Dararat
ค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีนักลงทุนทุกๆ ท่านนะคะ วันนี้ก็กลับมาอีกครั้งกับ Opportunity Day ของ ttb bank ค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องผลประกอบการไตรมาสที่ 4 แล้วก็ผลประกอบการของปี 2025 นะคะ วันนี้ดิฉัน ดารารัตน์ นะคะ หัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ แล้วก็คุณนริศ นะคะ อารักษ์สกุลวงศ์ นะคะ Chief Strategy เดี๋ยววันนี้เราสองคนจะเป็นผู้บรรยายค่ะ เริ่มแรกก่อนอื่นเลยนะคะเราก็อยากจะพูดคุยในเชิงของ strategy framework นะคะ ณ ปัจจุบันเนี่ยมันก็จะมีทั้งหมด 6 ด้าน เดี๋ยวด้านที่ 1 ถึงด้านที่ 3 นะคะ เดี๋ยวจะขออนุญาตเรียนทางคุณนริศนะคะช่วยเล่าให้ฟังนะคะ บรรยายให้ฟัง แล้วเดี๋ยวหลังจากนั้นเนี่ยใน framework ด้านที่ 4, 5, 6 ซึ่งจะเป็นเรื่องของ asset quality, เรื่อง capital management, แล้วก็เรื่อง shareholder value creation เนี่ย เดี๋ยว ดิฉันจะรับหน้าที่ต่อค่ะ เชิญค่ะ
Naris Aruksakulwong
ครับผม ก็จริงๆ ในเชิงของ framework นักลงทุนน่าจะคุ้นเคยแหละ นะครับ เพราะว่าจริงๆ เรามองภาพว่าภาพ strategic framework ของธนาคารเนี่ยจริงๆ น่าจะเป็นในเชิงของการ carry out สิ่งที่ทำมาแล้วใน 2 ปีที่ผ่านมานะครับ พยายามที่จะ sharpen ให้ตรงจุดมากขึ้น ให้ตอบโจทย์มากขึ้นนะครับ แล้วก็หลายๆ เรื่องเนี่ย คงเป็นเรื่องของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้มากขึ้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนของ digital ที่ทำมาสักพักหนึ่งแหละนะครับ ก็ยังไงเดี๋ยวผม provide update ในเชิงของ quarter ที่ผ่านมา รวมถึงภาพรวมในปี 2025 ทั้งหมดนะครับ ถ้าไปหน้าถัดไปนะครับ ในเชิงของการเติบโตของ balance sheet นะครับ ในภาพรวมเนี่ยถ้าดู NII growth นะครับ ด้านขวาล่างเนี่ย ก็จะเห็นว่าใน ปีที่ผ่านมาเนี่ย ตัว NII อาจจะย่อลงไปประมาณ 10% year-on-year นะครับ ซึ่งถ้าไปดูใน detail เนี่ย ก็จะมาจากทั้งสองส่วนด้วยกันนะครับ ในเชิงของตัวสินเชื่อที่หดตัวลง รวมถึงตัว NIM ที่อาจจะมีการย่อตัวตามทิศทางของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่จริงๆ ในปีที่แล้วทั้งปีเนี่ย ในทุกๆ quarter ก็มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนะครับ ซึ่งจริงๆ สำหรับธนาคารเนี่ยมองภาพว่าเป็น reflection ของภาพ economy ของประเทศในภาพรวมมากกว่านะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ถ้านักลงทุนดู quarter-by-quarter นะครับ contribution ของ NII เนี่ย ที่โชว์อยู่ด้านขวาล่างนะครับ ก็จะเห็นว่าจริงๆ แล้วเนี่ย ทิศทางการย่อตัวลงของ NII เนี่ยก็ย่อตัวลงแต่ใน speed ที่ค่อยๆ ช้าลงนะครับ ซึ่งเรามองภาพว่าตัว NII เนี่ยก็น่าจะเริ่มพยุงตัวได้นะครับ ถ้าไปในหน้าต่อไปนะครับ ถ้าขออนุญาต zoom in ในเชิงของตัวสินเชื่อเนี่ย สินเชื่อของธนาคารเนี่ยถ้าดู ภาพปีที่แล้ว quarter สุดท้ายเนี่ย จะเห็นได้ว่าจริงๆ Q-on-Q เนี่ยบวกขึ้นมานิดนึงนะครับ 0.6% นะครับ ถ้าดูภาพทั้งปีเนี่ย ลบไปประมาณ 2.9% นะครับ อย่างที่เรียนว่าจริงๆ มองภาพว่าแนวทางการ recover หรือค่อยๆ หดตัวแต่หดตัวด้วย speed ที่น้อยลงเรื่อยๆ เนี่ยก็น่าจะเป็นในลักษณะดังกล่าว นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย quarter สุดท้ายก็ต้องเรียนให้นักลงทุนทราบว่ามีปัจจัยที่ seasonal เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในระดับหนึ่งแล้วกันนะครับ ถ้าไปดูใน detail เนี่ย จะเห็นได้ว่าการเติบโตหลักๆ เนี่ย มาจากขา corporate นะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย หลายๆ part เนี่ยอาจจะ driven จาก working capital นะครับ ที่ corporate อาจจะมีการ spending ในระดับหนึ่งในช่วง quarter สุดท้ายของปีนะครับ สินเชื่อรถยนต์ที่มีการเติบโตใน quarter สุดท้ายนะครับ หลักๆ ก็มาจาก event ที่เป็นงาน Motor Show นะครับ ช่วงปลายปี อีกอันหนึ่งที่เติบโตได้ดีใน quarter สุดท้ายเนี่ย ก็จะเป็นตัว credit card spending นะครับ ก็อย่างที่ทุกท่านพอทราบนะครับ quarter ที่ 4 ก็จะเป็น high spending season ของตัว credit card อยู่แล้วตาม behavior ของ consumer ทั้งหมดนะครับ ซึ่งถ้าเรามอง outlook มาในปีนี้เนี่ย ต้องเรียนว่าจริงๆ ภาพการเติบโตของสินเชื่อเนี่ย ทางธนาคารก็ยังมองภาพคล้ายๆ ภาพปีที่ผ่านมานะครับ ก็คือบน macro economy ที่เติบโตค่อนข้างต่ำของประเทศเนี่ย เราก็คงต้องใช้ความระมัดระวังในระดับหนึ่งในการเติบโตสินเชื่อของธนาคารนะครับ แล้วก็พยายามที่จะรักษา portfolio quality ในภาพรวมให้คง standard เดิมไว้ นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เดี๋ยวคุณดาน่าจะมีโอกาสแตะในเชิงของ outlook อ่ะ ก็จะเห็นว่า outlook ไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวานะครับในปีนี้ นะครับ ถ้าไปในหน้าถัดไปนะครับ ในเชิงของ deposit จริงๆ ในภาพรวมเนี่ย การบริหารจัดการ deposit ก็ลดลง ลด balance year-on-year นะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียนว่าเป็น การบริหารจัดการตัว balance sheet มากกว่านะครับ เพื่อ deliver LDR เพื่อ deliver NIM นะครับ เพราะว่าถ้าสินเชื่อไม่ได้เติบโตแล้วเนี่ย ก็ไม่ได้มีเหตุผลที่จะต้องเติบโต deposit ตามนะครับ นอกเหนือจากนั้นเนี่ยเราพยายามที่จะ optimize mix ของตัว deposit ด้วย เพื่อ deliver cost of funding ให้ competitive มากขึ้นนะครับ ถ้าดูใน detail เนี่ยจะเห็นได้ว่าสัดส่วนของตัว time deposit TD นะครับ ก็ลดลงมาตามลำดับนะครับ ในช่วงหลาย quarter ที่ผ่านมานะครับ เป็นไปในทิศทางที่เราพยายามที่จะ optimize ตัว cost of funding ของเราให้ดีขึ้น พออัตราดอกเบี้ยเริ่มกดลดลงเนี่ย เราก็พยายามที่จะ reprice ตัว TD ของเรา แล้วก็เชิญชวนลูกค้าของเราเนี่ย พยายามที่จะไปพัก AUM ใน facility อื่นๆ นะครับ เพื่อรอช่วงจังหวะที่ deposit มัน pick up กลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ นอกเหนือจากนั้นเนี่ย CASA balance จะเห็นได้ว่า quarter ที่ผ่านมาก็เติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ ก็ผมว่าเป็นไปตาม direction ของธนาคารที่พยายามที่จะ capture CASA share มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ นอกเหนือจากนั้น จริงๆ อาจจะขออนุญาตไม่ go through detail เรื่อง component อื่นๆ ของ balance sheet นะครับ ผมคิดว่าในภาพรวมน่าจะ align กับ direction ที่ communicate กับ investor ในช่วง quarter ที่ผ่านๆ มานะครับ ในภาพรวมเราพยายามที่จะ prudent ในเรื่องของการบริหารจัดการ balance sheet ให้ดีที่สุดนะครับ แล้วก็ด้วยทิศทางการเติบโตของสินเชื่อเนี่ย เรื่อง borrowing อาจจะไม่ได้มี need อะไรเยอะแยะมากมาย ก็อาจจะ unwind เรื่อง borrowing ในเรื่องที่เราสามารถ unwind ได้ออกไปนะครับ ถ้าไปในหน้า strategic theme ที่ 2 นะครับ นอกเหนือจากเรื่องการบริหารจัดการ balance sheet เนี่ย อีกเรื่องที่เราพยายามทำควบคู่กันไปก็คือการ deliver operating profit นะครับ ซึ่งรวมถึง 2 component หลักๆ ก็คือการ generate รายได้ แล้วก็การบริหารจัดการตัวค่าใช้จ่าย หรือ OPEX นะครับ ซึ่ง key driver ที่สำคัญในการบริหารจัดการ 2 component ที่ว่าเนี่ย ก็จะเป็นเรื่องของ digital capability ที่เรามีการ invest กันมาในระดับหนึ่งนะครับ และอย่างที่เรียนว่าจริงๆ มองภาพว่าหลายๆ เรื่องเนี่ย อยู่ในช่วงที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แล้วก็ reap benefit ที่เราได้ invest กันลงไปนะครับ ถ้าไปในหน้า 15 นะครับ จะเห็นได้ว่าจริงๆ NII กล่าวไปแล้วนะครับ ถ้า non-NII component ในปีที่ผ่านมาเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าตัว non-NII เติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ +16% year-on-year นะครับ ซึ่งถ้าดูใน detail เนี่ย ต้องเรียนนิดนึงว่ามีส่วนที่เป็น component มาจากโครงการคุณสู้เราช่วยด้วยนะครับ ซึ่งถ้าเรา take out component นั้นออกไปนะครับ การเติบโตที่เป็น organic ของ non-NII จริงๆ เนี่ย อยู่ที่ประมาณสัก 10% นะครับ ซึ่งก็ยังเป็นสัดส่วนที่สูงในระดับหนึ่งเลยนะครับ ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่า component หลักๆ เนี่ย มาจากเรื่องอะไรบ้างนะครับ ถ้าไปหน้าถัดไปนะครับ จริงๆ หลายๆ เรื่องก็จะเป็น trend ที่ carry มาในระดับหนึ่งนะครับ เครดิตการ์ดของธนาคารก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องนะครับ ผลิตภัณฑ์เช่น ttb reserve นะครับ หรือตัว Absolute Card ก็ทำ performance ได้ค่อนข้างดีนะครับ ซึ่งก็ reflect ออกมาในเชิงของค่าธรรมเนียมผ่านเครดิตการ์ดที่เติบโตมาเรื่อยๆ ตลอดหลาย quarter ที่ผ่านมานะครับ นอกเหนือจากนั้นเนี่ย element ที่เกี่ยวกับเรื่อง wealth management ก็ทำได้ดีใน quarter ที่ผ่านมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวขาสินเชื่อ ประกันนะครับ และขา mutual fund นะครับ ซึ่งต้องเรียนว่าส่วนหนึ่งมันมาจากเรื่องของการลดดอกเบี้ยเงินฝากด้วยนะครับ อย่างที่เรียน ลูกค้าก็ย้าย AUM จาก TD มาที่ mutual fund มากขึ้น หรืออาจจะไปในเรื่องของตัว saving policy ต่างๆ ของประกันมากขึ้นนะครับ นอกเหนือจากนั้นอีก 1 component ที่ทำได้ดีก็จะเป็นเรื่อง trade FX นะครับ ถ้าดูเนี่ย Q-on-Q ก็โตขึ้นมา 14% นะครับ ในภาพรวมผมคิดว่า fee ก็ค่อนข้างทำได้ดีใน quarter ที่ผ่านมานะครับ ถ้าไปในหน้าถัดไปอาจจะ remind นักลงทุนว่าจริงๆ ถ้าเรามองในเชิงของฐานลูกค้าของธนาคารเนี่ย เราโฟกัสที่ 4 กลุ่มลูกค้าหลักในฐานลูกค้ารายย่อยนะครับ หลักๆ เนี่ยก็คือมนุษย์เงินเดือนนะครับ กลุ่มผู้ใช้รถนะครับ คนมีบ้านนะครับ แล้วก็กลุ่มลูกค้า wealth นะครับ ถามว่าทำไมถึงโฟกัส 4 retail segment ที่ว่า ถ้าดู column กลางเนี่ย นักลงทุนจะเห็นได้ว่าจริงๆ กลุ่มลูกค้า 4 กลุ่มเนี้ยคือกลุ่มที่เป็น core customer ของธนาคาร ttb นะครับ ไม่ว่าจะดู dimension เรื่อง loan portfolio, deposit contribution, fee, หรือ total revenue จะเห็นได้ว่า 4 กลุ่มเนี้ย collectively เนี่ย contribute 80-90% ให้กับธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจบุคคลธรรมดาของ ttb นะครับ ซึ่งแนวทางอย่างที่เรียน update นักลงทุนมาโดยตลอดนะครับ เราพยายามเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางแล้วก็ build relationship กับกลุ่มลูกค้า 4 กลุ่มเนี้ยให้ได้มากที่สุดนะครับ เพราะเราเชื่อว่าอันนี้น่าจะเป็น growth engine ของธนาคารของเรานะครับ ถ้าไปในหน้าถัดไป อาจจะไม่ ได้ลงรายละเอียดในทุกๆ ecosystem แต่ว่านักลงทุนจะเห็นว่าใน key component ของแต่ละ ecosystem เนี่ย ก็ยัง serve เป็น pocket of growth นะครับ ที่เราพยายามที่จะเติบโตอยู่ นะครับ ถึงแม้ในภาพรวมเนี่ยภาพของสินเชื่อ total port อาจจะไม่ได้เติบโต แต่ถ้าเรา zoom in ใน core ecosystem ที่ว่าเนี่ย จริงๆ หลายๆ ตัวพวก top-up loan ต่างๆ ก็ยังเติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ ถ้าไปในหน้าถัดไปนะครับ หลีกหนีไม่พ้นว่าผมคิดว่าในสภาวะเศรษฐกิจอย่างที่ว่าเนี่ย กลุ่มที่ยังมีกำลังใช้จ่ายในระดับหนึ่งในประเทศเราก็คงหลีกหนีไม่พ้นกลุ่มลูกค้า wealth นะครับ ซึ่งแน่นอน ttb ก็โฟกัสกลุ่มลูกค้า wealth ในระดับหนึ่งนะครับ ซึ่งถ้าดูเนี่ย ไม่ว่าจะเป็น Reserve card นะครับ หรือผลิตภัณฑ์เงินฝาก FCD นะครับ หรือว่า investment product ต่างๆ ก็เติบโตได้ค่อนข้างดีนะครับ ในช่วง quarter ที่ผ่านๆ มา นอกเหนือจากนั้นเนี่ย เรามีการ launch ตัว loyalty program นะครับ ไปก็ในภาพรวมสร้าง engagement โดยเฉพาะ engagement กับกลุ่มลูกค้า wealth ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว นะครับ ถ้าไปในหน้าถัดไป อย่างที่เรียน เรื่อง digital คือเรื่องที่สำคัญแล้วก็เราก็ drive กันมาโดยตลอดนะครับ จะเห็นได้ว่าในหลากหลาย dimension ของ contribution ของ digital channel บนเรื่องของ revenue generation จะเห็นได้ว่า maturity ของธนาคารของเราเนี่ยค่อนข้างสูงนะครับ ผลิตภัณฑ์อย่าง mutual fund หรือแม้กระทั่ง deposit account opening เนี่ย ก็ convert ไปเป็น digital เป็นส่วนใหญ่แล้วนะครับ อาจจะหลงเหลือบางส่วนที่ยังอยู่เป็นสาขาบ้างนะครับ แต่ว่าเชื่อว่าจริงๆ roadmap ของธนาคารของเราเนี่ย พยายามที่จะ digitize ใน dimension ที่เหลือให้มากที่สุดนะครับ ถ้าไปในหน้า 23 นะครับ ในเชิงของภาพรวมเนี่ย ก็ผมคิดว่า trend ที่เรา observe กันในหลาย quarter ที่ผ่านมาหรือหลายปีที่ผ่านมา ก็ยัง continue นะครับ digital transaction ก็ยังเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ แล้วก็การเข้าใช้งาน offline channel ต่างๆ สาขาก็น้อยลงเรื่อยๆ นะครับ ซึ่งผมคิดว่า result ก็จะมาในหน้าถัดไปนะครับ ก็จะเอื้อให้เราสามารถที่จะค่อยๆ lean cost base ของธนาคารของเรานะครับ ผ่านการลดจำนวนสาขานะครับ แล้วก็การ drive productivity ของพนักงานให้เพิ่มมากขึ้น จะเห็นได้ว่า OPEX ใน quarter ที่ผ่านมาหรือในปีที่ผ่านมาก็ทำได้ค่อนข้างดีนะครับ ในภาพรวมเนี่ย OPEX เรา flat นะครับ year-on-year แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยต้องเรียนว่าเรามีการเพิ่ม OPEX ของ subsidiary ที่เราเพิ่ง acquire มาใหม่ด้วยนะครับ TNS นะครับ เข้ามาอยู่ในภาพนี้ แต่ว่าถ้าเอา subsidiary expense ของ subsidiary นั้นออกเนี่ย จริงๆ OPEX ของธนาคารจริงๆ แล้ว decline year-on-year นะครับ ซึ่งในภาพรวมเราคิดว่าการบริหารจัดการ OPEX เนี่ย ก็เรายังคง maintain theme เดิมนะครับ ในการบริหารจัดการที่ค่อนข้าง tight นะครับ แล้วก็เอา digital technology เข้ามาจับนะครับ เพื่อช่วยลดในส่วนของการมี operation เยอะๆ ในหลังบ้านให้น้อยลงเรื่อยๆ นะครับ ก็ในภาพรวม update theme 1, 2, 3 น่าจะประมาณเท่านี้ นะครับ เดี๋ยวผม pass on ให้คุณดา go through ใน dimension ที่เหลือครับ
Dararat
ขอบคุณคุณนริศมากค่ะ ขออนุญาตไปที่ส่วนถัดมานะคะ ในส่วนถัดมา เนี่ย ขออนุญาตไปที่หน้า 26 เลยค่ะ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่ขมวดในเรื่องของ asset quality นะคะ ซึ่งถ้าเราพูดกันในเชิงของกลยุทธ์ของการบริหารความเสี่ยงเนี่ย ก็ต้องบอกว่าธนาคาร ttb เนี่ยยึดหลัก proactive แล้วก็ prudent ในการจัดการบริหารหนี้เสียนะคะเชิงรุก ควบคู่ไปกับการระมัดระวังในการเติบโตสินเชื่อนะคะมาโดยตลอด ก็จะเห็นว่าถ้าสมมติเกิดว่าเรามองเป็นเรื่องๆ นะคะ ถ้าเป็นมองเรื่องแรกเนี่ย เรื่องของการจัดชั้นและการตั้งสำรองเนี่ย ทางฝั่งซ้ายมือเนี่ยเราก็ยกตัวอย่างให้เห็นนะคะว่า ณ ปัจจุบันเนี่ยถ้าเรามองตัว conservative staging ของเราเนี่ย ถ้าเรากลับไปใช้มาตรฐานการบัญชีแบบ good old day ที่ยังเป็น day past due เราจะเห็นเลยนะคะว่า ในแท่ง ที่เป็นตัว staging เนี่ย จะ represent ประมาณ 3.3% เนี่ย คือ stage 3 ของเราเนี่ยจริงๆ cover ลูกค้าที่แม้กระทั่ง past due ไปเพียงแค่ 61-90 วันเท่านั้นเอง ก็แสดงว่าเรา เนี่ย ค่อนข้างที่จะ conservative นะคะ เพราะว่าหลักการ เนี่ย คือต้องมากกว่า 90 วันถึงจะนับเป็น NPL นอกจากนั้น เนี่ย ทางกล่องถัดมานะคะทางด้านขวามือ ก็จะเห็นว่าเราค่อนข้างที่จะมี prudence ในการตั้งสำรอง ECL ซึ่งเราก็ตั้งมาอย่างรอบคอบเนี่ยต่อเนื่อง ซึ่งก็จะเห็นว่าเลเวลของระดับการตั้งสำรองเนี่ยตั้งแต่ ไตรมาสที่ 4 ปี 2024 เนี่ยก็ลดลงมาตามลำดับนะคะกับสถานการณ์ของตัว asset quality ที่พอจะ ควบคุมได้นะคะในช่วงที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าตัว LLR ของเราเนี่ยทางกล่องล่างซ้ายเนี่ย จะมีความเติบโตขึ้นค่อนข้างสูงนะคะ เพิ่มขึ้นมาประมาณ 200 basic 280 basis point นะคะ มาอยู่ที่ 152% ซึ่งเราก็เชื่อว่าตรงนี้ เนี่ย เรามีความเพียงพอในเชิงของการตั้งสำรองและก็เงินสำรองของเรานะคะ ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่เป็นช่วงโควิดเนี่ยก็เพิ่มขึ้นมาค่อนข้างสูงทีเดียว จะเห็นว่าในเชิงของ NPL เอง ก็บริหารจัดการได้แล้วก็ควบคุมอยู่ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 2.87 นะคะ ก็จะเห็นว่าเมื่อเทียบกับ historical data เนี่ยก็ลดลงมา ต่ำกว่าตรงจุดที่เคยพีคมาก่อน ตอนสมัย Asian Financial Crisis ที่ประมาณ 14.3% ก็เรียกได้ว่า 2.87% เป็นเลเวลที่ค่อนข้างต่ำ เลยทีเดียว ทางนักลงทุนก็อาจจะ มีคำถามนะคะ สงสัยเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมาในเชิงของ asset quality พวก moratorium program ที่เราเนี่ยจับมือร่วมกับรัฐบาลเนี่ย ตอนนี้ เนี่ย ภาพ เนี่ย อยากจะให้อัปเดต ก็อาจจะขออนุญาตไปที่หน้า 28 นะคะ อันเนี้ยเป็นภาพของ โปรแกรมคุณสู้เราช่วย ธนาคารเนี่ยก็ grant loan แล้วก็ให้ความช่วยเหลือลูกค้าไป ซึ่งเราก็ตั้งใจที่จะแก้หนี้อย่างยั่งยืนให้กับลูกค้า ต่อเนื่องมาโดยตลอดนะคะ ณ ปัจจุบัน เนี่ย มีลูกค้าเข้าโปรแกรมไปถึงประมาณสัก 41 billion หลักๆ เนี่ยจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มบ้าน แล้วก็เป็นกลุ่มธุรกิจเป็นหลัก ก็จะเห็นว่า 2 กลุ่มนี้ เนี่ย represent 60% ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือนะคะ ในฝั่งขวานะคะ ก็จะเห็นว่า นอกจากนั้น เนี่ย ในปีที่ผ่านมา เนี่ย ก็เรียกได้ว่า มีลูกค้าที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะทางภาคใต้ เราก็มีโปรแกรมนะคะชื่อว่าโปรแกรมตั้งหลัก จัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยลูกค้าในจุดนี้นะคะ เพื่อให้สามารถ เดินต่อไปได้ ณ ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่า ก็ grant loan ไปประมาณ 4 billion นะคะ หรือว่าจริงๆ แล้ว เนี่ย ก็ represent เพียงแค่ 0.3% ของ total loan ของ ttb เท่านั้นเองนะคะ ในภาพรวมของ asset quality ก็ประมาณนี้นะคะว่าเราค่อนข้างที่จะควบคุมได้ ยังมีบัฟเฟอร์ที่ค่อนข้างสูง ในสเต็ปถัดมา เนี่ย ก็จะขอไปแตะในภาพ framework ของตัว capital นะคะ ในหน้าที่ 33 เนี่ย จะเห็นได้ว่าจากที่คุณนริศเนี่ยได้เล่าไปแล้วนะคะว่าจริงๆ เนี่ย เราอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นความกดดันในเรื่องของ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น เนี่ย ในเชิงของ NIM เนี่ย ก็จะมี ความกดดัน แต่อย่างไรก็ดี เนี่ย ในปี 2025 เนี่ยเราทำค่าธรรมเนียมได้ค่อนข้างดี ก็จะเห็นว่าจริงๆ เนี่ย ค่าธรรมเนียมก็เป็นตัวมาชด ในเรื่องของรายได้ของตัว NIM เนี่ยที่หดไป จะเห็นว่า ด้วยการที่เรา รักษา ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ค่อนข้างโอเค ในขณะที่ operating expense เนี่ยก็บริหารจัดการได้ค่อนข้างดี net profit เนี่ยก็เลยย่อลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าเราจะมีความท้าทายในเรื่องของ low rate environment ก็ ณ ปัจจุบันนะคะ เราจบปีที่ 20.6 billion นะคะ ลดลงมาจากปีที่แล้วเพียงแค่ 2% นะคะ ในส่วนถัดมาที่อาจจะอยากเล่าให้ฟังนะคะ ก็เป็นดีลที่เกิดขึ้นในปี 2025 นะคะ จริงๆ เราจบไปแล้ว 2 ดีล ซึ่งจริงเมื่อกี้คุณทั้งคุณนริศก็มีแตะลงไปว่าจริงๆ มี add ตัว ธนชาต Securities เข้ามานะคะ ก็ acquire เข้ามาและ 100% นะคะ ตอนนี้ก็ถืออยู่ที่ 99.97% ซึ่งตัวนี้ เนี่ย ก็จะมาเสริมทัพให้กับ wealth business ของ ttb นะคะ เราเชื่อว่าการที่มี security business เข้ามาเนี่ย ก็จะสามารถทำให้ลูกค้า เนี่ย ได้รับ product offering ที่ครบมากขึ้นนะคะในเชิงของ wealth product ในขณะที่อีกตัวนึงที่เรา เพิ่งเซ็นสัญญาไป ทำ joint venture นะคะ กับทาง มาบุญครอง ก็คือ T Leasing นะคะ อันนี้ ก็ คาดว่าจะกลับมา operate ได้นะคะ แล้วก็สามารถ book loan เข้ามาในตัว new JV ของ motorcycle leasing เนี่ย ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ค่ะ ในส่วนของ capital นะคะก็ยังอยู่ในระดับสูงที่ 19% และ ณ ปัจจุบัน เนี่ย เดี๋ยวเราใกล้จะประกาศ ตัว dividend full year แล้วนะคะ ซึ่งเราคาดว่าจะประกาศในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็เดี๋ยวขอให้ทาง นักลงทุน เนี่ย รอติดตามละกันนะคะว่าเราจะประกาศ final dividend ที่เท่าไหร่ นะคะ แล้วก็ในภาพสุดท้าย เนี่ย ก็อาจจะแตะในเรื่องของ share buyback program เพราะว่าเราทำจบไป 2 โปรแกรมและ ดาขออนุญาตเรียกว่าโปรแกรมที่ 1 ก็คือโปรแกรมของปี 2025 เราทำจบไปแล้วที่ 5.1 billion แล้วเราก็เพิ่งทำจบโปรแกรมที่ 2 นะคะ ต้นปีที่ผ่านมานี่เอง เพิ่งจะจบไปวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นะคะ ซึ่ง ทั้งหมด เนี่ย มา subscribe นะคะกันประมาณสัก 6 billion ได้ค่ะ รวม 2 โปรแกรมเนี่ย ก็ประมาณสัก 11 billion นะคะ ซึ่ง ธนาคาร เนี่ย ก็ยังคง ที่จะมี commitment ที่จะทำ share buyback 3 ปีที่เราเคยพูดคุยกันไว้ที่ 21 billion ค่ะ ขออนุญาตให้ ทางทีมงาน เนี่ย ทิ้งเอาไว้ที่หน้า target นะคะ แล้วเดี๋ยวจะขอเปิดเป็นคำถามและคำตอบละกันค่ะ เข้าใจว่ามีคำถามในเชิง outlook เข้ามา เริ่มเข้ามาแล้วนะคะ ค่ะ ได้รับคำถามนะคะ เข้ามาทาง chat box เรียบร้อยแล้วนะคะ เป้าหมายทางการเงินปี 2569 มองไว้อย่างไรนะคะ ปัจจัยบวก ปัจจัยลบ มีอะไรบ้าง การเมืองส่งผลกระทบต่อธนาคารอย่างไร แนวโน้มไตรมาส 1 ประเมินไว้อย่างไร เดี๋ยวขอขมวดเลยละกันนะคะ จริงๆ เนี่ยถ้าเรามองภาพของ target guidance ปี 2026 เนี่ย ก็เรียกได้ว่าธนาคารยังมองว่ามีความท้าทาย จะเห็นว่าตัวภาพการเติบโตของสินเชื่อ เนี่ย เราก็ไม่ได้มองภาพว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดนะคะ เรายังมองว่า ปีนี้ เนี่ย อาจจะอยู่ที่ แค่คงตัวนะคะ หรือว่าเติบโต 2% แต่แนวโน้มใน segment ที่เราคิดว่าเราจะไปในปีนี้ เนี่ย ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมนะคะ ก็คือเราอยากจะโตที่กลุ่ม retail กลุ่มที่เป็น asset-backed เป็นบ้าน เป็นรถ แต่ปีนี้ เนี่ย เราอาจจะมุ่งเน้น ให้ความร่วมมือกับภาครัฐนะคะ ที่อยากจะเข้าไปช่วยเหลือ SME โดยเราก็จะมี segment ที่โฟกัสค่ะ ก็คือจะเป็น SME ที่เป็นกลุ่ม การให้บริการ เป็น hospitality เป็นท่องเที่ยว นะคะ เป็นกลุ่ม electronic ก็จะไปในจุดที่รัฐบาลอยากจะผลักดัน ซึ่ง deposit เอง เนี่ย ก็จะ align ไปกับ loan growth นะคะ ฝั่งขา interest margin เนี่ย เรามองไว้ว่าปีนี้เราน่าจะ hold ไว้ได้ ทำไมถึง ทางแบงก์ เนี่ย ถึงมองว่า hold ไว้ได้ ต้องเรียนว่าจริงๆ แล้ว เนี่ย internal view เนี่ย เรามองว่า policy rate เนี่ย ในปี 2026 เนี่ย น่าจะ cut อีกสัก 1 รอบ แต่การที่ cut สัก 1 รอบ ทำไม ธนาคารไม่มองว่า NIM ในปีนี้จะหด อาจจะมาจาก 2 ปัจจัยนะคะ ก็เรียนทางนักลงทุนว่า ปัจจัยที่ 1 ก็คือ ในภาพของ deposit mix ของเรา เนี่ย ค่ะ ณ ปัจจุบัน เนี่ย TD เนี่ยเป็น chunk ใหญ่ ตัว time deposit ซึ่งมันจะมี ส่วนใหญ่ของ majority ของ TD เนี่ย จะถึง maturity ของมันนะคะ ดังนั้น เนี่ย การ rollover ของ TD นะคะ และลูกค้า เนี่ย ก็จะไป repricing ในเรทที่ต่ำกว่า ตัวนี้ เนี่ย ก็จะช่วยมากๆ เลยในเชิงของ funding cost ในขณะเดียวกัน เนี่ย ธนาคารก็ตั้งใจที่จะโต better risk-adjusted return segment ดังนั้น เนี่ย ในเชิงของ loan yield เนี่ย เราเชื่อว่าเราก็จะไปจับตัว loan yield ที่เป็น better loan yield จากตรงภาพนี้เอง เนี่ย เราเชื่อว่า ตัว NIM เนี่ย เราจะสามารถ hold ไว้ได้นะคะ ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านะคะ หรือว่าอาจจะเติบโตได้ดีขึ้นเล็กน้อยค่ะ ในภาพของขา fee คิดว่าจะโตประมาณ single-digit growth นักลงทุนอาจจะสงสัยว่า อ่ะ ปีที่แล้วโตตั้งแบบ double digit ทำไมปีนี้ไม่โต double digit ก็ต้องบอกว่า ในภาพของ double digit ของปีที่แล้วเนี่ย มันมีส่วนของตัวค่าธรรมเนียมนะคะที่เราได้มาจากโครงการคุณสู้เราช่วยที่รัฐบาล support ด้วยนะคะ ซึ่งอันเนี้ย เราจะถูกบุ๊กเข้ามาอยู่ใน other non-NII ก็คือรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตัวนี้ เนี่ย ถ้าถอดตัวนั้นไปเนี่ยจริงๆ เราไม่ได้โต 16% เราโตประมาณ 10% ค่ะ ภาพของปี 2026 เนี่ย เราตั้งใจจะโตค่าธรรมเนียมผ่านตัว wealth management fee ค่ะ ในภาพ C/I คิดว่าน่าจะทำได้อยู่ที่ประมาณ mid-40s และ asset quality จริงๆ ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลนะคะ ภาพที่มันดู uptick นิดนึงขึ้นมาตรง stage 3 นะคะ จาก 2.87 ขึ้นมาเป็น 3.2 ในกรอบที่ไม่เกินตรงนั้นเนี่ย หลักๆ ก็คือเรามองว่า จะมีลูกค้าบางส่วนนะคะ ที่อาจจะตกชั้นมาจากโปรแกรมที่เข้าไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นโปรแกรมคุณสู้เราช่วยเนี่ย มันก็อาจจะมีบางส่วน เพราะว่าปีนี้เนี่ย ถ้านักลงทุนติดตามเนี่ย ก็จะทราบว่าจริงๆ แล้วเนี่ยมันจะมี step up คือปี 2025 เนี่ย เขาจ่ายเพียง 50% ของ original term ในปีนี้เนี่ยจะขยับขึ้นมาเป็น 70% มันก็อาจจะมีจริงๆ ว่าลูกค้าที่เป็นลูกค้าที่อ่อนแอเนี่ย พอขยับขึ้นมาจาก 50 ไปเป็น 70 เนี่ย อาจจะจ่ายไม่ไหว ก็อาจจะตกชั้น ตรงส่วนนี้เนี่ยเราก็ตั้งขึ้นมา ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตรงนั้น อีกส่วนหนึ่งนะคะ ก็จะเป็นเรื่องของ NPL resolution ธนาคารคาดการณ์ว่าปีนี้เนี่ย อาจจะไม่ได้ทำ NPL sale กับ write-off เยอะเท่ากับปี 2025 ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้ตรง NPL ratio เนี่ย uptick ขึ้นมานิดนึง และประกอบกับตัว loan growth เนี่ย มันก็ไม่ได้ดีดขึ้นมาเยอะแยะมากมาย ทำให้ ratio-wise เนี่ย มันขยับตัวเพิ่มขึ้นค่ะ ก็ส่วนภาพ credit cost ก็จริงๆ แล้วเนี่ย คิดว่าตัว normal credit cost น่าจะอยู่ที่ 130-135 basis point อันนี้ขอตอบขั้นแรกก่อนนะคะ จริงๆ มีคำถามเข้ามาค่อนข้างเยอะ ขออนุญาตคุณนริศ ช่วยตอบคำถามเรื่องการเมืองส่งผลกระทบยังไงต่อธนาคารค่ะ
Naris Aruksakulwong
คือจริงๆ ผมคิดว่าหลักๆ เนี่ย ในเรื่องของการเมืองที่นิ่งขึ้นจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาเนี่ย ผมคิดว่า นักลงทุนน่าจะเห็นจาก movement ในตลาดหุ้นเมื่อวานและ ผมคิดว่าสิ่งที่กลับมาแน่ๆ คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนนะครับ uncertainty จาก การเมืองที่ไม่ได้นิ่งเนี่ย น่าจะหายไปพอสมควรเลยนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าถ้าตัดภาพมา นอกจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเยอะเมื่อวานแล้วเนี่ย ผมว่าบรรยากาศของการลงทุนในประเทศเนี่ย ก็คงมีความชัดเจนมากขึ้นนะครับ บริษัทใหญ่ๆ ที่ มีความจำเป็นต้องตัดสินใจในเรื่องของการลงทุนในธุรกิจของเขานั้นๆ ก็อาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ก็หวังว่าจะช่วยทำให้ ในภาพรวมเนี่ย ดูดีขึ้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ก็อยากจะเรียนนักลงทุนว่าถ้าเรามองในภาพใหญ่อ่ะ ต้องอย่าลืมว่า ในประเทศของเราเนี่ย เรากำลังเจอกับ หลากหลายปัจจัยนะครับ ที่จริงๆ มองว่า structural นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนี้ครัวเรือนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดลงของประชากรนะครับ ซึ่ง หลากหลายเรื่องเนี่ย ผมเชื่อว่าไม่ได้เป็น ปัจจัยที่สามารถแก้ได้ในเดือนสองเดือนนะครับ คงเป็นโจทย์ที่รัฐบาลใหม่ชุดนี้และ เผลอๆ ชุดต่อไปด้วยซ้ำไปที่จะต้อง ร่วมมือร่วมใจกันแก้ เพราะฉะนั้น เนี่ย ผมคิดว่า ช่วยในเชิงของ uncertainty ที่มันน้อยลง แต่ว่าในภาพรวมปัญหาต่างๆ ของประเทศเนี่ย ก็ยังมีอยู่ และคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการแก้ปัญหานะครับ
Dararat
ค่ะ อ๋อ คำถามถัดไปนะคะ ขอ ความกรุณาอัปเดตผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ จริงๆ เมื่อกี้นี้พรีเซนต์ไปเรียบร้อยแล้วนะคะว่าจริงๆ แล้ว ค่อนข้างมี limited exposure ตรงจุดนี้ น้อย ไม่เยอะค่ะ ประมาณ 4 billion ที่มี ลูกค้าเข้ามาขอความช่วยเหลือนะคะ แต่แน่นอนจริงๆ แล้วเนี่ยต้องบอกว่า เดี๋ยวจะมีโปรแกรมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ เช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังรอดูอยู่ แต่ ณ ปัจจุบันจริงๆ แล้วโปรแกรมที่ออกมาอีกรอบหนึ่ง เนี่ย ซึ่งเรียกว่า additional program for สงขลา อันนี้คือเป็นแบบโปรแกรมสำหรับ ชาวหาดใหญ่ตรงจุดที่เรียกว่า level 4 severe นะคะ คือมีผลกระทบค่อนข้างมากเนี่ย อันนี้ BOT ก็ออกมา support อันนี้ เท่าที่เข้าใจและติดตาม progress เนี่ย ก็ยังมีจำนวนคนเข้ามาขอ support เนี่ยค่อนข้างน้อยค่ะ มีคำถามเรื่องค่าเงินบาท นักลงทุนค่อนข้าง sophisticated นะคะ ถามเราว่าค่าเงินบาทปี 6 69 คาดว่าจะอยู่ในกรอบที่เท่าไหร่ จริงๆ มีถามทางทีม ttb analytics มานะคะ จริงๆ คาดการณ์กรอบของ quarter 1 เนี่ย อยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทค่ะ สอบถามเรื่อง มุมมองการเติบโตสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้ค่ะ ขออนุญาตคุณนริศช่วย รับคำถามนี้ละกันนะคะ
Naris Aruksakulwong
ครับ จริงๆ คิดว่าในภาพรวมเนี่ย ตลาดก็ยังค่อนข้างที่จะ มี demand ค่อนข้างต่ำนะครับ ต้องเรียน เพราะว่า ถ้าไปดูในเชิงของยอดขายรถยนต์หรือ housing เนี่ย ก็จะเห็นได้ว่า จากระดับเดิมที่ประเทศเราเคยเห็นอ่ะ ถ้าดู 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ย่อตัวลงมาตามลำดับนะครับ ซึ่งรถยนต์เนี่ย ในปีดีๆ เนี่ยเราเคยเห็นตัวเลขแตะหลักล้านนะครับ แต่ถ้าในปัจจุบันเนี่ย ก็ลดลงมาหลักแสนนะครับ แล้วก็ไม่ใช่แสนปลายๆ ด้วย แสนกลางๆ นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ภาพดังกล่าวเนี่ยก็เป็น reflection ของ สภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมแหละนะครับ ซึ่ง ผมคิดว่า ประชาชนก็ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังนะครับ แล้วก็ เฉพาะกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่มเท่านั้นแหละที่ยังคงมี ศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยนะครับ ซึ่ง ถามว่า สภาวะตลาดที่ว่าเนี่ย translate มาเป็นกลยุทธ์ของธนาคารอย่างไรนะครับ ต้องเรียนว่า เราก็ ยังคง มุ่งเน้นนะครับ ในการที่จะ ปล่อยสินเชื่อในเรื่องของ สินเชื่อรถยนต์กับสินเชื่อบ้านนะครับ ถ้าดู loan portfolio ของเราเนี่ย 2 product นี้ก็จริงๆ เป็น core port ของสินเชื่อ retail ของเราเลยนะครับ แล้วก็ ทั้งนี้ทั้งนั้น เนี่ย อาจจะมองภาพว่า loan port ในภาพรวมเนี่ย อาจจะย่อตัวลง แต่ถ้าไปดูใน detail นะครับ จริงๆ แนวโน้มเรื่อง new booking เนี่ย ก็ ค่อนข้าง positive นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนี่ย เราก็ยังต้องมี repayment จากลูกค้าที่เราปล่อยสินเชื่อไปในอดีต แล้วเขาก็ repay กลับมาเรื่อยๆ เนี่ย ณ ปัจจุบันต้องเรียนว่า repayment เนี่ย ก็ยังมากกว่า new booking ที่เราบุ๊กเข้ามาใหม่ได้นะครับ แต่ว่าถ้าดูโมเมนตัมของ new booking เนี่ยจริงๆ ก็ ดีขึ้นเรื่อยๆ นะครับ แต่ยังไม่ได้ชนะ repayment นะครับ
Dararat
ค่ะ ขอบคุณคุณนริศมากค่ะ คำถามถัดไปนะคะถามว่า การลดเงินนำส่ง FIDF 0.14% คิดเป็นเงินประมาณเท่าไหร่ โอโห ก็จริงๆ แล้วเนี่ยก็มี ทาง ต้องเรียนว่า MOF นะคะ ของรอบที่แล้วเนี่ย คุณเอกนิติ เนี่ย ก็มีพูดถึงเรื่องการปรับลดเงินนำส่งนะ ของ FIDF fee 0.14% นะคะ ตอนนั้น เนี่ย ก็คาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็นเม็ดเงินรวมของ industry ทั้งระบบเนี่ย ประมาณ 23,000 ล้าน ซึ่ง 20,000 ล้านเนี่ย จะเอาไปสนับสนุนโครงการที่ชื่อว่า SME Credit Boost นะคะ แล้วก็อีกประมาณ 3,000 ล้านเนี่ย จะไปช่วยเหลือโครงการน้ำท่วมภาคใต้ที่เมื่อกี้ดาได้แตะไปแล้วนะคะ เรื่องของ severe area level 4 ว่าถ้าสมมติเกิดว่ามัน ตรงจุดที่มีน้ำท่วมหนักๆ เนี่ย ตรงนี้เนี่ยก็เข้ามาขอได้ ซึ่งอันเนี้ยก็คือจะพักชำระหนี้ 12 เดือนค่ะ มีคำถามนะคะ ขออนุญาตคุณนริศนะคะ synergy กับ TNS จะช่วยสร้างรายได้ส่วนเพิ่มแล้วก็จะมีเป้าหมาย synergy อย่างไรบ้าง ช่วยแชร์ได้มั้ยคะ
Naris Aruksakulwong
ครับ หลักๆ ผมคิดว่าเราไม่ได้มองภาพ TNS เป็น just security company นะครับ แต่จริงๆ เรามองว่า เราอยาก position TNS เป็น arm ของเราในการที่จะช่วยให้เราบุก ธุรกิจ wealth management ได้ดีมากขึ้นนะครับ ซึ่งถามว่า synergy หลักๆ มีเรื่องอะไรบ้าง ผมคิดว่า 2 area ด้วยกันนะครับ area แรกเรื่องฐานลูกค้านะครับ เพราะว่าจริงๆ TNS เนี่ย ก็ operate ธุรกิจ security มายาวนานนะครับ ในประเทศเรา แล้วก็จริงๆ มีฐานลูกค้าที่มี relationship แน่นแฟ้นค่อนข้างพอสมควรนะครับ ซึ่งอันนี้อ่ะ เรามองว่าจริงๆ กลุ่มลูกค้าเหล่านี้เนี่ย ก็ยังมีศักยภาพอยู่มากๆ นะครับ แล้วก็ เป็น area ที่เราจะสามารถที่จะ onboard เขาเพื่อ ข้ามมาใช้ ผลิตภัณฑ์ service ต่างๆ ของฝั่งแบงก์ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นนะครับ ในขณะเดียวกันลูกค้าของฝั่งแบงก์ ในขา wealth management ของเราเนี่ย ก็มีลูกค้าอยู่ เป็นแสนรายนะครับ ซึ่ง กลุ่มเนี้ยเราก็มองว่ามี potential ที่จะ advise เขาให้ใช้ service ต่างๆ ของ TNS เพราะว่าสัดส่วน overlap เนี่ย อาจจะยังไม่ได้เยอะมากนะครับ อันนี้คือ synergy ขาฐานลูกค้าทั้งสองฝั่ง อีก angle หนึ่งที่สำคัญคือขาผลิตภัณฑ์นะครับ ว่า จริงๆ ธนาคารก่อนหน้า transaction เนี้ย เราก็มี need ในระดับหนึ่งในเรื่องของการ ผลิตภัณฑ์ wealth management นะครับ แต่ว่า without security arm เนี่ย เราอาจจะทำได้ไม่เต็มที่ หรืออาจจะต้องไป partner กับ third party ในการ ผลิต ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นขึ้นมานะครับ แต่ว่า with transaction ที่เอา TNS เข้ามา เนี่ย เราก็สามารถที่จะใช้ TNS เนี่ย เป็น manufacturing house ของเราได้ เพื่อผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นะครับ เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า wealth ได้ดีมากยิ่งขึ้น ครับ
Dararat
ค่ะ คำถามถัดไปนะคะ ถามว่า ขออนุญาตอ่าน ไม่แน่ใจว่าแบบ ทางนักลงทุนเนี่ยเป็นฝรั่งหรือเปล่านะคะ แต่ว่าพอดีอันนี้อาจจะเป็น Opportunity Day ขออนุญาตแปลนะคะ แล้วก็ขอตอบคำถามเป็นภาษาไทยละกัน มีถามเข้ามานะคะว่า target ROE threshold เนี่ย เท่าไหร่ที่จะไป trigger นะคะ shift จากการที่เราทำ share buyback มาเติบโต แบบ organic แทน อันนี้ขออนุญาตตอบก่อนละกันนะคะ แล้วถ้าสมมติเกิดว่าตอบผิดยังไง คุณนริศช่วยแก้ไขละกัน ดามองว่าโดยส่วนตัวนะ���ะ cost of capital ณ ปัจจุบันเนี่ยอยู่ที่ 10% ดังนั้น เนี่ยถ้าสมมติเกิดว่าเราสามารถ generate ROE ผ่าน organic เนี่ย ได้มากกว่าจุดนี้ เนี่ย จริงๆ แล้ว เนี่ย เราก็ไม่จำเป็นจะต้องทำ share buyback แต่ ณ ปัจจุบัน เนี่ย ต้องบอกว่า ROE ของ banking เนี่ยก็ยังต่ำ 10% อยู่นะคะ ดังนั้น เนี่ย ด้วยราคา share price ณ ปัจจุบันนี้ที่เทรดต่ำกว่าบุ๊กนะคะ ที่ 1 เท่า และ ROE ที่ก็ไม่ได้สูง กว่า cost of equity ที่ตอนนี้เทรดกันอยู่ในตลาด เนี่ย ก็เชื่อว่าจริงๆ แล้ว share buyback ก็ยังเป็น option ที่ยังน่าจะทำอยู่ค่ะ มีถามว่า ttb ROE นะคะ compare to mid-small bank peers นะคะ อย่างเช่น KKP เนี่ย เราจะปิด gap ตรงนี้ยังไงนะคะ จริงๆ ผ่านหลายๆ เรื่องเลย ที่เราพยายามทำกันเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลด cost แบบ structural นะคะ ไม่ว่าจะเป็นในการ layout foundation เรื่อง digital-first, digital-only นะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เนี่ย ก็จะมาช่วยปรับ ในเรื่องของ cost per transaction ของ ttb ในอนาคต ลด cost to income ratio ในขณะที่เรื่องที่เราพยายามทำกันเรื่อยมา เรื่องของ ecosystem play นะคะ เพื่อที่จะพยายามหา enable ตัว revenue ตัวใหม่ๆ เนี่ย เพื่อสร้าง top-line growth ตัวใหม่ เนี่ย ก็จะมาช่วยปิด gap ROE ตรงนี้ค่ะ มีถามเรื่อง Virtual Bank ค่ะคุณนริศ ถามเข้ามาว่า ttb มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยค่อนข้างมากนะคะ 62% ของ portfolio การเกิดขึ้นของ Virtual Bank ปีนี้จะกดดัน loan growth ของเรามั้ย
Naris Aruksakulwong
ครับ จริงๆ ต้องเรียนว่า ถ้าดูพอร์ตของสินเชื่อบุคคลของ ttb เนี่ย สัดส่วนของ secured lending จะเยอะมากๆ นะครับ อย่างที่เรียนว่า core port ของเราเนี่ย จริงๆ อยู่กับรถยนต์กับบ้านค่อนข้างเยอะ นะครับ แล้วก็ ส่วนตัวมองว่า แต่จริงๆ Virtual Bank เขายังไม่ได้ประกาศนะครับว่าเขาจะบุ๊กผลิตภัณฑ์ใดบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเนี่ย ถ้าดู Virtual Bank player ในประเทศอื่นๆ ที่ launch ไปแล้ว เนี่ย อาจจะโฟกัสขา unsecured lending เป็นหลักนะครับ ขา secured lending เนี่ย ไม่น่าจะ เข้ามา แข่งขันได้เยอะมากประการ เพราะสุดท้าย secured lending เนี่ย มันหลีกหนีไม่พ้นที่จะต้องมี offline process เข้ามารองรับนะครับ แล้ว ถ้าโฟกัสที่ unsecured lending เนี่ย อาจจะมีคำถามต่อมาว่า แล้วมัน impact การแข่งขันเรื่องสินเชื่อ เครดิตการ์ด หรือแฟลชการ์ด ที่เป็น unsecured lending product ของ ttb มั้ย ส่วนตัวอาจจะยังมองว่าอาจจะยังไม่ได้เยอะมาก เพราะว่าถ้าไปดูฐานลูกค้า เนี่ย นักลงทุนจะเห็นว่าเราโฟกัสในขาลูกค้าที่เรียกว่า middle income and above ละกันนะครับ ก็คือ กลุ่มคนที่มีศักยภาพในระดับหนึ่งแหละ มี การเข้าถึง ผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ดีนะครับ ideally เป็น คนมีรถ คนมีบ้านนะครับ แล้วก็ถือเครดิตการ์ดด้วย ถ้าด้วย persona ของ target customer แบบนี้เนี่ย กับ persona ของ target customer ของ Virtual Bank เนี่ย อาจจะไม่ได้ overlap กันเยอะมากนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนี่ย ก็ ต้องเรียนว่า ttb ก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ จริงๆ หลายๆ เรื่องที่เราพยายามทำกันมาใน 2-3 ปีที่ผ่านมา เนี่ย คือ digital effort ต่างๆ innovation ต่างๆ เพราะฉะนั้น เนี่ย ถ้ามองภาพ เนี่ย แอบ อยากให้นักลงทุนมองว่าจริงๆ product service ต่างๆ ของเราทุกวันนี้เนี่ย ก็ digitize เรียบร้อยแล้วนะครับ จริงๆ ลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์สินเชื่อ unsecured lending นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดต่างๆ unsecured loan ต่างๆ เนี่ย สามารถทำ transaction ได้ผ่าน ttb touch แทบจะทั้งหมดและ นะครับ เพราะฉะนั้น เนี่ย in a way เราก็ digitize มาในระดับหนึ่งและ ก็หวังว่าในเชิงของประสบการณ์ลูกค้าหรือ cost to serve ก็ควรจะแข่งขันกับ Virtual Bank ได้ในระดับหนึ่งครับผม
Dararat
ค่ะ
Naris Aruksakulwong
อาจจะมีอีก 1 คำถาม เมื่อกี้เห็นแวบๆ เรื่องพิโกไฟแนนซ์ อาจจะขอตอบรวบไปเลยละกันนะครับ ก็ อย่างที่เรียนอ่ะครับ บน target customer ของธนาคารเนี่ย อาจจะไม่ได้ overlap กับกลุ่ม target customer ของพิโกไฟแนนซ์มากนักนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วเนี่ย core หลักก็คือเราพยายาม monetize ผ่าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน เครดิตการ์ด นะครับ เพราะฉะนั้น เนี่ย ผลิตภัณฑ์ที่ว่ารวมถึง wealth management นะครับ ผลิตภัณฑ์ที่ว่าเนี่ย อาจจะไม่ได้ overlap กับ persona ที่เป็น target customer ของพิโกไฟแนนซ์มากนัก เพราะฉะนั้น เนี่ย มองว่าอาจจะไม่ได้เป็นโฟกัสของ ธนาคารของเรา ณ ตอนนี้ นะครับ
Dararat
อันนี้มีคำถามนะคะ ถามว่า outlook ของ credit rating agency ต่อธนาคารเนี่ย ส่งผลต่อ cost of fund หรือไม่ การปรับ outlook นะคะ ก็คือปกติแล้ว outlook มันก็จะมีแบบ neutral, positive, negative จริงๆ ปรับ outlook เนี่ย ยังไม่ไปกระทบ rating ของธนาคาร นอกจากว่ามีการปรับ notch ลงมานะคะ ถามว่าอันนี้จะมีผลกระทบต่อ funding มั้ย ถ้าสมมติเกิดว่าเรา issue bond เนี่ย แล้วเรตติ้งเราขยับลดลงมาเนี่ย แน่นอน แปลว่าเราก็จะต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน ในขณะที่เรตติ้งเนี่ย มันลดลงมาซึ่งมันก็จะสะท้อนว่า มันอาจจะมีความกังวลต่อ credit quality ของธนาคาร อันนี้คือ อธิบายในเชิงนโยบายวิธีการดู credit rating outlook อ่ะนะคะ จริงๆ ถ้าปรับแค่อาวท์ลุคเนี่ยไม่ได้มีผลกระทบต่อ funding cost แต่ว่าถ้าสมมติเกิดว่าโดนปรับ notch เนี่ย แน่นอนค่ะ coverage ratio ขอเป้าและก็ target ปี 2026 จริงๆ เราไม่ได้มีเป้า coverage ratio นะคะ ณ ปัจจุบันเนี่ยอยู่ที่ประมาณสัก 152% ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นระดับที่สูงเทียบกับพอร์ตที่มีลักษณะแบบ ttb ซึ่งมี asset-backed นะคะ เป็นบ้าน เป็นรถ จริงๆ แล้วเนี่ย 152 นี่ก็เป็นเลเวลที่สูงทีเดียว ไม่ได้มีเป้า สำหรับ coverage ratio ค่ะ มีถามถึงตัว breakdown ของ NPL นะคะ จริงๆ เราไม่ได้เปิดเผยในไส้ในของ breakdown ของ NPL ออกมาเป็นราย segment อ่ะนะคะ แต่คราวนี้ เนี่ย ต้องเรียนว่า หลักๆ เนี่ย NPL ของตัว stage 3 เนี่ย ก็จะเป็น SME เป็นบ้าน ซึ่งมันเป็น by nature โดยลักษณะแล้วเนี่ยพวกลูกค้ากลุ่มธุรกิจหรือบ้านเนี่ย ใช้เวลายาวนานมากในการทำ filing หรือ litigation มันก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้ พอร์ตกลุ่มนี้ เนี่ย อยู่ใน portfolio เนี่ย ค่อนข้างมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าพอร์ตอื่นๆ ก็ต้องบอกว่า พอไปดูในไส้ในของ breakdown ของ stage 3 เนี่ย ก็จะเป็นกลุ่มเหล่านี้ เป็นหลักอ่ะนะคะ GDP ปีนี้มองไว้เท่าไหร่ จริงๆ ปีนี้ GDP ของ ข้างในเราไม่ได้มองว่าจะเติบโตสูงมากนะคะ เพราะเราก็เห็นแหละว่ายังมี negative factor นะคะ เป็น external มากมายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง geopolitical ที่ยังเกิดขึ้นอยู่ เมื่อวานนี้รัสเซียก็เพิ่งถล่มยูเครนอย่างหนัก ดังนั้น เนี่ยจริงๆ แล้ว เนี่ย ข้างในเอง เนี่ยนะคะ internal ทางฝั่ง ttb analytics เนี่ย ก็มองว่า GDP ในปี 2026 เนี่ย จะเติบโตแค่ 1.2% เท่านั้นเองนะคะ แต่ก็ เนี่ยแหละค่ะ อย่างเมื่อกี้ที่เรามีคำถามมานะคะ ตอนนี้เรามี รัฐบาลจัดตั้งและ เดี๋ยวเราก็ลองฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดใหม่ดูละกัน จริงๆ เวลาหมดแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณทางนักลงทุนมาก ก็ยินดีมาก เดี๋ยว quarter หน้าเราค่อยกลับมาพูดคุยกัน ขอบคุณสำหรับคำถามมาก ต้องบอกว่า คำถามค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว แล้วก็ขอบคุณมากเลยนะคะที่ทุกท่านสนใจ ttb ดังนั้น เดี๋ยววันนี้ ทางดิฉัน ดารารัตน์ แล้วก็คุณนริศเนี่ย ต้องขออนุญาตขอตัวก่อน แล้วก็ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านมากค่ะ สวัสดีนะคะ
Naris Aruksakulwong
สวัสดีครับ
Dararat
สวัสดีค่ะ The transcript is complete. The audio recording concludes at that exact point with the speakers' farewells ("สวัสดีครับ", "สวัสดีค่ะ"), and there is no further speech in the audio file to transcribe.
Already premium?