต้องใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์นะครับ เราต้องใช้สถานีบริการของเรา 2,000 กว่าแห่งเนี่ย ก็ให้เป็นประโยชน์ ถ้าเรารู้ว่า EV กำลังจะมานะครับ ผมเคยพูดกับหลายคนไว้แล้วล่ะว่า ที่ผ่านมาเนี่ย เขาบอกว่าคนเติมน้ำมัน ใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 10 นาที เติมน้ำมันเนี่ย มันก็เลยเป็นที่มาว่า ร้านสะดวกซื้อเนี่ย มันถึง work นะครับ เพราะคนใช้เวลาไม่นาน อันนี้ เราก็เห็นเทรนด์แล้วล่ะว่า มีคนใช้ EV มากขึ้นเยอะ นะครับ ตั้งแต่ปลายปี 2024 นะครับ เอาแง่เฉลี่ย เรามีอยู่ แค่พันต้นๆ ไอ้ Charger เอง นะครับ หัวชาร์จเองเนี่ย มีคนใช้บริการประมาณ 4.5 ชั่วโมง ต่อหัวต่อวัน ตอนนี้ การใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อหัวต่อวัน มันแปลว่าอะไร มันแปลว่า คนใช้เวลามากขึ้น ฉะนั้นเนี่ยเราก็ต้อง capitalize จาก location ที่มี 2,000 กว่าแห่ง จาก EV อย่างที่คุณสุชาติพูดถึงนะครับ เราเป็น market leader ในเรื่อง EV นะครับ มีอยู่กี่แสนนะ 200,000 กว่า
สุชาติ ระมาศ
สมาชิกเกือบๆ 400,000 ครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
เกือบๆ 400,000 นะครับ เราก็ต้องใช้ประโยชน์ในช่วงนี้ เรื่องเนี่ย ให้คนเข้ามาใช้บริการ ฉะนั้นเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญ เราเลยได้ provision เงิน capex จำนวนหนึ่งในการที่จะลงทุนในเรื่องของ Lifestyle นะครับ ในแง่ของการดึงดูดคนเข้ามาใน พื้นที่ของ OR ให้มากขึ้นนะครับ มี เสริมไหมครับ พี่เอ๋ พี่ชาติ
สุชาติ ระมาศ
ก็ คำถามพี่หมูนี่ เป็นคำถามที่มีความหมายทุกครั้งนะครับที่พี่หมูถาม กำไรเราเนี่ยที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าเราเจอหลายปัญหา นะฮะ ตั้งแต่โควิดต่างๆ เข้ามา แต่ไปข้างหน้านี่ครับ อย่างที่บอกครับว่า เรื่องของ Mobility เราก็ขยาย นะครับ เรื่องของ Lifestyle เราก็ขยาย นะครับ วันนี้เรามีเรื่องของ อย่างที่บอกว่ามี Virtual Bank เข้ามา เดี๋ยวพี่เอ๋อธิบายได้นะครับ แล้วก็ จะเชื่อมโยงกันยังไง มีเรื่องของ ตอนนี้ที่เราจะโฟกัสก็คือ เรื่องของตัว food ที่กำลังถามว่าเราจะมีแบรนด์อื่นไหม ก็ต้องศึกษาอยู่หลายๆ ที่นะครับ ก็ คงเป็นโจทย์ครับว่า ในช่วง 2-3 ปีนี้ นะฮะ อันดับแรกเลย เราเรียก บทเรียนข้อ 1 ว่า จุดแข็งที่เรามีอยู่ เนี่ย เราควรขยายครับ วันนี้ การขยายปั๊ม ทำไมบอก เอ้ย ยังขยายปั๊มอยู่ แต่การขยายปั๊มเนี่ย เราได้พื้นที่รีเทลเพิ่มนะครับ อันนี้ การขยายปั๊มเนี่ย มัน 2 รูปแบบครับ คือ ปั๊มตัวใหม่ที่ พื้นที่ตัดใหม่ เนี่ย เราก็ต้องขยาย อันที่ 2 คือ การขยายพื้นที่รีเทลในปั๊มตัวเดิม อย่างเช่น โรงแรมเนี่ย การพื้นที่รีเทลนะฮะ ฉะนั้น ตัวเดิมมี 2,000 กว่าตัว เนี่ย การเพิ่มพื้นที่รีเทล การเพิ่มแบรนด์เข้าไป เนี่ย เป็นตัวๆ นึงนะฮะ ก็ขออนุญาตว่า เดี๋ยวขอเวลาเราสัก ปี 2 ปีครับ พี่หมูครับ ก็เราจะทำให้ อย่างสุดความสามารถฮะ ที่พี่หมูได้นำไว้ครับ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
พี่หมู รอมา 10 ปีแล้ว รอมา 10 ปีแล้ว ขออีก 2 ปี ก็ อันที่ 3 นะครับ ที่เรื่อง 17,000 ชุมชน ใช่ไหมครับ อันนี้เหมือนการยกระดับความเป็นอยู่ของ 17,000 ชุมชน นะครับ อันนี้ ที่เราตั้งเป้าเนี่ย มันเกี่ยวข้องกับพวก การเปิดพื้นที่ให้ เกษตรกรมา สามารถขายของได้ อันนี้มากกว่านะครับ ในแง่ของ เข้าไปช่วย คนในพื้นที่ พัฒนาสินค้าที่เค้าเรียกว่า สินค้าที่เป็น เก่งในระดับหมู่บ้าน เก่งในระดับ ชุมชนเนี่ย ให้มันเป็น สินค้าที่มัน visible ในระดับประเทศนะครับ เรามีโครงการ เช่น โครงการไทยเด็ดเนี่ย นั่นคือโครงการที่ช่วย พัฒนาสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าหมู่บ้านนั่นแหละนะครับ แต่ว่า พัฒนาให้เป็นสินค้าระดับประเทศได้ นะครับ แต่ว่า ถ้าจะถามเพิ่มเติมนะครับ ไปยัง สิ่งที่เรียกว่า OR Space นะครับ OR Space เนี่ย ผมว่าเป็น experiment อันนึงนะครับ ก็จะสังเกตนะครับ กว่าเราจะมี PTT Station เป็น รูป ร่าง หน้าตา อย่างเงี้ย โห มันใช้เวลา เกือบ 30 ปีนะ นะครับ จากปั๊มน้ำมันรุ่นแรกๆ เนี่ยครับ OR Space ก็เช่นกัน นะครับ ก็ต้องใช้ กระบวนการ ต้องใช้เวลาในการ เข้าใจและพัฒนามัน นะครับ อันนี้ เรากำลังออก โมเดล ใหม่ ซึ่ง ในการประชุมคณะกรรมการนี่ก็ มีการพูดถึงตรงนี้เหมือนกันนะครับ ว่า รูปแบบ OR Space น่าจะเป็นยังไง อันนี้ก็จะมีโมเดลใหม่ออกมา เราจะเป็นโมเดลที่ น่าจะ penetrate เข้าไปใน ชุมชนได้มากขึ้น นะครับ อีกอัน Geopolitics นะครับ เราจะทำยังไง อย่างเช่นปัญหาใน กัมพูชานะครับ กัมพูชานี่จะพูดตรงๆ เลย นะครับ เมื่อ ต้นปีที่แล้วนะครับ ถึงประมาณกลางๆ ปีเนี่ย เราก็บอกว่า โอ้โห performance ดีมากเลย ถ้ามองไปแล้วเนี่ย โห อันนี้คือ the new champion จำได้ไหมเราพูดว่า จะเป็น second home เราด้วยซ้ำ นะครับ อันนี้ ทุกอย่างมัน flip ได้ภายในพริบตา ตื่นมาวันรุ่งขึ้นเนี่ย ประเทศไทยกับกัมพูชามีปัญหาด้าน พรมแดนกัน นะครับ คราวนี้ ถามว่าเราจะ ไม่ไปเลยหรือเปล่า นะครับ ผมว่า ในแง่ของพลังงาน นะครับ พลังงานเราเนี่ย ประเทศไทยก็ค่อนข้าง saturate ละ นะครับ มีคู่แข่ง มากมาย นะครับ มี demand ซึ่งไม่ได้ grow เท่ากับจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น นี่ เราก็ต้องไปหาโอกาส ในการเจริญเติบโตใน พื้นที่ต่างประเทศ นะครับ เพราะว่าเราบอกว่าเรา ประสบความสำเร็จ ในโมเดล ธุรกิจของเรา นะครับ ในแง่ของ PTT Station ก็ดี ใน Amazon พวกนี้ก็ดีเนี่ย เราก็จะเอา ความสำเร็จเราไป replicate ไปสร้าง returns ต่อในต่างประเทศนะครับ ฉะนั้น เนี่ย เราก็ต้องหาประเทศอื่น ซึ่ง อยู่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งเราสามารถที่จะ เอาโมเดลของเราเนี่ย ไปใช้ได้ นะครับ ตอนนี้ดูอยู่นะครับ แต่ว่า ไม่ใช่มีปัญหาปุ๊บเราเลิกเลย นะครับ ก็ แต่ว่า ในประเทศที่ บางประเทศที่เราลงทุนอยู่แล้วเนี่ย อาจจะต้องมีการคิดใหม่ ว่า เฮ้ย เราเรียนรู้นะครับ จาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน หลายๆ ประเทศเนี่ย อย่าง ที่ผ่านมาเนี่ย ก็จะเห็นว่า อย่าง เมียนมาก็ดี กัมพูชาก็ดีเนี่ย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก แล้วบางทีมันก็ ของที่มันดีอยู่ อาจจะไม่ดีแล้ว ภายในไม่กี่วัน นะครับ เราก็ แต่ว่าประสบการณ์ที่เป็น reverse ก็มีเหมือนกัน ในบางประเทศเนี่ย ซึ่ง เราเคยมีสถานการณ์ที่ โอ้โห แย่แน่ๆ นะครับ แต่ว่า ไปๆ มาๆ เนี่ย ทุกอย่างมันก็ กลับมาดี อย่างเช่นประเทศลาว เป็นต้น นะครับ เราหาประเทศที่เราจะไปลงทุนอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ผมคิดว่า การลงทุนต่อไปในอนาคตเนี่ย ก็เหมือนกับ เวลาคนอื่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอะ เค้าก็อยากจะ partner กับหุ้นส่วนทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง อย่างเช่น เวลาถ้าใครจะมาลงทุนในแง่พลังงานในประเทศไทย ก็ต้องมองหากลุ่ม ปตท. นะครับ เช่นกัน นะครับ เวลาเราจะไปลงทุนใน ประเทศต่างๆ เนี่ย ผมคิดว่า โมเดลต่อๆ ไป คือ ต้องไปหา partner ทางธุรกิจ นะครับ ที่แข็งแกร่งในประเทศนั้นๆ น่ะ ซึ่ง แล้วก็จะทำธุรกิจร่วมกัน นะครับ ในแง่ของ F&B นะครับ คำถามสุดท้ายเนี่ย ถ้าที่จดได้เนี่ย F&B จะทำยังไง F&B มีความสำคัญมาก นะครับ เพราะเราคิดว่า อันนี้คือตัวที่จะดึง traffic เข้ามาในปั๊ม ความได้เปรียบของเราคือ 2,500 ปั๊ม นะครับ แต่ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เรามีอยู่แค่อเมซอน หรือ 7-Eleven แค่เนี่ย นะครับ สุดท้ายมันก็เก่า นะครับ เราก็ต้องหา แม่เหล็กตัวใหม่ ที่จะมาดึงคนเข้าสู่สถานีบริการ เพราะเรามีความเชื่อเสมอนะครับ ว่า เรามีวันนี้ได้ เพราะว่า เรามียอดขายน้ำมันที่ดี มี traffic เข้ามา ขณะเดียวกัน traffic เข้ามาปุ๊บ ก็จะมาช่วย เราสร้าง ระบบนิเวศ สร้าง Ecosystem ให้กับ Lifestyle Business แต่ขณะเดียวกัน Lifestyle Business ก็ต้องมา ช่วยพยุง ธุรกิจน้ำมันเช่นกัน ในยุคที่ กำลังจะเปลี่ยนผ่าน นะครับ และ อีกอันหนึ่ง ซึ่งเป็น integrator นะครับ เป็นตัวที่จะ ทำให้ 2 สิ่งเหมาะสมขึ้น ก็คือ platform ที่เรามี เนี่ย ก็จะช่วยให้ เราสามารถที่จะ เชื่อมโยง ระหว่าง ธุรกิจน้ำมัน กับธุรกิจ Lifestyle นะครับ ผ่าน platform ที่เค้าเรียกว่า blueplus+ platform ได้ นะครับ มี ทางรองต่างๆ มีอะไรเสริมไหมครับ ครับ ไกรพิชญ์มีอะไรเสริม เกี่ยวกับเรื่อง Lifestyle ไหมครับ อะ เชิญหน่อยละกัน
ไกรพิชญ์
ครับ ก็อย่างที่ CEO กับพี่สุชาติ ได้นำเรียนนะครับ ผมว่า EV Charging ก็จะเป็น สิ่งที่ ดึงดูด นะฮะ ผู้บริโภคเข้ามา ใช้บริการ 30 นาที เนี่ย เค้าจะใช้ เวลาอยู่กับเรา ทำไงให้เราสามารถ ให้เค้าใช้ spending ในสถานีบริการของเรา ครับ ก็ ต้องบอกว่าเรา คือจากเดิมที่เราคิดว่าเราจะ ทำในรูปแบบของ M&A อย่างเดียว เนี่ย วันนี้เราคง เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบของ การมีหลาย partner เข้ามาร่วมงาน กับเรานะฮะ วันนี้ผม บอกว่าทีมงานก็ ได้คุยกับหลาย partner เพื่อจะชวนเค้าเข้ามา ร่วมงานกับเรา ที่มาเปิด นะครับ ธุรกิจ F&B ในสถานีบริการ ที่ทำให้ สถานีบริการของเรา นอกจากจะเป็นที่เติม พลังงาน ให้กับรถ ก็คือเติมพลังงานให้กับคน ด้วย นะฮะ อันนี้ก็เป็น concept ที่เราอยากจะ ชักจูงนะฮะ partner ต่างๆ เข้ามาร่วมงานกับเรา ในสถานีบริการครับ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
เดี๋ยวผมเสริมนี่ละกัน เมื่อกี้พูดถึงเรื่องหัวชาร์จนะครับ อันนี้ เป็นตัวเลขที่ชอบมาก นะครับ ก็ ใน ปี 66 นะครับ ต้นปี 67 เนี่ย ปี 66 เนี่ย ต้นปี 67 แล้วกัน มีไม่ถึง 1,000 สถานีบริการนะครับ มี 2,700 กว่าหัวชาร์จเนี่ย ตอนนี้ มี 1,300 กว่าสถานีบริการ 3,500 หัวชาร์จแล้วเนี่ย แต่ ต่อหัวนะครับ จำนวนชั่วโมงต่อหัวชาร์จต่อวันเนี่ย เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะครับ อันนี้ มันก็มีกราฟหนึ่งที่ผมให้ เค้าทำมานะ อันนี้ หาไม่เจอครับ แต่ว่า เฮ้ย รู้ได้ไงเนี่ย เดาใจได้ เห็น Oil ไหมครับ Oil เนี่ยมัน peak ใช่ไหมครับ ว่า การใช้ ขายน้ำมันเนี่ย การใช้น้ำมันเนี่ย ลดลง ก็จริง แต่ถ้าเรา superimpose การขายไฟฟ้า ตัว EV เข้ามาด้วยเนี่ยนะครับ แล้ว convert กลับไปเป็นน้ำมันนะครับ คือ convert ตัว EV ไปเป็นกิโลเมตร แล้วก็ convert กลับไปเป็นน้ำมันเนี่ย จะเห็นว่า การใช้มัน เพิ่มนะ นะครับ ก็ ดูแล้ว แสดงว่า ผมคิดว่านะ สถานีบริการเราอะ มีอนาคต นะครับ แต่ว่า ก็ต้องปรับให้ สมดุลกับ ระยะเวลาที่ คนจะมาใช้ ในสถานีบริการ นะครับ อย่างที่เรียนไปแล้ว น้ำมัน 10 นาที EV ผมว่านะ 40 นะครับ ทำยังไงก็ได้ให้ เข้ามาใช้ 40 นาที ให้ มีความสุข มีประโยชน์ที่สุด นะครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ พี่หมูมีข้อถามเพิ่มเติมไหมคะ พี่หมูอาจจะบอกว่าขออีกที เพราะฟังไม่รู้เรื่องเลย โอเคค่ะ งั้น ท่านไหนมีคำถามไหมคะ สามารถยกมือได้เลยนะคะ เชิญค่ะ
ผู้ร่วมประชุม 1
ไมค์ติดรึเปล่า ไปได้ปะ ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่พูดก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่เอาไมค์ไปให้ ค่ะ เดี๋ยวจะขอรบกวนสอบถามก่อนเล้งแล้วกันค่ะ คืออยากจะขอเรื่องรายละเอียดตัว Hotel สักนิดนึงนะคะเพิ่มเติม คือสำหรับ เข้าใจว่าเซ็นเทลเนี่ยเค้ามี Budget Hotel อยู่แล้วคือ COSI ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 สาขาอยู่ในนั้น ไม่แน่ใจว่าอย่างที่เราไปร่วมกับ OR ที่ไปร่วมกับเซ็นเทลเนี่ย หมายถึงว่าเราจะขยายแบรนด์ของตัว COSI ออกไป หรือว่าเราจะเป็นแบรนด์ใหม่ เพราะว่ามันจะไป overlap กันรึเปล่าอะนะคะ แล้วก็ในแง่ของการลงทุนต่อไซส์เนี่ย ไม่แน่ใจว่าอย่างพี่สุชาติมองว่า มันจะต้องลงทุนมากน้อยขนาดไหน สำหรับตัว Budget Hotel นี้นะคะ แล้วก็อยากจะถามคุณเอ๋นิดนึงเกี่ยวกับเรื่องตัว เรา classify ตัวการลงทุนของ Hotel เนี้ยค่ะ คืออยู่ใน Lifestyle รึเปล่า แล้วก็ มันจะบุ๊กเป็น Equity Income เข้ามาในอนาคตใช่ไหมคะ ค่ะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
เดี๋ยวให้ อันแรกให้คุณรสยานะครับ รองรสยาที่ดูแลเรื่อง Budget Hotel เป็นคนตอบนะครับ
รสยา
ก็ขออนุญาตเรียนอะนะคะ ในเรื่องของ Branding นะคะ ตัวบริษัท JV นะคะ โดย OR กับเซ็นทาราก็จะพัฒนาแบรนด์ใหม่ นะคะ แล้วก็ launch สู่ตลาด เรียกได้ว่าเป็นการ สร้าง Budget Hotel แบรนด์ใหม่ร่วมกัน นะคะ ไม่ได้ใช้แบรนด์เดิม ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่า เรื่องของกลุ่มเป้าหมายเนี่ย บริษัท JV กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้เนี่ย คือในเรื่องของคนที่ต้องเดินทาง นะคะ ถ้าเราลงรายละเอียดอีกนิดนึงก็คือ อาจจะเป็นคนที่เค้าต้องเดินทางไกลด้วยวัตถุประสงค์ส่วนตัว นะคะ หรือคนที่ต้องเดินทางด้วยอาชีพ นะคะ เช่น sales หรือว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่อาจจะงบประหยัดนิดนึง อันนี้คือกลุ่มเป้าหมายของเรา นะคะ ของ JV ทีนี้ไปดูว่าตัว COSI เนี่ย เค้ามีกลุ่มเป้าหมายยังไง อันนี้ก็ต้องมองว่า JV เนี่ยมองว่ากลุ่มเป้าหมายต่าง นะคะ คือไม่ได้ทับซ้อนกัน ตัว COSI ถ้าจะสังเกตก็คือ เค้าเป็น budget แต่ว่าเป็น budget ในระดับที่ เราเรียกว่ามีความพรีเมียม นะคะ ก็จะสังเกตว่ามันมี facility นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสระว่ายน้ำ หรือว่า บริการอาหารเช้าต่างๆ ที่อาจจะเหนือกว่า budget โดยทั่วไป นะคะ เพราะฉะนั้นโดยกลุ่มเนี่ย ก็ต้องเรียนว่าไม่ทับซ้อน นะคะ ถ้าจะสังเกตจาก 3 แห่งที่เค้ามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ พัทยา กระบี่ หรือสมุย เนี่ย ก็จะสังเกตว่า location น่าจะอยู่ติดหาดเลย นะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนว่าเรามองกลุ่ม เป้าหมายที่แตกต่างกันค่ะ ในส่วนของวงเงินการลงทุน เข้าใจว่าถามมาด้วย นะคะ อันนี้ก็อยู่ในสเกลของ budget ทั่วไป นะคะ แห่งหนึ่งก็ประมาณ แล้วแต่ location นะคะ 100 - 200 ล้านบาท แล้วก็ในอนาคตเนี่ย OR ก็จะรับรู้ผ่าน สัดส่วนการถือหุ้น นะคะ อันนี้คือในส่วนของที่เราจะได้จาก JV ตรงๆ แล้วก็ในอนาคตก็จะมี indirect อย่างที่ CEO แล้วก็พี่สุชาติได้กล่าวไป นะคะ ก็คือเป็นการดึง traffic เข้ามาให้ใช้บริการในบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร Café Amazon ของทางรองป้อง หรือว่าร้านสะดวกซื้อ หรือร้าน ซักรีดเสื้อผ้านะคะ หรือว่าจะเป็น EV Station PluZ ของพี่เหมียว อันนี้ก็จะถือเป็น additional ที่ OR จะรับรู้รายได้ในอนาคตค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผู้ร่วมประชุม 1
ค่ะ เดี๋ยวจะรบกวน คำถามเพิ่ม ต่อเนื่องนิดนึงนะคะ อย่างพื้นที่ที่เราจะเข้าไปเนี่ย มันจะเป็นของ OR หรือว่า เซ็นทรัล ที่แบบ เราสามารถไปใช้พื้นที่ของเค้าได้อะไรอย่างงี้ด้วยรึเปล่า แล้วก็ เมื่อกี้สงสัยนิดนึงค่ะ การลงทุนต่อปั๊มเนี่ย สูงถึง 100 - 200 ล้าน ต่อไซส์ เนี่ย เข้าใจว่าอย่างค่ายอย่าง Hop Inn เนี่ย เค้าลงทุน เข้าใจว่าน่าจะ ไม่ กี่สิบล้านบาท อะ อย่างงั้นมันจะสูงกว่า เยอะ มาก รึเปล่าอะค่ะ แล้วก็ตัว COSI อะค่ะ เข้าใจว่า ไอ้ตัว average room rate ของเค้าเนี่ยอะค่ะ มันก็ ประมาณ 1,000 - 1,300 ถ้าจำไม่ผิดอะค่ะ มันก็ดูใกล้เคียงกับของเรา มันจะแยกกลุ่มกัน หมายถึงว่ากลุ่มลูกค้าแตกต่างกันเหรอคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
รสยา
ในทำเล เรียนว่าตอนนี้ ที่เราได้ปัก location ไว้ร่วมกับเซ็นทาราเนี่ย นะคะ จะเป็นทำเลในปั๊มที่เรามีพื้นที่เหลือ นะคะ เพื่อที่จะ utilize asset ที่เรามีอยู่แล้ว นะคะ รวม ถึงจะมีอีกหนึ่งที่ ที่อยู่นอกปั๊ม นะคะ เพราะฉะนั้น พื้นที่เนี่ย จะเป็นพื้นที่ของ OR โดยหลัก นะคะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของ OR เอง หรือว่า ของดีลเลอร์ก็ตาม นะคะ เรื่องการลงทุน ก็ต้องเรียนว่า ถ้าหารออกมาเป็นต่อห้องเนี่ย ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมาก นะคะ แต่รูปแบบการลงทุน ก็ อันนี้อาจจะต้องพิจารณาในรายละเอียด ว่ามัน อยู่ในรูปแบบของการซื้ออาคารเก่า มาปรับปรุงหรือเปล่า นะคะ หรือว่าการก่อสร้างใหม่ แต่ว่าโดยเฉลี่ยแล้วเนี่ย ในเรื่องของ ค่าก่อสร้างโดยเฉลี่ย ก็เป็นไปตาม practice ของตลาดค่ะ ส่วน ค่าห้องพัก นะคะ ก็ต้องเรียนว่า โดยเฉลี่ยเนี่ย COSI จะอยู่ที่ประมาณ 1,200 นะคะ แต่ว่า ราคาที่ JV จะ offer เนี่ย ก็จะต่ำกว่านั้น นะคะ จะเป็น mass budget hotel ก็ อาจจะอยู่ที่ ประมาณ 800 นะคะ ถึง 1,000 กว่าบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลด้วย นะคะ เพราะฉะนั้น ก็ น่าจะเป็นในเรื่องของ pricing ราคา ซึ่ง อาจจะไม่ทับซ้อนกันค่ะ
สุชาติ ระมาศ
ครับ เสริมทางรองรสยานะ ก็คือว่า ในการวางเน็ตเวิร์กในการตั้งโรงแรมเนี่ย เราก็ใช้ ความรู้จากทางเซ็นทาราเนี่ย มาช่วยกันคิด วางแผนอะ เช่น เค้าก็มองว่า เช่น ปั๊มที่อยู่ทาง ใกล้สนามบินเนี่ย ก็เป็นโอกาสอันหนึ่ง ซึ่งเรามีหลายจุดเลยฮะ หาด แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เนี่ยค่อนข้างเยอะมาก ฉะนั้น ก็เลย มองว่าการวางเน็ตเวิร์กในช่วงแรกเนี่ย เราก็ใช้ประสบการณ์ของเซ็นทารา บวกกับ วันนี้เราใช้ GeoAnalytics ในการวิเคราะห์ปั๊มด้วย วิเคราะห์สิ่งต่างๆ ด้วย ฉะนั้น โอกาสดังกล่าวก็จะเป็นการทดลอง ที่บอก 5+1 นะฮะ ก็เรียนเพิ่มเติมครับว่าวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำปั๊ม หรือการทำวางต่างๆ ทาง Amazon เนี่ย เราไม่ได้วิเคราะห์จาก การนับรถอย่างเดียวล่ะ เดี๋ยวเราใช้ data เนี่ยมาวิเคราะห์ด้วย ฉะนั้น โรงแรมก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยในการดำเนินการนะครับ ขอบคุณมากครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ พี่เล้งเชิญเลยค่ะ
เล้ง
ครับ อยากจะรบกวนถามพี่เอ๋นิดนึงนะครับ เรื่องตัว Capital Management ช่วงหลังเราก็เห็นบริษัทในตลาดหุ้นนะครับ ก็พยายามที่จะจ่ายตัว Dividend มากขึ้น บางบริษัทก็เอาจาก Retained Earnings ไปจ่ายอะครับ ไม่แน่ใจว่าในมุมของ OR เรามองยังไงบ้างครับ เพราะว่าดูอย่าง EBITDA เทียบกับ Capex เราก็ ไม่ได้ตึงขนาดนั้น แล้วก็ตัว Balance Sheet เราก็ยังมี room ที่จะกู้มา funding สำหรับตัว Investment ได้ อะครับ ผม ขอบคุณครับ
วิไลวรรณ กาญจนกันติ
เดี๋ยวตอบ ในมุมของ การบริหาร Capital อะค่ะ ถ้าในมุมของการลงทุนเนี่ย ก็ต้องบอกว่าจริงๆ ที่ผ่านมา เรา ลงทุนเนี่ย ดีเลย์ไปกว่าแผน นิดนึง ทำให้ดูสภาพแล้วเหมือนเงินเรา Cash มันจะเหลือเยอะ นะคะ ทีนี้ การจ่าย Dividend เนี่ย เราก็ จะเห็นว่าปีนี้เราก็จ่ายเยอะขึ้น นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Payout หรือว่า เป็น รีเทิร์น แต่ว่า ก็อาจจะยังไม่ถึงกับต้องเอา RE มาจ่าย เพราะว่าจริงๆ แล้ว ในมุมของ Performance เอง Bottom Line ก็ยังจะ ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าอาจจะไม่ได้เติบโตหวือหวา อย่างที่พี่หมู คอมเมนต์ว่า การ Growth มันไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น นะคะ ก็ตอบ น้องเล้งว่าจริงๆ แล้ว ก็ เราก็ จ่ายเยอะขึ้นอะค่ะ ก็ คิดว่าจะบริหารให้มัน เหมาะสม อะค่ะ ดีค่ะ
เล้ง
ขออีกคำถามนึงนะครับ เมื่อครู่พี่สุชาติมี mention ว่า เรา expect ตัว Market Share ของ Retail จะเพิ่มขึ้นปีนี้ ไม่แน่ใจว่าพอเล่าแผนคร่าวๆ ได้ไหมครับว่า เราจะทำยังไงให้ตัว Market Share เราเพิ่มขึ้นอะครับ ผม ขอบคุณครับ
สุชาติ ระมาศ
โห จริงๆ เป็นความลับเลยนะ แต่ยืนยันครับว่าปีนี้เป็นปีที่เราจะเพิ่ม Market Share จากมกราคมที่ผ่านมาเนี่ย ยอดเราโต นะฮะ แล้วก็เรามีแผนทำโปรโมชั่นระหว่างปีอย่างต่อเนื่องนะฮะ แล้วปิด gap ทั้งหมดของเรา การขยาย Network ก็ยังเป็นไปตามแผน ก็คือปี 100 กว่าตัว แต่เราใช้ data อย่างที่บอก มี data เช่น เส้นตัดใหม่ วงแหวน อะไรต่างๆ พวกนี้นะฮะ อย่างล่าสุดเนี่ยนะครับ เดี๋ยวก่อนสงกรานต์นะฮะ ข่าวดีฮะ เดี๋ยวจะเปิดปั๊มเฟสแรก ที่ Rest Area ตัวใหม่ของเราที่พัทยา ทางไปพัทยาตัวใหม่ ฉะนั้น เราจะเร่งการดำเนินการ ฉะนั้น ตัว Rest Area สาย 7 นะฮะ ซึ่ง เราจะเปิดในช่วงของ ก่อนสงกรานต์ฮะ เป็นเฟสแรก ขายน้ำมันก่อน นะฮะ ก็คงมี ครบทุกอย่างครับ การขยาย Network การทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ สำคัญที่สุดคือดีลเลอร์เราครับ วันนี้ดีลเลอร์ทุกคนเรามีความพร้อมละ ทุกคนมีความมั่นใจว่า ผมใช้คำว่า เราเลยจุดต่ำสุดมาแล้วครับ เรากำลังจะผงกหัวขึ้น นะฮะ ก็ผลของมกราคมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะชี้วัดว่าเราเริ่มดีขึ้น ก็อาจจะบางอย่างบอกไม่ได้ครับ เป็นความลับนะฮะ แต่ว่ารอติดตาม เดี๋ยวเมษามีข่าว มีโปรโมชั่นใหญ่ รอคอยติดตามครับ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
ผมว่าเสริมแล้วกัน ที่สำคัญคือการใช้ blueplus+ นะครับ ในการที่จะ integrate ระหว่าง ธุรกิจน้ำมัน แล้วก็ธุรกิจ Lifestyle นะครับ เพราะว่า 2 อันนี้ต้องเป็น เสาหลักของ OR ที่ ช่วยกันทำมาหากิน นะครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
มี ถามอีกไหมคะ ได้ค่ะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
คุณ คุณแอ๋ม คุณแอ๋มมองตาเขม็งเลย ห้ามตอบเลย แปดแปด
แอ๋ม
ค่ะ สวัสดีค่ะ อยากสอบถามต่อเนื่องเรื่องโปรโมชั่นอะค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับทั้ง Oil และ Non-Oil ไหมอะค่ะ แล้วก็ตอนนี้เหมือนคู่แข่งเราอะค่ะ กะ PT อะค่ะ เค้ามีการปรับ เหมือนโปรโมชั่นของบัตรแดงอะค่ะ อันเนี้ยคือ OR ได้รับผลประโยชน์ยังไงบ้างอะค่ะ จากการที่เค้าขึ้นราคาค่าบัตรอะค่ะ
สุชาติ ระมาศ
ครับ ก็จริงๆ อย่างที่ CEO ได้กล่าวว่า โปรโมชั่นเนี่ยเรามี จัดตรงไปที่ลูกค้า กะ อีกอันนึงคือเชื่อมธุรกิจกันระหว่าง Oil กับ Non-Oil เดี๋ยวจะมีโปรโมชั่นที่มันร่วมกันในการเชื่อมกันฮะ ก็ใช้ทั้งสองอย่างครับ คือบางอย่างก็คือเช่น ตรงไปทาง ผ่านโปรดักต์ อันที่ 2 คือ เอาสองโปรดักต์มาบวกกันในการเชื่อมหาลูกค้านะครับ ส่วนบัตรแดงเนี่ย เราว่า ในปีที่ผ่านมา เนี่ย เราสามารถรับมือได้ ดูจากอะไรครับ ดูจากยอดขายที่เราโตขึ้นในภูมิภาค รับมือได้อันดับหนึ่งครับ ก็มั่นใจว่า วันนี้เรามองว่า เรามี เค้าเรียกว่า สินค้ากับโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและ นะ อย่างที่บอกว่าดีเซล เนี่ย บัตรแดงสู้ดีเซลนะ ดีเซลเนี่ย ตลาดลงค่อนข้างเยอะ แต่เราลงน้อยกว่าตลาด และในมกราคมก็ค่อนข้างดีฮะ ก็คือจะเห็นว่า เราเริ่มปรับตัวในการรับมือได้ นะฮะ นี่ก็ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นในปีนี้นะฮะ ครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ ท่านใดมีคำถามเพิ่มไหมคะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
อือ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
แบงก์ค่ะ อะ เชิญเลยค่ะ
ผู้ร่วมประชุม 2
สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับ presentation ครับ ขอถามสั้นๆ เรื่อง capex นิดนึงครับ เห็น Mobility เราตั้งงบไว้หมื่นล้าน แต่ว่าสาขามัน 89 สาขา ลองคูณเล่นๆ มันยังมีเงินเหลืออีกแบบ 6-7 พันล้าน ที่ไม่น่าเกี่ยวกับสถานีบริการ เรามีแผนจะไปขยาย เห็นๆ มี Infrastructure Commercial พอให้รายละเอียดเพิ่มได้ไหมครับว่า เราจะไปขยายตรงไหน คิดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มได้เท่าไหร่ ไกด์ไลน์มันพอเป็นตัวเลขได้ไหมครับ หรือว่าเราจะไป invest asset อะไรหรือเปล่า นะครับ แล้วก็เรื่อง Hotel ขอถามเพิ่มอีกนิดเดียวว่าเฟส 2 พอมีไกด์ไลน์ไหมครับ เอาที่เราศึกษาก็ได้ว่า สมมุติถ้าเฟส 1 มันสำเร็จแล้ว 6 สาขาเนี่ย เฟส 2 เรามอง potential area อีกสักกี่แห่ง หรือเรามี potential area ทั้งหมดเนี่ยกี่แห่ง ถ้าพอไกด์ไลน์ได้ ขอบคุณครับ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
ครับ Hotel ก่อนแล้วกันครับ เพราะว่าจำคำถามได้ นะครับ ก็ เฟส 1 เนี่ยคือการ ทดสอบ นะครับ ก็เหมือนกับการทำธุรกิจทุกอย่างครับ เฟส 1 ก็เป็นการทดสอบก่อน เพราะดูซิว่า ได้ผลหรือเปล่า ในโมเดลที่เราคิด เราใช้ location ที่เรามี นะครับ ฉะนั้น เนี่ย ในเฟสต่อๆ ไป เราก็จะเป็นการลงทุนใน location ที่เรามี แต่ เป็นการ expand ออกไป นะครับ และ เฟส 1 เนี่ย เป็นการดูด้วยเหมือนกันนะว่า เรา เหมือนกับแต่งงานอะครับ เราทำงานร่วมกับ partner เป็นยังไง ทำได้ดีหรือเปล่า เข้าใจว่าภายใน 3 ปี อะ เราก็จะ มาดูซิว่า เฟส 2 เนี่ย เราจะ expand ไปตรงไหนต่อ แต่ว่า พื้นที่ที่จะ expand ในเมื่อเป็น OR ก็ต้อง expand ไปใน location ของเรา อีกหน่อยเราก็จะมี 2,800 สถานีบริการเนี่ย ก็ มันก็ต้องเป็น location ที่มันดีอยู่แล้ว นะครับ location ที่ access ไปที่ ชุมชน access ไปที่ ท่องเที่ยวพวกนี้ได้อยู่แล้วนะครับ ตอบ คำถามเรื่อง capex นะครับ ที่บอกว่าหมื่นล้าน ผมก็พูดตาม ตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ ว่า สถานีบริการไม่เยอะหรอก นะครับ EV Charging Station ก็ไม่เยอะ นะครับ อดใจรอแป๊บหนึ่ง ผมว่าน่าจะสัก ไม่เกินเดือนหน้านะครับ คงมี อะไรออกมา นะครับ แต่ว่า อย่างที่ว่า ก็คือ เราได้เตรียมงบ นะครับ อย่างที่พูดไปแล้ว ได้เตรียมงบสำหรับการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นะครับ เพื่อจะ ช่วย สร้างความสามารถในการแข่งขัน ให้กับ OR นะครับ
สุชาติ ระมาศ
ครับๆ คือ ผมเสริมอีกนิด นึง คือ งี้ จริงๆ ที่ 89 เนี่ย เราหัก net ของปิด จริงๆ เราเปิด 100 ยังเปิด 100 ตัวเหมือนเดิมนะฮะ อาจจะมีบางตัวเราบอกว่าอาจจะมีการปิดทำเลเนื่องจาก traffic เปลี่ยน ฉะนั้น ในปั๊มเนี่ย เราเปิดประมาณ 100 ขึ้นไปเหมือนเดิมในปีนี้ นะฮะ เรื่องที่ 2 คือ โรงแรม เนี่ย ก็คือ จุดแข็งนึงคือการลงทุนที่เราอาจจะไม่ต้องไปใส่ สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เพราะเรามี 7-Eleven อยู่แล้ว เรามีที่จอดรถใหญ่อยู่แล้วคือในปั๊ม นะฮะ แล้วมี สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ต่างๆ เนี่ยค่อนข้างเยอะ ฉะนั้น ในการดีไซน์โรงแรมเนี่ย ก็จับมือกับทางเซ็นทาราว่า เราอาจจะใช้ facility ส่วนกลาง เนี่ยเป็นหลัก ฉะนั้น โรงแรมก็อาจจะลงทุนไม่เยอะครับ ไม่ต้องกังวลครับ เราจะต้องลงทุนให้มันเหมาะสม แล้วก็ อนาคตไกลๆ นะ เราก็ฝันว่า ถ้าเกิดมันเป็นไปได้ นะฮะ ก็เหมือน การลงทุนสมัยก่อนที่เราทำ Amazon นะฮะ คือเนื่องจากดีลเลอร์เราเนี่ยมีศักยภาพ ถ้าเราจะไปอย่าง jump ก้าวกระโดด เนี่ย อาจต้องใช้โมเดลคล้ายๆ แฟรนไชส์ แต่ว่าอนาคตยังต้องดูก่อนนะฮะ ผมมองว่าเป็น เพราะเนื่องจากดีลเลอร์เราเนี่ย มีศักยภาพเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นเค้าก็เป็นแฟรนไชส์ของ 7-Eleven ของ Amazon ฉะนั้น ตัวนี้เป็นตัวหนึ่ง แต่เราต้องขอศึกษาให้รอบคอบก่อน ถ้าจังหวะไปได้ มันจะไปได้ค่อนข้างกระจายเลยนะฮะ นี่ก็เป็นสิ่งที่เราศึกษาไว้ครับ ขอบคุณครับ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ ขอบคุณค่ะ มีคำถามเพิ่มเติมไหมคะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
เราไม่มี session ที่เราถามนักวิเคราะห์บ้างเหรอ ขอ input ไง ครับ เพราะว่าธุรกิจของ OR เป็นธุรกิจที่ ทุกท่าน ก็คือ ลูกค้า โดยตรง นะครับ เป็นลูกค้าโดยตรง คือ อย่างน้อยก็เคยเติมน้ำมันกับเรา นะครับ ซื้อของ 7 ซื้อ Amazon หรือ เติมไฟฟ้า หรือ แม้กระทั่งมาซักผ้าเนี่ย ฉะนั้น เนี่ย ผมว่า ความเห็น ทุกท่าน เนี่ยเป็นประโยชน์ นะครับ เพราะท่านก็คือลูกค้าเรานั่นแหละ นะครับ ถ้ามี คำแนะนำ อะไรที่จะ ช่วยเราได้เนี่ย เชิญเลย นะครับ ถ้าไม่มีคำถามเพิ่มเติม ก็
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ค่ะ โอเคค่ะ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่
นี่แล้วนะครับ ก็ ผมต้องกล่าวขอบคุณใช่ไหม ได้ ครับ ก็ต้องกราบขอบคุณ พี่ๆ ทุกท่าน นะครับ ที่สละเวลา มารับฟัง นะครับ การ พบปะ Analyst นะครับ ซึ่ง ในปีนี้ ผมก็หวังว่า ผมก็จะได้ เจอทุกท่าน นะครับ เพราะทุกเดือนเราก็จะมีโปรแกรมที่เจอนักวิเคราะห์ หลายๆ ท่านอยู่แล้ว นะครับ ก็ อยากให้คุ้นเคยกันมากขึ้น แต่ว่า ใน session ที่เจอกันเนี่ย ผมคิดว่า แทนที่จะถามผมอะ ผมอยากให้เป็น session ที่ผมถามพี่ๆ มากกว่า นะครับ ว่าเราควรจะเดินยังไง เราควรจะทำอะไร แล้วก็ ที่สำคัญคือ offer ผลิตภัณฑ์ของเราเนี่ย เป็นที่พึงพอใจของท่านหรือเปล่า นะครับ ก็ ขอขอบคุณมากครับ
สุชาติ ระมาศ
ขอบคุณนะครับ หวัดดีครับ
วิไลวรรณ กาญจนกันติ
ขอบคุณค่ะ
สาริน วุฒิศิริศาสตร์
ขอบคุณทุกท่านนะคะ และเดี๋ยว ก่อนจะจากกันค่ะ ขอรบกวนให้นักวิเคราะห์ทุกคนค่ะ ช่วย feedback ทาง QR code ที่ขึ้นอยู่ตรงนี้นะคะ เพื่อที่ว่า ทางเรานะคะ จะได้นำไปปรับปรุง แล้วก็พัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ และวันนี้นะคะ ถ้าเกิดว่ามีข้อผิดพลาดประการใดค่ะ ทางเราต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และเดี๋ยวพบกันใหม่ในไตรมาสถัดไปค่ะ สวัสดีค่ะ
20.
20 20 ลุกขึ้น เดี๋ยวไปวางทางโน้น ไหวไหมคะ.
Already premium?