PTT Global Chemical Public Company Limited NVDR

PTT Global Chemical Public Company Limited NVDR

52.75
THB
+2.25
(+4.46%)
1.18EPS
21.51P/E
151.05BMarket Cap
Nov 11Next Earn

Q4 FY2025 · Earnings Call TranscriptFebruary 9, 2026

Operator

สวัสดีค่ะ ท่านนักวิเคราะห์ ท่านผู้บริหาร และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ในนามของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ดิฉันขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ผ่านทาง Microsoft Teams ค่ะ และรบกวนขอความกรุณาทุกท่านปิดไมค์ตลอดในช่วงการบรรยายค่ะ และสำหรับในช่วงถามตอบ หากท่านใดมีคำถาม สามารถสอบถามได้ด้วยการเปิดไมค์เพื่อสอบถาม หรือพิมพ์ใน Microsoft Teams แชตได้ค่ะ รบกวนขอความกรุณาพินที่ชื่อคุณสุวรรณชัย พร้อมทั้งคลิกขวาที่กลางหน้าจอแล้วเลือก Fit to frame เพื่อขยายภาพให้เต็มหน้าจอตลอดช่วงการบรรยายค่ะ สำหรับการแถลงผลประกอบการในวันนี้นะคะ จะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย 1. แผนกลยุทธ์องค์กร 2.

ผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2568 3. แนวโน้มตลาดปี 2569 และหลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงถามตอบค่ะ ลำดับถัดไป ดิฉันขอแนะนำท่านผู้บริหารค่ะ คุณณรงค์ศักดิ์ จิวากานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรักษาการผู้จัดการใหญ่ คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี และคุณพนิดา จินายน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและพาณิชยกิจ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารเริ่มการแถลงผลประกอบการค่ะ

คุณณรงค์ศักดิ์ จิวากานนท์

ครับ สวัสดีครับนักวิเคราะห์นะครับ ก็เป็นการพบกันอีกครั้งนะครับ ประจำไตรมาสแรกของปีนี้นะครับ ก็เป็นการรายงานผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 ปี 2568 นะครับ ก็วันนี้ผมก็จะพูดใน section แรกนะครับ แล้วเดี๋ยวทาง CFO คุณทิติพงษ์นะครับ เหมือนทุกครั้งนะครับ แล้วก็ทางด้าน outlook ของตลาดนะครับ คุณพนิดานะครับ ซึ่งคุณพนิดานี่ก็ที่มารับหน้าที่ต่อจากคุณศิริเดช นะครับ ซึ่งเกษียณไปเมื่อตอนปลายปีที่แล้วนะครับ ครับ เดี๋ยวเข้าหน้าต่อไปเลยครับ ในการเล่าภาพวันนี้นะครับ ก็คงจะพูดถึงภาพรวม ๆ กว้าง ๆ นะครับ ของ macro นะครับ แล้วก็ลงมาเรื่องอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์นะฮะ เราคงจะมา recap 20...

น่าจะไม่เด้งแล้ว เพราะอันนี้ นี่ไง ขึ้นมา

คุณณรงค์ศักดิ์ จิวากานนท์

25 นะครับ แล้วก็คงมาคุยกันว่า outlook ของ 2026 ปีนี้เป็นอย่างไรบ้างนะครับ ก็เหตุการณ์ทุกอย่างทางด้านภาพ macro นี่ก็ยังมีมาต่อเนื่องนะครับ ความ uncertainty นะครับ แล้วก็ความ volatility ก็ยังมีเหมือนเดิมนะครับ มีเหตุการณ์ใหม่ทั้งบวกและลบนะครับ เกิดขึ้นในช่วง 4-5 อาทิตย์หลังเปิดปีใหม่มานะครับ ไม่ว่าเรื่องสงคราม เรื่อง tariff นะครับ เรื่องความไม่แน่นอน ความไม่ชัดเจนนะครับ เรื่องของแรงกดดันต่าง ๆ ทางด้านการตลาดก็ยังมีมาต่อเนื่องนะครับ มีเรื่องที่เป็น highlight ที่ทุกท่านคงได้เห็นข่าวมาแล้วตอนต้นปีเรื่องเวเนซุเอลานะครับ ซึ่งก็มีผล implication ต่อทางด้านน้ำมันแล้วก็ปิโตรเคมีนะครับ ก็คือแน่นอนมี heavy crude oil ออกมาในตลาดมากขึ้น ก็มีการส่งผลให้มีการใช้แนฟทาเข้าไปเบลนด์ในน้ำมันแก๊สโซลีนมากขึ้น ก็เลยมีผลพวงมาทำให้แนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในปิโตรเคมีอะนะครับ ราคาสูงขึ้น ครับ แต่ความผันผวนมีสูงมากนะครับ น้ำมันมีทั้งขึ้นและลงในช่วงที่ผ่านมานะครับ ช่วงอาทิตย์ที่แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นขาขึ้น ตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นขาลงนะครับ ก็ยังปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะครับ ส่วนข่าวในตลาดนะ เรื่องของการประกาศที่จะมีการหยุดการเดินเครื่อง rationalize capacity ก็มีมากขึ้นในช่วงปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่อังกฤษ ที่เกาหลีใต้นะครับ ที่สิงคโปร์ นะครับ แล้วญี่ปุ่นซึ่งเคยประกาศก่อนหน้านี้แล้วก็มีการประกาศเกิดความชัดเจนนะครับ ว่าจะเกิดที่ไหน แบบไหน อย่างไร และ timing นะครับ ก็ยังมีมาต่อเนื่องนะครับ เดี๋ยวทางคุณพนิดาคงมีรายงานตัวเลขว่าพอลบกระทบยอดที่เราติดตามมาตลอดว่ามีการประกาศเรื่อง capacity ที่จะลด หรือจะหยุดนะครับ เทียบกับ capacity ที่จะเกิดใหม่ net แล้วออกมาเป็นอย่างไร เทียบกับตอนที่รายงานนักวิเคราะห์เมื่อตอนปลายปีที่แล้วนะครับ ส่วนของประเทศจีนนะครับ ก็นโยบายก็ยังต่อเนื่องเหมือนเดิมนะครับ ก็เหมือนกับพยายามที่จะปรับนะครับ เพื่อให้ลดความร้อนแรงในสภาพการแข่งขัน ซึ่งรุนแรงมากในปีที่แล้วนะครับ สองนโยบายซึ่งประกาศออกมา อันแรกนะครับ ก็คือเรื่องการยกเลิกการให้ rebate ตัวภาษี VAT สำหรับ ผลิตภัณฑ์ หลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ ที่มีการส่งออกนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ต้นทุนของผู้ส่งออก ในเคมีภัณฑ์ที่เขามีการระบุเนี่ย ก็จะมีการสูงขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมทานอล, MEG, butanediol, PVC, polyol นะครับ ผลบังคับใช้ก็คือ 1 เมษายนนะครับ ที่จะถึงนะครับ แต่ว่าพอทันทีที่มีการประกาศ ก็ตลาดก็เริ่มมีการปรับตัว ก็เริ่มเห็นมีราคาขยับกันบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอความชัดเจนหลังจากที่มีการใช้ประกาศนี้อย่างเป็นทางการหลัง 1 เมษายน นะครับ อีกอันหนึ่งที่มีการพูดถึงนะครับ ก็คือจะมีการกำหนดภาษี เป็น consumption tax ของแนฟทานะครับ ซึ่งถ้าประกาศใช้จริง วันนี้ยังไม่เป็นทางการนะครับ ถ้าประกาศใช้จริง ก็จะทำให้ต้นทุนของผู้ที่ใช้แนฟทานะครับ ในปิโตรเคมีที่เป็น stand-alone นะครับ ในประเทศจีน ก็จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น นะครับ ยังไม่ได้มีกำหนดเวลาและอัตราภาษีอย่างชัดเจนนะครับ อันนี้ต้องติดตามต่อนะครับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี่ก็คือทำให้ sentiment ในภาพรวมเนี่ย บรรยากาศเหมือนกับ จะทำให้มันปรับตัวเข้าสู่สภาวะสมดุล ตามลำดับนะครับ แต่ตัวเลขนี้ต้องพยายามทะยอยมานะครับ ไปหน้าถัดไปครับ อันนี้ recap ของปี 2025 นะครับ ก็ portfolio นะครับ transformation Vencorex นะครับ ก็เหมือนเดิม ครับ เป็นไปตามแผน ครับ มี update เล็กน้อยนะครับ ก็คือตอนเดิมเนี่ยแผน จะสามารถ closing ได้ในต้นปีนี้ไตรมาส 1 นะครับ แต่ตอนนี้เนื่องจากไอ้เรื่องการ filing merger control ต่าง ๆ อาจจะมีการใช้เวลาเยอะขึ้นนะครับ ก็ target ใหม่ก็คือไตรมาส 2 นะครับ ก็น่าจะเป็นไปตามที่วางแผนใน ไตรมาส 2 ในการ closing นะครับ ไม่น่าจะติดประเด็นอะไร ส่วน PTAC นะครับ ก็เป็นไปตามแผนนะครับ แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการที่จะเลิกกิจการ การรื้อถอนโรงงาน ก็ตัวเลขก็ต่ำกว่าที่เราวาง provision ไว้ ก่อนหน้านี้ก็มีการรับรู้การ reverse ทางบัญชี รับรู้ไปแล้วในไตรมาส 4 นะครับ ซึ่งก็ดี ก็อยู่ในแผน แล้วก็อยู่ใน budget ต่ำกว่า budget นะครับ Asset-Light Strategy นะครับ 2 asset ที่รับ อนุมัติจากผู้ถือหุ้นไปแล้ว ก็เดินหน้าตามแผน closing ในไตรมาสนี้ นะครับ 2000 2026 ส่วน highlight ก็จะเป็นตรงเรื่องของ performance enhancement นะครับ ถ้านักวิเคราะห์ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่แล้วนะครับ เราตั้งเป้าตอนเริ่มต้นนะครับ 4,500 ล้าน แล้วเราขยับเป้ามาเป็น 5,500 ล้านนะครับ ก็ข่าวดีก็คือ เราสามารถปิดปีนะครับ ที่ทำ performance improvement ต่าง ๆ รวมทั้งการลดต้นทุนในหลาย ๆ รายการ ได้ 7,000 กว่าล้านบาทนะครับ ซึ่งตัวนี้ก็จะเห็น เดิมทีเป้าเราเนี่ย against budget แต่ตอนนี้ถ้าเทียบย้อนกลับปี 2024 ก็จะเห็นตัวเลขนี้อยู่ในบัญชีนะครับ 7,000 กว่าล้านบาท ส่วนการลดหนี้ นะครับ deleveraging ก็เป็น activity สำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่แล้วนะครับ เดี๋ยว CFO คงรายงานในรายละเอียดนะครับ ซึ่งผลก็คือ ทำให้เราเห็นตัวเลขของดอกเบี้ยนะครับ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงใน 2025 3,000 ล้าน แล้วก็ซึ่งยังไม่เป็น full year ในปีที่แล้วนะครับ ปีนี้ก็จะมีส่วนที่ทำให้เกิดดอกเบี้ยลดลง on top ของ 3,000 ล้านปีที่แล้วนะครับ ก็จะอยู่ใน improvement ในปี 2026 นะครับ คราวนี้มองในของปี outlook ของ 2026 นะครับ เปิดมาก็ประมาณ 6 อาทิตย์นะฮะ อย่างที่ผมเรียนก็คือ sentiment เนี่ยเหมือนกับ ไปในทางปรับตัวที่น่าจะเป็นไปทางปรับให้มันเกิดความสมดุลตามลำดับนะฮะ PMI โดยรวมนะครับ ของโลก เฉลี่ยแล้วดีขึ้น นะครับ แต่ก็คงใช้เวลาสักพักนึงกว่าที่จะเห็นจาก PMI ทางด้านการผลิตเนี่ย ปรับตัวแล้วจะมีผลกระทบในเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม ลงมาเรื่อย ๆ ที่ โดยเฉพาะปิโตรเคมีนะครับ หรือเคมีภัณฑ์ โรงกลั่นก็ยังถือว่า margin เป็นไปได้ดี ถึงแม้อาจจะมีทรง ๆ หรือต่ำกว่าเล็กน้อย ซึ่งปีที่แล้วนี่ค่อนข้างจะขึ้นมาสูงตอนปลายปีนะครับ ก็มีการ soft ลงบ้างนะครับ แต่โดยรวมถือว่ามันอยู่ในระดับที่ใช้ได้ Aromatics ก็ดีขึ้นมานะครับ กว่าที่เราเห็นในปีที่แล้วนะครับ ต่อเนื่องจากปลายปีนะครับ แต่ก็คงจะเริ่มมีการ soft ลง ในกลางปีหรือปลายปี คาดว่า แต่ในภาพรวมก็น่าจะดีกว่าปีที่แล้วนะครับ ผลมาจากที่ upstream นะครับ capacity tight มากกว่า downstream นะครับ ก็เลยทำให้เกิดการมีความตึงตัวมากขึ้นนะครับ ใน aromatics ขณะที่โอเลฟินส์ ยังมีแรงกดดันพอสมควรนะครับ เพราะมีสภาวะที่ยังมี capacity ค่อนข้างมากนะครับ ถึงแม้ว่ามีการประกาศว่าจะมีโรงงาน shutdown ตามลำดับนะครับ rationalization เยอะขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แต่ว่า timing ในการที่จะหยุดโรงงานต่าง ๆ ต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งนะครับ งั้นปัจจุบันเนี่ยก็ยังเห็นแรงกดดันของ margin ในโอเลฟินส์อยู่ ส่วนปี 2026 จะเดินต่อไปยังไงนะครับ เราก็เดินตาม pillar ของ strategy นะครับ วันนี้คงจะมารายงานใน 3 เรื่องหลักนะครับ เรื่อง portfolio transformation เรื่องการบริหารต้นทุนนะครับ เรื่อง optimization และก็เรื่องของ Allnex นะครับ ก็จะเป็น 3 pillar หลักในการ drive performance ของ GC ใน 2026 นะครับ หน้าถัดไปครับ Vencorex นะครับ อันนี้เมื่อกี้รายงานไปแล้วนะครับ ว่าคงใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะครับ จากไตรมาส 1 เป็นไตรมาส 2 ในการ close การขาย asset ในอเมริกาและในประเทศไทยนะครับ ที่ฝรั่งเศส ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้ว ก็จบเรียบร้อยนะครับ ปีที่แล้วมีค่าใช้จ่ายนะครับ ที่เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการ 2,000 กว่า 2,400 ล้านบาท ปีนี้ตัวนี้ก็จะเป็น cost saving ที่ไม่เกิดใน P&L ปีนี้นะครับ เราน่าจะเห็น improvement นะครับ ใน bottom line ของ GC 2,400 ล้านบาท จากรายการนี้ครับ Asahi รายงานไปแล้วนะครับ เรา deconsolidate ไปแล้ว และการกลับรายการที่เป็นผลบวกเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนโรงงานเนี่ยต่ำลง 2,000 กว่าล้านบาท ก็ทราบผลไปแล้วในตอนไตรมาส 4 นะครับ ตัว non-core asset monetization นะครับ ที่ผมเรียนว่าจะปิด น่าจะ closing ได้ทั้ง 2 รายการ ภายในไตรมาสแรกนะครับ ก็จะมี one-time gain ประมาณ 2,300 ล้านบาทนะครับ ในปีนี้ เรายังมีเหลืออีก หลายโครงการนะครับ ตามแผน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพูดถึงว่า up to 30,000 ล้านนะครับ พอเสร็จจาก 2 โครงการแรก ก็ยังมีรายการอื่น ๆ up to 20,000 ล้านนะครับ ก็อยู่ในตามแผน อยู่ระหว่างการศึกษานะครับ แล้วเดี๋ยวพอมีความชัดเจนนะครับ หลังจากการศึกษาแต่ละโครงการมาพร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลและคงมารายงานนักวิเคราะห์ และก็ผู้ถือหุ้นในลำดับต่อไปนะครับ ส่วนอีก 2 โครงการ 2 ธุรกิจนะครับ ที่อยู่ในการศึกษา นะครับ แล้วก็พิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ในการปรับโครงสร้างเพื่อ enhance ตัว performance นะครับ ก็คือ polyol กับ PTTMCC ทั้ง 2 ธุรกิจนี้ก็เป็น joint venture นะครับ กับ partner ซึ่งเราอยู่ในระหว่างการศึกษาแล้วก็พูดคุยนะครับ ดูทางเลือกต่าง ๆ ของทั้ง 2 ธุรกิจร่วมกับ partner นะครับ คาดว่าจะมีความชัดเจนนะครับ นำไปสู่การตัดสินใจต่าง ๆ ภายในปี 2026 นี้ นะครับ 2 ธุรกิจนี้ในตอนปลายปี 2025 นะครับ ก็มีการรับรู้ impairment นะครับ จำนวนวงเงินรวมประมาณ 2,800 ล้านบาทนะครับ เข้าไปในไตรมาส 4 ปีที่แล้วแล้วนะครับ ถ้ามีความชัดเจนของแนวทางในการปรับโครงสร้าง ปรับปรุงธุรกิจ 2 รายการนี้แล้ว ก็จะนำรายงานนักวิเคราะห์แล้วก็นักลงทุนต่อไปนะครับ มาดูถึงเรื่องของการผลิตนะครับ ธีมก็คือเป็นการ maximize production นะครับ เพราะว่าเราเชื่อว่า asset ของ GC โดยรวมเนี่ย competitive นะครับ ถึงแม้ไม่ได้อยู่ใน quartile 1 แต่ก็เราอยู่ใน 2 หรือ 3 นะครับ ซึ่งสามารถเดินได้เต็มที่ น่าจะเห็น improvement ของ utilization นะครับ ของโรงกลั่นเนี่ย ปีที่แล้วปลายปีเรามีการ turnaround ตอนช่วงปลายปี ปีนี้ไม่ได้มีการ turnaround แล้วนะครับ volume ก็น่าจะกลับขึ้นมา 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ครับ ส่วนปิโตรเคมีโดยรวมนะครับ ก็น่าจะเห็น average utilization เพิ่มขึ้น volume เพิ่มขึ้น 8% นะครับ เนื่องจากปีที่แล้วมีโรงงานใหญ่ ทั้งฝั่งโอเลฟินส์นะครับ แล้วก็ aromatics นะครับ อยู่ในการ turnaround ปีนี้มีบ้างนะครับ มีโอเลฟินส์ 4 นะครับ เป็น naphtha cracker เนี่ยก็ กำลัง turnaround อยู่นะครับ ส่วน aromatics ก็เป็นช่วงปลายปี ไตรมาส 3 นะครับ แต่โดยรวมแล้วเชื่อว่าโดยตามการวางแผนก็จะมี volume ที่ดีกว่าปี 2 2500 2025 นะครับ ตัวนั้นก็จะเป็นตัวที่ช่วย enhance ตัว performance ของ GC ในปีนี้ ส่วนเรื่องวัตถุดิบนะครับ feedstock ตัวหลักนะครับ อีเทน นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง volume หรือราคานะครับ เนื่องจากราคาเนี่ย เนื่องจากได้มีการประกาศนโยบาย นะครับ กลับไปที่ utility model ก็ทำให้ต้นทุนของโรงแยกแก๊สก็กลับไปเป็น Gulf gas นะครับ ส่งผลในเชิงบวกกับต้นทุนในภาพรวม และทำให้ราคาอีเทนเนี่ย competitive มากขึ้นนะครับ ก็กลับไปเหมือนสถานการณ์ก่อนที่จะเป็น single pool นะครับ ก็ต้นทุนก็ลดลง 3% นะครับ โดยรวม ครับ ตัวนี้ก็จะอยู่ในปี 2026 นะครับ full year ทั้งปีนะครับ รวมทั้ง volume นะครับ ที่เราไล่ขึ้น volume ขึ้นมาเรื่อย ๆ นะครับ จาก 2 ปีที่แล้ว 1 1.6 1 1.7 นะครับ ก็มาเป็น 1.8 ในปีที่แล้ว และปีนี้ run rate ต่าง ๆ ทำให้เรามั่นใจว่าน่าจะได้ full year 1.9 ล้านตัน นะครับ ซึ่งเป็น capacity ที่ เหมาะสมนะครับ ส่วนในระยะอีก 2 ปีเศษ ๆ 3 ปี นะครับ ก็อีเทนที่นำเข้านะครับ ท่าเรือต่าง ๆ ตอนนี้ก็เดินหน้าการก่อสร้างตามแผนนะครับ ถมทะเลเริ่มทำการก่อสร้างแล้วนะครับ ส่วนถังนะครับ ก็จะ award ผู้รับเหมาในไตรมาส 1 นะครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีก 2 ปีเศษ ๆ 3 ปี จากนี้ไป ก็จะเห็นอีเทนนำเข้าจากอเมริกาอีก 400,000 ตัน นะครับ ก็จะทำให้ปริมาณการใช้อีเทน ก็จะสูงขึ้น จาก 1. 1.9 เป็น 2.3 ล้านตัน ใน 3 ปีข้างหน้า ครับ ทุกอย่างก็เป็น improvement นะครับ ซึ่งจะเห็นผลทันทีในปีนี้และปีถัด ๆ ไป ครับ คราวนี้เรื่อง enhancement นะครับ ที่ปีที่แล้วเราทำตัวเลขได้ 7,000 กว่าล้าน นะ ปีนี้เราก็ตั้งเป้า ตอนที่ปลายปีที่แล้วได้รายงานนักวิเคราะห์ว่าเราตั้งเป้า 1,000 กว่า 2,000 ล้าน นะครับ เราไปทบทวนกันใหม่ เราเชื่อว่าน่าจะทำได้ ในปีนี้ up to 4,000 ล้าน นะครับ ก็เป็นเป้าใหม่ที่ challenge ตัวเอง มากขึ้น แต่ในระยะ 5 ปี นะครับ เป้าเราก็ยังเป็น 300 ล้านเหรียญ ก็คือ 10,000 กว่าล้าน นะครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง feedstock เรื่อง sales marketing เรื่อง optimization การใช้ digital ต่าง ๆ นะครับ เพื่อให้เราได้ improvement ซึ่งพวกนี้จะเป็น recurring นะครับ ทำแล้วปรับโครงสร้างของต้นทุนเรา ในระยะยาวทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น เรื่องการลดหนี้นะครับ การมีค่าใช้จ่ายทางด้านดอกเบี้ยที่ผมเรียนไปแล้ว ว่าปีที่แล้วเราเห็น 3,000 ล้าน อันนั้นไม่ได้ full year นะครับ พอเป็น recurring ต่อ full year ปีนี้ก็น่าจะเห็น saving ของดอกเบี้ยอีก on top นะครับ 2,000 ล้าน นะครับ ถัดไปครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของโปรเจกต์ที่เราพูดถึงใน Holistic Optimization นะฮะ ก็คือใช้ digital technology ลงมาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการ optimize โรงงาน นะครับ ภาพก็เป็นไดอะแกรมที่เห็นนะครับ ว่า as-is มันเป็นอย่างไร นะครับ to-be หลักการก็คือ เดิมทีมันมี optimization อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ทำเป็นโรง unit และเป็นโรงงาน แต่ละโรง นะครับ GC มีโรงงานอยู่ในระยอง รวม ๆ กันก็คือเกือบ 40 กว่าโรงงาน นะครับ Optimization ที่เคยเกิดแต่ละโรง ตอนนี้เราก็ต้องใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลของแต่ละโรงมารวมกัน เอาตัวเลขนั้นเนี่ยมา กลับเข้ามาสู่ลูปในการวางแผน optimization มันก็จะมีเรื่องของ timing ของการเก็บรวบรวมข้อมูล วางแผน แล้วลูปกลับเข้าไปในการ optimize ใหม่ ครับ แต่สิ่งทีกำลังจะเกิดขึ้นก็คือ เราจะ เปลี่ยนจากที่ใช้คน ใช้เวลาในการทำเนี่ย เป็น real-time นะครับ ข้อมูล จากโรงต่าง ๆ เข้ามา แล้วก็ process พร้อมกัน แล้วก็ feed กลับเข้าไปในระบบการวางแผน real-time นะครับ เพราะ technology มันทำได้แล้ว ผลที่ทำให้ก็คือ การ optimization ใช้เวลาน้อยลง แล้วปรับโรงงานได้ทันที แล้วปรับ ไม่ได้ปรับเฉพาะ unit ปรับทั้ง เป็น cluster ของโรงงาน นะครับ เราเริ่มทดลองไปแล้วในปีที่ผ่านมา แล้วเริ่มเห็นผลแล้ว นะครับ ใช้ได้ 1 unit ใหญ่ของตัว Platformer ในโรงกลั่น ก็เห็นผลมาแล้วเกิด saving นะครับ ปีนี้ก็ขยายผลมาทำที่ Hydrocracker ในโรงกลั่นเช่นกัน แล้วก็จะขยายมาเป็น cluster ของโอเลฟินส์ ซึ่งเรามีอยู่ 5 โรง นะครับ ก็คือ optimize ร่วมกัน แล้วก็ปรับปรุงโรงงาน วางแผนร่วมกัน แล้วก็ขยับไปเป็น full cluster ของ refinery ของ aromatics และโรงต่าง ๆ intermediate นะครับ ซึ่งจะใช้เวลาไปถึงปี 2030 นะครับ แต่ระหว่างทางก็คงมี run rate ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เป้าหมาย 2030 ก็จะมี 100 กว่าล้าน 200 ล้านบาท นะครับ จาก technology ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งไม่ได้ใช้เงินลงทุนมาก นะครับ เพราะ data มีอยู่แล้ว นะครับ แพลตฟอร์ม เรื่องการ process ข้อมูลต่าง ๆ ก็ engineer แล้วก็น้อง ๆ ที่โรงงานก็สามารถเขียนโปรแกรม เขียน coding ต่าง ๆ ได้เอง นะครับ ถัดไปครับ คราวนี้มาถึงเรื่อง Allnex นะฮะ Allnex ปีที่ผ่านมาเนี่ย เป็นปีที่ค่อนข้างจะท้าทาย นะครับ เหมือนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรือเคมีอื่น ๆ นะครับ ในเชิง profit ต่อ margin ต่อหน่วยนี่ ก็ยังสามารถรักษาได้ดี ก็ถือว่าได้ดีมาก นะครับ ท่ามกลางความท้าทาย แรงกดดัน แต่ว่า volume เนี่ยลดลง นะครับ 4-5% ปีที่แล้ว นะฮะ แต่ปีถัดมาก็คือปีนี้นะครับ เราก็ตั้งเป้า ที่จะโตโดย 2 2 กลุ่มใหญ่ ๆ นะครับ ก็ใกล้เคียงกับ GDP ในกลุ่มแต่ละกลุ่ม นะครับ กลุ่มแรกก็คือ การ recover ของ baseline ธุรกิจ นะครับ เนื่องจากมีการหดตัวเล็กน้อยในปีที่แล้ว นะครับ ตามสภาพเศรษฐกิจ เราเชื่อมั่นว่า จะกลับเข้ามาได้ นะครับ ตัวนั้นก็เป็น 1 1 กลุ่ม หนึ่งกลุ่มที่เราเรียกเป็น growth initiative นะครับ อันนี้เกิดจากการลงทุนที่เราลงไปก่อนหน้านี้ ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา นะครับ หลังจากที่ GC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น นะครับ ก็จะมี capacity ที่เราลงทุนและเริ่ม เดินเครื่องได้ นะครับ 3-4 โรงในปีนี้ นะครับ ขนาดยูนิตไม่ได้ใหญ่มาก นะครับ แต่มาในถูก location แล้วก็ถูกเวลา นะครับ ที่อเมริกา นะครับ มีโครงการชื่อ Nexus นะครับ ก็จะส่วนใหญ่เป็น liquid resin นะครับ พวก alkyd พวก polyester ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าที่ใช้อยู่เนี่ย เขาก็ใช้ captive capacity ของตัวเอง นะครับ demand มีอยู่แล้ว นะครับ แต่ลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขาด capacity ในอเมริกา ก็เลยจำเป็นต้องไปผลิตเอง เราก็คุยลูกค้าเรียบร้อย นะครับ ปีนี้ก็จะเริ่ม ramp up โรงงานนี้ ครับ ในเอเชียแปซิฟิก นะครับ ก็เป็น China Hub ซึ่ง จะมี capacity ที่ยัง ramp up อยู่ นะครับ วันนี้เราเดินประมาณ 70% ก็จะเห็น growth จาก demand ต่าง ๆ ที่มีในประเทศจีน รวมทั้งเป็นการ relocate equipment จากโรงงานหนึ่ง นะครับ แล้วก็มาอยู่ที่นี่ ใน China Hub ก็จะแล้วเสร็จในปีนี้ ก็จะเป็นตัวที่มีตลาดอยู่แล้ว นะครับ ต่าง ๆ นานา รวมทั้งอินเดียด้วย นะครับ ซึ่งเราลงทุนสร้าง ปีนี้ก็จะเริ่มมี capacity ออกมา พวกนั้นเนี่ยรวม ๆ กันแล้ว จะทำให้เราสามารถ ใน ramp rate ปีเนี่ย น่าจะโตขึ้นได้อีก 2-3% รวม ๆ แล้วก็คงอยู่ในหลัก 5-6% นะครับ ที่เราตั้งเป้า ในปีนี้ โดยที่ profit margin น่าจะรักษาระดับได้ประมาณใกล้เคียงเดิม นะครับ ก็เป็น ไปทางด้าน top line นะครับ ที่จะมีผลกระทบทางบวกกับผลประกอบการ Allnex คราวนี้ถัดไป นะครับ ทางด้านต้นทุน นะครับ ที่เคยรายงานนักวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้แล้ว นะครับ โครงการชื่อ Helix นะครับ ด้านขวา ก็เป็นการลด SG&A ใน scale ที่ถือว่า ค่อนข้างสำคัญ นะฮะ ทั่วโลก นะครับ ตั้งเป้าว่า จะลดได้ 40 ล้านยูโร นะครับ ต่อปี ครับ ซึ่งเริ่ม execute ไปแล้ว ปี 2025 แล้ว run rate จะเริ่มเห็นเพิ่มขึ้น นะครับ มาเป็นเกือบ 70% ของ 40 ล้าน ในปีนี้ นะครับ แล้ว จะเห็น total saving ในปี 2027 นะครับ ก็ทุกอย่างก็ก้าวหน้าตามลำดับ นะครับ ไม่ได้มีประเด็น ปัญหาอะไร ส่วนทางด้านซ้าย นะครับ ก็เป็นเรื่องการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกแบบหนึ่ง นะครับ ที่เห็นเป็นแผนที่ นะครับ แล้วก็ธงต่าง ๆ ก็คือ back office ในการ operate ของ 3 region เนี่ย เราใช้หลักการ Global Business Services ครับ GBS ครับ ก็คือรวม back office แล้วมาบริหารจัดการ ใน location ที่ต้นทุนเหมาะสม นะครับ แล้วก็คุณภาพในการให้ service เนี่ย กับทาง business เนี่ย เหมาะสม เดิมทีมีอยู่ในยุโรปก็คือ ลัตเวีย กับมาเลย์ นะฮะ ปีที่แล้วเราเพิ่มอีก 1 ศูนย์ ก็คือที่เม็กซิโก แล้วก็ค่อย ๆ migrate งานบางอย่าง นะครับ จาก area หรือ country ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไปสู่ 3 location นี้ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะลดได้ total saving 7 ล้านยูโร ในปี 2027 ปีที่แล้วเริ่มเห็นบ้างแล้ว นะครับ ปีนี้ก็น่าจะเห็นเพิ่มอีก จาก 3 ล้าน เป็น 6 ล้าน นะครับ แล้ว full 7 7 ล้าน เนี่ยในปีถัดไป นะครับ ทั้งหมดนี้ก็เป็น activity ที่ทำ ร่วมกันทั้งเรื่อง top line นะครับ แล้วก็เรื่อง ทางด้าน cost structure ที่จะ enhance ตัว profitability ของ Allnex ส่วนระยะยาว นะครับ ก็คงไม่ทิ้งเรื่อง sustainability, innovation แล้วก็เริ่มดูกลับมาดูเรื่อง opportunity ของ adjacency กับ M&A มากขึ้น ครับ ครับ ในภาพรวม นะครับ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดเนี่ย พอเอา การ quantify potential enhancement ในเรื่องต่าง ๆ มาต่อรวมกัน นะครับ ในเรื่อง volume นะครับ ตัวเลขนี้หน่วยเป็นพันล้านบาท นะครับ volume นะครับ Holistic Optimization ที่เราตั้งเป้าให้ challenge มากขึ้น นะครับ การที่เราสามารถลดค่าใช้จ่าย Vencorex ที่เกือบจะจบเรียบร้อยแล้วเนี่ย นะครับ และ Allnex นะครับ Allnex ที่เขียนเป็น 1,000 เนี่ย ก็คือ พันล้านเนี่ยก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายเราควบคุมได้ ส่วนสีฟ้าอ่อน ๆ นั่นคือเรื่อง top line หรือ growth ที่เราตั้งไว้ 5-6% นะครับ อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับตลาดว่า จะ enhance ได้แค่ไหน นะครับ แต่แนวโน้มก็จะทำให้ดีขึ้น และดอกเบี้ย นะครับ อัน ซึ่งมัน full year ก็จะเริ่มเห็นตัวนี้มากขึ้น on top ของปีที่แล้ว สุดท้ายก็คือ one-time gain นะครับ ของตัว asset monetization ส่วน market spread ของปิโตรเคมีเนี่ยก็ยังเป็น มีทั้งบวก ทั้งลบ ที่ผมรายงานก่อนหน้านี้แล้ว นะครับ คงต้อง monitor ต่อ ว่าจะเป็นอย่างไร นะครับ ปีที่แล้วก็เป็นปีที่มีแรงกดดันเยอะมาก ก็หวังว่า ทั้ง sentiment นะครับ เรื่อง macro indicator ต่าง ๆ มันจะ lead ไปสู่ การ คลายความกดดัน ของตัว margin นะครับ แต่ทุกอย่างมันคงการันตีไม่ได้ เราก็จะ focus เรื่องที่เรา control ได้ ในแท่งสีฟ้า ๆ ที่รายงาน นะครับ นั่นก็จะเป็นภาพรวมของการมอง guideline นะครับ ของผลประกอบการ ในปี 2026 นะครับ ครับ เดี๋ยวส่งต่อให้คุณทิติพงษ์ครับ เชิญครับ

คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี

ครับ ขอบคุณครับ ก็ถัดไปในส่วนของตัวผลประกอบการในปี 25 นะครับ ก็เข้าใจว่าท่านนักวิเคราะห์ก็คงเห็นตัวเลขแล้ว นะครับ ก็ในภาพรวมเนี่ย ตัวรายได้ลดลง year-on-year นะครับ 20% อันนี้ก็สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบ นะครับ ที่มีการปรับตัวลดลง นะครับ แล้วถ้าไปดูตรงกราฟด้านขวาบน นะครับ ภาพทั้งปีเนี่ย ตัว EBITDA ก็ปรับลดลงพอสมควร นะครับ จาก 31,700 ล้านเนี่ย ลงมาอยู่ประมาณ 20,000 เกือบ 21,000 นะครับ ก็ในแง่ contribution เนี่ย ถ้าดู pie chart ขวาล่าง นะครับ ก็ตัวหลัก ๆ ที่ลดลงเยอะก็จะมีกลุ่มของตัว Aromatics นะครับ แล้วก็ตัวโอเลฟินส์ นะครับ ซึ่งโอเลฟินส์เนี่ย ในภาพรวมก็คือพอลราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลง นะครับ ก็ทำให้ตัวส่วนของตัว margin นะครับ ของตัว olefin chain ปรับลดลงด้วย นะครับ ส่วนของ Performance Chemicals นะครับ อย่างที่ CEO ได้เรียนไป นะครับ ในภาพรวมเนี่ย ตัว volume year-on-year ปรับลดลงสักประมาณ 4% นะครับ อันนี้ก็อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าเดิมที่วางไว้นะครับ หน้าถัดไปครับ ซึ่งหากดูในส่วนของตัว ภาพรวมตัว margin นะครับ และตั้งต้นจากตัว Refineries เนี่ย GRM นะครับ ในภาพรวมดีขึ้น นะครับ จาก 4.7 เหรียญในปี 24 เป็น 5.3 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 25 แต่ว่าเนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ margin ค่อนข้างดีเนี่ย เรามีแผนซ่อมบำรุง นะครับ ตามแผน นะครับ มีโรง Refineries กับ Aromatics 1 โรง นะครับ ก็ทำให้ตัว contribution อาจจะหายจาก volume ตรงนั้นไป นะครับ แต่ตอนนี้ก็กลับมารันเต็มที่ นะครับ ก็ในไตรมาส 1 ตอนนี้ก็ margin ค่อนข้างดี นะครับ ก็น่าจะเป็นส่วนที่จะเข้ามาสนับสนุนเรื่องผลประกอบการในปีนี้ นะครับ ส่วนที่ 2 เนี่ย ตัว Aromatics นะครับ ถ้าดูในภาพของตัว PX แล้วก็ตัว Benzene นะครับ spread ในภาพรวมปรับลดลงทั้งคู่ นะครับ Phenol spread ก็ลดลง นะครับ แล้วก็ PTA ก็ปรับลดลง ในภาพรวมของตัว Aromatics ปี 25 เทียบกับ 24 เนี่ย ตัว margin เนี่ยปรับลดลงเยอะเลยทีเดียว นะครับ โดยเฉพาะตัว Benzene นะครับ ส่วนของตัว HDPE นะครับ ก็อย่างที่เกริ่นในตอนต้นว่าน้ำมันดิบปรับลง นะครับ ราคา HDPE ก็ปรับลง นะครับ ตรงนี้ก็ส่งผลให้ตัว HDPE-Naphtha นะครับ ปรับลดลงนิดหน่อย นะครับ แม้ว่าราคา HDPE ปรับลดลงก็จริง ๆ เกือบร้อยเหรียญ แต่ว่าน้ำมันดิบมีการปรับลดลง แนฟทาก็ปรับลงตามด้วย นะครับ MEG spread ในภาพรวมดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ นะครับ แล้วก็ปีที่แล้วเนี่ยก็ MEG หลังจากที่มีการซ่อมบำรุง นะครับ เพื่อเปลี่ยน reactor ต่าง ๆ ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้ว นะครับ ปีนี้ก็น่าจะกลับมารันได้ปกติเต็มปี นะครับ หน้าถัดไปครับ ซึ่งถ้าเราดูตัว EBITDA นะครับ เทียบไตรมาส 4 ปีที่แล้วกับไตรมาส 3 นะครับ ก็ปรับลดลง นะครับ จาก 5,100 มาเหลือ 4,200 4,000 กว่าล้าน นะครับ ก็ตัวหลักที่ปรับลงก็คือ Refineries อย่างที่เรียนว่ามีการซ่อมบำรุง นะครับ ตามแผน นะครับ ก็ลดไป ทำให้ EBITDA ลดไป 650 ล้าน นะครับ ตัว Aromatic chain ช่วงปลายปี นะครับ margin มีการปรับเพิ่มขึ้น นะครับ ก็ส่งผลให้ตัว แม้ว่าตัว volume เนี่ยจะมี การปรับลง นะครับ อันเนื่องมาจากตัวซ่อมบำรุงตามแผน นะครับ ก็ทำให้ภาพรวม EBITDA บวกนิดหน่อย นะครับ Olefin chain ก็อันนี้ก็คือมีเรื่องของตัววัตถุดิบอีเทน นะครับ ที่ถ้าจำกันได้เนี่ยปีที่แล้ว นะครับ ก็ช่วงไตรมาส 2 ไตรมาส 3 อาจจะเป็นช่วงที่มีเรื่องของตัวซ่อมบำรุงของโรงแยกแก๊ส นะครับ ก็ทำให้ปริมาณอีเทนอาจจะตกลงไป นะครับ แต่ไตรมาส 4 เนี่ยมีการปรับเพิ่มขึ้นมา นะครับ แม้ว่าจะต้องมีการบันทึก one-time cost นะครับ ของตัวราคาอีเทนเพื่อที่จะปรับให้สะท้อนกับตัวต้นทุนตัว pool gas price นะครับ ประมาณ 200 ล้าน ในไตรมาส 4 แต่ก็ด้วย volume ที่เพิ่มขึ้นเนี่ย ในภาพรวมก็ทำให้ Olefin chain บวกนิดหน่อย นะครับ เกือบร้อยล้าน นะครับ ส่วนตัว Bio นะครับ ตัวหลักก็คือตัวกลุ่ม fatty alcohol ของ GGC นะครับ ที่ margin มีการปรับดีขึ้น นะครับ แต่ว่าก็ในแง่ของตัว demand ต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ดีมาก แล้วก็มีเรื่องของ shutdown นะครับ แต่อันหนึ่งที่เป็นส่วนที่อาจจะช่วย contribute ในมุมบวก นะครับ ก็คือเรื่องของตัวบริษัท ของเรา นะครับ ของ GC ที่ทำ recycle plastic นะครับ ENVICCO ก็ปีที่ผ่านมาสามารถที่จะเพิ่มเรื่องของการผลิตการขาย นะครับ ตัว EBITDA ก็กลับมา contribute ได้ดีทีเดียว นะครับ ส่วนสุดท้ายที่จะ highlight ก็คือ Allnex นะครับ อย่างที่เรียนไปแล้วในเบื้องต้นว่ายอดขายในภาพรวมทั้งปีเนี่ยปรับลดลง นะครับ year-on-year ประมาณ 4% แต่ว่าตัว margin เนี่ย จริง ๆ แล้ว ในภาพรวมสามารถที่จะ maintain ตัว margin ต่อตันไว้ได้ นะครับ แล้วก็ มีอีกตัวนึงก็คือตัว Vencorex นะครับ ก็ จริง ๆ ปีนี้นะครับ ตัว Vencorex เนี่ย เราอย่างที่ทราบว่าเราได้มีการลงนามซื้อขายตัว asset ทั้งในไทยแล้วก็ US ไปแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นตอนปลายปีเนี่ย เราก็ได้มีการ reclassify ตัว asset Vencorex นะครับ เป็น asset held for sale นะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของค่าเสื่อมราคาต่าง ๆ ในปีนี้ก็จะไม่มีแล้ว นะครับ จะมีเฉพาะในส่วนของตัว operating expense นะครับ ที่จะรับรู้ นะครับ ตรงนั้นก็จะมีตัวที่ช่วยลด นะครับ ไปในมุมของทั้ง EBITDA แล้วก็เรื่องของตัว net profit นะครับ อย่างที่ CEO ได้เรียน นะครับ ถัดไปครับ เพราะงั้นในภาพของตัวงบปี นะครับ ดูคอลัมน์ด้านขวาสุดเลยก็ได้ครับ ตัวที่อยากจะ highlight ก็คือบรรทัดที่ 5 บรรทัดที่ 6 นะครับ จะเห็นว่าในภาพรวมเนี่ย ตัวบรรทัด 5, 6 มันก็คือค่าใช้จ่ายคงที่ นะครับ year-on-year เนี่ยเราลดลงไปได้รวมกันประมาณสัก 7,000 แถวประมาณ 7,100 กว่าล้าน นะครับ เทียบกับเป้าเดิมที่เราเคยเรียนไว้ที่ประมาณ 5.5 พันล้าน นะครับ ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว นะครับ อีกส่วนหนึ่งที่จะ highlight ก็คือในเรื่องของตัวค่าใช้จ่ายทางการเงิน นะครับ อย่างที่ CEO ได้เรียนไป นะครับ ถ้าดู net financial expense เนี่ย year-on-year เนี่ยเราลดไปได้ประมาณสัก 3,000 ล้าน นะครับ ส่วนนึงอย่างที่เรียนว่าเกิดจากไอ้ตัว perpetual bond นะครับ ที่เรา issue ไป แล้วก็มีการคืนหนี้ต่าง ๆ รวมถึงตัวกระแสเงินสดที่เราทำมาหาได้ นะครับ ก็ช่วยลดหนี้ลงไป ค่าใช้จ่ายในส่วนของตัวดอกเบี้ยตรงนี้ก็ลดลงไป 3,000 ปีนี้ก็จะมี on top อีกสักประมาณ 2,000 นะครับ เพราะงั้นถ้าเทียบปี 24 กับ 26 เนี่ย ตัว financial expense ก็น่าจะลดลงไปสักประมาณ 5,000 ล้าน นะครับ ถัดไปเลยครับ ในแง่ของตัว balance sheet นะครับ ทางด้านซ้ายบน นะครับ ก็จะเห็นว่าตัวที่เขียนว่า IBD นะครับ interest-bearing debt นะครับ ก็ปรับลดลงไปเนี่ยประมาณ 7 70,000 กว่าล้าน นะครับ อันนี้ก็เป็นไปตามแผนเรื่อง deleverage ของเรา นะครับ แล้วก็ในแง่ของตัว portfolio ของตัวหนี้ นะครับ ก็ตอนนี้เรามีที่เป็นไทยบาทสักเกือบ 60 นะครับ แล้วก็ดอลลาร์สักประมาณ 40 นะครับ 43 นะครับ ก็ส่วนใหญ่จะเป็น fixed rate นะครับ ซึ่งตัว funding cost นะครับ ในแง่ภาพรวมเนี่ยก็ อยู่ที่หลัง CCS นะครับ ก็อยู่ที่ประมาณ 3.3% นะครับ ตัว net debt to equity ก็ปรับลดลงมา นะครับ อยู่ที่ประมาณ 0.54 เท่า ตอนสิ้นปี นะครับ ตัว net debt to EBITDA จะยังอยู่ในระดับสูงนิดนึง นะครับ แต่ว่าตอนนี้ตามแผนเนี่ยเดี๋ยวก็จะมีการทยอยชำระคืนหนี้อยู่แล้ว นะครับ แล้วก็อย่างที่ CEO ได้เรียนไป นะครับ ในแง่ของตัว EBITDA เนี่ย ตอนนี้สำหรับปี 2026 เนี่ย ก็จะเห็นว่ามีตัวปัจจัยที่จะทำให้ตัวภาพรวมเนี่ย ปรับเพิ่มขึ้นนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต นะครับ การลด cost ทำ enhancement นะครับ แล้วก็รวมถึงพวกภาระต่าง ๆ ของบริษัทอย่าง Vencorex นะครับ ที่ก็จะลดลง นะครับ ตามแผนที่เราจะจำหน่าย asset ออกไป นะครับ ถัดไป เดี๋ยวเชิญคุณพนิดาเรื่อง market outlook ครับ

คุณพนิดา จินายน

ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สวัสดีท่านนักวิเคราะห์นะคะ ขออนุญาตนะคะที่จะอัปเดตภาพของ market outlook ของปี 2026 นะคะ จากที่ทาง CEO แล้วก็ทาง CFO ได้เรียนไปนะคะ ว่าเราก็ยังคงมีปัจจัยภายนอกนะคะ ความท้าทายต่าง ๆ ที่จะเข้ามากระทบกับภาคปิโตรเคมีทั่วโลกเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ US tariff เรื่องของ geopolitic นะคะ เรื่องของนโยบาย Monroe Doctrine นะคะ แล้วก็เรื่องของ capacity ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็จะทำให้ผู้เล่นในภูมิภาคต่าง ๆ ค่ะ มีการปรับตัวนะคะ เพิ่มมากขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าท���ยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ รวมถึงที่ทางท่าน CEO ได้เรียนไปแล้วนะคะ นโยบายของจีน นะคะ ไม่ว่าจะเป็น tax rebate หรือว่าการเพิ่มตัว domestic naphtha consumption tax นะคะ ตรงนี้เนี่ย ก็จะทำให้ต้นทุนนะคะ หรือว่าความสามารถในการแข่งขันของ product ปิโตรเคมีที่ออกจากจีนเนี่ยจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนะคะ ซึ่งเราก็คงต้องดูต่อไปนะคะ ว่าภาพพวกนี้จะกระทบกับในเรื่องของ supply chain, trade flow หรือว่าการค้าโลกอย่างไรต่อไปค่ะ จากภาพที่ในแต่ละภูมิภาคนะคะ มีการปรับตัวนะคะ ในหน้าต่อไปนะคะ ก็จะเห็น impact นะคะ ว่าก่อนหน้านี้ที่เราได้แจ้งนักวิเคราะห์ไปแล้วอะนะคะ ว่าจาก supply ใหม่ ๆ capacity ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ รวมถึงภาพ demand นะคะ ที่เรามีเนี่ย ก่อนหน้านี้เราได้แจ้งว่าเราจะเห็นตัว cracker นะคะ ในภาพของ ethylene balance เนี่ย จะ surplus อยู่ประมาณ 6.4 ล้านตันนะคะ ภายในช่วงปี 2026 ถึง 2030 นะคะ แต่จากภาพที่เราได้อัปเดตมานะคะ ความ surplus นะคะ จะลดจาก 6.4 นะคะ ลงไปเหลือ 3.6 ล้านตันต่อปี ในปี 2030 ซึ่งตอนนี้ก็จะได้เห็น มีเร่งนะคะ ในการปิด ในการ reform, restructure นะคะ ภาพต่าง ๆ ของ cracker นะคะ ในแต่ละผู้เล่น ในแต่ละ region ทั่วโลกค่ะ ภาพ market outlook นะคะ ภาพแรก ก็จะขอจากภาพของ petroleum product นะคะ ในปี 2026 อะค่ะ ทั้งวัตถุดิบแล้วก็ราคาของ petroleum product คาดว่าจะอ่อนตัวลงจากปี 2025 นะคะ แต่ในช่วงสั้นเนี่ยค่ะ ครึ่งปีแรกเนี่ยเรายังคิดว่าราคา crack spread นะคะ ของ product เนี่ย น่าจะยัง strong อยู่ นะคะ ในส่วนของวัตถุดิบนะคะ ตัวน้ำมันดิบดูไบ นะครับ ก็ยังมีภาพของ geopolitic นะคะ ภูมิรัฐศาสตร์นะคะ ที่ sanction ในเรื่องของรัสเซีย แล้วก็อิหร่าน เนี่ย ยังมีอยู่ นะคะ ภาพตรงนี้เนี่ย ก็ยังจะสะท้อนกลับมา ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบเนี่ยมีราคาสูงขึ้น นะคะ แล้วก็ยังยืนอยู่ได้ แล้วก็รวมถึงจีนนะคะ ที่ประกาศในเรื่องมาตรการต่าง ๆ นะคะ ที่จะเพิ่มคุณภาพของเพ็ทเคม ต่าง ๆ อะนะคะ แล้วก็ ทางจีนเองก็มีประกาศว่าจะเพิ่มการเก็บน้ำมันนะคะ เข้าไปในเรื่องของ reserve stock นะคะ ตรงนี้ก็จะเป็นจุดที่จะผลักดันให้ราคาน้ำมันเนี่ยยังสูงขึ้นอยู่ นะคะ แต่ในภาพไกล ๆ นะคะ ซึ่งเราคาดว่าครึ่งปีหลังเนี่ย ก็อาจจะกลับมา ที่ fundamental นะคะ ก็คือจะมี supply เพิ่มขึ้น จากทั้งกลุ่ม OPEC, non-OPEC แล้วก็ crude ที่ออกมาจากทางเวเนซุเอลานะคะ ส่วนของ product spread นะคะ ในตัวแรกนะคะ ของ gas oil เนี่ย ก็ยังเห็นตัว gas oil ที่ supply ลดลงนะคะ จากรัสเซีย นะคะ แล้วก็รวมถึงที่มีโรงกลั่นที่มี unplanned shutdown นะคะ จากไนจีเรีย, จาก US หรือมาเลเซีย ตัวนี้ก็จะกระทบกับ ภาพของแก๊สโซลีนนะคะ ที่จะยังให้ ทำให้ราคาแก๊สโซลีนเนี่ยยัง strong อยู่ได้ นะคะ แล้วก็รวมถึงมี refinery ที่มีการปิดไปนะคะ จากทาง US แล้วก็ยุโรป นะคะ ภาพนี้ก็จะทำให้ตัวของ fuel oil อะนะคะ ยัง strong อยู่ได้ในบางส่วน นะคะ แต่ในภาพไกล ๆ อะค่ะ ใน second half ของปีหน้า เนี่ย เราก็จะเห็นกำลังการผลิตของโรงกลั่นนะคะ ที่เพิ่มสูงขึ้นจากโรงกลั่นใหม่ ๆ ที่มี expansion แล้วก็ new capacity อะนะคะ เพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะผลักดันให้ crack spread ของ product ของ petroleum product อะนะคะ อาจจะปรับตัวลดลงค่ะ ในสายต่อไปนะคะ ก็จะเป็นของ aromatic product ส่วนของ aromatic product อะค่ะ เราก็ยังเห็นตัว aromatic crack spread นะคะ ภาพของ aromatic margin น่าจะยัง strong อยู่ นะคะ ในช่วงครึ่งแรกของปี นะคะ ขอเริ่มจากสาย PX นะคะ PX เนี่ย ก็ได้อานิสงส์จากตัว BIS นะคะ ที่มีการยกเลิก นะคะ BIS certificate ที่อินเดีย ทำให้มี PTA นะคะ trade flow วิ่งจากจีนไปที่อินเดียเพิ่มมากขึ้น ก็สนับสนุนให้ราคา PX เนี่ยค่ะ strong ขึ้น นะคะ แต่ในระยะยาวนะคะ ก็ยังขึ้นอยู่กับ US tariff นะคะ ที่จะทำให้มีการบล็อก หรือว่า protect ให้ราคา PX ที่จะ strong ขึ้น เนี่ย จะอยู่ได้แค่ไหน นะคะ ก็เดี๋ยวรอดู จากภาพของ US tariff กับ geopolitic นะคะ ส่วน PTA นะคะ กับตัว PTA อะนะคะ ก็ได้อานิสงส์จากตัว BIS นะคะ แต่ในระยะยาวอะค่ะ ก็อาจจะมีในเรื่องของการแข่งขันนะคะ ที่เพิ่มมากขึ้น นะคะ แต่ในแง่ของ PET เองเนื่องจากปีนี้นะคะ จะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นน้อยลงกว่าปีที่แล้ว นะคะ ก็ยังคิดว่าตัว PET เองเนี่ย น่าจะยัง strong อยู่ได้ นะคะ แต่ในระยะยาวก็เช่นเดียวกันค่ะ ยังมีกำลังการผลิตใหม่ของ PTA เพิ่มมากขึ้น นะคะ ก็ยังคงต้องตามต่อไป ส่วนในสาย Benzene นะคะ ปี 2026 เนี่ยคิดว่าน่าจะต่ำกว่าปี 2025 เล็กน้อย นะคะ แต่ในช่วงครึ่งปีแรกอะค่ะ ปัจจุบัน มีแรงผลักดันจาก styrene monomer นะคะ SM ที่มี unplanned shutdown ไป นะคะ แล้วก็ outage ของ plant ไป แล้วก็มีการปิด plant ไป รวมถึงมีการปิด cracker นะคะ ทำให้ supply ของ pygas ที่จะเข้าไปผลิต Benzene ลดน้อยลง นะคะ ตัวนี้ก็ยังทำให้ราคา Benzene แล้วก็ตัว Benzene crack spread นะคะ ยัง strong อยู่ได้ นะคะ แต่ในระยะยาวก็ยังมี new capacity ที่มีแผนที่จะกลับขึ้นมาอีก นะคะ ก็ยังคงต้องติดตาม ในสาย Phenol ก็เช่นเดียวกันค่ะ ปัจจุบันมีการปิดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ นะคะ ก็ยังทำให้ราคา Phenol แล้วก็ BPA เนี่ยยัง strong อยู่ นะคะ ในระยะยาวก็เช่นเดียวกัน ยังมีแผนที่จะขึ้น capacity ใหม่ เพิ่มขึ้นมาด้วยอะนะคะ ก็ยังคงต้องรอติดตามค่ะ และในสายโอเลฟินส์กับ derivative นะคะ ตัวนี้อย่างที่ CFO ท่านได้เรียนไปอะนะคะ ก็ยังมีความท้าทายนะคะ จาก supply ใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น นะคะ ใน long-term แต่ในระยะสั้นอะค่ะ เนื่องจากมี plant ที่มี commercial shutdown เยอะ นะคะ ทำให้ราคาก็ยัง upside up นะคะ อยู่เล็กน้อย นะคะ ซึ่งราคาก็ยังมีความผันผวนอยู่ นะคะ แต่เนื่องจากมี plant ที่ปิด มี restructure นะคะ เกิดขึ้นทาง Northeast Asia แล้วก็รวมถึงทางจีนเอง เนี่ย ก็มีแผนมีมาตรการที่จะกระตุ้น consumption นะคะ ทำให้ราคา PE อะค่ะ ยังทรง ๆ อยู่ได้ในช่วงนี้ นะคะ แล้วก็เช่นเดียวกันกับทาง MEG นะคะ ที่ยังมี commercial shutdown อยู่ในหลายโรง นะคะ ก็ยังทำให้ MEG strong ในระยะครึ่งปีแรกของปี นะคะ ส่วนระยะยาวนะคะ ครึ่งปีหลังก็คงต้องรอดูกำลังการผลิตใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นนะคะ ว่าจะได้ตามแผนหรือไม่ ในสายโพรพิลีนนะคะ กับ derivative นะคะ โพรพิลีนเนี่ย ก็เนื่องจากมี cracker shutdown นะคะ ไปบ้าง นะคะ ก็ยังทำให้ตัวราคา PP spread เนี่ย ก็ยัง strong อยู่ นะคะ ในระยะสั้น นะคะ ส่วนระยะยาวก็ยังคงต้องดูกำลังการผลิตใหม่ ๆ ของ PP นะคะ ในสาย PO นะคะ ได้อานิสงส์ของ tax rebate ที่ประกาศจากทางจีนนะคะ ทำให้ในระยะสั้น เนี่ย PO ยัง strong อยู่ นะคะ แล้วก็คาดว่า อาจจะถึงช่วงประมาณต้น Q2 นะคะ และหลังจากนั้นก็คงจะต้องดูอีกทีหนึ่งว่ากำลังการผลิตใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นอะค่ะ จะมา compensate กับราคาได้หรือไม่ อย่างไร ค่ะ ภาพของ market outlook ก็จะมีประมาณนี้ค่ะ

Operator

ดิฉันขออนุญาตปิดการประชุมเพียงเท่านี้ค่ะ ในนามของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ขอขอบพระคุณที่ทุกท่านสละเวลามาในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ในไตรมาสหน้า ขอขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ The call has concluded. The transcript is complete up to the end of the audio recording, and there is no further speech following the operator's closing remarks.