สวัสดีนักลงทุนทุก ๆ ท่านนะคะ วันนี้ก็กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับ Opportunity Day ดิฉันดารารัตน์ อุรพัฒนามาตย์ หัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ และก็คุณนริต อารักสกุลวงนะคะ Chief Digital and Strategy ก็วันนี้นะคะ ก็ขอยินดีทุกท่านนะคะ ต้อนรับเข้าสู่งาน Opportunity Day สำหรับไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2026 ค่ะ วันนี้เราจะมาอัปเดตผลการดำเนินงานสักอีกรอบหนึ่งนะคะ ซึ่งเราก็เดี๋ยวจะโชว์นะคะ ว่า performance ของเราเนี่ยก็สะท้อนความมุ่งมั่นของ TTB ในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อนะคะ และก็ Portfolio ของเราเนี่ยยังมีระเบียบวินัย โดยเราให้ความสำคัญกับ bottom line profit มากกว่า volume growth ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยง และก็การ maintain ระดับเงินกองทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่งนะคะ พร้อมกันนั้นก็พยายามที่จะสร้างผลประโยชน์กลับคืนไปให้กับผู้ถือหุ้น ทั้งนี้เดี๋ยวจะขอคลี่เข้าไปในแต่ละเรื่องนะคะที่ธนาคารได้ deliver ผลประกอบการในไตรมาสนี้นะคะ ขอเชิญคุณนริตเลยนะคะ ครับผม ก็ถ้าไปบนหน้า strategy framework นะครับ ก็อย่างที่อัปเดตท่านนักลงทุนทุกครั้งนะครับ ก็เราก็ยังโฟกัสอยู่บน frame ของการทำภาพ strategy ภาพเดิม ถ้าจะขออนุญาตอัปเดตใน angle แรกนะครับ เรื่องของตัว asset liability management นะครับ ถ้าเกิดดูผลประกอบการใน quarter ล่าสุด ก็จะเห็นได้ว่า NII มีการปรับตัวบวกเล็กน้อยนะครับ ก็ต้องเรียนว่าในหลากหลาย quarter ที่ผ่านมาที่มีการปรับลด policy rate มาโดยตลอด NII ก็ย่อตัวลงมาโดยตลอดนะครับ แต่ว่า quarter นี้ก็จะเป็น quarter แรกที่ NII เริ่มยืนอยู่และนะครับ แล้วก็ปรับตัวบวกเล็กน้อยที่บวก 0.9% QoQ นะครับ ซึ่งถ้าดูในภาพรวมเนี่ย ผมคิดว่า strategy ของธนาคารในการ drive เรื่องตัว balance sheet เนี่ยยังไม่ได้เปลี่ยนนะครับ ว่าเรายังโฟกัสอยู่บนสองแกนหลัก ๆ เลยนะครับ อันแรกคือ quality loan growth นะครับ โดยที่เน้นที่จะทำการเลือกลูกค้าให้ match กับตัว proposition และ direction ของธนาคารของเรานะครับ อีกอันหนึ่งคือการ defend NIM ยืน NIM ให้อยู่นะครับ โดยที่พยายามที่จะมีการปรับตัว asset mix พยายามที่จะโตตัว high-yield lending เพิ่มมากขึ้นนะครับ ซึ่งถ้าดูใน quarter ล่าสุดที่ผ่านมาเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่า NIM ปรับ... positive TD ออกนะครับ เพราะฉะนั้นในภาพรวม NIM ก็เลยปรับขึ้นมา positive ได้นิดนึงนะครับ ถ้าไปในหน้าต่อไปนะครับ ก็จริง ๆ สอดคล้องกับ direction ของ NII ก็จะเห็นว่าตัว loan port นะครับ ก็ไปในทิศทางเดียวกันนะครับ จากเดิมที่ย่อตัวลงมาหลาย quarter ติดกันนะครับ ตัว quarter สองล่าสุดเนี่ยก็เริ่ม stabilize แล้วก็ปรับตัวบวกขึ้นเล็กน้อยนะครับ ซึ่งถ้าไปดูใน detail เนี่ย จริง ๆ ต้องเรียนว่า port รถเนี่ยก็ยังย่อตัวอยู่นะครับ แต่ว่า port ที่ทำได้ดีเนี่ยก็จะเป็นพวก top-up loan, high-yield loan ที่ธนาคารโฟกัสอยู่นะครับ ยกตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ เช่น Cash to Go นะครับ จากที่เรามีการ launch ตัว risk-based pricing นะครับ ก็เติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ บวก 11% QoQ นะครับ หรือผลิตภัณฑ์ top-up อย่างพวก CYB นะครับ ก็เติบโตขึ้นมา 17% นะครับ แต่อย่างที่เรียนนะครับ ในภาพรวมสินเชื่อรถยนต์ผมคิดว่าก็ยังอยู่ในช่วงขาลงอยู่นะครับ ทั้งในเรื่องของราคาที่น้อยลงจากการแข่งขันของรถจีนที่เข้ามาค่อนข้างเยอะนะครับ และในเชิงของตัว quantity หรือจำนวนรถที่ขายได้เนี่ย ก็ยังอยู่ในช่วงขาลงนะครับ แต่ว่าก็เรียนว่าเป็นขาลงที่ momentum ลงน้อยลงเรื่อย ๆ นะครับ นอกเหนือจากนั้นเนี่ยใน quarter ที่ผ่านมาเนี่ย เราก็มีการโต loan ขา corporate ได้นิดหน่อยนะครับ บวกขึ้นมา 3% QoQ นะครับ ถ้าไปหน้าถัดไปนะครับ เพราะฉะนั้นในภาพรวมเนี่ย เราพยายามทำ 3 เรื่องด้วยกันนะครับ ถ้ามองถึงภาพ strategy ในครึ่งหลังของปีนะครับ อันดับแรกเนี่ยก็คือตัว customer selection นะครับ TTB เน้นเสมอว่าจริง ๆ เราพยายามที่จะเลือกลูกค้าให้ถูก match กับ target customer ที่เราต้องการนะครับ ซึ่งถ้าดูกราฟ scatter plot ที่ จริง ๆ อันนี้เป็นข้อมูลจริงนะครับ ที่ทำให้เห็นนะครับ จริง ๆ เรามีการที่จะ analyze ตัว economic ของการปล่อยสินเชื่อในแต่ละ loan เลยนะครับ ในแต่ละ application ที่เรา approve เลยนะครับ เพื่อ track economic ของแต่ละตัว ซึ่งใน area ที่เป็น loss making ในกรณีที่ approve loan ไปแล้วมี credit cost ตามมาเยอะ ๆ เนี่ย เราก็พยายามที่จะ avoid มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าดูจากตัว scatter plot เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าเราพยายาม move away จาก area ที่เป็นสีแดงนะครับ ออกจาก area ตรงนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกขาหนึ่งก็คือคงเป็นเรื่องของการ work กับ partner ไม่ว่าจะเป็น dealer รถยนต์ต่าง ๆ นะครับ เพื่อที่จะพยายามที่จะ optimize portfolio ด้วย เพราะว่าถ้าเราไปดูใน detail เนี่ย partner ก็เป็นตัวแปรที่สำคัญในการ drive quality ของ lending ของ loan growth ของเรานะครับ สุดท้ายคงเป็นการขยายความสำเร็จของ risk-based pricing จากผลิตภัณฑ์ Cash to Go เนี่ย ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นะครับ เพราะว่าจากที่เรา launch ตัว risk-based pricing บน Cash to Go เนี่ย จริง ๆ ภาพรวมค่อนข้างดีนะครับ loan growth booking เนี่ยเข้ามาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ลูกค้าเนี่ย จริง ๆ ได้เรตที่ attractive มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันธนาคารก็ได้ลูกค้าที่ higher quality มากขึ้นก็สอดคล้องกับ direction ของธนาคารที่เราอยากจะ focus on quality loan growth นะครับ ถ้า moving on to deposit เนี่ย จริง ๆ อาจจะไม่ได้ลง detail เยอะแต่อยากให้เห็นสัดส่วนของ time deposit ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนะครับ ถ้าเราดู end of quarter 1 มา end of quarter 2 เนี่ย จะเห็นได้ว่าจากเดิมที่ contribute ประมาณ 24% ของ port ลงมาที่ 21% ของ port นะครับ ซึ่งผมคิดว่าในภาพรวมก็เป็นไปตาม direction ของอัตราดอกเบี้ยนะครับ พออัตราดอกเบี้ยขาลงเยอะ ๆ เนี่ย พอครบกำหนดครบดูของ TD ใน tranche ต่าง ๆ เนี่ย หลัง ๆ มันก็จะเริ่มไม่ค่อย competitive แล้ว เพราะฉะนั้นลูกค้าก็จะเลือกที่จะยกเงินมาใส่ใน hybrid product เพื่อรอไปลงทุนใน product ที่เหมาะสม หรืออีกส่วนหนึ่งก็อาจจะยกมาใส่ mutual fund นะครับ ซึ่งเดี๋ยวจะโชว์ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของ fee จาก mutual fund เนี่ยก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะครับ ผมคิดว่าในภาพรวมของตัว balance sheet น่าจะประมาณนี้นะครับ อาจจะขออนุญาต shift gear ไปในขาที่เป็น revenue นะครับ ถ้าไปในหน้า 18 16 นะครับ จะเห็นได้ว่าถ้าเกิด focus ในขา non-NII เนี่ย จริง ๆ non-NII เนี่ยก็เติบโตได้ค่อนข้างดีใน quarter ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งถ้าดู growth QoQ เนี่ย บวกขึ้นมาประมาณ 11% นะครับ ซึ่งมาทั้งจากสอง component นะครับ พอ loan มันเริ่ม stabilize และโตได้นิดหน่อยเนี่ย loan-related fee ก็โตขึ้นนิดนึงนะครับ แต่ในขาที่ทำได้ค่อนข้างดีก็คือ non-loan related fee นะครับ ซึ่งถ้าไปดูในหน้าถัดไปเนี่ยจะเห็นได้ว่าพระเอกก็น่าจะเป็นเรื่องของ wealth-related fee นะครับ ไม่ว่าจะเป็น mutual fund หรือประกันนะครับ ก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่นะครับ ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นเนี่ย แรงนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย อยากเสริมไปว่าจริง ๆ เรามองว่าโมเมนตัมที่ค่อนข้างมาแรงของ mutual fund ใน first half เนี่ย ถ้ามองไป second half เนี่ย อาจจะไม่ได้แรงอย่างนี้นะครับ เพราะเรามองว่าการ shift AUM ของลูกค้าเนี่ย ค่อนข้างเกิดขึ้นเยอะในระดับหนึ่งใน first half แต่ใน second half เนี่ย give in ว่า shift มาแล้วเนี่ย อาจจะไม่ได้มีเยอะเท่า first half นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย มองว่าน่าจะ normalize ใน second half นะครับ อีกอันหนึ่งที่ทำได้ดีใน quarter ที่ผ่านมาก็จะเป็นตัว credit card fee นะครับ ซึ่ง spending ต่าง ๆ ก็เริ่มกลับมาในระดับหนึ่งหลังจากที่ quarter 1 เนี่ยอาจจะเป็นช่วง low spending นะครับ quarter 2 เนี่ย spending ก็กลับมาทำได้ค่อนข้างดีนะครับ ในขา ecosystem อาจจะขออนุญาตไม่ลงใน detail นะครับ แต่ว่าในภาพรวมเนี่ย ธนาคารก็ยัง focus on ecosystem ที่เคยเล่าให้กับนักลงทุนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้รถ กลุ่มผู้ใช้บ้านนะครับ กลุ่มมนุษย์เงินเดือน แล้วกลุ่มลูกค้า wealth นะครับ อันนี้ก็จะเป็นแกนหลักในการทำเรื่อง customer selection ของธนาคารนะครับ ถ้าไปในหน้า 21 เร็ว ๆ นะครับ ก็อีกเรื่องที่สำคัญ และเชื่อว่าเป็น focus ไม่ใช่เฉพาะธนาคาร TTB แต่ของ industry เลย คือการลด cost นะครับ ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เราทำมา แล้วก็ยัง continue ใน momentum เดิมอยู่ ก็คือการ drive เรื่อง digital migration นะครับ หน้านี้เนี่ยจะแสดงให้เห็นถึง momentum ของการพยายามเอา transaction ที่เป็น high-value transaction ขึ้นมา serve บน digital platform นะครับ จะเห็นได้ว่า ณ ปัจจุบันเนี่ย จริง ๆ สัดส่วนของ revenue ที่ generate ได้ผ่าน digital platform เนี่ย ขึ้นมาประมาณ 59% แล้วในขาธุรกิจ retail ของธนาคารนะครับ เราก็ยังเชื่อว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นนะครับ ครึ่งหลังน่าจะขึ้นไปได้อีก เพราะว่าเริ่มมีการ migrate ขาที่เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์ขึ้นมาอยู่ใน platform ที่เราเรียกว่า TTB Enterprise นะครับ นอกเหนือจากนั้นเนี่ย อาจจะไปหน้า 23 เร็ว ๆ นะครับ อย่างที่เรียนนะครับ Wealth management ดูจะเป็น area ที่ทำได้ค่อนข้างดีนะครับ สิ่งที่ธนาคารพยายามทำเพิ่มเติมเนี่ย คือนอกจากจับลูกค้ากลุ่มบนผ่าน traditional sales and service model ที่ผ่าน Wealth RM เนี่ย จริง ๆ เราก็มี initiative ที่จะพยายามที่จะจับกลุ่มที่ถัดลงมาที่เรียกว่า mass affluent เพิ่มมากขึ้นนะครับ โดยใน quarter ที่ 3 เนี่ย ก็ plan ที่จะ uplift capability ของ TTB Touch เนี่ย เพื่อทำหน้าที่เป็นกึ่ง ๆ digital advisory ให้กับกลุ่ม MAF ได้ดีขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เดี๋ยวเราจะมีการ launch ตัว widget ใหม่ ที่เรียกว่า My Wealth Widget นะครับ ที่จะทำหน้าที่กึ่ง ๆ เอาคำแนะนำเรื่อง wealth management ที่เรามีให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีเงินฝากเยอะ ๆ เนี่ย deliver ด้วยคน พอในกลุ่ม MAF เนี่ย อยาก deliver ด้วย digital นะครับ ก็จะมีอยู่บน TTB Touch นะครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า MAF นอกจากนั้นเนี่ย ก็จะ explore sales and service model ใหม่ ๆ เช่นการ chat เพื่อคุยกับลูกค้า ลูกค้าใช้ TTB Touch พนักงานใช้ TTB Enterprise นะครับ ทั้งหมดเนี่ยก็จะ launch ใน Q3 ที่จะถึงนี้นะครับ สุดท้ายอาจจะชวนไปดูหน้าที่ 25 นะครับ ในภาพรวม OPEX ของธนาคาร ถ้าดูในเชิงของ quarter-on-quarter growth เนี่ย OPEX ในภาพรวมโตขึ้นมา 5% quarter-on-quarter นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย เรียนว่าจริง ๆ มี 2 one-off item ใหญ่ ๆ นะครับ ที่อาจจะขออนุญาตแชร์ อันแรกเนี่ย เรา accelerate ตัว amortization schedule ของตัว PPA ที่ relate to dealer relationship นะครับ จะขยายความนิดนึงว่า ตอนที่ธนาคาร TMB กับธนาคารธนาชาต merge กันเนี่ย มีส่วนที่เราคิดมาเป็น goodwill ที่จะถูก amortize over time นะครับ ซึ่ง goodwill ส่วนหนึ่งเนี่ย เรา assign ให้กับ value ของ dealer relationship แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเนี่ยที่เราเห็นว่า dealer เนี่ยอาจจะไม่ใช่ทุกรายที่มี volume ที่ sustain นะครับ เพราะว่าถูก disrupt จาก market จาก EV จีนค่อนข้างเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ในส่วนนี้เรามีการเอา amortization accelerate ให้มันเร็วขึ้นนะครับ เพื่อ ensure ว่าไอ้ balance sheet ที่เรา book ไว้เนี่ยมัน clean จริง ๆ และมันเป็น real value จริง ๆ อีกขาหนึ่งมีการ write-off investment เกี่ยวกับ used car marketplace ที่ชื่อรถยนต์ใจนะครับ ก็เป็น initiative ที่เราทำ 2-3 ปีก่อนนะครับ ในยุคที่ตลาด used car เนี่ยถูก attack ด้วย startup ในระดับหนึ่งนะครับ แต่พอ market dynamic มันเปลี่ยนเยอะ ๆ เนี่ย ตัว startup เหล่านั้นก็จริง ๆ ไม่ได้ play meaningful role ใน market แล้ว ในขณะเดียวกันเนี่ย เราก็อยากที่จะ refocus business model ของเราเนี่ยกลับมาที่ตัว dealer ก็เลยมีการ write-off one-time ตัว investment ที่ทำใน used car marketplace นะครับ ถ้า exclude 2 ตัวนี้ OPEX จะโตประมาณ 3% quarter-on-quarter นะครับ ซึ่ง area ที่โตหลัก ๆ เนี่ยจะเป็น incentive เพราะว่าใน quarter ที่ผ่านมาทำเรื่อง fee-related sale ได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าดูตัว fixed salary เนี่ยก็ยัง stable อยู่นะครับ ก็อันนี้เป็นภาพรวมนะครับ เดี๋ยว dimension ที่เหลือเดี๋ยวรบกวนคุณดาราภรอาจจะช่วยอัปเดตให้ครับ ใช่ค่ะ ขอบคุณคุณนวิจมากเลยค่ะ ก็ขออนุญาตไปในส่วนของตัวคุณภาพสินทรัพย์นะคะ ใน dimension ที่ 4 นะคะ อาจจะขอเรียนให้ไปที่หน้า 27 นะคะ เริ่มต้นด้วยว่าหลัก principle ของเราเนี่ยยังคงเหมือนเดิมเลยในการบริหารจัดการตัว asset quality นะคะ คือเราพยายามที่จะ proactive แล้วก็ prudent ในการบริหารจัดการ portfolio mix ของเราอย่างต่อเนื่อง พยายาม de-risk ในตัวสินเชื่อที่มีความเสี่ยงนะคะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า risk-adjusted return to capital เนี่ยเหมาะสมที่สุด เราก็เน้นว่าลูกค้าที่ดูแล้วเนี่ยจะมีความเสี่ยงเนี่ย เราก็เข้าไปบริหารจัดการตั้งแต่ต้นต้น มี early engagement เข้าไปโทรคุยกับลูกค้าว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมบ้าง โดยใช้ data-driven เนี่ย รวมถึง AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ก็จะเห็นใน slide หน้านี้นะคะ ด้วยแนวทิศทางที่เราทำนี้นะคะ ก็จะเห็นว่าตัว NPL เนี่ย ก็สามารถควบคุมได้อยู่ในกรอบที่เราให้เป้าหมายเอาไว้ที่ 2.93 นะคะ ขออนุญาตไปที่หน้า 29 อาจจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของโครงการ U fight We help นะคะ ซึ่งในปัจจุบันเนี่ย ยอดสินเชื่อคงค้างของโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 37,000 ล้านบาทนะคะ ซึ่งคิดเป็นประมาณสัก 3% ของ portfolio ประมาณ 60% ของ portfolio นี้นะคะ core asset จะอยู่ที่ SME แล้วก็สินเชื่อบ้าน ซึ่งเราก็อยากจะเน้นย้ำว่าหลัก ๆ เนี่ย ธนาคารมี concept ว่าเราค่อนข้างที่จะ conservative ในการเซตอัพ staging policy ซึ่งก็อาจจะแตกต่างจากแบงก์อื่น ๆ นะคะ คือเราจะไม่รีบ upgrade หรือปรับชั้นของหนี้ของลูกหนี้นะคะ ที่เข้ามาสู่การให้ความช่วยเหลือของ U fight We help ตัวนี้นะคะ โดยเราก็จะดูแล้วก็พิจารณาว่าลูกค้ามีศักยภาพ แล้วก็พิสูจน์ได้จริง ๆ ว่าสามารถผ่อนชำระได้ในระยะกรอบที่เราพูดคุยกันไว้ ดังนั้นเนี่ย เราก็พิจารณาในการทำ step up เนี่ย ทุก ๆ 15 เดือน 27 เดือนนะคะ ในการขยับ step up ของกรอบของตัวคุณสุรช่วย เพราะถ้าทางนักลงทุนจำได้เนี่ย ในปีแรกเนี่ย ลูกค้าก็จะจ่ายอยู่ที่ 50% ของ original term 70 แล้วก็ 90 เราก็จะดู step up เหล่านั้นนะคะ จะเห็นว่าผลลัพธ์เนี่ย ลูกค้าของเราเนี่ยค ผลกระทบที่ทั้งนักลงทุนคุณเห็นในสไลด์อันนี้ประมาณ 1.1 พันล้าน ซึ่งก็มีทั้งในเรื่องของ economic uncertainty ทั้งในเรื่องการปรับ PD ในพอร์ตของสินเชื่อบ้าน ซึ่งเดี๋ยวถ้าสมมติเกิดนักลงทุนมีข้อสงสัยอย่างไร เราสามารถพูดคุยกันเพิ่มเติมได้ในจุดนั้นนะคะ ในภาพรวม credit cost ในไตรมาสนี้ก็อยู่ที่ 137 basis points ซึ่งอันนี้ก็มีการรวมการตั้ง extra ECL เข้าไปแล้ว ตัว buffer ของเราก็ขยับขึ้นมานะคะอยู่ที่ 157% ขออนุญาตไปที่หน้า 32 นะคะ ในหน้า 32 เนี่ยก็จะให้เห็นภาพรวมของ portfolio ในเรื่องของ asset quality ว่า NPL เนี่ยก็ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 2.93% นะคะ หรือประมาณ 38 billion ที่น่าสนใจก็คือเมื่อเราดู stage 2 ในภาพนี้ของภาพทางด้านซ้าย ก็จะเห็นเลยนะคะว่า stage 2 ของแบงก์เนี่ยลดลงไปประมาณ 5% year to date ก็อย่างที่เมื่อกี้เล่าไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการ upgrade จาก U5 way health มีการทำ de-risking ภาพ portfolio เองเนี่ย formation ก็ในภาพรวมของไตรมาส 2 เนี่ยก็ดีขึ้นด้วยนะคะ นอกจากนี้เนี่ยก็เป็น strategy ของแบงก์เองที่พยายามโต quality growth ตอนนี้มันก็เริ่มเห็นสะท้อนเข้ามาในภาพ portfolio ของเราค่ะอาจจะขอขยับไปในพาร์ตถัดไปคือพาร์ตของ capital นะคะ ก็คือในหน้าที่ 34 ก็จะเห็นว่าในครึ่งปีแรกเนี่ย net profit ของเราอยู่ที่ประมาณ 10.
6 billion นะคะเติบโตขึ้น 6% แล้วก็สามารถรักษาระดับ ROE ได้อย่างที่แข็งแรงแล้วก็มั่นคงที่ 9% นะคะทั้งนักลงทุนเนี่ยก็อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของ tax shield ของธนาคารที่กำลังจะทยอยหมดอายุในไตรมาสถัดไปก็อยากจะขอให้ความมั่นใจกับทางนักลงทุนนะคะว่าจริง ๆ แล้วธนาคารพยายามที่จะ come up ในเรื่องของแผนการรับมือให้ครอบคลุมในเรื่องดังกล่าวนะคะ โดยการที่กำหนดกรอบ share buy back ครอบคลุม 3 ปี เพื่อลดจำนวน paid-up share นะคะ รวมถึงแผนการเพิ่ม revenue initiative ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ตัว EPS เนี่ยมันสามารถยืนอยู่ได้แล้วก็ทำให้ผู้ถือหุ้นยังคงได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืนต่อไปหลังจากที่เราหมดผลประโยชน์ทางภาษี ในหน้าที่ 37 อาจจะแตะบาง ๆ เอาไว้ว่านอกจากในเรื่องของ organic ที่เราพยายามจะทำเนี่ย inorganic เนี่ยเราก็ทำด้วยนะคะ เพื่อเสริมศักยภาพของ balance sheet ของเรา ในเรื่องของ ecosystem เนี่ยเราทำผ่าน inorganic ในปีที่แล้วในเรื่องของ TTB Well Security ของ TTB Well เนี่ยก็จะเข้ามาช่วยในเติมเต็มในเรื่องของ product suite แล้วก็เรื่อง advisory capability นะคะรองรับกลุ่มลูกค้าที่จริง ๆ แล้วเมื่อกี้คุณนรินทร์เนี่ยมีแตะ ๆ ไปแล้วว่ารองรับกลุ่มลูกค้าพวก mass affluent นะคะ ซึ่งเราเห็นโอกาสในการเติบโตของลูกค้ากลุ่ม segment นี้ ในตัวถัดมานะคะในกรอบสีส้ม ๆ อีกตัวหนึ่งก็คือ TTB Leasing อันนี้ก็จะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เราจับ JV กับทางกลุ่มมาบุญครองนะคะ ซึ่งตัวนี้ก็เริ่มที่จะ operate แล้วในไตรมาสที่ 2 ซึ่งตรงนี้เนี่ยเราคิดว่าในอนาคตเนี่ยเราก็อาจจะจับพวก risk-based pricing มาจับในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ในไตรมาสที่ 2 จริง ๆ เนี่ยเราเติบโตตัวมอเตอร์ไซค์ leasing ไปได้ประมาณ 800 ล้านนะคะ อาจจะขออนุญาตไปที่หน้า 39 ปิดท้ายด้วยเรื่องของ share buyback program ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นนะคะ ปัจจุบันเรามีระดับ CET1 นะคะที่ 17% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง สูงมากทีเดียวเลย และเราก็ได้รายงานไปแล้วแหละกับทางตลาดหลักทรัพย์นะคะว่าการซื้อหุ้นคืนของธนาคารเนี่ย complete ไปเรียบร้อยแล้วทั้ง 4 phase นะคะ ซึ่งก็รวมแล้วมูลค่าประมาณ 21 billion นะคะ ซึ่งคิดเป็น percent ของ paid-up capital เนี่ยประมาณ 10.29% นะคะ ซึ่งอันนี้ก็ทำเสร็จสิ้นก่อนแผนที่เราวางเอาไว้ถึง 1 ปีล่วงหน้า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรียกว่าดีทีเดียวเลย เพราะถ้าเราเห็นราคาหุ้นของ TTB ในวันนี้ก็เรียกว่าวันนี้ก็ hit new high หลังจากที่เกิดการรวมแบงก์มาระหว่างธนาคาร TMB กับธนาคารธนาชาติ ก็ต้องบอกว่าอันนี้เป็น new high หลังจากที่เรารวมแบงก์นะคะ ถ้สมมติเกิดว่าเราไม่ได้รีบทำตัว share buyback ให้จบก่อน 1 ปีข้างหน้าเนี่ย เรียกได้ว่าการทำ share buyback ในช่วงนี้ก็อาจจะค่อนข้าง difficult พอสมควร เพราะราคาเนี่ยมันก็ขยับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้มันก็เหนือ 1 เท่าบุ๊กไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ปัจจุบันเนี่ย remaining ของตัว budget เนี่ยยังอยู่ที่อีก 14 billion นะคะ ตอนนี้ธนาคารก็ open option สำหรับการทำ share buyback ตลอดกัน อันนี้เราก็คือ approve ผ่าน board ไปเรียบร้อยแล้ว 14 billion อันนี้ก็เหมือนกับคล้าย ๆ เป็นเครดิตเอาไว้ที่ถ้าเกิดมีอะไร ตลาด volatility เนี่ย เราก็สามารถเอากลับมาทำได้อยู่เสมอนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมของผลการดำเนินงาน สิ่งที่เราทำไปในไตรมาสที่ 2 ก็อาจจะขออนุญาตเปิดเป็นคำถามคำตอบ session นะคะ จริง ๆ ทางธนาคารได้รับคำถามมาบ้างแล้วนะคะ เดี๋ยวขอเริ่มไล่อ่านไปทีละคำถามเลยนะคะ คำถามแรกถามว่าเป้าหมายของทางการเงินในปีนี้เนี่ย ธนาคารจะปรับเป้าหรือไม่ หลังจากผ่านมา 6 เดือนกันแล้วนะคะ ก็ต้องบอกว่าสำหรับการเป้าหมายทางการเงินเนี่ย ธนาคารอาจจะไม่ได้มีการปรับ official target อย่างเป็นทางการนะคะ แต่เราอาจจะสามารถอธิบายแต่ละ layer ลงไปว่ามีตัวไหนที่อาจจะ deviate ไปบ้างตามสภาวะของตลาด อย่างตัวแรกเลยในเชิงของตัว loan growth เนี่ย ก็ต้องบอกบอกว่ามันดูค่อนข้างจะมี gap กับตัว target ที่เราให้กับทางนักลงทุนไว้นะคะ แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้าเข้าไปดูในไส้ในเนี่ย ตัว loan ที่เราต้องการจะเติบโต target segment เนี่ยก็มาหมด ไม่ว่าจะเป็นตัว top-up loan ไม่ว่าจะเป็นตัว high yield และในปีนี้เนี่ยเราก็จะมาเริ่มเน้นตัวมอเตอร์ไซค์ซึ่งตอนนี้ base ก็ยังต่ำอยู่แล้ว แต่ถ้าเรามองไปในระยะยาวหรือว่าเพิ่มเติมเนี่ย ต้องบอกบอกว่าสินเชื่อในภาพรวมเนี่ย ในอนาคตของไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ในเรื่องของสินเชื่อลดเนี่ยมันก็อาจจะชะลอตัว เราต้องยอมรับว่ามันมีอัตราเร่งในช่วงแรกของไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ในการ book รถเข้ามา โดยเฉพาะในการ book รถในพวก new car ที่เป็น EV นะคะ เราจะเห็นว่ามันมี crisis ในเรื่องของ curve impact คนหลายคนก็มองว่า เอ้ย ออกรถ EV ก็อาจจะช่วยประหยัดน้ำมันในช่วงที่น้ำมันราคาแพง เพราะฉะนั้นเนี่ยธนาคารก็มองเห็นว่า loan growth บาง segment เนี่ยในช่วง second half เนี่ยมันก็อาจจะ slow down หนึ่งในนั้นเนี่ยเรามองเห็นภาพว่า new car ก็อาจจะเป็นส่วนนั้น ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยในพาร์ตของพวก mortgage ที่ก็เป็นหนึ่งในพอร์ตหลักของ TTB เนี่ย เรามองว่าก็ยังมีความท้าทายนะ เราก็จะเห็นว่าตอนนี้เนี่ยมันค่อนข้างที่จะ over supply ดังนั้นเนี่ยธ ธนาคารก็จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 24% ก็ยังเป็นตัวเลขที่เติบโตได้มากกว่ากรอบเป้าหมาย ตัวนี้คิดว่า long-term ในไตรมาสที่ 3 ที่ 4 เนี่ย ก็น่าจะยัง maintain ได้แหละ คงไม่ได้ทำให้ตัว target เนี่ยมันเปลี่ยนแปลงไปจากตรงนั้นนะคะ แต่ตรง momentum ที่คุณนวิดทัชไปแล้วก็คือในเรื่องของตัว wealth เองเนี่ย growth บน mutual fund เนี่ยมันอาจจะไม่ได้แรงเหมือนตอนไตรมาสที่ 2 เพราะว่าลูกค้าเองก็ขยับ wealth ของเขาเนี่ยทำ asset allocation ไปแล้วรอบหนึ่ง ก็คงไม่ได้มี volume ตรงนั้นเนี่ยเยอะเท่ากับไตรมาส 2 แต่ว่า pace ของการกลับมาในเรื่องของ investment เนี่ย momentum ก็ยังจะคง maintain แหละ แต่ size ก็อาจจะไม่ได้ใหญ่เท่านั้นนะคะ ในเรื่องของค่าใช้จ่าย คิดว่าตรง part นี้เนี่ยเป็นเพราะมันมี one-off มันก็เลยกระโดดขึ้นมา ในไตรมาสที่ 3 ที่ 4 เนี่ยมันคงไม่ได้มี one-off ในเรื่องของ revaluation ของ dealer relationship อีกแล้วนะคะ เพราะเราทำไปรอบเดียว ในภาพของในเรื่องของ asset quality คิดว่าน่าจะบริหารจัดการได้ แล้วก็อย่างที่เรียนไปตอนที่ตัวดิฉันเองเนี่ยเล่าเรื่อง asset quality ว่าภาพรวมเนี่ยน่าจะเอาอยู่ ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้ตัวกรอบเป้าหมายเนี่ยต้องเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของ NPL ค่ะ จริง ๆ คำถามถัดมาเนี่ยเป็นคำถามที่เกี่ยวเนื่องกันนะคะ สถานการณ์ NPL จริง ๆ ก็อย่างที่เรียนไปเลย คิดว่าพวกกลุ่มอยู่อันที่น่าจะเป็นกังวลก็อาจจะเป็นพวกกลุ่มวีอินคัม กลุ่ม low segment ซึ่งจริง ๆ ธนาคารก็ไม่ได้เน้นเติบโตกลุ่มเหล่านั้นอยู่แล้วนะคะ แล้วก็จะเห็นว่าถ้าคลี่ไปเพิ่มเติม เราจะเห็นว่า stage 2 ของไตรมาสนี้เนี่ยลดลงด้วยซ้ำนะคะ ก็จะเห็นว่าภาพรวมเนี่ยไม่น่ากังวลเท่าไหร่สำหรับเรื่องของ asset quality ว่ามันอาจจะแบบกระแทกลงไปแรง ๆ ในไตรมาสถัดไปค่ะ คำถามถัดไป ขออนุญาตนะคะ ถามเรื่องมุมมองของยอดขายรถและสินเชื่อบ้าน จริง ๆ เมื่อกี้ก็ทัชไปแล้วนะคะว่ายอดขายรถเนี่ย เราเชื่อว่ายอดขายรถใหม่เนี่ยในช่วง second half เนี่ยก็อาจจะเริ่มชะลอลง มันมาจากทุกคนเนี่ย accelerate push เข้ามาในช่วงไตรมาสแรกที่มีมอเตอร์โชว์แล้วก็ซื้อรถใหม่ไปปรับเปลี่ยน transition ไปสู่ EV ส่วนเรื่องบ้านเนี่ยนะคะ คิดว่ามันยังมีปัญหาในเรื่องของ oversupply อยู่ค่อนข้างชัด ดังนั้นธนาคารก็คงเน้นเติบโตเรื่อง refinance ถ้าเงินบาทอ่อนลงมาจะกระทบเป็นบวกเป็นลบต่อธนาคารอย่างไร อันนี้ในภาพเชิงเศรษฐกิจก่อนละกัน เงินบาทอ่อน export ได้มากขึ้น ซึ่งเราก็เห็นแล้วนะคะ สะท้อนมาจากตัวเลข economic จริง ๆ แล้ว export โตดีทีเดียว แล้วก็โตในกลุ่ม electronic กลุ่มไฟฟ้า ซึ่งตัวนี้ก็น่าจะสะท้อนขึ้นมาในตัวเลขของ GDP ที่ทำให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้นนะคะ แล้วเวลาเงินบาทอ่อนเนี่ย แน่นอนเลยในเชิงของเรื่องท่องเที่ยวเนี่ยก็จะดีขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็เห็นว่าตัวเลขของนักท่องเที่ยวเนี่ยน่าจะทำได้ไม่น้อยไปกว่า 33 ล้านนะคะ จริง ๆ ก็เป็นตัวเลขที่น่าจะโอเคเลย เพราะฉะนั้นในภาพรวมเนี่ยก็น่าจะส่งสะท้อนผลดีให้กับเศรษฐกิจ แล้วมันก็น่าจะ translate มาสู่การใช้จ่าย consume ในเรื่องการใช้จ่ายเนี่ยได้ดียิ่งขึ้นนะคะ Capital Management Plan ในไตรมาสที่... ในช่วงครึ่งปีหลัง จริง ๆ มีทัชไปแล้ว คือเรายังมี 14 billion ที่อยู่ในกระเป๋านะคะ ก็ option ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าราคามันขึ้นไปไกลกว่า 1 เท่า book แล้ว ดังนั้นจริง ๆ การที่เราจะทำ buyback ในตอนนี้เนี่ยก็อาจจะไม่ efficient ขนาดนั้น แต่ไม่ได้แปลว่า option อื่น ๆ เนี่ยไม่ available มันมี option อื่น ๆ มากมายในการ manage capital นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินปันผลเป็น cash dividend เพิ่มเติมนะคะ การทำ in-organic การเติบโต balance sheet นะคะ แต่ก็แน่นอนตอนนี้คือภาพเศรษฐกิจเนี่ย ในภาพของ loan growth เนี่ย จริง ๆ แล้วมันก็ยังไม่ได้เติบโตได้ broad base ขนาดนั้น ดังนั้นเนี่ยถ้าธนาคารมองว่าเราไม่สามารถขยาย balance sheet ได้เนี่ย แน่นอนเราก็ต้องคืน capital กลับคืนสู่...
พูดถึงหุ้นนะคะ จะในรูปแบบฟอร์มไหนเนี่ยก็ไม่ได้บิดกั้นนะคะ ได้ในทุกแบบเลย ครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อเซกเตอร์ไหนหรือ segment ไหนมากที่สุด คุณนวิดอยากทัชไหมคะ ครับผม จริง ๆ ผมคิดว่า core portfolio ไม่ได้เปลี่ยนนะครับ ยังไงเราก็ focus อยู่ในกลุ่มพอร์ต ถ้าดูพอร์ตของ TDB เนี่ยก็คือพอร์ตรถยนต์ พอร์ตบ้านนะครับ พอร์ตลูกค้า corporate แต่อย่างที่คุณดาอัปเดตไปแล้วแหละ ผมคิดว่ามันจะอยู่ในลักษณะที่เรามีการทำ customer selection ที่คมมากขึ้น คงไม่ได้บอกว่ามี blanket policy ว่าจะปล่อยหรือไม่ปล่อยอะไร แต่ผมคิดว่าในทุก ๆ loan application ที่ส่งเข้ามาเนี่ยก็ต้องมีการ analyze ตัว economic ของแต่ละ loan ใน level ของ detail ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างจริง ๆ ว่าลูกค้าคือใคร economy อยู่ในภาพรวม make sense หรือไม่ make sense อย่างไรนะครับ แต่ถ้า zoom out ขึ้นมาเนี่ยจะเห็นได้ว่าทิศทางของ product เนี่ยก็อย่างที่เรา update ใน first chart เลยครับ ผมคิดว่าผลิตภัณฑ์ new car used car เนี่ยในภาพรวมก็ยังมี pressure อยู่ในระดับหนึ่ง แล้วเราพยายามที่จะหันไปโตผลิตภัณฑ์ที่เป็น top-up loan นะครับ CYB CYC CYH นะครับ ในขณะเดียวกันเนี่ยกลุ่มบ้านเนี่ยก็อย่างที่ทุกท่านพอทราบนะครับ บ้านใหม่ mortgage เนี่ยก็ค่อนข้างเหนื่อยแหละ เราก็เลยหันไปทำเรื่อง refinancing มากขึ้น หันไปทำเรื่อง CYH มากขึ้น เพราะฉะนั้นเนี่ยผมคิดว่าทิศทางในครึ่งปีหลังก็คงไม่ได้เปลี่ยนจากแนวทางที่เราเดินมาในครึ่งแรกแหละ เพียงแต่ว่าในภาพรวมเนี่ยอาจจะต้องคมขึ้นไปอีกนะครับในการเลือก underwrite loan ระดับ customer level เนี่ยให้ถูกต้องค่ะ คำถามถัดไปเป็นคำถามเกี่ยวกับนโยบายของการถือหุ้นการบินไทยที่เราถืออยู่นะคะ ก็เรียนอย่างนี้ก่อนละกันว่า origination มันเริ่มต้นจากอะไรนะคะ ก็คือจริง ๆ แล้วเนี่ยเราไม่ได้ถือหุ้นการบินไทยเริ่มแรก คือธนาคารเนี่ยมีหุ้นกู้การบินไทย แล้วพอการบินไทยเนี่ยล้มละลาย เราก็มีการเปลี่ยนเป็น equity shareholder นะคะส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังมีถือ debenture ส่วนหนึ่ง คราวนี้คำถามในเรื่องการลงทุนบน investment ของการบินไทย ก็ต้องบอกว่าเริ่มต้นแต่เริ่มเดิมทีเนี่ย เราก็อยากจะได้ cash flow แหละ เพราะเราลงทุนในหุ้นกู้นะ สิ่งที่ธนาคาร expect ก็คือรายได้ที่เป็น cash flow อย่างสม่ำเสมอ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันเป็น different form คืออันหนึ่งในส่วนที่เป็น debenture เราก็ยังมีอยู่แหละ ก็ไปตามนั้นนะคะ ในส่วนของ equity เนี่ย แน่นอน คิดว่าจริง ๆ แล้วเนี่ย eventually ในเมื่อตั้งแต่แรกเนี่ยเราไม่ได้อยากจะเป็นผู้ถือหุ้นการบินไทย และธนาคารเองเนี่ยก็ค่อนข้างมี concept ในการลงทุน investment แต่ละตัวเนี่ย ไม่เน้นในการทำ speculative ไม่ได้แบบลงทุน equity portfolio ที่ค่อนข้างใหญ่เลย ถ้าไปดูในหน้า investment เนี่ย หลัก ๆ พอร์ต investment ของธนาคารเนี่ย ต้องบอกว่าเน้นถือ government bond เป็นหลัก ถ้าสมมติเกิดว่าจะไปถืออะไร ยินดีกับผู้ถือหุ้นด้วยก่อนเลย ใช่เลย เพราะว่าเจอท่านนักลงทุนทุกท่านในวันที่หุ้นเราทำ new high นะครับ ก็ต้องบอกว่าขอบคุณนะครับ ถือว่าเป็น vote of confidence จากท่านนักลงทุนทุกท่านนะครับ ในเรื่องของการดำเนิน direction ของธนาคาร two days ที่ผ่านมาก็ยังไงผมคิดว่าสถานการณ์ second half ดูก็ยังเป็นสิ่งที่เราต้อง monitor ต่อไป ยังคง challenging อยู่นะครับ ก็ยังไงเดี๋ยวจะมาอัปเดตให้นักลงทุนทราบใน quarter ต่อ ๆ ไปครับผม ค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ ครับ สวัสดีครับ
Already premium?